ทางด้านพระราชวังซานตง่เวลาเดียวกับที่ฝ่าาเสด็จออกนอกวัง
ในส่วนลึกที่สุดของตำหนักคุนหนิง
ห้องบรรทมของฮองเฮา ก็ได้ปรากฏความเร่าร้อนหนักหน่วงสายหนึ่งขึ้นหนึ่งบุรุษที่กำลังกดทับร่างหญิงสาวบนเตียงผู้นี้ก็คืออัครเสนาบดีหลี 'หลีลู่เหอ'
ความจริงแล้วเขาเป็เด็กที่สกุลหลีรับมาเลี้ยงเป็ลูกบุญธรรมเนื่องจากในตอนนั้นสกุลหลีไม่มีทายาทผู้ชายเพื่อสืบทอดอำนาจจนเวลาผ่านไปห้าปีฮูหยินใหญ่ถึงได้คลอดบุตรสาวคนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันนางก็คือผู้ที่ดำรงตำแหน่งฮองเฮานามว่า'หลีหลิงฟาง'
มีเพียงบิดามารดาที่ล่วงลับไปแล้วที่ทราบความลับข้อนี้ส่วนคนทั่วไปนั้นต่างก็รับรู้ว่าทั้งสองเป็พี่น้องสายเืเดียวกัน
หากไม่นับรวมบุรุษสตรีที่กำลังกระแทกกระทั้นกันอยู่อีกหนึ่งคนที่ทราบความจริงและยังมีลมหายใจก็คือซุนมามาผู้ที่กำลังยืนเฝ้าหน้าห้องอย่างสงบนิ่ง
หลีฮองเฮาแต่งงานเข้าวังมาได้เกือบครบปีแล้วแต่เคยร่วมหอกับฝ่าาแค่ครั้งเดียว แม้จะถูกกดดันจากเหล่าขุนนางเื่รัชทายาททว่าฝ่าากลับมิได้สนใจไยดี ยิ่งสนมนางในของวังหลัง แต่งตั้งเข้ามาก็มีเพียงชื่อมิเคยมีใครได้รับคำสั่งให้ปรนนิบัติ
วันหนึ่งในฤดูสารทที่ผ่านมา นางนั่งชมหมู่มวลดอกไม้ในห้องนั่งเล่นความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเต็มอก จึงรับสั่งให้ซุนมามานำสุราดอกกุ้ยเหมยมาให้ นางดื่มด่ำฤทธิ์สุราเพื่อให้เมามายลดทอนความเศร้าหมองในใจปลดปล่อยอย่างอิสรเสรี รวมถึงปลดเปลื้องเสื้อผ้าอาภรณ์ให้หลุดลุ่ยเวลานั้นอัครเสนาบดีหลีมาขอเข้าเฝ้าพอดี
“เชิญท่านพี่เข้ามาเถอะ” หลีฮองเฮารับสั่งบอกซุนมามา
เดิมทีซุนมามาก็พยายามขัดขวางเอาไว้เนื่องจากเป็ภาพที่มิเหมาะสมเท่าใดนัก แต่มิอาจขัดคำสั่งเ้านายจึงไปเชิญอัครเสนาบดีหลีเข้ามาด้านใน
ทันทีที่เขามาถึง ก็ตกตะลึงจนเกือบลืมหายใจหลีหลิงฟางในชุดคลุมโปร่งบางสีแดง เผยให้เห็นผิวขาวเนียน่หัวไหล่ไปจนถึงต้นแขนกลางตัวมีผ้าคาดอกหนึ่งชิ้นปิดบังไว้เผยให้เห็นแค่ส่วนเนินอกกลมกระโปรงยาวสีแดงเข้มผ่าข้างทั้งสองด้าน ตัดกับเรียวขาขาวที่โผล่ออกมาเป็่ๆเขาลอบกลืนน้ำลายลงคอ แต่ยิ่งกลืนเท่าไหร่กลับยิ่งรู้สึกถึงความแห้งผาด
'นางในอิริยาบถแบบนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลย'
หลีลู่เหอ แรกเริ่มก็เพียงดื่มสุราเป็เพื่อนน้องสาวต่างสายโลหิตผู้นี้แต่ยิ่งดื่มก็ยิ่งปรารถนา มิทันรู้ตัวคนทั้งสองก็ขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าแดงระเรื่อของนางสะท้อนเข้ามาในดวงตาของเขาที่บัดนี้อยู่ห่างไม่ถึงสองชุ่น จนเขาเอ่ยขึ้นมาว่า
“ฟางเอ๋อร์ หากยังนั่งดื่มสุรากันแบบนี้เกรงว่าข้าจะมิอาจหักห้ามใจได้อีกแล้ว”หลีลู่เหอพยายามข่มอารมณ์และกล่าวด้วยเสียงแหบแห้งให้น้อยที่สุด
หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นนางตอบกลับแทนคำพูดโดยการใช้มือทั้งสองของนางถอดผ้าคลุมโปร่งบางตัวนั้นออกผิวขาวยิ่งขาวโดดเด่นมากขึ้น ริมฝีปากแดงยิ้มอย่างเสน่หา
“ลู่เหอ เ้าก็มิต้องฝืน…ข้ารู้”นางประกบริมฝีปากกับเขาอย่างเร่าร้อนออกแรงดูด่ชิงความหวานในโพรงปากเขาโดยมิทันให้เขาตั้งตัว
เขาตอบสนองนางในเวลาต่อมากลิ่นหอมหวานจากผิวนางผสมกับกลิ่นหอมของสุรากุ้ยเหมยทำให้เขามิอาจยับยั้งชั่งใจได้อย่างสิ้นเชิง
สองฝ่ายพัวพันกันไปมาไม่ขาด่ กระหวัดเกี่ยวลิ้นแทรกไม่ขาดสายมือหนึ่งเลื่อนโอบเอวบาง อีกฝ่ายโอบล้อมรอบคอ
ต่อมามือที่โอบเอวบางก็จับตัวนางยกขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับกวาดเอาของว่างและเครื่องดื่มออกไปหลีลู่เหอเอนกายนางลงโดยที่ตัวเขาเองก็ทาบทับลงไปในจังหวะเดียวกันใบหน้าซุกไซ้อยู่บริเวณซอกคอสูดดมกลิ่นหอมของนางให้มากขึ้นมิเพียงเท่านั้นยังประทับด้วยรอยจูบสลับกับการขบกัดเบาๆก่อเกิดความสั่นสะท้านให้หญิงสาวเบื้องล่างปลายลิ้นของเขาไล้เลียจากซอกคอลงมาถึงเนินอกอวบขาวสองมือขยับไปปลดปมผ้าแถบของนางจนคลายออก
“ฟางเอ๋อร์ เ้าช่างงดงามยิ่งนัก” สิ้นเสียงของเขาผ้าแถบก็ถูกดึงกระชากออกไป ทรวงอกกลมโตสองข้างชูเด่นเปิดเผยต่อหน้าบุรุษสายตาของเขามองนางด้วยความโหยหาไม่รอช้าก็บรรจงครอบดูดเต้าทีละข้างสลับกันอย่างไม่ลำเอียงลิ้นเลียบดขยี้ปลายยอดเร็วบ้างช้าบ้างมิอาจคาดเดาจังหวะ เสียงครางดังขึ้นเป็ระยะๆข่มกลั้นมิให้ดังจนน่าอับอาย
ขณะนี้แก่นกลางของชายหนุ่มเริ่มตื่นตัวขึ้นมาแล้ว เขาหยุดพักจากยอดปทุมทั้งสองข้างเอ่ยกับนางเบาๆ ว่า “ฟางเอ๋อร์เ้ามิต้องขวยเขิน เปล่งเสียงร้องได้อย่างที่เ้าพึงใจเถิด”
มิรอช้ามือสองข้างของเขาก็จับขาของนางให้ตั้งชันขึ้นแหวกกระโปรงจนถึงต้นขาขาวด้านใน ค่อยๆดึงผ้าปิดระหว่างขาชิ้นสุดท้ายออก
'บุปผางามชูช่อพร้อมกลีบสองข้างที่เบ่งบานต้อนรับผู้มาเยือน'ความชุ่มชื้นประดุจดั่งฝนแรกในวสันตฤดูไหลมาไม่ขาดสายเขาบรรจงเลียลิ้มชิมรสดอกไม้งามด้วยความนุ่มนวล กลิ่นหอมหวานของนางช่างน่าหลงใหลแตกต่างจากสตรีที่เคยประสบพบเจอมาก่อน
หลีหลิงฟางอ่อนระทวยไปตามการกระทำของเขาจนมิอาจเอ่ยวาจาใดใดได้ในยามนี้‘อ๊าาาา อื้มม อ้า รู้สึกดีมากเลยลู่เหอ’
เขาผละใบหน้าออกจากกลีบดอกไม้บานฉ่ำโดยมิทันให้นางขาด่ก็จับท่อนหยกใหญ่ที่บัดนี้แข็งตัวอย่างถึงที่สุดแทรกเข้าไปในโพรงอย่างช้าๆความเสียวซ่านส่งผลให้นางครางร้องออกมาดังขึ้นอย่างไม่รู้ตัว “อืม อ๊า อ๊า…”
“ฟางเอ๋อร์ เ้าพอใจหรือไม่” โดยไม่รอคำตอบจากนางเอวสอบของเขาก็ขยับเข้าออกอย่างเป็จังหวะ ‘พลั่ก…พลั่ก…’
ที่ด้านนอก ซุนมามาสั่งให้นางกำนัลทุกคนออกไปหลังจากที่อัครเสนาบดีหลีมาเข้าพบนางเป็คนเดียวที่ยืนเฝ้าอยู่เวลานี้ เผื่อเ้านายเรียกหา และแน่นอนว่าทุกการกระทำทุกคำพูด นางรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในนั้น
หลีลู่เหอถอนแกนกลางของเขาออกมา จากนั้นก็อุ้มหลีหลิงฟางไปที่เตียงนอนเสียงครางเร่าร้อนยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องแก่นกายแทรกเข้าออกโพรงสวาทพร้อมกับที่เอวบางของหญิงสาวโยกรับจังหวะเสียงตึกตักดังถี่ขึ้นและรัวขึ้น ‘อ๊าา อื้ม อ้าาา’
จนถึงจังหวะสุดท้าย ทุกสิ่งทุกอย่างพลันกลับสู่ความเงียบหนึ่งบุรุษและหนึ่งหญิงงามต่างสุขสมอารมณ์หมาย คลื่นวารีสีขาวเอ่อล้นเจิ่งนองท่ามกลางความเปล่งประกายของกลีบผกาชายหนุ่มยิ้มให้กับหญิงสาวภายใต้เรือนร่างก่อนจะบรรจงจูบอย่างแ่เบาอีกครั้ง
เสมือนเหตุการณ์ครั้งแรกในสารทฤดูนั้นพึ่งผ่านไปไม่นานบรรยากาศในห้องนอนแห่งนี้เร่าร้อนรุนแรงมานับครั้งไม่ถ้วน และครั้งนี้ก็เช่นกัน
หลังจากจบศึกบนเตียงลงแล้วหลีลู่เหอก็อุ้มหลีหลิงฟางไปยังห้องอาบน้ำด้านข้างที่ซุนมามาได้เตรียมน้ำร้อนไว้ให้
ควันไอน้ำพวยพุ่งพัดพาเอากลิ่นหอมของสมุนไพรกระทบจมูกชวนให้ผ่อนคลายยิ่งนักหลี่ลู่เหอเริ่มทำความสะอาดเรือนกายขาวผ่องให้นางก่อนจากนั้นทั้งสองต่างผลัดกันถูผลัดกันลูบไล้จนก่อเกิดเป็ความพลุ่งพล่านขึ้นอีกระลอกหนึ่ง สายตาสอดประสานอย่างเข้าใจกันหลีหลิงฟางจับขอบถังไม้หันหลังให้เขา ส่วนเขาก็โอบด้านหลังนางเอาไว้ตามมาด้วยเสียงควบขี่เป็จังหวะพร้อมกับเสียงน้ำที่กระฉอกล้นออกนอกถัง
เสียงครางร้องของหญิงสาวดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าจนในที่สุดก็ได้รับการปลดปล่อยอีกรอบ
"อ๊า..."
สิ้นเสียงนั้นทุกอย่างพลันกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้งหลีหลิงฟางยามนี้ไร้เรี่ยวแรงแทบจะสลบอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษข้างกาย