ตอนที่ 9 — วงจรที่ไม่มีใครอ่านออก
ห้าวันหลังจากบทเรียนแรก
ห้องทดลองชั้นสี่ของสมาคมวิศวกรวงจร กลายเป็สถานที่ที่นักเรียนสิบสองคนมาถึงก่อนเวลาทุกเช้า ทั้งที่ก่อนหน้านี้ห้องนี้เป็ห้องที่คนหลีกเลี่ยง เพราะอากาศอบอ้าว เพดานต่ำ และแสงไฟน้อยจนต้องเพ่งตาอ่านตัวอักษร แต่ตอนนี้ไม่มีใครสนใจเื่นั้นแล้ว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนี้มีค่ามากกว่าความสะดวกสบาย
หลิงเซินนั่งอยู่ที่โต๊ะทดลองหัวแถว ม้วนกระดาษวงจรคลี่อยู่ตรงหน้า ปากกาหมึกดำอยู่ในมือขวา มือซ้ายกดกระดาษไว้ไม่ให้ม้วนกลับ ผมดำยาวรวบขึ้นด้วยริบบิ้นสีน้ำเงินเข้ม — เส้นเดิมที่ใช้ทุกวัน — แต่ปลายผมสองสามเส้นหลุดลงมาปกแก้มซ้าย นางไม่ได้เอามือปัดออก เพราะสมาธิทั้งหมดอยู่ที่ปลายปากกา
คิ้วขมวดเล็กน้อย ริมฝีปากล่างถูกกัดไว้จนเป็รอยฟัน — นิสัยที่ทำเมื่อจดจ่อมาก — หัวเอียงไปทางขวาสามองศา ท่าทางเดียวกับแม่ของนางที่ภาพวาดในห้องนั่งเล่น แม้ว่าหลิงเซินจะไม่รู้ตัว
นางกำลังวาดวงจรธาตุลม ระดับ 1 ฉบับดัดแปลง — วงจรที่เซียนหยูสอนให้เปลี่ยนมุมช่องระบายสามองศา ทำให้ลมแรงขึ้นเท่าตัว
เส้นแรก — โค้งเล็กน้อยเกินไป นางลบออก
เส้นที่สอง — ตรงเกินไป ลบออกอีก
เส้นที่สาม —
"หยุด" เสียงเซียนหยูดังขึ้นจากด้านหลัง
หลิงเซินสะดุ้ง ปากกาหยุดกลางอากาศ หมึกหยดเล็กๆ หยดลงบนกระดาษ สร้างจุดดำที่ขยายตัว
เซียนหยูยืนอยู่ข้างหลังนาง ห่างสองก้าว มือสอดอยู่ในกระเป๋าชุดที่ปรึกษาสีเทาเข้ม ท่ายืนผ่อนคลาย น้ำหนักตัวถ่ายไปขาซ้าย ศีรษะเอียงเล็กน้อย — ท่าที่เขาทำเมื่อกำลังสังเกตอะไรบางอย่างอย่างตั้งใจ ดวงตาสีดำลึกจับอยู่ที่กระดาษตรงหน้าหลิงเซิน ไม่ใช่ที่ตัวนาง
"เส้นที่สาม" เขาพูดเรียบ "ก่อนที่เ้าจะลบ ลองบอกข้าว่าเ้าเห็นอะไร"
"ข้าเห็นว่ามันยังไม่ถูก" หลิงเซินตอบ หงุดหงิดเล็กน้อย นิ้วที่จับปากกาแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาว
"ถูกหรือไม่ถูก ไม่ใช่สิ่งที่ข้าถาม" เซียนหยูเดินมาข้างๆ นั่งลงบนม้านั่งข้างโต๊ะ ข้อศอกวางบนพื้นโต๊ะ คางวางบนฝ่ามือ ท่าทางของเขาสบายเกินกว่าจะเป็ที่ปรึกษา ดูเหมือนคนนั่งดูเมฆมากกว่า "ข้าถามว่าเ้า 'เห็น' อะไร"
หลิงเซินหายใจเข้าลึก กลั้นไว้สองวินาที ปล่อยออกช้าๆ — เทคนิคที่เซียนหยูสอนให้ทำเมื่อหงุดหงิด 'หายใจก่อน คิดทีหลัง' เขาบอก
นางมองเส้นที่สาม เส้นที่เธอกำลังจะลบ
"มันโค้ง" นางพูด "แต่ไม่ใช่โค้งแบบที่ข้าตั้งใจ มันโค้งตามมือ ไม่ใช่โค้งตามวงจร"
เซียนหยูยกคิ้วข้างซ้ายขึ้นหนึ่งมิลลิเมตร — สำหรับคนที่ใบหน้าแทบไม่แสดงอารมณ์ นั่นเท่ากับะโว่า 'ประทับใจ'
"นั่นคือคำตอบที่ดีที่สุดที่ข้าได้ยินจากนักเรียนทั้งสิบสองคนในห้าวัน" เขาพูด
หลิงเซินเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "จริงเหรอ"
"โค้งตามมือ ไม่ใช่โค้งตามวงจร" เซียนหยูทวน "หมายความว่าเ้าเริ่มแยกได้ระหว่าง 'สิ่งที่ร่างกายทำ' กับ 'สิ่งที่วงจร้า' คนส่วนใหญ่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะรู้ตัว"
หลิงเซินรู้สึกร้อนที่ใบหู — นิสัยที่เกิดขึ้นเมื่อมีคนชม ไม่ใช่ที่แก้ม เพราะนางฝึกซ่อนอาการหน้าแดงจนเชี่ยวชาญ แต่ใบหูยังทรยศ
"วาดต่อ" เซียนหยูพูด ลุกขึ้น "แต่คราวนี้ ปิดตาก่อนวาด"
"ปิดตา?"
"นึกภาพวงจรในหัวก่อน เห็นมันชัดในใจก่อนที่มือจะขยับ แล้วค่อยลืมตาวาด"
หลิงเซินมองเขาอยู่ครู่ แล้วหลับตา
⬥ ⬥ ⬥
ซ่างซียืนอยู่ที่ประตูห้องทดลอง มือถือไม้เท้าหัวคริสตัล หลังพิงกรอบประตู ดวงตาลึกบนใบหน้าริ้วรอยมองดูเซียนหยูสอนนักเรียนมาั้แ่เช้า
ห้าวันที่ผ่านมา ท่านมาดูทุกวัน ไม่เคยพลาด ไม่เคยแทรก ไม่เคยพูดอะไร แค่ยืนดู เหมือนเด็กนักเรียนที่แอบฟังอาจารย์สอนหนังสือจากนอกหน้าต่าง
สิ่งที่ท่านเห็นทำให้ท่านต้องกินยาหัวใจเพิ่มอีกสองเม็ดตลอดห้าวัน ไม่ใช่เพราะหัวใจจะวาย แต่เพราะตื่นเต้นจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ
วิธีสอนของเซียนหยูต่างจากอาจารย์ทุกคนที่ท่านเคยเห็น เขาไม่เริ่มจากทฤษฎี ไม่เริ่มจากขั้นตอน ไม่เริ่มจากกฎเกณฑ์ เขาเริ่มจากคำถาม 'ทำไม' และไม่เคยหยุดถาม ไม่เคยให้คำตอบตรงๆ ไม่เคยบอกว่าถูกหรือผิด แค่ถามต่อ จนนักเรียนต้องคิดเอง หาเอง ทดลองเอง และผลลัพธ์ที่ได้ — ในห้าวัน นักเรียนสิบสองคนเริ่มวาดวงจรในแบบที่ท่านไม่เคยเห็นในชีวิตการสอนสามสิบปี
ท่านสูดหายใจเข้าลึก เดินเข้าไปในห้อง
"เซียนหยู" ท่านเรียก
ห้องเงียบลงทันที นักเรียนทุกคนหยุดมือ หันมามอง เมื่อปรมาจารย์พูด ทุกคนฟัง
เซียนหยูหันมา ไม่ได้แสดงอาการใหรือตื่นเต้น เพียงยกคิ้วข้างขวาเล็กน้อย — ท่าทางที่หลิงเซินเริ่มจำได้ว่าหมายถึง 'ฟังอยู่
"ข้ามีงานหนึ่งชิ้น" ซ่างซีพูด เสียงแก่แต่ทรงพลัง ท่านเดินมายืนตรงหน้าเซียนหยู ไม้เท้ากระทบพื้นเสียงก๊อกเบาๆ ทุกก้าว "ข้า้าให้เ้าวาดวงจรหนึ่งตัว วงจรที่แสดงให้เห็นว่าเ้าทำอะไรได้ ไม่ใ่จรระดับ 1 ระดับ 2 หรือระดับใดๆ ที่มีอยู่ในตำรา"
ท่านหยุด มองเซียนหยูตรงๆ
"วงจรที่เป็ตัวเ้า" ท่านพูด "วาดอะไรก็ได้ แบบไหนก็ได้ ข้าอยากเห็นว่าเมื่อไม่มีกฎเกณฑ์ เมื่อไม่มีโจทย์ เมื่อมีแค่กระดาษกับปากกา เ้าจะสร้างอะไร" เซียนหยูมองซ่างซีอยู่นาน
สายตาของเขาเปลี่ยนไป — จากที่มักจะเรียบเฉยไร้อารมณ์ ตอนนี้มีบางอย่างปรากฏขึ้นในดวงตาสีดำลึกนั้น เหมือนแสงดาวที่ค่อยๆ สว่างขึ้นในท้องฟ้ามืด ไม่ใช่ความตื่นเต้น ไม่ใช่ความกระตือรือร้น
มันเหมือน... ความคิดถึง
ราวกับมีบางอย่างที่เขาอยากสร้างมานาน แต่ไม่มีเหตุผลจะสร้าง จนกระทั่งตอนนี้
"ให้เวลาเท่าไหร่" เขาถาม
"เท่าที่เ้า้า"
"วันนี้" เซียนหยูตอบ "ให้ห้องทดลองนี้แก่ข้าจนถึงเที่ยงคืน"
ซ่างซียิ้ม ริ้วรอยที่มุมตาซ้อนกันเป็พัดอีกครั้ง
"ได้" ท่านพูด แล้วหันไปที่นักเรียน "วันนี้หยุดเรียนเร็ว กลับไปทบทวนที่บ้าน"
เสียงบ่นเบาๆ จากนักเรียนบางคน — ไม่ใช่เพราะดีใจที่ได้หยุดเรียน แต่เพราะเสียดายที่ต้องหยุด หนานกงยุนเป็คนสุดท้ายที่ลุก ดวงตาสีแดงเข้มจ้องมองเซียนหยูด้วยสายตาที่ปะปนระหว่างความอยากรู้อยากเห็นกับความท้าทาย ริมฝีปากเม้มแน่น — ท่าทางที่เธอทำเมื่อกำลังกลั้นคำถามที่อยากถามแต่รู้ว่ายังไม่ใช่เวลา
"พรุ่งนี้" เธอชี้นิ้วไปที่เซียนหยู ปลายนิ้วตรงเหมือนลูกศร "ข้าต้องเห็น"
เซียนหยูไม่ตอบ แค่พยักหน้า
⬥ ⬥ ⬥
ค่ำวันนั้น คฤหาสน์ตระกูลหลิง
หลิงเซินนั่งอยู่บนม้านั่งหินริมบ่อน้ำ ขาพับขึ้นมากอดเข่า คางวางบนหัวเข่า ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองไปที่ประตูหน้าบ้านที่ยังปิดอยู่
เซียนหยูไม่กลับ ท่านซ่างซีบอกว่าให้ห้องทดลองจนถึงเที่ยงคืน นั่นหมายความว่าเขาจะอยู่ที่นั่นทั้งคืน คนเดียว ในห้องมืดที่มีแค่แสงคริสตัล กับกระดาษกับปากกา หลิงเซินรู้ว่าไม่ควรกังวล เขาเป็ผู้ใหญ่ — อย่างน้อยก็ในจิตใจ ถึงร่างจะอายุสิบเจ็ด เขาก็ดูแลตัวเองได้
แต่— นางลุกขึ้น เดินเข้าครัว หุงข้าว — คราวนี้ลดน้ำลงตามที่เขาสอน — ผัดไข่กับผักบุ้งที่เหลือจากที่เขาซื้อมาเมื่อวาน ใส่เกลือตามที่เขาบอก ใส่น้ำปลาตามจำนวนที่เขาสอน
ยังไม่อร่อยเท่าที่เขาทำ แต่ดีขึ้นกว่าก่อนมาก นางตักอาหารใส่กล่องไม้ ห่อด้วยผ้าขาว ถือออกจากบ้าน เดินไปสมาคม กลางคืน คนเดียว ถนนหน้าบ้านเงียบสงัด แสงคริสตัลสีฟ้าจากเสาถนนส่องสว่างเพียงพอให้มองเห็นทาง แต่เงาที่ทอดยาวจากกำแพงและต้นไม้ทำให้ทุกมุมมืดดูเหมือนซ่อนอะไรบางอย่าง
หลิงเซินเดินเร็ว ไม่วิ่ง เพราะคนตระกูลหลิงไม่วิ่งหนี แม้จะกลัว
แต่มือที่กำกล่องอาหารนั้นแน่นมาก
⬥ ⬥ ⬥
สมาคมวิศวกรวงจรในยามค่ำคืนดูต่างจากเวลากลางวันอย่างสิ้นเชิง อาคารหินสีเทาที่เคยสง่างามกลางแดด ตอนนี้ดูหม่นหมองใต้แสงจันทร์ เหมือนศิลาจารึกขนาดั์ที่ถูกทิ้งร้าง ประตูทองแดงถูกล็อค แต่ประตูข้างที่ซ่างซีเปิดไว้ให้ยังแง้มอยู่ แสงคริสตัลสีฟ้าจางๆ รั่วออกมาจากช่อง
หลิงเซินแง้มประตูเข้าไป เดินขึ้นบันไดหินอย่างเงียบ เท้าเปล่าััหินเย็น — เธอลืมสวมรองเท้า ออกจากบ้านเร็วเกินจนลืม
ชั้นสี่ ทางเดินมืด มีแค่แสงลอดออกมาจากใต้ประตูห้องทดลอง
นางเดินมาหยุดหน้าประตู แต่ไม่ได้ไม่เคาะในทันที
เพราะเมื่อมองผ่านกระจกเล็กๆ ที่ประตู สิ่งที่เห็นทำให้หยุดหายใจ
เซียนหยูยืนอยู่กลางห้อง ไม่ใช่ยืนหน้าโต๊ะ ไม่ใช่นั่งเขียน เขายืนอยู่ตรงกลางห้องทดลอง แขนเสื้อพับขึ้นเลยข้อศอก เผยให้เห็นแขนเรียวยาวที่เส้นเอ็นตึงจากการเกร็ง ผมที่เคยรวบไว้หลุดออกมาเกือบหมด ตกลงมาปกหน้า เหงื่อเม็ดเล็กๆ เกาะอยู่ที่ขมับและคอ ตรงหน้าเขา กระดานดำขนาดใหญ่สามแผ่นถูกตั้งเรียงเป็รูปตัว U ล้อมรอบตัวเขา ทุกแผ่นเต็มไปด้วยลวดลายวงจร
แต่ไม่ใ่จรที่หลิงเซินเคยเห็น ไม่ใ่จรธาตุดิน ลม ไฟ หรือน้ำ ไม่ใ่จรระดับ 1, 2, 3 หรือระดับใดๆ ที่มีชื่อเรียก มันเป็... อะไรบางอย่างที่ไม่มีในโลกนี้ เส้นบนกระดาน — นับร้อยนับพันเส้น — ไขว้พันกันเป็โครงสร้างสามมิติที่แม้จะอยู่บนพื้นผิวสองมิติ ก็ดูเหมือนจะหลุดออกมาจากกระดาน วงกลมซ้อนกันเป็ชั้นๆ แต่ละชั้นหมุนในทิศทางต่างกัน เส้นตรงตัดผ่านวงกลมในมุมที่แม่นยำจนดูเหมือนแสงอาทิตย์ผ่านปริซึม สัญลักษณ์ที่ไม่ใช่ตัวอักษรของยุคนี้ปรากฏอยู่ตามจุดเชื่อมต่อ — ตัวเลขและสมการที่มาจากที่อื่น จากเวลาอื่น
เซียนหยูยกมือขึ้น ชอล์กสีขาวในมือขวา ชอล์กสีน้ำเงินในมือซ้าย เขาวาดด้วยทั้งสองมือพร้อมกัน — มือขวาวาดวงกลมบนกระดานซ้าย ในขณะที่มือซ้ายวาดเส้นตรงบนกระดานขวา ท่วงท่าเหมือนนักดนตรีที่เล่นเปียโน มือสองข้างทำคนละอย่างแต่ประสานกันอย่างสมบูรณ์
ใบหน้าของเขาในขณะนั้น — หลิงเซินจะจำได้ไปจนตาย
ไม่ใช่ใบหน้าเรียบเฉยที่นางเคยชิน ไม่ใช่ใบหน้าเ็าที่เขาใช้กับคนทั่วไป ไม่ใช่แม้แต่ใบหน้าที่ยิ้มมุมปากเมื่อเธอทำอะไรที่ทำให้เขาขำ มันเป็ใบหน้าของคนที่กลับบ้าน
ดวงตาสีดำลึกเปล่งประกาย ไม่ใช่ด้วยแสงสะท้อนจากคริสตัล แต่ด้วยบางอย่างที่มาจากข้างใน ริมฝีปากแย้มเล็กน้อย ไม่ใช่ยิ้ม แต่เป็ท่าทางของคนที่หายใจได้เต็มปอดเป็ครั้งแรก คิ้วที่มักจะเรียบตรงตอนนี้ผ่อนคลาย ร่องระหว่างคิ้วที่มักจะปรากฏเมื่อเขาอยู่ในที่ที่มีคนมากๆ หายไป เขาดูอายุน้อยลง
ไม่ — เขาดูเหมือน 'ตัวเอง' มากขึ้น
ราวกับหน้ากากที่เขาสวมไว้ทุกวัน — หน้ากากของทาสที่สงบเฉย ของที่ปรึกษาที่เรียบเฉย — ถูกถอดออกในห้องนี้ ในตอนที่ไม่มีใครดู หลิงเซินกลืนน้ำลาย นางรู้สึกว่าตัวเองกำลังเห็นบางอย่างที่ไม่ควรเห็น เหมือนแอบอ่านจดหมายของคนอื่น เหมือนมองดูคนร้องไห้จากหลังประตู สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็ของส่วนตัวมาก — ส่วนที่เซียนหยูไม่เคยแสดงให้ใครดู
นางควรจะเคาะประตู แต่ขยับไม่ได้ เพราะตอนนี้นางเข้าใจแล้ว
เข้าใจว่าทำไมเขาถึงวาดวงจรด้านหลังม้วนคัมภีร์ของนางทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ ทำไมเขาถึงหยิบปากกาขึ้นมาทั้งที่รู้ว่าไม่ควร เพราะสำหรับเขา การไม่วาดเ็ปกว่าการวาด เหมือนนักร้องที่ถูกบังคับให้เงียบ เหมือนนักวิ่งที่ถูกล่ามขา เหมือนนกที่ถูกตัดปีก
ความรู้ทั้งหมดที่เขามีอยู่ข้างใน — ความรู้จากห้าหมื่นปีในอนาคต — มันกดดันจากข้างใน ดันออกมาทุกวินาที และมีเพียงตอนที่เขาวาด ตอนที่ปากกาแตะกระดาษหรือชอล์กแตะกระดาน ความดันนั้นจึงค่อยๆ ลดลง หลิงเซินกัดริมฝีปาก กดกล่องอาหารไว้ที่อก แล้วค่อยๆ วางกล่องอาหารลงบนพื้น หน้าประตู หันหลัง เดินลงบันไดหินเบาๆ ไม่อยากรบกวน ไม่อยากเป็คนที่ทำให้เขาต้องสวมหน้ากากกลับ
⬥ ⬥ ⬥
เช้าวันถัดมา ห้องทดลองชั้นสี่
ซ่างซีเดินเข้ามาเป็คนแรก ตามด้วยหนานกงยุน หลิงเซิน และนักเรียนที่เหลือทยอยตามมา ทุกคนหยุดที่ประตู กระดานดำสามแผ่นที่เมื่อวานยังว่างเปล่า ตอนนี้เต็มไปด้วยลวดลายวงจรที่ไม่เหมือนสิ่งใดที่ใครเคยเห็น เซียนหยูนั่งอยู่บนม้านั่งมุมห้อง หลับ ศีรษะเอนพิงผนัง ขายาวเหยียดตรง แขนกอดอก หน้าตาสงบ เสื้อผ้ามีรอยฝุ่นชอล์ก มือทั้งสองข้างเปื้อนสีขาวและสีน้ำเงิน กล่องอาหารที่หลิงเซินวางไว้หน้าประตูอยู่ข้างๆ เขา เปิดฝา กินหมด หลิงเซินมองกล่องอาหารเปล่า แล้วมองหน้าเซียนหยูที่หลับอยู่ มุมปากของนางยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหุบลงทันทีเมื่อรู้สึกว่าหนานกงยุนกำลังมองเธอ
"อย่ายิ้ม" หนานกงยุนกระซิบข้างหู ยิ้มกว้างจนตาหรี่ ดวงตาสีแดงเข้มเปล่งประกายซุกซน "หรือจะให้ข้าะโบอกทั้งห้องว่าเ้ามาส่งข้าวให้ทาสตอนดึก"
"ข้าไม่ได้—" หลิงเซินแก้ตัว เสียงสูงขึ้นหนึ่งอ็อกเทฟ
"ชชช" หนานกงยุนกดนิ้วที่ริมฝีปาก ดวงตาชี้ไปที่กระดานดำ "ดูนั่นก่อน"
หลิงเซินหันไปมอง ซ่างซียืนอยู่หน้ากระดานดำแผ่นแรก ท่านไม่ขยับ มือที่ถือไม้เท้าเกร็งจนข้อนิ้วขาว ดวงตาลึกที่มักจะมองทุกอย่างด้วยสายตาประเมิน ตอนนี้เบิกกว้าง — กว้างจนริ้วรอยที่มุมตาตึงเป็เส้นตรง ท่านเดินไปกระดานแผ่นที่สอง มองอยู่นาน เดินไปแผ่นที่สาม กลับมาแผ่นแรก
"ข้าอ่านไม่ออก" ท่านพูดเบาๆ เสียงที่มักจะมั่นคงเสมอ ตอนนี้แตกเล็กน้อยตรงพยางค์สุดท้าย
ห้องเงียบ ปรมาจารย์ซ่างซี ผู้ที่อ่านวงจรพลังงานทุกรูปแบบในโลกนี้ได้ พูดว่า 'อ่านไม่ออก'
"ข้าเห็นโครงสร้าง" ท่านพูดต่อ นิ้วสั่นเล็กน้อยเมื่อชี้ไปที่เส้นบนกระดาน "เห็นว่ามันเป็ระบบ เห็นว่าทุกส่วนเชื่อมต่อกัน เห็นว่ามันไม่ใช่เื่มั่วซั่ว แต่ข้า... ไม่เข้าใจมัน"
หนานกงยุนเดินไปยืนข้างอาจารย์ ดวงตาสีแดงเข้มเลื่อนไปตามเส้นบนกระดาน ปลายนิ้วยกขึ้นลากตามอากาศ เป็ท่าทางที่เธอทำเมื่อพยายามจำลองวงจรในหัว
"ข้าก็ไม่" เธอพูด เสียงแ่
หลิวเฉินิ — ชายหนุ่มที่เคยดูถูกเซียนหยูในวันแรก ตอนนี้ยืนอยู่หน้ากระดานแผ่นที่สาม มือกอดอก คิ้วขมวดจนเป็รอยลึก ริมฝีปากเม้มแน่น ขากรรไกรกดแน่นจนกล้ามเนื้อที่ขมับเต้น — ท่าทางของคนที่กำลังต่อสู้กับอัตตาของตัวเอง
"ข้าก็ไม่" เขาพูด เสียงแข็ง แต่ไม่มีน้ำเสียงดูถูกอีกต่อไป
นักเรียนทีละคน ยืนดู พยายามอ่าน ไม่มีใครอ่านออก วงจรที่ไม่มีใครอ่านออก
⬥ ⬥ ⬥
เซียนหยูตื่นขึ้นเมื่อแสงเช้าจากหน้าต่างแตะหน้า
เขาลืมตาช้าๆ กะพริบสองสามครั้ง ปรับสายตา จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองห้องที่ตอนนี้มีคนเต็ม ท่าทางของเขาเหมือนคนที่ตื่นนอนในห้องนอนตัวเอง ไม่ใ ไม่เขินอาย — เพียงยืดตัว หาว ปิดปากไม่ครบ แล้วก็ลุกขึ้นยืน
"อาจารย์" เขาพูด เสียงแหบจากการไม่ได้พูดทั้งคืน "เสร็จแล้ว"
"ข้าเห็น" ซ่างซีพูด หันมามอง "แต่ข้าอ่านไม่ออก"
"ถูกต้อง" เซียนหยูพูดเฉยๆ "เ้าไม่ควรจะอ่านออก"
ซ่างซีขมวดคิ้ว "หมายความว่าอย่างไร"
เซียนหยูเดินมายืนหน้ากระดานดำ มองผลงานของตัวเอง ดวงตาเลื่อนไปตามเส้นแต่ละเส้นอย่างช้าๆ ราวกับอ่านจดหมายที่เขียนถึงตัวเอง
"วงจรนี้" เขาพูด "อิงหลักการที่ยังไม่มีในยุคนี้"
ห้องเงียบ
"ไม่ใช่ว่าเ้าอ่านไม่ออกเพราะโง่" เขาพูดต่อ หันมามองซ่างซี "แต่เพราะภาษาที่ข้าใช้เขียน ยังไม่ถูกประดิษฐ์ขึ้นในเวลานี้ เหมือนอ่านหนังสือที่เขียนด้วยตัวอักษรที่ยังไม่มีคนสร้าง"
"ตัวอักษรที่ยังไม่มีคนสร้าง" ซ่างซีทวน เสียงสั่นเล็กน้อย
"ข้าไม่สามารถอธิบายมันได้ในวันนี้" เซียนหยูพูดตรง "ไม่ใช่เพราะไม่อยาก แต่เพราะการอธิบายต้องใช้ความรู้พื้นฐานที่ยังไม่มีอยู่ เหมือนสอนคนอ่านบทกวีก่อนสอนตัวอักษร"
เขาหยุด มองซ่างซีตรงๆ
"แต่สักวัน" เขาพูด เสียงเบาลง "ข้าจะสอนตัวอักษรให้ก่อน แล้ววันนั้นเ้าจะอ่านออก"
ซ่างซีมองเซียนหยูนาน ท่านไม่โกรธ ไม่ผิดหวัง สิ่งที่อยู่ในดวงตาลึกของท่านคือความมุ่งมั่นที่แรงกล้าขึ้นอีกเท่าตัว
"ข้าจะรอ" ท่านพูด
คำสองคำ แต่มีน้ำหนักเท่ากับคำสาบาน
— จบตอนที่ 9 —
แดนนิยาย ดินแดนที่ทุกเื่ราวเริ่มต้น
www.danniyay.com