หลังจากการตกแต่งปรับปรุงอารามแห่งใหม่สำเร็จลุล่วงแล้วกงเชาก็ขออนุญาตนักพรตจูเิพาเสี่ยวหยี่ไปในเมืองพวกเขารีบตื่นแต่เช้าเดินทางไปรอให้ประตูเมืองเปิด
“ศิษย์พี่รองข้าต้องไปดูย่านที่มีจวนขุนนางใหญ่เ้าค่ะ”
“เ้าว่าในฝันพวกเขาเรียกเ้าว่าท่านหญิงหรือ?”
“เ้าค่ะ”
“ตำแหน่งเช่นนั้นน่าจะเป็พวกเชื้อพระวงศ์นะ”
“พวกเราลองมองหาบัณฑิตแล้วสอบถามพวกเขาดูจะดีกว่า”
คนทั้งสองจึงไปยังโรงน้ำชาเล็กๆริมถนน เมื่อเดินเข้าไปก็พบบัณฑิตหลายคนกำลังนั่งสนทนากันถึงผลการสอบที่เพิ่งผ่านพ้นไป
“รอบนี้พวกที่สอบได้ส่วนใหญ่ก็เป็บัณฑิตจากสถาบันเค่อเฉิงอยู่เช่นเดิมสถาบันที่เพิ่งเปิดใหม่ในเมืองฉู่จิ้งก็สร้างผลงานได้ไม่น้อยเห็นทีปีนี้ข้าคงต้องไปลองสอบเข้าเค่อเฉิงดูสักหน่อย หากได้เล่าเรียนปีหน้าท่านพ่อท่านแม่ก็จะไม่ต้องคอยไล่ตีข้าอย่างปีนี้อีก”
“เ้ายังดีเพิ่งสอบปีแรกข้านี่สิ สอบมาสามปีแล้วหากปีหน้ายังสอบไม่ได้ท่านพ่อบอกว่าจะไล่ข้าไปหัดทำนากับพวกบ่าวรับใช้ในนานอกเมือง”
“ฮ่าๆฮ่าๆ ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าข้าเคราะห์ดีสุด แม้จะสอบไม่ได้ท่านพ่อก็ยังเลี้ยงปลอบใจ”
เสี่ยวหยี่ได้ยินก็ส่ายหน้า‘ล้วนเป็บัณฑิตที่ล้มเหลวหากข้าถามไปพวกเขาจะรู้เื่หรือนี่?’
วันนี้กงเชากับนางแต่งกายด้วยชุดธรรมดาเพราะเกรงว่าพวกที่เคยซื้อเครื่องรางด้วยจะจำได้เสี่ยวหยี่ร้อนใจอยากจะเข้าในเมืองหลวงเพื่อมาสืบหาจวนในฝันของนางเร็วๆทว่านักพรตจูเิได้ห้ามปรามไว้ เขาขอให้เสี่ยวหยี่รอจนพวกบัณฑิตสอบเสร็จเสียก่อนเผื่อว่าหลายคนที่พลาดหวังเกิดพาลตามหาพวกเขาเพื่อระบายโทสะจะได้เดินทางกลับบ้านไปเสียก่อน
ผ่านไปสามวันเหล่าบัณฑิตที่เดินทางมาจากต่างเมืองก็ทยอยเดินทางกลับทำให้บุรุษในชุดบัณฑิตที่เคยเห็นมากมายตามท้องถนนเริ่มบางตา
“โรงน้ำชานี้ดูท่าจะไม่มีลูกค้าเรานะ”
“แน่ล่ะศิษย์พี่รองดูสิ คนพวกนี้ล้วนแต่ไม่มีหวังจะสอบได้ั้แ่ต้นพวกเขาจะควักเงินซื้อเครื่องรางไปทำไม? ข้าดูท่าทางก็คงจะมีแต่คนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ”
กงเชาหัวเราะยกมือขึ้นยีหัวศิษย์น้องเบาๆ “เ้าช่างประทดประเทียดนักถึงอย่างไรปีหน้าพวกเขาก็คงมาสอบอีกไม่แน่ว่าอาจจะกลายมาเป็ลูกค้าของเราในปีหน้า”
เสี่ยวหยี่เบะปากนางไม่คิดจะอยู่เป็นักพรตน้อยนอกรีตไปจนถึงปีหน้าหรอกนะนางอยากจะหาทางฟื้นความทรงจำและกลับบ้านเสียที
กงเชาทำหน้าที่เข้าไปสอบถามแม้บัณฑิตพวกนั้นจะดูไม่เอาไหนแต่พอถามถึงเื่จวนของเชื้อพระวงศ์พวกเขากลับตอบได้อย่างคล่องแคล่วกงเชาออกมาจากโรงน้ำชาก็เล่าให้เสี่ยวหยี่ฟังสองพี่น้องจึงจูงม้าเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอยเพื่อไปดูแต่ละจวนตามที่บัณฑิตพวกนั้นบอก
“หากเป็อย่างที่เ้าว่าเราก็ควรไปดูที่จวนเชื้อพระวงศ์ระดับโหว ซึ่งในเมืองิมีอยู่หลายจวนด้วยกัน”
เส้นทางที่จะไปยังจวนโหวแห่งแรกพวกเขาเดินลัดเลาะผ่านไปใกล้โรงน้ำชาที่มีบัณฑิตยืนออกันเต็มด้านหน้า
“ศิษย์พี่รองตรงนั้นมีบัณฑิตยืนอยู่เต็มเลยเ้าค่ะ พวกเราเข้าไปดูสักหน่อยเถิด”เสี่ยวหยี่ชี้ไปยังคนกลุ่มใหญ่
“ไปดูกัน”
เมื่อเดินเข้าไปใกล้จึงได้เห็นป้ายขนาดใหญ่เขียนไว้ว่าโรงน้ำชานกกระจิบคนทั้งสองหันมาสบตากัน
“นั่นสำนักข่าวนกกระจิบที่ศิษย์พี่ใหญ่พูดถึงใช่ไหมเ้าคะ?”
“ใช่! คงจะเป็ที่นี่ที่รับสืบข่าว”
“ศิษย์พี่รองท่านลองไปสืบถามราคาดูเ้าค่ะ”
กงเชารีบเข้าไปติดต่อสอบถามถึงการจ้างนักสืบเมื่อบอกรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลที่จะให้สืบหาแล้วเ้าหน้าที่โต๊ะด้านหน้าก็ถึงกับส่ายหน้า
“เ้าจะให้สืบหาคนที่หายไปจากแคว้นเหลียนรู้เพียงชื่อแซ่ ก็คงต้องว่าจ้างคนให้วาดรูปนางออกมาก่อนจะได้ง่ายขึ้นข้าแนะนำให้เ้าไปที่สำนักพู่กันทองเพื่อว่าจ้างให้เขาวาดรูปน้องสาวของเ้าออกมาก่อนแล้วค่อยมาว่าจ้างพวกเราสืบข่าวนะ เบื้องต้นค่าจ้างสามสิบตำลึงหากหาตัวยากค่าจ้างจะเพิ่มขึ้นไปอีกตามค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น”
กงเชาพยักหน้ารับเขารู้สึกมีความหวังเพราะในสาบเสื้อยังมีเงินส่วนแบ่งที่ได้จากเสี่ยวหยี่ถึงสามร้อยตำลึง
“เราไปดูจวนโหวก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมาสำนักพู่กันทองก็แล้วกันเ้าค่ะ” เสี่ยวหยี่รู้สึกดีใจแทนกงเชาที่มีความหวังว่าจะตามหาน้องสาวเจอแม้อาจจะใช้เงินมากสักนิด “ท่านยังดีที่จดจำหน้าตาคนในครอบครัวได้ แต่ข้านี่สิไม่อาจจดจำคนในครอบครัวได้แม้สักคน”
กงเชาลูบแขนเด็กหญิงเพื่อปลอบใจ“ข้าเชื่อว่าสักวันเ้าจะต้องนึกออก พวกเราไปตามหาจวนโหวกันเถอะ”
จินวั่งซูกับไป๋ซิงซวี่นั่งรถม้ามาด้วยกันนักสืบหนุ่มแหวกผ้าม่านหน้าตารถม้าออกดูผู้คนตอนใกล้จะถึงสำนักข่าวจึงได้เห็นสองพี่น้องนักพรตที่เดินจูงม้าผ่านหน้าไป
“นั่นมันนักพรตน้อยนี่”
จินวั่งซูรีบชะโงกหน้าออกไปดูด้วย“เ้าหมายถึงเ้าหนุ่มนั่นน่ะหรือ?”
“มิได้ขอรับเด็กหญิงคนนั้นต่างหาก วันนี้นางแต่งตัวธรรมดาข้าเกือบจำไม่ได้ตอนที่นางขายเครื่องรางแต่งตัวเป็นักพรตน้อย อธิบายทุกอย่างได้อย่างไม่ติดขัดนับว่าเป็เด็กที่ฉลาดเกินวัยมากเลยทีเดียวหน้าตาผิวพรรณดูเหมือนลูกผู้มีอันจะกินจนข้าไม่เชื่อว่านางจะเป็ศิษย์นักพรตนอกรีตคนนั้น”
“ไม่ใช่ว่านางเป็เด็กถูกลักตัวมาหรอกนัก?”
“ไม่นี่ขอรับนางดูสนิทสนมรักใคร่กับหนุ่มน้อยคนนั้นมาก ได้ยินนางเรียกว่าศิษย์พี่รอง”
“เ้าพูดอย่างนี้ข้าชักอยากรู้แล้วสิว่า พวกเขากำลังจะพากันไปที่ใด?”
จินวั่งซูชวนไป๋ซิงซวี่ลงจากรถม้าและสะกดรอยสองพี่น้องนักพรตไปห่างๆยิ่งตามก็ยิ่งแปลกใจเพราะคนทั้งสองไปหยุดยืนที่หน้าประตูใหญ่จวนโหว คนทั้งสองพยายามมองเข้าไปข้างในตอนที่ประตูใหญ่ถูกเปิดออก
เด็กหญิงตัวน้อยชะเง้อชะแง้เหมือนมองสำรวจแล้วก็หันไปพูดกับชายหนุ่มข้างๆนางยืนดูอยู่หลายครั้งไม่นานก็หันมาส่ายหน้า แล้วพวกเขาก็เดินต่อไปอีก
“สองคนนั่นเดินไปหยุดแอบมองเฉพาะจวนของท่านโหวนี่เป็จวนที่สามแล้ว พวกเขากำลังหาอันใด?”
“คงไม่ใช่มาดูลาดเลาเพื่อคิดจะปล้นหรือเข้ามาขโมยของหรอกนะ”
*********************************
ไรท์แนะนำ...ซีรีย์กลรัก...แนวอีโรติก วางจำหน่ายทาง mebmarket.com แล้ว 2 เล่ม กำลังเขียนเล่มสุดท้ายค่ะ
