เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

เล่มที่ 11 ตอนที่ 307 : ถนนไนต์คลับ

        หลังจากที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนเจินซิ่วที่ร้านแผงลอยของเธอมานานแล้ว หยางเฉินก็คิดจะไปหาน้องสาวคนนี้บ้าง อย่างน้อยเจินซิ่วก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่น่าสงสารมาก แต่เธอก็ยังคงมุมานะมาโดยตลอด ทำให้หยางเฉินรู้สึกชื่นชมเธอขึ้นมาจากใจ

        ชายหนุ่มขับรถมาถึงถนนเล็กๆ ภายในเมือง แผงลอยมากมายตั้งขายของอยู่ริมทาง ภายใต้อากาศในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ อาหารร้อนๆ มากมายถูกวางเรียงรายเอาไว้ด้านหน้าร้านค้า เนื่องจากมันเป็นสินค้าขายดีที่สุดในขณะนี้

        หยางเดินมาหยุดอยู่ตรงมุมหนึ่งที่มีหญิงสาวร่างเล็กสวมชุดสีน้ำตาลที่ดูล้าสมัย เจินซิ่วสวมหมวกไหมพรมสีขาว กำลังตั้งใจทำอาหารอยู่บนรถเข็นขนาดเล็กของเธออย่างกระตือรือร้น 

        ภายในแผงลอยข้างๆ เธอ มีคนกำลังนั่งกินขนมไหว้พระจันทร์อยู่ห้าถึงหกคน

        หยางเฉินไม่รู้สึกเป็นกังวลกับคนพวกนี้นัก อย่างมากพวกเขาก็แค่มานั่งกินในร้านเท่านั้น ไม่ได้มาหาเรื่องเด็กสาว ทำให้หยางเฉินปล่อยผ่านพวกเขาและเดินเข้ามาในร้านอย่างสบายใจ เจินซิ่วมองดูรายการอาหารบนโต๊ะอยู่สักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามอง ทันทีที่เธอเห็นหยางเฉิน เด็กสาวก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

        “พี่ใหญ่หยางมาหาฉันที่นี่ได้ยังไง? ตอนนี้ก็ใกล้มืดแล้วนะคะ”

        “อะไรกัน? ทำไมพี่จะมาหาน้องสาวเจินซิ่วไม่ได้บ้างเหรอ ตอนนี้ยังไม่ดึกสักหน่อย” หยางเฉินยิ้ม เขานั่งลงบนเก้าอี้อย่างสบายใจ

        เจินซิ่วหน้าแดงเล็กน้อย “อืม... ถ้าพี่สาวรั่วซีไม่อยู่ล่ะก็ พี่คงคิดจะแกล้งฉันจริงๆ สินะ”

        “จะเป็นแบบนั้นได้ไง พี่แค่อยากมาหาอะไรกินเล่นเท่านั้นเอง” หยางเฉินกล่าวพลางชี้นิ้วไปที่ข้าวผัดหมูในเมนูของร้าน

        เจินซิ่วห่อปากก่อนจะพูดขึ้น “ข้าวผัดหนึ่งชาม 20 หยวน ห้ามติดไว้ก่อนด้วย”

        หยางเฉินยิ้ม ก่อนจะกระแอมไอออกมาเล็กน้อย “แน่นอนอยู่แล้ว แค่ 20 หยวน ทำไมพี่จะจ่ายไม่ได้ล่ะ”

        “พี่ก็รู้ว่าฉันบ้าเงิน” เจินซิ่วหัวเราะออกมา “ตอนนี้อากาศหนาวขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ฉันต้องรีบหาเงินจ่ายค่าไฟกับค่าน้ำของบ้านเช่า นอกจากนี้ยังเก็บเงินที่เหลือเอาไว้เป็นค่าเล่าเรียนด้วย”

        หยางเฉินฟังสิ่งที่เด็กสาวพูดไปเรื่อยๆ พลางตักข้าวกินไปด้วย เขากล่าวขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก

        “วันนี้อากาศร้อนนิดๆ แต่พอตกกลางคืนก็คงจะกลับมาหนาวเหมือนเดิม บางทีพวกของร้อนคงจะขายดีล่ะสิ”

        เจินซิ่วยิ้ม “แน่นอน ใครจะมากินน้ำเย็นในช่วงฤดูหนาวบ้างล่ะ”

        “เจินซิ่ว” หยางเฉินกลืนอาหารลงท้อง ก่อนจะพูดกับหญิงสาว “เธอยังเป็นแค่เด็กอายุ 18 ปีเท่านั้น ถ้าปกติล่ะก็ ช่วงวัยนี้มักจะอยู่ในช่วงมัธยมเตรียมขึ้นมหาวิทยาลัย เธอเป็นเด็กฉลาด ทำไมถึงไม่คิดเรียนแบบระบบเปิดล่ะ? เธอสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ได้อยู่แล้ว ถ้าเธอต้องการล่ะก็ พี่สามารถให้เธอยืมเงินก่อนก็ได้นะ หลังจากที่เรียนจบและมีงานทำแล้วเธอค่อยเอาเงินมาคืนพี่ก็ได้”

        เจินซิ่วฟังอย่างใจเย็น เธอหันไปผัดขนมไหว้พระจันทร์บนกระทะ แต่ก็ไม่ได้ตอบหยางเฉิน

        หยางเฉินขมวดคิ้ว “หรือบางทีเธออาจจะกลัวการเรียน? หากเธอคิดอย่างนั้นล่ะก็ มันไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย ครอบครัวเธอมีความรู้พื้นฐานวิทยาศาสตร์และภาษาต่างประเทศเป็นอย่างดี ต่อให้ภาษาจีนไม่ใช่ภาษาแม่ของเธอก็ใช้มันได้อย่างคล่องแคล่ว ถ้าเธอได้ลงเรียนพื้นฐานสักนิดล่ะก็ แค่หกเดือนก็สามารถเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว”

        เจินซิ่วหยุดผัดขนมไหว้พระจันทร์บนกระทะ ลมหนาวพัดปะทะใบหน้าสวยของเธอจนผมปลิวไสวไปมา เจินซิ่วยิ้มออกมาให้หยางเฉินเล็กน้อย

        “ขอบคุณนะพี่ใหญ่หยาง แต่ฉันไม่อยากสร้างปัญหาให้กับพี่จริงๆ ตอนนี้ฉันอยากจะทำธุรกิจเล็กๆ เท่านั้น แค่นี้มันก็พอให้ฉันมีกินไปวันๆ แล้ว” เจินซิ่วดึงหมวกไหมพรมลงมา “ฉันก็แค่อยากลองยืนด้วยขาของตัวเองเท่านั้น...”

        หยางเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “เธอคิดอย่างนั้นจริงๆ? ถ้าวันนั้นฉันไม่เจอเธอบนรถเมล์ล่ะก็ ป่านนี้เธอจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ ติดคุก? หรือติดยา? เธอคิดว่าฉันสามารถปล่อยเธอไปง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ? เธอคิดว่าแค่ขายของธรรมดาไปวันๆ จะทำให้เธอมีกิน? หรือเธอคิดจะขายขนมไหว้พระจันทร์ไปตลอดชีวิตกัน?”

        เจินซิ่วหน้าซีดขาว เธอกัดริมฝีปากตัวเอง ไม่อาจพูดอะไรออกมา ในเวลาเดียวกันเสียงหญิงสาวที่ดูคุ้นเคยก็ดังมาจากด้านข้าง

        “เจินซิ่ว ฟังคนคนนี้พูดก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะ เขาพูดถูก เธอไม่สามารถทำแบบนี้ไปได้ตลอดหรอก”

        หยางเฉินหันหน้าไปทางต้นเสียงพร้อมกับเจินซิ่ว หญิงสาวเจ้าของเสียงเดินเข้ามา เธอสวมเสื้อสีกาแฟเข้ากับชุดแฟชั่นฤดูหนาว การแต่งกายที่ดูสูงส่งและงดงามช่วยขับเสน่ห์ของเธอออกมา ผมสั้นประบ่าพัดปลิวไปตามแรงลงยามค่ำคืนเข้ากับใบหน้ารูปไข่ ดวงตาเรียวแฝงความมั่นคงเอาไว้ เธอคือไช่เอี๋ยนนั่นเอง

        “พี่สาวไช่ ทำไมพี่ถึงมา...” เจินซิ่วยิ้มอย่างอายๆ เธอรู้สึกแปลกใจกับการมาถึงของไช่เอี๋ยน

        ไช่เอี๋ยนมองหยางเฉินและเจินซิ่วด้วยสายตาซับซ้อนก่อนจะกล่าวขึ้น

        “ถึงหมอนี่จะพูดจาไร้สาระและชอบก่อความวุ่นวาย แต่ที่เขาพูดเรื่องการเรียนต่อของเธอนั้นก็มีเหตุผล ถ้าเธอพยายามจริงๆ ล่ะก็ ต่อให้เป็นมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงเธอก็สามารถเข้าได้ นอกจากนี้พี่ยังได้ยินมาว่าเธอจบมัธยมปลายมาด้วยคะแนนสูงด้วยไม่ใช่เหรอ”

        หยางเฉินมองไช่เอี๋ยนด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เขาเอ่ยถาม

        “สารวัตรไช่ คุณสนิทกับเจินซิ่วด้วยเหรอครับ?”

        “ทำไมฉันจะสนิทกับเด็กคนนี้บ้างไม่ได้ ขนาดนายยังกลายเป็นพี่ชายเจินซิ่วได้ แล้วทำไมฉันจะเป็นพี่สาวให้เธอไม่ได้บ้างล่ะ?” ไช่เอี๋ยนกล่าวด้วยความหงุดหงิด

        หยางเฉินตักข้าวเข้าปากช้าๆ ก่อนจะพูดพร้อมทั้งยิ้มออกมา “ผมแค่คิดว่ามันแปลกเล็กน้อย ปกติสารวัตรไช่ออกจะยุ่งเสียขนาดนั้นแท้ๆ ไม่คิดเลยว่าคุณจะมีเวลามาเยี่ยมเยี่ยนเจินซิ่วถึงที่ด้วย?”

        เจินซิ่วรีบอธิบายให้หยางเฉินฟัง “คืออย่างนี้นะพี่ใหญ่หยาง พี่ไช่ดีกับฉันมากจริงๆ หลังจากครั้งนั้นเธอก็ช่วยดูแลฉันมาตลอด เธอยังช่วยฉันจัดการพวกอันธพาลให้ไม่มารังแกฉันอีกด้วย”

        หยางเฉินเลิกคิ้วด้วยความสนใจ “โชคดีจริงๆ ที่พี่สาวไช่คนนี้เป็นผู้หญิง ถ้าเธอกลายเป็นผู้ชายล่ะก็ พี่อาจคิดว่าพี่สาวคนนี้ของเธอคิดจะมาจีบเจินซิ่วก็เป็นได้”

        “นายคิดว่าฉันทำงานตลอดทั้งวันหรือไง แล้วไอ้ประโยคท้ายๆ นั่นมันอะไร อยากไปสถานีตำรวจอีกรอบใช่มั้ย?” ไช่เอี๋ยนกัดฟันกล่าว

        หยางเฉินยิ้ม เขารู้ว่าถึงผู้หญิงคนนี้จะขี้โมโห แต่เธอก็เป็นคนที่จริงใจมากที่สุดคนหนึ่ง บางทีไช่เอี๋ยนอาจเป็นคนที่รู้จักเจินซิ่วมาก่อนเขานานมากก็เป็นได้ คงไม่แปลกที่เธอจะสนิทกับเจินซิ่วถึงขนาดนี้

        “ถ้างั้นผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมแค่อยากแหย่คุณเล่นเฉยๆ น่ะ เห็นได้ชัดว่าคุณเองก็เป็นคนดีคนหนึ่งนะ รั่วซีเองก็มีเพื่อนแบบคุณ ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงเป็นผู้หญิงที่ดีแบบนี้”

        “ใช่แล้วล่ะ พี่สาวไช่เป็นคนดีมากๆ จริงนะ” เจินซิ่วรีบกล่าวสมทบ

        ไช่เอี๋ยนฟังหยางเฉินพูดไปเรื่อยๆ แต่จู่ๆ เธอก็ถูกเขาชม ทำให้ไช่เอี๋ยนหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยก่อน จะหันหน้าหนีอย่างรวดเร็ว

        “รู้ว่าตัวเองผิดก็ดีแล้ว ครั้งนี้ฉันจะไม่ถือสานายก็แล้วกัน”

        หยางเฉินยิ้มพร้อมทั้งหัวเราะออกมาเบาๆ เขาหันไปพูดกับเจินซิ่ว “เจินซิ่ว อย่าลืมเรื่องที่พี่พูดไปเมื่อกี้ล่ะ”

        เจินซิ่วลังเล เธอตอบหยางเฉิน “พี่ใหญ่หยาง เรื่องนี้ฉันต้องคิดให้รอบคอบอีกครั้ง... ขอเวลาให้ฉันคิดสักสองวันเถอะค่ะ”

        “ไม่มีปัญหา” หยางเฉินกล่าว “มีอีกเรื่อง เธอจำคำพูดที่รั่วซีเคยบอกกับเธอไว้ก่อนหน้านี้ได้หรือเปล่า?”

        เจินซิ่วรีบตอบกลับอย่างรวดเร็ว “จำได้ค่ะ พี่รั่วซีบอกให้ฉันกลับไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบ้าง ส่วนพี่ก็บอกว่าจะเป็นคนพาฉันกลับไปเอง”

        “ลองกลับไปตัดสินใจดู ถ้าวันพรุ่งนี้เธอตกลงล่ะก็ พี่จะพาเธอไปซื้อของขวัญให้เด็กๆ และเจ้าหน้าที่ภายในสถานรับเลี้ยง” หยางเฉินกล่าว

        เจินซิ่วเงยหน้ามามองด้วยความแปลกใจ “พี่จะให้ฉันเลือกของขวัญเหรอ?”

        “ก็ใช่น่ะสิ พรุ่งนี้ 9 โมงเช้า ฉันจะขับรถมารับเธอที่นี่ จากนั้นเราก็จะไปซื้อของขวัญไปแจกที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า” หยางเฉินกล่าว

        เจินซิ่วรู้สึกตื่นเต้น เธอรีบพยักหน้า “ขอบคุณค่ะพี่ใหญ่หยาง”

        เมื่อได้ยินดังนั้นไช่เอี๋ยนก็ถามขึ้น “ให้เจินซิ่วไปกับนาย? ทำไมถึงไม่พารั่วซีไปด้วย?”

        “คุณก็รู้ว่าเธอมักยุ่งอยู่กับงาน อีกอย่างผมแค่พาเจินซิ่วไปซื้อของขวัญเอง” หยางเฉินลูบหัวเจินซิ่วไปมา “พรุ่งนี้ฉันจะมารับเธอตอนเช้า อย่านอนตื่นสายล่ะ”

        “พี่หยาง ฉันไม่ได้ขี้เกียจขนาดนั้นนะ” เจินซิ่วทำแก้มป่องด้วยความโกรธ

        ไช่เอี๋ยนเห็นหยางเฉินกำลังจะจากไป เธอรีบเอ่ยขัดขึ้น “เดี๋ยวก่อน ฉันมีเรื่องจะพูดกับนาย”

        หยางเฉินหันกลับมาตอบไช่เอี๋ยน “เรื่องอะไรเหรอครับ?”

        “ครั้งก่อนที่ฉันไปบ้านรั่วซี ฉันลืมกระเป๋าเอาไว้ นายช่วยเอามาให้ฉันหน่อยได้หรือเปล่า?” ไช่เอี๋ยนถาม

        หยางเฉินจำได้ว่า วันนั้นไช่เอี๋ยนมาหารือกับหลินรั่วซีเรื่องเกากัวเซียง แต่ดูเหมือนว่าหลังจากที่คุยกันเสร็จแล้ว เธอจะลืมกระเป๋าของตัวเองเอาไว้ที่บ้านของหลินรั่วซี

        หยางเฉินคิดว่าไม่มีเหตุอะไรต้องปฏิเสธคำขอเล็กๆ น้อยๆ ของไช่เอี๋ยน เขาจึงพยักหน้าตอบเธอ

        “ไม่มีปัญหา ถ้าพรุ่งนี้คุณมีเวลาว่างผมจะโทรไปหาคุณอีกทีก็แล้วกัน”

        “ขอบคุณ” ไช่เอี๋ยนกล่าวอย่างมีความสุข เธอยิ้มออกมาก่อนจะบอกลาหยางเฉิน จากนั้นก็เดินหายไปในความมืดยามค่ำคืน

        เจินซิ่วเฝ้ามองการพูดคุยทั้งสองคนก่อนจะรู้สึกถึงบางอย่างที่ปกติ เด็กสาวจึงถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้อีกครั้ง

คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน