“กอน ตื่นรึยังลูก” ผู้เป็แม่ส่งเสียงเรียกเด็กน้อย เนื่องจากตอนนี้อาหารที่เธอได้เตรียมเอาไว้ใกล้จะเสร็จแล้ว
“ครับแม่ ตื่นแล้วครับ” เสียงใสๆ ของเขา ทำให้ผู้เป็แม่ยิ้มอย่างชื่นใจและมันยังทำให้ชายผู้เป็พ่อ ที่กำลังผ่าฝืนอยู่หยุดงานของตัวเองลง
หลังจากเก็บฝืนให้เข้าที่เข้าทาง เขาก็เดินเข้าไปในบ้านแล้วนั่งบนเก้าอี้ สองมือของเขาวางไว้บนโต๊ะทานข้าวโดยพร้อมเพรียง
“เดี๋ยวเถอะ พ่อ ไปล้างไม้ล้างมือก่อนสิ” ผู้เป็สามีแหงนหน้าขึ้นมาหาต้นเสียงก็เจอสายตาที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ เขาไม่รอช้ารีบทำตามคำสั่งเมื่อครู่อย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงกลับมานั่งยังที่เดิม
ทันทีที่เขานั่งลงเด็กน้อยก็ถือช้อนกับซ้อมในท่าพร้อมที่จะทำศึกกับอาหารตรงหน้าแล้ว เมื่อเห็นว่าลูกชายของตนรอไม่ไหวเขาจึงยกมือขึ้นมากุมพร้อมนำสวดบทสรเสริญ เพื่อกล่าวขอบคุณเหล่าเทพเ้าที่ทำให้ครอบครัวของเขากินอิ่มและนอนหลับสบายในทุกๆ วัน
และแล้วบทสวดก็จบลง เด็กน้อยจึงลงมืออย่างเต็มที่ เมื่อลิ้นของเด็กน้อยัักับอาหารที่นำเข้าปากด้วยสองมือ ตาของเขาก็ส่องประกายออกมาชัดเจน ทำให้ผู้เป็แม่ไม่สามารถกลั้นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขได้ เพราะตอนนี้ครอบครัวสุขสรรค์ของเธอกำลังอยู่กันพร้อมหน้าอย่างมีความสุข และเพียงแค่นี้เธอก็สุขใจมากพอแล้ว
เวลาผ่านไปจนถึงตอนบ่าย เด็กน้อยก็ออกมาจากห้องและเห็นพ่อของตนกำลังนำอุปกรณ์ต่างๆ ใส่กระเป๋า เขาจึงเอ่ยปากถามไถ่ผู้เป็พ่อ
“พ่อครับ จะเข้าไปล่าของป่าอีกแล้วเหรอครับ” ทันทีที่เห็นสีหน้าของลูกชาย มีหรือผู้เป็พ่อจะไม่รู้ว่าลูกของตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่
“ใช่แล้วละ อยากไปใช่ไหมละ ถ้าอยากไปก็ไปขอแม่ก่อ...” พูดยังไม่ทันจบลูกชายตัวน้อยก็วิ่งเตลิดไปหาแม่ซะแล้ว
เมื่อได้รับอนุญาตจากแม่ เด็กน้อยก็รีบเร่งเก็บของต่างๆ อย่างรวดเร็ว ซึ่งเขาเอาไปแค่ของที่จำเป็สำหรับเขาเท่านั้น เพราะอุปกรณ์หลายๆ อย่างพ่อของเขาได้เตรียมไว้แล้ว
หลังจากมั่นใจว่าของต่างๆ ได้เตรียมพร้อมเอาไว้หมดแล้ว คู่หูพ่อลูกก็พากันเข้าไปในป่าโดยผู้เป็พ่ออุ้มเด็ก น้อยขึ้นมาขี่คอของตน จากนั้นจึงผนึกธาตุลมไปที่เท้า จนกลายเป็เกราะขาที่มีรูปร่างคล้ายพายุ ล้อมรอบขาของเขา ไม่นานพวกเขาก็มายังที่หมายในครั้งนี้
“พ่อครับ โตขึ้นผมจะหายป่วยแล้วควบคุมธาตุได้เก่งเหมือนพ่อหรือเปล่าครับ” คำถามของลูกชายทำให้ผู้เป็ พ่อถึงกับหน้าหมองลงในทันที แต่ไม่นานก็เปลี่ยนสีหน้าแล้วตอบคำถามที่ลูกของเขาถามมา
“หายสิ พอจะพาไปหาหมอเก่งๆ แล้วรักษาให้หาย จากนั้นพ่อจะสอนลูกควบคุมพลังธาตุเอง” ด้วยคำพูดนี้ทำให้ เด็กน้อยดีใจมาก แต่จู่ๆ พ่อของเขาก็เอามือมาปิดปากเขาเพราะว่าได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง
ผู้เป็พ่ออุ้มเด็กน้อยขึ้นต้นไม้เนื่องจากเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่เริ่มใกล้ตัวพวกเขาเรื่อยๆ ไม่นานก็มีสัตว์ชนิดหนึ่งเข้ามาสู่สายตาของทั้งคู่
เขาทีใสและสวยงามราวกับน้ำแข็ง ลำตัวของมันมีสีฟ้าอ่อนๆ ปนกับจุดสีน้ำเงินทึบๆ มันคือกวางน้ำนั่นเอง พวกมันมาพร้อมกันถึงสามตัว แม้ว่าเขาของมันจะใสและดูเปราะบางเหมือนกับน้ำแข็ง แต่ความแข็งแรงของเขากวางน้ำนั้นสามารถที่จะเจาะทะลุท้องคนได้สบายๆ และหากเขาของมันไม่มีรอยหักหรือบิ่นเลย จะกลายเป็เงินก้อนโตภายในทันทีที่สามารถนำเขาของมันกลับเมือง เพราะพวกเศรษฐีหรือพวกขุนนางมักจะซื้อไว้ไปประดับที่บ้าน
ส่วนเนื้อของมันก็เป็เนื้อชั้นดี ด้วยความที่มันเป็สัตว์ที่มีธาตุน้ำเป็ธาตุหลักสมชื่อของมัน เนื้อของมันจึงให้ ความรู้สึกที่ชุ่มช่ำเวลาทานแม้ว่าจะถูกปรุงให้สุกแล้วก็ตาม
ผู้เป็พ่อค่อยๆ หยิบธนูออกมาแล้วนำลูกศรมาขึ้นสาย จากนั้นจึงค่อยควบคุมธาตุลมให้หมุนรอบลูกศรช้าๆ และพยามให้มีเสียงน้อยที่สุด จากนั้นจึงเล็งไปยังกวางน้ำตัวที่มีเขาแวววาวสวยงามในบรรดาสามตัวนี้ ไม่นานลูกศรก็ถูกปล่อยออกไป เมื่อหลุดออกจากแหล่งลูกศรก็พุ่งเข้าไปปักที่คอทำมันสิ้นใจและล้มลงทันที แต่ทว่าเขาของมันก็ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์
ทันทีที่เพื่อนของบมันถูกยิง กวางน้ำสองตัวที่เหลือก็รีบวิ่งหนีออกไป แต่แล้วก็มีอีกหนึ่งตัวที่โชคร้ายโดนลูกศรปักเข้าที่กลางตัว ทว่ามันก็ยังไม่ยอมแพ้และค่อยๆ วิ่งหนีไปเรื่อยๆ
“พ่อไม่ตามไปเหรอครับ” เด็กน้อยถามผู้เป็พ่ออย่างสงสัย
“ไม่เป็ไรหรอกลูก เดี๋ยวมันก็หมดแรงตายเอง หลังจากนั้นเราก็ค่อยไปตามหามันก็ได้” เขาพูดกับลูกชายพร้อมกับอุ้มไว้แล้วะโลงจากต้นไม้
มีดที่คมกริบถูกดึงออกมาจากฟัก เพื่อนำมาแล่เนื้อกวาง จากนั้นผู้เป็พ่อจึงเอาเนื้อทั้งหมดเก็บเข้าไปไว้ในแหวนคลัง แน่นอนว่าเขาไม่ลืมเก็บส่วนหัวที่มีเขาสวยงามแวววับนั้นไปด้วย
หลังจากเก็บกวาดของจากกวางน้ำตัวแรกเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาลูกชายเดินไปตามรอยเื น่าเสียดายที่เนื้อทั้งหมดถูกแทะไปแล้ว เพราะพวกเขาใช้เวลานานกว่าจะจัดการกับกวางน้ำตัวแรกจนเสร็จ
“ดูเหมือนว่าจะมีสัตว์กินเนื้ออยู่แถวนี้นะ” เขารีบเอามือดึงลูกชายมาใกล้ๆ แล้วมองไปรอบๆ ช้าๆ หลังจากมั่นใจว่าไม่น่าจะมีสัตว์ที่เป็อันตรายอยู่แถวนี้เขาก็เดินไปยังซากกวางเพื่อเก็บส่วนหัวของมัน
ดวงอาทิตย์เกือบจะลับขอบฟ้า พวกเขาก็กลับมาถึงบ้าน ระหว่างนี้เองมันก็ทำเอาผู้เป็แม่อดห่วงไม่ได้ แต่เมื่อเธอได้เห็นเนื้อกวางน้ำ ปากที่กำลังจะเปิดออกเพื่อดุด่าว่ากล่าวสักหน่อยก็หุบกลับไปแทบจะไม่ทัน เธอรีบเอาเนื้อกวางเข้าห้องครัวอย่างรวดเร็ว เครื่องปรุงเครื่องเทศทั้งหลายที่เก็บเอาไว้ ต่างก็ถูกเธอขนออกมากองอยู่บนโต๊ะมากมาย
มือของเธอจับโน่นจับนี่อย่างคล่องแคล่ว หลังจากหมักเนื้อกวางไว้ส่วนหนึ่งแล้วที่เหลือก็นำมาหั่นเป็ชิ้นเล็กๆ และอีกส่วนก็สับให้ละเอียด
“มีไส้กวางไหมพ่อ” แม้ว่าจะไม่มีเสียงตอบจากผู้เป็สามี แต่ก็มีไส้ที่ล้างมาเรียบร้อยถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะ เธอรีบนำไส้มาขูดเมือกที่อยู่ด้านในออกจนหมด เนื้อที่ถูกสับก็นำมาผสมเครื่องเทศและแป้งอีกเล็กน้อยก่อนจะยัดเข้าไปในไส้
ส่วนเนื้อที่ถูกหั่นเป็ชิ้นๆ ก็ถูกนำมาผัดกับผักส่งกลิ่นหอมไปทั่วบ้าน ขณะที่พักหม้ออยู่เธอก็นำไส้ที่ยัดของไว้ด้านในจนแน่นนำมาย่างไฟ เนื้อที่ถูกหมักไว้ก็เอาออกมาเสียบไม้ย่าง โดยมีลูกชายเป็คนคอยช่วยอยู่ตลอดเวลา
ไม่นานอาหารทั้งสามอย่างก็เสร็จสิ้นด้วยฝีมือของสองแม่ลูก ส่วนผู้เป็พ่อก็ผิวปากนอนรออยู่บนโซฟาอย่างใจจดใจจ่อ หลังจากนำอาหารมาวางบนโต๊ะแล้วสวดมนเสร็จสิ้นอาหารทั้งสามอย่างก็ถูกทานจนหมด
ตอนนี้ก็เป็เวลาที่เด็กน้อยจะได้เรียนหนังสือและแม่ของเขาก็สอนอักษรมืดซึ่งเป็ตัวอักษรของทวีปมืดที่ใช้บนประเทศนี้ แม้ว่าประเทศนี้จะเป็เกาะและอยู่ห่างจากทวีปมืดพอสมควร แต่ยังไงก็เป็ส่วนหนึ่งของทวีปมืดอยู่ดี ดังนั้นจึงต้องใช้ภาษานี้ซึ่งเป็ภาษากลางติดต่อกันในอาณาเขตการปกครองของจักรวรรดิมืด
ทุกวันของครอบครัวสุขสันต์ผ่านไปอย่างสงบสุข แต่ด้วยความที่กอนเป็โรคประหลาดไม่สามารถควบคุมพลังธาตุได้ซักธาตุั้แ่เกิด จึงทำให้เขานั้นไม่อยากไปเล่นกับใคร
เพราะเมื่อก่อนเขาเองก็เคยพยามผูกมิตรกับเด็กคนอื่นๆ แต่กลับไม่มีใครสนใจเด็กที่ไม่สามารถควบคุมพลังธาตุได้เช่นเขา ยิ่งบ้านของเขาอยู่รอบนอกเมืองซึ่งไกลจากบ้านคนอื่น จึงทำให้กอนไม่มีเพื่อนเลยจนถึงตอนนี้
ถึงเขาจะไม่มีเพื่อนและไม่ได้มีชีวิตเหมือนเด็กทั่วๆ ไปที่ได้เล่นอย่างสนุกสนาน แต่สำหรับกอนการไปออกล่ากับพ่อของเขาก็เหมือนกับการไปเล่นดีๆ นี่เอง มันทำให้เขามีทักษะต่างๆ ติดตัวเอาไว้ แม้ว่าเขาจะไม่สามารถ ควบคุมธาตุได้ เขาก็ยังคงมีความสุขและความหวังในวันข้างหน้า ความหวังที่เขาจะหายดีและสามารถทำหลายๆ สิ่งได้เหมือนกับพ่อของเขา
ทว่าวันหนึ่งจู่ๆ พ่อและแม่ของเขาก็หายไปโดยที่ไม่ได้ล่ำลากันเลย ซึ่งเขาเองก็เป็แค่เด็กตัวเล็กๆ อายุเพียงแค่สิบขวบเท่านั้น