หลังจากกลับมาจากลานด้านหลัง หลิวเสี่ยวเหมยก็เก็บตัวอยู่ในห้องอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าของนางยังคงมีสีแดงระเรื่อ และดวงตาที่เคยใสซื่อก็ฉายแววของความสับสนและความตื่นเต้นที่เพิ่งค้นพบใหม่ นางนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แต่ไม่ได้สนใจหวีผมหรือทาแป้งฝุ่นเลยแม้แต่น้อย ในใจของนางเต็มไปด้วยภาพของเหลียงฟู ร่างกายที่แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยเหงื่อไคลของเขาเป็เหมือนภาพวาดที่นางไม่สามารถลบออกจากความทรงจำได้
เสี่ยวหง สาวใช้คนสนิทผู้มีอัธยาศัยดีและช่างสังเกต เข้ามาในห้องพร้อมกับถาดน้ำชา นางวางถาดลงอย่างเบามือและสังเกตเห็นความผิดปกติของคุณหนูทันที เสี่ยวเหมยดูเหม่อลอยและกระสับกระส่ายผิดจากปกติ
“คุณหนูขา” เสี่ยวหงกระแซะเข้ามาใกล้ “วันนี้คุณหนูดูแปลก ๆ ไปนะคะ เหมือนมีความลับอะไรซ่อนอยู่เลยน้า… บอกเสี่ยวหงหน่อยสิคะ”
เสี่ยวเหมยทำเป็วางท่า “โอ๊ย! ไม่มีอะไรหรอกเสี่ยวหง ข้าก็แค่… แค่รู้สึกร้อนนิดหน่อยเท่านั้นแหละ” นางพยายามทำเสียงให้ดูเป็ผู้ใหญ่ แต่ก็ยังแฝงความตื่นเต้นไว้ไม่มิด
เสี่ยวหงทำตาโต “ร้อนเหรอคะ? แต่ข้างนอกอากาศเย็นสบายจะตายไป! คุณหนูอย่ามาโกหกเสี่ยวหงเลยค่ะ! หรือว่าคุณหนูแอบไปทำอะไรซุกซนที่สวนมาอีกแล้วคะเนี่ย?”
เสี่ยวหงเดินเข้าไปใกล้คุณหนู และเริ่มช่วยนางปลดชุดด้านนอกออกอย่างช้า ๆ ขณะที่ปลดผ้าแพรที่พันรอบอกออก สายตาของเสี่ยวหงก็จับจ้องไปยังสัดส่วนที่เริ่มผลิบานของคุณหนู ร่างกายของคุณหนูหลิวเสี่ยวเหมยนั้นเติบโตอย่างรวดเร็วใน่ปีที่ผ่านมา หน้าอกที่เริ่มมีเนินเนื้อนูนเด่นออกมาอย่างน่ามอง เสี่ยวหงใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่เอวบางของคุณหนู “คุณหนูขา ตัวคุณหนูเริ่มมีส่วนโค้งส่วนเว้าแล้วนะคะ! แม้จะยังไม่ใหญ่เท่าของบ่าว แต่รูปทรงช่างน่ามองเหลือเกิน! มิน่าเล่าฮูหยินถึงได้ย้ำนักย้ำหนาให้คุณหนูระวังการแต่งกาย” เสี่ยวหงหัวเราะคิกคักอย่างสนิทสนม “บ่าวว่าคุณหนูต้องรีบซ่อนให้ดีๆ นะคะ ไม่อย่างนั้นพวกบ่าวชายจะมองกันตาเป็มันแน่ๆ”
เสี่ยวเหมยหน้าแดงก่ำขึ้นไปอีกเมื่อถูกล้อเลียนเื่รูปร่าง “เสี่ยวหง! เ้าพูดอะไรน่าอาย! ข้า… ข้าโตแล้วนะ!” นางพยายามทำเสียงดุ แต่ก็แฝงความเขินอายไว้ไม่มิด
เสี่ยวหงยิ้มอย่างรู้ทัน “ค่ะ ๆ คุณหนูโตแล้วค่ะ” เสี่ยวหงก็สังเกตเห็นว่าผิวของคุณหนูนั้นแดงก่ำกว่าปกติเล็กน้อย และการหายใจก็ดูเป็ปกติ ไม่ได้ติดขัดอย่างที่ควรจะเป็หากเหนื่อยล้าจากการตากแดด
“คุณหนูขา” เสี่ยวหงลดเสียงลงอย่างตื่นเต้น “บ่าวเห็นผิวคุณหนูแดงก่ำแบบนี้แล้วก็นึกถึงพี่ ๆ สาวใช้บางคนที่เคยไปที่เรือนของเหลาจางโถวเมื่อเดือนก่อน พวกนางก็มีสีหน้าแดงก่ำแบบนี้เหมือนกันเลยค่ะ แถมการหายใจก็ดูเป็ปกติ ไม่ได้เหนื่อยหอบเลยแม้แต่น้อย” เสี่ยวหงทำท่าครุ่นคิดอย่างจริงจัง “บ่าวว่ามันต้องมีอะไรแน่ ๆ เลยค่ะ!”
เสี่ยวเหมยหันมามองเสี่ยวหงด้วยแววตาที่ใเล็กน้อย “เ้าพูดอะไรของเ้าเสี่ยวหง ข้าแค่ไปดูดอกไม้เท่านั้นเอง” นางรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็วราวกับกลัวความลับจะถูกเปิดเผย
เสี่ยวหงถอนหายใจเบา ๆ นางรู้ดีว่าคุณหนูของนางยังคงไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจโลกภายนอกได้ทั้งหมด “คุณหนูขา บ่าวไม่ได้หมายถึงดอกไม้หรอกค่ะ บ่าวหมายถึง… คน”
เสี่ยวหงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา “คุณหนูจำได้ไหมคะ เมื่อเดือนที่แล้วบ่าวเคยแอบไปถามพี่ ๆ สาวใช้เรือนอื่น ๆ เกี่ยวกับเหลาจางโถว”
เสี่ยวเหมยขมวดคิ้ว “แล้วพวกนางว่าอย่างไรเล่า”
“พวกนาง… พวกนางหัวเราะคิกคักแล้วตอบบ่าวว่า ‘พอเ้าโตเป็สาวแล้วจะรู้เอง’ เ้าค่ะ” เสี่ยวหงตอบด้วยสีหน้าสับสน “บ่าวไม่เข้าใจเลยว่าหมายความว่าอย่างไร แต่บ่าวรู้สึกว่ามันต้องเป็เื่ที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกแปลก ๆ ที่คุณหนูกำลังเป็อยู่ตอนนี้แน่ ๆ เลยค่ะ”
เสี่ยวหงเห็นว่าคุณหนูไม่เชื่อ นางจึงได้แต่ถอนหายใจและไม่พูดอะไรต่อ แต่ในใจของนางก็ยังคงมีความอยากรู้อยากเห็นอยู่ไม่น้อย นางรู้ดีว่าความไร้เดียงสาของคุณหนูหลิวเสี่ยวเหมยกำลังจะนำพาความอยากรู้อยากเห็นบางอย่างมาสู่ตัวนางเอง
แต่แล้วเสี่ยวหงก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ หากคุณหนูไปที่ลานด้านหลังเพราะอยากเจอเหลียงฟูจริง ๆ และความสงสัยเกี่ยวกับเื่ราวของคนรับใช้ชายก็ยังคงอยู่ การให้คุณหนูได้อยู่กับเหลียงฟูตามลำพังอาจจะช่วยให้คุณหนูได้คลายความสงสัยและเข้าใจอะไรบางอย่างได้มากขึ้น
“คุณหนูขา” เสี่ยวหงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูมีแผนการ “บ่าวคิดว่าบ่าวมีวิธีที่จะช่วยให้คุณหนูคลายความสงสัยเกี่ยวกับเื่พวกนี้ได้นะคะ”
“วิธีอะไรหรือ” เสี่ยวเหมยถามด้วยความสนใจอย่างออกนอกหน้า
“พรุ่งนี้บ่าวจะหาข้ออ้างให้คุณหนูได้อยู่กับเหลียงฟูตามลำพังนะคะ” เสี่ยวหงกระซิบอย่างตื่นเต้น “บางที… การได้อยู่กับเขา อาจจะช่วยให้คุณหนูเข้าใจความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นนี้ได้มากขึ้นก็ได้ค่ะ เรามาช่วยกันหาคำตอบเื่นี้กันนะคะ!”
เสี่ยวเหมยหน้าแดงก่ำ นางไม่รู้ว่าเสี่ยวหงเข้าใจเื่ราวไปถึงไหนแล้ว แต่นางก็รู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสที่จะได้อยู่กับเหลียงฟูตามลำพังอีกครั้ง “เ้า… เ้าแน่ใจนะเสี่ยวหง”
“แน่ใจสิคะ!” เสี่ยวหงยิ้มอย่างมีเลศนัย “บ่าวจะช่วยคุณหนูเองค่ะ เรามาเป็นักสืบกันเถอะ!”