[เหวินเป่า]
[ห้องพยาบาล]
ผมกะพริบตาถี่เพื่อพยายามลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่หลากหลายเพราะเมื่อผมได้เห็นอาร์มกำลังนั่งกุมมือของผมอยู่ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใยนั้นมันทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะระบายยิ้มออกมาเบา ๆ ในขณะเดียวกันอาร์มเองเขาก็ส่งยิ้มหวานให้กับผมเหมือนกันและอาร์มยังสอดมือของเขาประสานเข้ากับมือของผมอย่างแนบแน่นอีกด้วย ก่อนที่เขาจะถามผมออกมาทั้งที่น้ำตายังคลอเบ้าอยู่
"เหวินเป่า? คุณเป็นยังไงบ้างครับ? คุณเจ็บตรงไหนรึเปล่าครับ?"
ผมเอื้อมมือของผมขึ้นไปเช็ดน้ำตาที่กำลังจะไหลนองผ่านสองแก้มใสให้กับอาร์มอย่างแผ่วเบาแล้วผมก็ตอบอาร์มกลับไปพร้อมรอยยิ้มที่จริงใจ
"ผมไม่เป็นไรครับ"
"แล้วเกิดอะไรขึ้นกับคุณครับทำไมอยู่ ๆ คุณถึงได้เป็นลมเอาง่าย ๆ แบบนั้นล่ะครับ"
อาร์มถามผมพร้อมกับขมวดคิ้วเป็นปมเหมือนกำลังกังวลเรื่องของผมผมจึงตอบเขากลับไปอย่างตรงไปตรงมา
"เอ่อ! ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับแต่พักนี้ผมรู้สึกว่าผมมักจะเวียนหัวอยู่บ่อย ๆ เวลาที่ต้องอยู่ในที่แคบ ๆหรือในที่ที่มีคนรุมล้อมเยอะ ๆแต่...ผมคิดว่า...บางทีผมอาจจะแพ้อากาศร้อนก็ได้ครับ"
"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะลงไปหาอะไรเย็นๆ ที่ศูนย์อาหารมาให้คุณดื่มนะครับ คุณจะได้รู้สึกดีขึ้น"
หมับ!!!
ผมคว้าข้อมือของอาร์มเพื่อรั้งเขาไว้ก่อนที่เขาจะเดินจากห้องพยาบาลไปแล้วผมก็ถามเขาออกไปอย่างออดอ้อนว่า
"อาร์ม? ให้ผมไปด้วยนะครับ"
"เอ่อ...คุณจะเดินไหวเหรอครับ?"
อาร์มมองผมด้วยสีหน้าและแววตาห่วงใยและผมก็ปลื้มมากจนหลุดลุคด้วยการหัวเราะและยิ้มกว้างออกมาทันทีก่อนที่ผมจะตอบเขากลับไปเบา ๆ
"หึ...เพื่ออาร์ม ผมสบายมากครับผมไหวอยู่แล้ว"
"ก็ได้ครับ"
อาร์มตอบผมพร้อมกับพยักหน้าและผมก็ตอบเขากลับไปด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง
"ขอบคุณครับ"
ผมยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจเมื่อผมรู้สึกว่าตอนนี้อาร์มได้เปิดใจให้กับผมบ้างแล้ว และผมก็ค่อย ๆ ยื่นมือของผมไปกุมมือของอาร์มไว้พอหลวมๆ ซึ่งเขาก็ไม่ได้มีท่าทีต่อต้านผมแต่อย่างใด ซ้ำเขายังมีท่าทางเขินอายผมด้วยซ้ำและผมก็คิดว่านี่เป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับความรักความสัมพันของเรา จากนั้นเมื่อผมก็เป็นฝ่ายฉุดมือของอาร์มให้เดินตามผมออกจากห้องพยาบาลไป
แต่อนิจจาโชคกลับไม่เข้าข้างผมเลยเพราะพอผมจูงมืออาร์มออกมาพ้นประตูห้องพยาบาล เหม่ยอิงก็ก้าวเข้ามายืนขวางทางเดินด้วยสีหน้าบึ้งตึงซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไรแต่ว่าเธอในขณะที่ผมกำลังจ้องหน้าของเธออย่างไม่เข้าใจเธอกลับหันไปจ้องหน้าอาร์มด้วยความไม่พอใจอยู่สักพักแล้วเธอก็เดินเข้ามาเกาะแขนของผม พร้อมกับเรียกผมออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
"เหวินเป่า"
เหม่ยอิงยื่นมืออีกข้างของเธอข้ามไปผลักอกของอาร์มให้ถอยออกห่างผมก่อนที่เธอจะโผเข้ามากอดครอบครองผมเอาไว้ทั้งตัวอย่างเต็มแรง
พรึบ!!!
แต่ตอนนี้ผมไม่ได้ห่วงตัวเองสักนิดเลยเพราะผมเป็นห่วงอาร์มมากกว่า เนื่องจากอาร์มกำลังยืนน้ำตาคลอจ้องมองดูเหม่ยอิงกอดผมอย่างแอบอิงอยู่ไม่ไกลเขายืนอยู่ห่างจากผมแค่เพียงช่วงแขนเท่านั้น
แต่ยิ่งอาร์มแสดงอารมณ์อ่อนไหวมากเท่าไหร่เหม่ยอิงก็ยิ่งกอดผมอย่างแนบแน่นมากขึ้นเหมือนเธอกำลังจงใจประชดอาร์มอยู่
ซึ่งผมก็ไม่ได้นิ่งดูดายผมพยายามแกะมือของเธอออกจากตัวของผมอยู่ตลอดเวลาเลยเหมือนกันแต่ดูเหมือนว่าเธอจะยิ่งเพิ่มแรงกอดกระชับผมแน่นขึ้นและแน่นขึ้น ก่อนที่เธอจะยื่นริมฝีปากสีแดงสดของเธอเข้ามาประทับลงบนริมฝีปากของผมเบาๆ แล้วเธอก็เริ่มทำทีเป็นออดอ้อนผมต่อหน้าของอาร์มต่อ
"เหวินเป่าขา? ขอบคุณนะคะที่คุณไม่เป็นอะไร คุณรู้ไหมว่าเหม่ยอิงเป็นห่วงคุณแทบแย่แน่"
"เหม่ยอิง? คุณมาได้ยังไงเนี่ยปล่อยผมได้แล้ว แล้วคุณมากอดผมไว้ทำไม ปล่อยผมสิ"
ผมตวาดเหม่ยอิงออกไปเบา ๆเพื่อเป็นการปราบเธอ แต่เธอก็ไม่สนใจที่จะฟัง เพราะเธอยังกอดและออดอ้อนผมอย่างต่อเนื่อง
"เหวินเป่าขา? เหม่ยอิงคิดถึงคุณนะคะ คุณรู้ใช่ไหมว่าเหม่ยอิงรักคุณมากน่ะ"
"ปล่อยผมได้แล้ว แล้วก็เลิกพูดบ้าๆ ได้แล้วเหม่ยอิง เลิกมโนสักที"
ผมตวาดเหม่ยอิงอีกครั้งและดังมากเลยจนอาร์มที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังมีสะดุ้ง พร้อมกันนั้นผมยังตัดสินใจผลักเธอออกจากตัวของผมด้วย จนเธอล้มฟุ๊บลงไปนั่งแหมะอยู่บนพื้น
ผลั่ก! ฟุ๊บ!
ทันทีที่ผมเป็นอิสระจากเหม่ยอิงผมก็หันไปคว้าต้นแขนของอาร์มให้หันกลับมาหาผม เพราะตอนนี้อาร์มกำลังยืนหันหลังให้ผมอยู่
หมับ
"อาร์ม? "ผมหลุดอุทานเรียกอาร์มออกไปด้วยความตกใจเมื่อผมเห็นน้ำตาของเขาไหลอาบแก้มทั้งสองข้างแต่อาร์มกลับแสดงอาการตอบสนองผมกลับมาด้วยการตบหน้าผม
เพี๊ยะ!
"ฮึก ฮึก ฮึกต่อไปนี้อย่ามายุ่งกับผมอีก ผมไม่ชอบคนไม่มีความริบผิดชอบอย่างคุณ"
อาร์มตวาดออกมาเสียงดังลั่นพร้อมทั้งร้องไห้สะอื้นจนตัวโยนแต่ผมก็ยังคงพยายามปลอบประโลมอาร์มด้วยการเอื้อมมือไปกุมมือของอาร์มขึ้นมาจูบเบาๆ...จุ๊บ...จากนั้นผมก็บอกอาร์มออกไปเบา ๆ อย่างใจเย็นว่า
"อาร์ม? แต่ผมอยากยุ่งกับคุณเพราะผมชอบยุ่งกับคุณ ผมก็อยากรับชอบคุณด้วย และที่มากกว่านั้นผมยังอยาก..."
"พอสักทีเถอะ เพราะผมไม่อยากเกี่ยวข้องกับคุณผมไม่อยากยุ่งกับคุณอีกแล้ว ฮึก ฮึก"
อาร์มตวาดผมออกมาเสียงดังทั้ง ๆ ที่เขายังยืนร้องไห้สะอื้นตัวโยนอยู่ที่เดิม
"อาร์ม! "
ผมเค้นเสียงเรียกอาร์มออกไปด้วยความตกใจเพราะผมเป็นห่วงสุขภาพของเขา ผมไม่ต้องการให้เขาร้องไห้เพราะมากขนาดนี้
"ผมเกลียดคุณ!ผมเกลียดคนเจ้าชู้มักมากอย่างคุณ! "
อาร์มตวาดผมออกมาเสียงสั่นรัวพร้อมกับมีอาการตัวเกร็งอย่างผิดปกติจนผมต้องรีบเอื้อมมือไปประคองไหล่ของเขาไว้จนในที่สุดเขาก็ลุ้มฟุ๊บลงมาบนไหล่ของผม และหมดสติไปทันที
ฟุ๊บ!!!
"อาร์ม! "
ด้วยความที่ผมตกใจมากผมจึงรีบช้อนอุ้มอาร์มขึ้น และพาเขาวิ่งออกจากอาคารเรียนไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ผมไม่คิดที่จะหันกลับไปสนใจเหม่ยอิงอีกเลยแล้วผมก็พาอาร์มมาขึ้นรถของผมที่จอดอยู่ใต้อาคารเรียน ก่อนที่ผมจะรีบพาเขาส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อยู่เยื้องๆ กับโรงเรียน
[ 30นาทีผ่านไป ณ.โรงพยาบาล]
เมื่อผมพาอาร์มมาส่งถึงมือหมออย่างปลอดภัยแล้วผมก็รีบโทรหาเพื่อนสนิทของอาร์มอย่างไอแอมทันทีเพื่อแจ้งเหตุด่วนให้เขาได้รับรู้ก่อนใคร และเพียงแค่สิบนาทีหลังจากนั้นไอแอมก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาผมที่หน้าห้องฉุกเฉินพร้อมกับพ่วงไซมอนเพื่อนของผมมาด้วยอีกคน
หลังจากนั้นเราสามคนก็ต่างรอคอยฟังข่าวของอาร์มจากหมออย่างจดจ่อและเพียงแค่สิบนาทีให้หลัง หมอก็ผลักประตูห้องฉุกเฉินออกมา และถามหาญาติของอาร์มด้วยสีหน้าเครียดๆ ซึ่งไอแอมก็รีบเสนอหน้าบอกหมอตัดหน้าผมทันทีว่า...เขาเป็นญาติของอาร์มแล้วหมอก็เชิญไอแอมให้เข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของหมอ เพื่อเข้าไปรับฟังอาการของอาร์มในฐานะญาติและขณะที่ไอแอมเดินตามหมอไปนั้น ผมก็เห็นไซมอนเดินตามหลังไอแอมกับหมอไปติด ๆส่วนผมก็ได้แต่ยืนรอต่อไป เพราะผมไม่รู้เลยว่าผมควรทำยังไงดี
ผมเดินไปเดินมาอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินพร้อมกับหมั่นคอยก้มลงไปมองดูหน้าปัดนาฬิกาข้อมือทุกๆ ห้านาที จนตอนนี้เวลาผ่านไปถึงสามสิบนาทีแล้วและก็เป็นสามสิบนาทีที่ทำให้ผมยิ้มได้เพราะผมเห็นอาร์มผลักประตูเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินพร้อมกับไอแอมและไซมอน
พลั่ก
และพออาร์มเดินมาถึงจุดที่ผมยืนรอเขาอยู่เขาก็หยุดและจ้องหน้าผมนิ่งน้ำตาคลอจนผมต้องรีบถามเขาออกไปอย่างร้อนรนและด้วยความห่วงใยว่า
"อาร์ม? คุณเป็นยังไงบ้างครับ?หมอบอกรึเปล่าครับว่าคุณเป็นอะไร?"
"ฮึก ฮึก ผมมันเป็นคนประหลาดผมมันไม่เหมือนใคร ผมมันไม่ปกติ ฮึก ฮึก"
อาร์มร้องไห้สะอื้นและพูดจาวกวนจนผมฟังไม่รู้เรื่องแล้วอาร์มก็สะบัดหน้าวิ่งหนีผมไปเลย โดยที่ผมยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย
ฟิ้ว!!!
"อาร์ม!! รอผมด้วยครับ! "
ผมตะโกนเรียกอาร์มไล่หลังเขาไปแต่เขาก็ไม่ยอมหยุดรอผมเลย และผมก็ไม่ได้วิ่งตามเขาออกไปอยู่ดีเพราะตอนนี้ไอแอมเดินมายืนขวางหน้าของผมเอาไว้ และเขากำลังยืนจ้องหน้าผมเหมือนที่อาร์มทำเมื่อสักครู่นี้ไม่มีผิดจนผมต้องเอ่ยถามไอแอมออกไปอย่างร้อนรนปนกังวลว่า
"คุณไอแอมครับ? อาร์มเป็นอะไรไปครับ? ทำไมอาร์มยังร้องไห้ไม่หยุดอีกล่ะครับ?คุณหมอได้บอกรึเปล่าครับว่าอาร์มเป็นอะไรไป?"
ไอแอมก็ร้องไห้สะอื้นออกมาไม่ต่างจากอาร์มเมื่อสักครู่นี้เลยแล้วไอแอมก็หาว่าผมเป็นต้นเหตุที่ทำให้เพื่อนของเขาร้องไห้อีกด้วย
"ฮึก ฮึกที่อาร์มมันเป็นแบบนี้ก็เพราะคุณนั่นแหละ...รั่วเหวินเป่าที่อาร์มมันเอาแต่คิดว่าตัวเองประหลาดก็เพราะคุณทำให้มันคิดแบบนั้น ฮึก ฮึก"
"ล ...แล้วผมผมทำอะไรผิดเหรอครับ? ทำไม..."
"เงียบ! แล้วก็หุบปาก!"
"เอ่อ! ครับ"
ผมรีบหุบปากเงียบทันทีแต่ไอแอมก็ยังไม่ได้พูดอะไรต่อเลย นอกจากยืนสะอื้นร้องไห้จนตัวโยนโดยมีไซมอนยืนมองอยู่ห่างๆ ด้วยท่าทางใจเย็นมาก และก่อนจากไป ไอแอมยังมีน้ำใจฝากฝังรอยนิ้วมือของเขาประทับไว้บนหน้าของผมอีกด้วย
เพี๊ยะ! ฟิ้ว!
"What?"
ผมอุทานออกมาด้วยความไม่เข้าใจเมื่ออยู่ ๆ ผมก็โดนตบโดยไม่ทราบสาเหตุ ผมไม่เข้าใจอะไรเลยจริง ๆจนตอนนี้ผมเริ่มจะสับสนกับท่าทางของพวกเขาสองคนมากขึ้นเรื่อย ๆแต่ในขณะที่ผมกำลังยืนนิ่งอย่างมึนงงอยู่นั้น ไซมอนก็เดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าของผม พร้อมกับจ้องหน้าของผมนิ่งก่อนที่เขาจะยกยิ้มออกมาเล็กน้อย ซึ่งจะว่ายิ้มเยาะเย้ยก็ไม่เชิง แต่ถ้าจะให้เหมาะน่าจะเรียกว่า...ยิ้มเหยียดๆ เหมือนผมเป็นตัวตลกมากกว่า...
---------------------------------------------------------
sundog