“เอ็งไหวแน่รึไอ้อินทรีนี่ก็คู่ที่ 7 แล้วนะโว้ย”
มือกร้านเหี่ยวของลุงหวังเ้าภาพสนามประลองมวยคาดเชือกในงานวัดอรัญพาฬตบลงบนไหล่หนาที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อของชายหนุ่มเบาๆพลางเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“ไม่ไหวก็ทำเยี่ยงไรได้เล่าลุงแฮ่ก ๆ อ้ายเหล็กก็กลัดมัน ขึ้นชกมิได้ หากมิได้เบี้ยอัฐตามที่พ่อกับแม่ฉันขอล่ะก็...แกจักนำมันไปขายเป็ทาสสินไถ่ให้บ้านนายบ่อนทองขาวแฮ่ก ๆ”
ว่าพลางกระชับเชือกที่คาดอยู่บนมือให้แน่นขึ้นแล้วม้วนเก็บปลายเรียบร้อย ชายแก่ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาก็ทำได้เพียงแต่เป็นายหน้าตระเวนหานักมวยเพื่อมาเปรียบกับอินทรีและเหล็กน้องชายของเขาให้ก็เท่านั้นแลกกับรางวัลไม่กี่ตำลึง ซึ่งปีนึงก็จะมีงานอยู่สัก 2-3 หน
“เฮ้อ! เวรกรรมกระไรของเอ็งกับไอ้เหล็กหนักหนา จึงมิได้หลุดพ้นจากพ่อแลแม่ผีพนันเยี่ยงนั้นเสียทีมันฤาก็อายุแค่ 19 ใยเอ็งมิพามันหนีไปลงหลักปักฐานที่อื่น มีเหย้ามีเรือนเยี่ยงผู้อื่นเขาเสียทีวะอายุเอ็งก็มิใช่น้อยๆแล้ว”
ชายหนุ่มได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆชายแก่แววตาเศร้าหมองทุกทีที่พูดถึงพ่อกับแม่เขากับน้องชายเพียงแต่อยากจะทำหน้าที่ลูกกตัญญูให้ดีที่สุดเงินทองที่หามาได้จากการเปรียบมวยและรับจ้างเล็กๆน้อยๆลำพังก็แทบจะไม่พอยาไส้ยังต้องถูกพ่อกับแม่ตบตีแย่งชิงเอาเงินไปลงกับพนันถั่วโป ชนไก่ กัดปลาจนหมดเป็หนี้เป็สินไม่จบไม่สิ้น
จนล่าสุดขู่ว่าจะเอาเหล็กน้องชายที่รักของเขาไปขายเป็ทาสบ้านเศรษฐีเ้าของโรงบ่อนเพราะเขานั้นกลัดมันค่อนข้างจะบ่อย ทำให้ขาดรายได้และเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลาต้องมาดูแลไปมากพอตัว
“เป็ลูกก็ต้องตอบแทนพระคุณพ่อแม่ที่ทำให้เกิดมาสิจ๊ะลุง”
“ถุ้ย! ทำให้เกิดมาแล้วต้องมาชดใช้เวรกรรมเยี่ยงนี้เป็ข้าขอผูกคอตายเสียยังดีกว่า เอ้าไป! ถึงตาเอ็งแล้ว”
“คุณหนูเ้าคะ พึ่งหายจากตกไข่ได้ไม่กี่วันก็จักออกมาตะลอนข้างนอกเสียแล้วหรือเ้าคะนายบ่อนกับนายหญิงจักเอ็ดเอาได้นะเ้าคะ”
“พ่อจักเอ็ดข้าไปใย ข้ามันลูกนอกคอกท่านมิเคยสนใจดอกว่าข้าจักอยู่หรือจักตาย ส่วนแม่ก็ยุ่งแต่กับเื่เงินๆทองๆมิมีเวลามาสนใจข้าดอกหนาชุ่มพี่ทองปานก็เช่นกัน รายนั้นก็ขลุกอยู่แต่กับพวกในบ่อน”
ร่างบางอยู่ในชุดของทาสที่แอบหยิบมาจากในคลังกำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินอย่างรีบร้อนมือเล็กกระชับผ้าคลุมไหล่ที่ตอนนี้ใช้คลุมไปถึงหัวให้แน่นขึ้นด้วยหวังว่ามันจะช่วยบดบังกลิ่นดอกสายน้ำผึ้งให้เบาบางลง พึ่งหายจากตกไข่ได้วันเดียวกลิ่นของมันยังคงหอมฟุ้งไปทั่วอยู่ดี
“แต่ก็มิควรนะเ้าคะ ทาสชายก็มิเอามาด้วยผิว่าจักถูกพวก...”
“เงียบปากเถิดแล้วรีบเดินตามข้ามาข้าอยากดูเปรียบมวยจะแย่”
เป้ง!
สิ้นสุดเสียงเคาะก้นกระทะที่เขรอะไปด้วยคราบเขม่าดำเป็สัญญาณให้เริ่มยกคนทำหน้าที่คุมเวลาก็ปล่อยกะลาเจาะรูเล็กๆลงในถังน้ำเพื่อนับยกนักมวยทั้งสองฝั่งย่างสามขุมเข้าหากันมือคาดเชือกทั้งสองข้างยกขึ้นตั้งการ์ดบังอาวุธหมัดมวยที่ปล่อยใส่กันพัลวัน
“กรี๊ดดดพี่อินทรีจ๋าาา สู้ๆนะจ๊ะ มะลิเป็กำลังใจให้”
“พี่อินทรีจ๋าาดาวเรืองต่างหากที่เป็กำลังใจให้ ชกเสร็จเมื่อไหร่มาเอารางวัลกับดาวเรืองนะจ๊ะ!”
“มาเอากับบัวดีกว่าจ้ะพี่อินทรี”
“กรี๊ดดด”
“อ้ายเอี้ยง เอ็งห้ามชกพี่อินทรีของข้านะ!ข้าโกรธจริงๆด้วย!”
เสียงร้องระงมของสาวรุ่นยันสาวแก่ข้างสนามประลองมวยช่วยเรียกความสนใจให้คุณหนูดรุณที่พึ่งเดินเร่งฝีท้าวมาถึงเขตวัดเมื่อครู่ได้หันไปดูคู่เปรียบมวยของอินทรีและเอี้ยงทาสของพันเหิม ทั้งสองหยุดยืนดูอยู่ด้านหลังสุดอย่างสนอกสนใจ ซึ่งค่อนข้างทิ้งระยะห่างจากฝูงคนมุงรอบสนามมวยพอสมควร
คนมากมายเยี่ยงนี้ เห็นทีคงจักเป็มวยคู่เอกแท้เทียว ใครกันนะ...
“ชุ่มเอ็งรู้หรือไม่ว่าชายตัวสูงใหญ่ที่มีรอยสักคนนั้นคือใคร”
ชุ่มมองตามมือเล็กของเ้านายไปจนเห็นกับชายหนุ่มคนดังกล่าวที่กำลังเปรียบมวยอยู่ในสนามเชือกกั้นกลิ่นของต้นบุหงาส่าหรีอ่อนๆลอยโชยออกมาพร้อมกับเม็ดเหงื่อเปียกชุ่มเกาะอยู่ทั่วใบหน้าและลำตัว
"อ้อ! อ้ายอินทรีน่ะเ้าค่ะมันเป็ภมร น้องชายของมันก็งามมิแพ้กันนะเ้าคะผิแต่ว่าอ้ายอินทรีรูปร่างสูงใหญ่กว่าก็เท่านั้น พ่อกับแม่ของมันเป็ลูกหนี้ที่ติดพนันบ่อนของนายบ่อนอยู่เ้าค่ะ"
ว่าพลางบิดตัวกระมิดกระเมี้ยนด้วยความเขินอายใบหน้าร้อนผ่าวทำให้แก้มดำกร้านแดดของชุ่มบัดนี้ปรากฏสีแดงเข้มไปทั่ว
ใครเล่าจักไม่ชอบภมรที่มีกลิ่นกายหอม ซ้ำรูปงามเช่นสองพี่น้องคู่นี้...
เป้ง!
เสียงเคาะก้นกระทะส่งสัญญาณบอกว่าหมดเวลายกที่หนึ่งช่วยเรียกสติของดรุณให้กลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้งก่อนมีจะลมวูบใหญ่พัดมาจากด้านหลังของทั้งสอง มันช่างเหมาะเจาะเสียจริง
“เวรแล้วไหมล่ะ คุณหนู! กลับเถิดเ้าค่ะ”
“กลิ่นกระไรหอมแท้ ผการึ?!”
“มีผกาออกมาเที่ยวเตร็ดเตร่ยามค่ำคืนเช่นนี้ด้วยรึ?”
เสียงแตกฮือของเหล่าธราที่ยืนเชียร์มวยอยู่ทางใต้ลมต่างก็แหงนหน้าสูงเพื่อให้จมูกได้สูดดมกลิ่นผกาได้เต็มที่ก่อนจะหันมาเจอต้นทางของกลิ่นที่กำลังยืนทำหน้าหวาดกลัวตัวแข็งทื่ออยู่ทางด้านเหนือลม
“ผกางามออกมาเตร็ดเตร่ผู้เดียวเช่นนี้มิกลัวดอกหรือจ๊ะ”
“ให้ข้ากลับไปส่งที่บ้านเถิดหนา”
“หอมเยี่ยงนี้ข้าขอดอมดมให้เต็มอกสักทีสองทีได้หรือไม่”
“ไอ้พวกไพร่! มึงรู้หรือไม่ว่านี่คือคุณหนูดรุณลูกของนายบ่อนทองขาว หากพวกมึงทำกระไรเธอล่ะก็ พวกมึงมิได้ผุดได้เกิดอีกเป็แน่”
ชุ่มะโเข้ามาขวางเ้านายไว้พลางะโก่นด่าเสียงดังลั่นเรียกให้ผู้คนบริเวณนั้นหยุดมุงดูก่อนจะเริ่มโกลาหลมากขึ้นกว่าเดิมเพราะเม็ดเหงื่อแห่งความหวาดกลัวที่ผุดออกมาจากร่างของผกายิ่งส่งกลิ่นเรียกเหล่าธราและภมรให้มาดอมดมมากยิ่งขึ้น
“อีทาสนี่!คุณหนูกระไรจะมาแต่งตัวเป็ทาสเยี่ยงเอ็งวะ?! ซ้ำข้าก็มิเคยได้ยินว่านายบ่อนมีลูกเป็ผกาถอยไป!”
“เกิดกระไรขึ้นรึลุงหวัง ฉันได้กลิ่นผกาั้แ่ยังมิหมดยกแรก”
อินทรีที่กำลังพักยกอยู่เห็นพวกชาวบ้านกรูออกจากบริเวณไปมุงอยู่อีกฟากจึงถามขึ้นด้วยความสงสัยเขาก็เกือบจะพลาดท่าไอ้เอี้ยงอยู่ทีเดียวถ้าเสียงเคาะหมดยกไม่ดังขึ้นเสียก่อนภมรที่ไวต่อกลิ่นผกาแบบเขานั้นเพียงแค่มีผกาที่ไม่ได้อยู่ใน่ตกไข่อยู่ในระยะ100 เมตร เขาก็ได้กลิ่นอยู่ดี
“ผกาจริงๆนั่นแหละจ้ะพี่อินทรี มีหวังไม่รอดแท้หอมมมม! ถึงเพียงนี้จะโดนฉุดก็มิแปลกดอกออกมาเที่ยวเตร่ดึกๆผู้เดียว อะ อ้าว! จักไปที่ใดจ๊ะ”
ยังไม่ทันที่ไอ้มั่นหลานของลุงหวังจะพูดจบประโยคอินทรีก็กระโจนออกไปโดยไม่บอกกล่าวอะไรสักคำทำเอาตากับหลานที่กำลังเคลิ้มกับกลิ่นผกาอยู่ก็พลอยใได้สติกันทั้งคู่
ถึงแม้จะเป็ภมรเขาก็ไม่เคยเลยที่จะทำร้ายผกาเพศรองพิเศษและหายากอย่างพวกเขายิ่งจะต้องรักใคร่และช่วยเหลือกันและกันมากกว่าที่จะต้องมารังแกกันแบบนี้
“ปล่อยนางเถิด”
ร่างหนากระโจนเข้ามาขวางดรุณไว้กลิ่นหอมของบุหงาส่าหรีโชยออกมาเบาๆทำให้ผกาที่พึ่งหายจากตกไข่และธราสาวแทบจะคุมสติไม่อยู่
“มึงหลีกไปเสียดีกว่าอ้ายอินทรีมึงเห็นรึไม่ว่าพวกกูมีกันกี่ตีน”
“ใช่!/ใช่ ๆ!”
“จักมีกี่ตีนก็ช่างเถิดจ้ะ ปล่อยนางไปเถิด”
“อีผกานี่มันต้องเจอดี กล้าดีเยี่ยงไรมาทำให้ผัวของพวกข้ามีกำหนัด!”
“ใช่ๆอยากได้ผัวจนตัวสั่นจึงต้องออกมาหาล่อลวงผัวผู้อื่นยามดึกเยี่ยงนี้รึ!”
เหล่าธาายหญิงต่างก็พร้อมใจกันกรูเข้าหาผกาอย่างเอาเป็เอาตายต่างก็ไม่มีใครยอมใคร อีกฝ่ายอยากจะรุมทึ้งเพราะความกำหนัด ส่วนอีกฝ่ายก็อยากจะรุมทึ้งเพราะมาล่อลวงสามีของตน
“ถ้าพวกเอ็งกล้าก็ตามมาเถิด! แม่!...ตามข้ามา”
มือหนาที่พันล้อมไปด้วยเชือกเปื้อนเืของคู่เปรียบมวยคว้าเอาข้อมือเล็กไว้แน่นพลางฉุดกระชากให้วิ่งตามเขาออกไปยังนอกบริเวณวัดก่อนจะพาลัดเลาะไปยังสวนตาลที่รายล้อมไปด้วยคูคลอง
“วิ่งช้าเสียจริง เดี๋ยวพวกมันก็ตามกลิ่นกันมาได้ดอก”
“ว๊าย! ปละ ปล่อยข้านะข้ากลัวตก”
อินทรีอุ้มดรุณขึ้นด้วยท่าเ้าสาวก่อนจะออกวิ่งตัวปลิวจนชุ่มวิ่งตามหลังมาแทบไม่ทัน ดวงตากลมโตของผกาหลับปี๋เพราะกลัวความสูงแขนเรียวคล้องคอหนาไว้แน่นเพื่อกันตก
“ตกรึ? ตัวเบากว่าคันไถนาที่ข้าเคยแบกเสียอีกเอ้า! ถ้ากลัวตกก็กอดข้าไว้แน่นๆเสีย”