เป็นที่สนใจ
ในตอนนั้นเองการประลองของฟางเฉินและเว่ยกวนกลายเป็นที่สนใจของคนทั้งงานทั้งตัวตนระดับเจ้าสำนัก ประมุขตระกูลและราชาของอาณาจักรต่างให้ความสนใจกับการประลองนี้ ความจริงแล้วงานเลี้ยงน้ำชามีไว้เพื่อหยั่งเชิงพลังของฝ่ายตรงข้ามเพื่อที่จะได้เตรียมตัวในการประลองที่แท้จริง“ระดับนักรบขั้นกลางจะชนะขั้นสูงสุดได้จริงๆงั้นเหรอ” ราชาลู่กล่าว“นั่นสินะเดี๋ยวดูไปก็จะรู้เอง” ราชาฉินกล่าว“เจ้ากล้ามากที่ทำร้ายศิษย์ของสำนักเว่ยไปถึงสองคน ตอนแรกข้าแค่ต้องการจะสั่งสอนเจ้าเท่านั้นแต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้วข้าจะทำลายพลังบ่มเพาะของเจ้าซะ” เว่ยกวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ถ้าเจ้าทำได้ละก็นะ” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าสงบ“ดีเจ้ากล้ามาก ถ้างั้นเจ้าก็รองรับการโจมตีของข้าดู” เว่ยกวนคำรามออกมาในตอนนั้นเองกระลมที่รุนแรงก็ปรากฏ เว่ยกวนหยิบมัดคู่จากด้านหลังของตัวเองและฟาดฟันออกไป“คมมีดที่เสริมด้วยจิตวิญญาณแห่งลมงั้นเหรอ” ฟางเฉินแสดงสีหน้าจริงจังเพราะคมมีดนี้รวดเร็วอย่างมากฟางเฉินใช้ย่างก้าวกระเรียนหลบการโจมตีของเว่ยกวนได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นฟางเฉินก็บีบอัดเพลิงของตัวเองออกมา“เจ้าคิดว่าเพลิงของเจ้าจะต่อต้านจิตวิญญาณวายุระดับพิภพของข้าได้งั้นเหรอ” เว่ยกวนคำรามออกมา“ก็ไม่รู้สิ” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าสงบ“ฮ่า ฮ่า ดูเจ้านั่นสิทำได้แค่หลบการโจมตีของเว่ยกวนสินะ” ศิษย์หลักของสำนักเว่ยคำรามออกมา“หึ อย่างเจ้านั่นไม่มีทางชนะเว่ยกวนอยู่แล้ว นี่ถ้าหนิงเซี่ยยังไม่ทะลวงระดับปฐพีละก็ข้าจะให้นางฉีกร่างของเจ้าเป็นชิ้นๆ” เจ้าสำนักเว่ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเย็นชาหนิงเซี่ยซึ่งเคยเป็นศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักเว่ยได้ทะลวงระดับปฐพีทำให้นางไม่สามารถเข้าร่วมการประลองได้และสถานะของนางในตอนนี้ก็ไม่ใช่ศิษย์แต่เป็นผู้อาวุโส ถึงอย่างงั้นนางก็ไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่ผู้อาวุโสเลยนางแค่ใช้เวลาบ่มเพาะเพียงอย่างเดียว“ตาย!!!!!!” เว่ยกวนโจมตีอย่างบ้าครั่งแต่ทุกครั้งฟางเฉินก็สามารหลบได้อย่างหวุดหวิดตามจริงถ้าเป็นคนทั่วไปก็แทบไม่มีทางหลบการโจมตีของเว่ยกวนได้อย่างแน่นอนแต่โชคร้ายที่ฟางเฉินมีจิตวิญญาณดวงตาที่ทรงพลัง ด้วยการช่วยเหลือของเนตรสวรรค์ทำให้ฟางเฉินสามารถเห็นการโจมตีของเว่ยกวนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง“เจ้าทำได้แค่นี้งั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับยกดาบขึ้น“เพลิงผลาญสวรรค์” ฟางเฉินคำรามออกมาและฟาดฟันดาบออกไป“เฉือนวายุ” เว่ยกวนคำรามออกมาด้วยความโกรธพลังของทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงทำให้สนามประลองพังทลายทันที ด้วยวายุและเพลิงเป็นสองธาตุที่มีพลังโจมตีสูงอย่างมากอยู่แล้วอีกด้วย“พอแค่นี้แหละ มากไปกว่านี้จะไม่ดีกับทั้งสองฝ่าย” ราชาทั้ง 4 คนปรากฎออกมาและแยกทั้งสองออกจากกัน“น่าเสียดาย” ประมุขตระกูลหวู่หวังว่าฟางเฉินจะถูกเว่ยกวนฆ่าตาย“ขอแสดงความยินดีกับเจ้านำนักเย่ด้วยที่ปีนี้มีเด็กที่มีพรสวรรค์เข้าร่วมสำนัก” ราชาฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม“ไม่หรอก ไม่หรอก พวกเราไม่สามารถเทียบกับพวกเจ้าได้หรอก” เย่เทียนกล่าวด้วยรอยยิ้มยินดี“ว่าแต่ เด็กคนนี้เป็นใครมาจากใหนงั้นเหรอข้าไม่เคยรู้จักแซ่ฟางมาก่อนเลย” ราชาฮั่นกล่าว“โอ้ เรื่องนี้ต้องถามตระกูลหวู่ของพวกท่านแล้วละ ตอนนี้พวกเราก็เหนื่อยแล้วเพราะงั้นพวกเราขอตัวลา” เย่เทียนกล่าวพร้อมกับพาพวกฟางเฉินเดินทางกลับสำนักทันที“ชั่งเป็นตาเฒ่าที่เจ้าเล่ห์จริงๆ” ราชาลู่กล่าว“ฮ่า ฮ่า คงกลัวพวกเราจะแย่งเด็กคนนั้นไปนั่นแหละเย่เทียนถึงได้รีบร้อนจากไปแบบนั้น” ราชาว่านกล่าวเมื่อออกมาจากงานเลี้ยงน้ำชาแล้วเย่เทียนก็แสดงสีหน้าเย็นชา เย่เทียนรู้ดีว่าตอนนี้ชื่อเสียงของฟางเฉินจะต้องโด่งดังไปทั่ว 6 ขุมอำนาจแน่และอีกอย่างขุมอำนาจที่เหลือจะต้องหาทางดึงตัวฟางเฉินไปเข้าร่วมอย่างแน่นอน“ท่านเจ้าสำนักข้าอยากจะไปเยี่ยมหลุมศพของท่านปู่หน่อย” ฟางเฉินกล่าว“ได้” เย่เทียนกล่าวพร้อมกับไปส่งฟางเฉินฟางเฉินเดินไปยังหลุมศพคนเดียวและก้มกราบลงที่พื้นก่อนจะเทเหล้าลงบนป้ายหลุมศพ“ท่านปู่เฉินเอ๋อมาเยี่ยมแล้ว ท่านปู่ไม่ต้องเป็นห่วงนะตอนนี้เฉินเอ๋อสามารถปกป้องตัวเองได้แล้ว และอีกไม่นาน เฉินเอ๋อขอสัญญาว่าไม่เกิน 10 ปีเฉินเอ๋อจะกลับไปทวงคืนทุกอย่างที่ควรเป็นของเราในตระกูลฟางและจากนั้นข้าจะออกตามหาตระกูลเสวี่ยและบดขยี้ตระกูลมันทิ้งซะ” ฟางเฉินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเกลียดชังฟางเฉินนั่งอยู่หน้าหลุมศพเป็นเวลา 3 ชั่วโมงก่อนที่จะลุกขึ้นไปเดินไปทางกลับสำนักจู่หลงทันที ในอีก 1 ปีจะมีการประลองที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นและในการประลองนั้นคนจากทวีประดับสูงจะเดินทางมาดูอีกด้วย“ฟางเฉินถ้าเจ้าอยากจะแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุดเจ้าจะต้องชนะการประลองในอีก 1 ปีข้างหน้าและเมื่อถึงตอนนั้นเจ้าจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมกับนิกายที่ทรงพลังของที่นั่น” เย่เทียนกล่าว“นิกายอะไร” ฟางเฉินกล่าว“นิกายพฤกษาคราม ซึ่งนิกายของพวกเราทั้งสามล้วนขึ้นตรงต่อนิกายนี้ ในทุก ๆ 10 ปีจะมีการประลองจักขึ้นเพื่อเฟ้นหาอัจฉริยะเพื่อจะไปฝึกฝนที่นั่น เมื่อ 10 ปีก่อน หนิงเซี่ยจากสำนักเว่ยได้ถูกรับตัวไปฝึกฝนที่นั่นตอนนี้นางก็อยู่ระดับปฐพีแล้วและที่สำคัญสำนักพฤกษาครามยังให้อิสระกับศิษย์อย่างมาก เจ้าสามารถที่จะบ่มเพาะอยู่ที่นั่นหรือกลับมาบ่มเพาะที่นี่ก็ได้ ขอแค่ใน 1 เดือนเจ้าทำภารกิจที่ทางสำนักมอบให้ได้ครบก็พอ” เย่เทียนกล่าว“แบบนี้นี่เอง แล้วมีเพียงที่หนึ่งงั้นเหรอที่จะได้รับสิทธิ์ที่พิเศษแบบนี้” ฟางเฉินกล่าว“ไม่หรอก สิทธิ์นี้จะได้รับจำนวน 5 คนหรือจะมีเพิ่มขึ้นถ้าผู้อาวุโสของนิกายพฤกษาครามถูกใจใครก็ตามเท่านั้น เพราะงั้นในเวลาที่เหลือนี้เจ้าจะต้องแข็งแกร่งให้ได้มากที่สุด” เย่เทียนกล่าว“ข้าเข้าใจแล้ว” ฟางเฉินกล่าวไม่ใช่แค่ฟางเฉินเท่านั้นที่อยากจะแข็งแกร่งเย่เซียนเองก็ต้องการที่จะแข็งแกร่งเช่นกันด้วยจิตวิญญาณกระบี่มังกรขาวที่ทรงพลังของนางทำให้อนาคตของนางนั้นไร้ขีดจำกัดอย่างแน่นอนเมื่อฟางเฉินกลับมายังสำนักพร้อมกับข่าวดี ทำให้สำนักจู่หลงกลายเป็นตื่นตระหนกพวกเขาไม่คิดว่าศิษย์สายในอย่างฟางเฉินจะสามารถเอชนะศิษย์หลักของสำนักเว่ยด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวในตอนนี้ชื่อเสียงของฟางเฉินในสำนักจู่หลงกลายเป็นที่จดจำทันที สำหรับบางคนที่เคยคิดร้ายกับฟางเฉินก็กลายเป็นหวาดกลัวและไม่กล้าไปหาเรื่องฟางเฉินอีก ตอนที่แล้วจำผิดคิดว่าฟางเฉินอยู่ระดับนักรบขั้นต้นแต่จริงๆๆอยู่ขั้นกลางนะครับ แล้วผมแก้ให้แล้ว