ครืน~
ผลของเม็ดยาหยางหวนคืนที่กำลังจะปะทุในเส้นลมปราณของจางหลินค่อยๆทุเลาลงทันตาเห็น จิติญญาพฤกษาที่ซ่อนอยู่ในทะเลแห่งจิติญญาของเขากำลังดูดกลืนพลังหยางของเม็ดยาประดุจดั่งวาฬกลืนมหาสมุทร!
จากลำต้นที่มีขนาดเล็กก็ค่อยๆแผ่ขยายกิ่งก้านออกไป ก่อนจะเกิดปรากฏการณ์บางอย่างเมื่อกิ่งก้านที่ว่างเปล่าเผยให้เห็นใบไม้ที่ค่อยๆงอกเงยออกมา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจิติญญาพฤกษากำลังเข้าสู่่วิวัฒนาการ จากการที่มันได้ดูดกลืนผลของเม็ดยาหยางหวนคืนเข้าไป!
จู่ๆ จางหลินก็ััได้ว่าความร้อนในร่างกายของเขาเบาบางลงอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกอันแสนเ็ปราวกับถูกค้อนทุบก็หายไป แม้แต่การปะทุของเส้นลมปราณก็หยุดชะงักลง
เมื่อเขาหลับตาลงก็พบว่าขณะนี้จิติญญาพฤกษาได้ขยายใหญ่ขึ้นจนน่าเหลือเชื่อ
“นะ-นี่คือ…” จางหลินอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าจิติญญาพฤกษาที่มีความสูงเพียงแค่ระดับเอวของเขา ได้เติบโตจนอยู่เหนือศีรษะของเขาไปแล้ว
ครู่ต่อมาใบไม้ก็ได้สะพรั่งออกมาตามกิ่งก้าน จากนั้นใบไม้สีแดงฉานก็ปรากฏขึ้นบนก้านที่สอง ก่อนที่มันแผ่ซ่านกลิ่นอายอันแผดเผาออกมา!
กลิ่นอายอันร้อนระอุที่จิติญญาพฤกษาส่งผ่านออกมา มีคุณลักษณะเดียวกันกับเม็ดยาหยางหวนคืนอย่างไม่มีผิดเพี้ยน!
มันคือใบไม้ที่กักเก็บคุณลักษณะธาตุอัคคีของเม็ดยาหยางหวนคืนเอาไว้ภายใน!
จางหลินไม่รู้สึกแปลกใจสักเท่าใดนัก เพราะเขาเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มานักต่อนักใน่เวลาที่เขาพยายามจะดูดซับผลของเม็ดยาระดับ 3 แต่เขาเองก็ไม่คาดคิดว่าจิติญญาพฤกษาจะสามารถดูดซับได้แม้แต่เม็ดยาระดับ 5!
นั่นหมายความว่าเขาไม่มีพลังงานหลงเหลือให้ทะลวงจุดชีพจรอีกต่อไป เพราะพลังงานทั้งหมดได้ถูกดูดกลืนไปโดยจิติญญาพฤกษาแล้ว
แทนที่เขาจะรู้สึกดีใจเขากลับพูดไม่ออก “แม้แต่เม็ดยาระดับ 5 ก็ไม่สามารถเปิดจุดชีพจรได้… แล้วจะมีวิธีไหนที่จะช่วยให้ข้ากลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่แท้จริงได้?”
เขาเริ่มวิตกกังวล ว่าถ้าหากยังมีจิติญญาพฤกษาอยู่ บางทีเขาอาจจะไม่สามารถเปิดจุดชีพจรได้อีกตลอดชีวิต เพราะพลังงานที่ถูกดูดซับจากภายนอกจะถูกดูดซึมเข้าสู่รากของจิติญญาพฤกษา และมันจะดูดซับพลังงานเ่าั้เพื่อทำให้ลำต้นของมันเติบโต แต่นั่นก็ต้องแลกมากับการที่เขาไม่สามารถเปิดจุดฝังเข็มได้ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดมากระตุ้นก็ตาม
จางหลินรู้สึกหมดหวังอย่างแท้จริง “หากยังเป็เช่นนี้ต่อไป ข้าคงไม่มีทางฝึกฝนปราณได้อีกตลอดชีวิต...”
เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเขาก็ต้องพบเข้ากับจิติญญาพฤกษาที่มีความสูงถึงสิบฟุต นั่นทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างหดหู่ “เป็เพราะเ้าแท้ๆทำให้ข้าต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้…”
หากไม่มีจิติญญาพฤกษา เขามั่นใจว่าป่านนี้เขาคงกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลาไปนานแล้ว
บางทีเขาอาจจะอยู่ในขอบเขตก่อกำเนิดเสียด้วยซ้ำ
แต่เมื่อสายตาของเขาจับจ้องไปที่ใบไม้สีแดงเพลิง จู่ๆเขาก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ เมื่อมีใบไม้ใบที่หกค่อยๆงอกเงยออกมา หากแต่ใบของมันกลับมีรัศมีสีขาวอมม่วงวนเวียนอยู่รอบๆ
ความรู้สึกที่มีต่อใบไม้ลึกลับนี้ทำให้เขารู้สึกสั่นสะท้าน ราวกับว่ามันต้องเป็บางสิ่งบางอย่างที่เป็อันตรายถึงชีวิต
เมื่อลองเดินเข้าไปใกล้ รูม่านตาของจางหลินหดลีบลงด้วยสีหน้าที่เ็า “นี่คือ...ยาพิษ!”
แม้เขาจะไม่เคยเห็นยาพิษที่มีสีคล้ายคลึงกับสีของใบไม้มาก่อน แต่ด้วยกลิ่นและด้วยความน่าขนลุกที่มันปล่อยออกมา ทำให้เขาสามารถยืนยันได้ในทันทีว่ามันคือยาพิษ!
จางหลินตกตะลึงจนพูดไม่ออก
การที่ใบไม้พิษงอกเงยออกมาจากกิ่งของจิติญญาพฤกษาย่อมหมายความว่า เขาได้กลืนยาพิษเข้าไป!
และเขาเองก็เพิ่งรู้ว่า จิติญญาพฤกษาสามารถดูดซึมพิษเข้าสู่ลำต้นของมันได้ โดยที่เขาจะไม่ได้รับผลกระทบจากยาพิษเลยแม้แต่น้อย!
“เป็ไปได้ไหมว่าเม็ดยาหยางหวนคืนมีส่วนผสมของยาพิษอยู่ด้วย?” จางหลินไม่สามารถหาเหตุผลมาผนวกกับสถานการณ์นี้ได้อีกแล้ว นอกเสียจากว่าใบไม้พิษได้เกิดขึ้นจากเม็ดยาหยางหวนคืนที่เขาเพิ่งจะดูดซับไปเมื่อครู่
แต่เมื่อครู่นี้เขาก็สังเกตเห็นทุกขั้นตอนของการปรุงยา แต่เขาไม่เห็นเลยว่าปรมาจารย์ซูหยานได้ผสมยาพิษลงไปในเม็ดยาหยางหวนคืนั้แ่ตอนไหน
จู่ๆ เขาก็นึกบางอย่างขึ้นได้ “หรือว่ากลิ่นที่ข้ารู้สึกได้ในตอนนั้น…”
เขารีบเดินเข้าไปใกล้ใบไม้สีเขียวอ่อน ก่อนจะพยายามสูดกลิ่นเข้าไป
เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาเขาก็สามารถยืนยันได้ในทันที “ใช่จริงๆ! มันคือกลิ่นเดียวกับที่ข้าได้กลิ่นในตอนที่เข้าสู่ห้องปรุงยา”
เขาจดจำได้ว่ากลิ่นที่แสบจมูกนี้มาจากหม้อปรุงยาขนาดใหญ่ นั่นหมายความว่าั้แ่แรกเริ่มยาพิษไม่ได้ถูกจัดวางจากภายนอก แต่มันถูกตระเตรียมไว้ในหม้อปรุงยาอยู่แล้ว!
“แท้จริงแล้วพวกมันมีจุดประสงค์ที่จะสังหารข้าจริงๆ!” แสงเ็าวาบผ่านแววตาของจางหลิน
ขณะนี้เขาสามารถยืนยันสมมติฐานได้แล้วว่า ไม่ใช่แค่ตระกูลชิงเท่านั้นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้ แต่นั่นยังรวมถึงปรมาจารย์ซูหยานด้วยเช่นกัน
หากไม่มีจิติญญาพฤกษา บางทีเขาอาจจะไม่ได้รับรู้เลยว่าเขากำลังถูกลอบสังหารอย่างลับๆ!
แต่ถึงกระนั้นเขาอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามในใจ
[หากพวกมันสังหารข้าขึ้นมาแล้วพวกมันจะได้อะไร?]
[แท้จริงแล้วพวกมัน้าอะไรจากตระกูลจางกันแน่?]
เขาเดินไปเดินมาภายในทะเลแห่งจิติญญา และกำลังตระหนักถึงคำถามมากมายที่ถาโถมเข้ามา
[แล้วเหตุใดพวกมันถึงตัดสินใจใช้ยาพิษในการลอบสังหารข้า?]
[ปรมาจารย์ซูหยานเป็ถึงผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหลอมรวม ซึ่งถือได้ว่าไร้เทียมทานในเมืองหยางโจวอยู่แล้ว]
[ด้วยความแข็งแกร่งของเขา การจะสังหารข้านั้นช่างง่ายดาย เพียงแค่โบกมือครั้งเดียว ชีวิตของข้าก็คงจะสูญสิ้นไปแล้ว]
[เหตุใดพวกมันคิดจะสังหารข้าด้วยวิธีการลับๆล่อๆเช่นนี้? ทั้งๆที่การสังหารอย่างเปิดเผยก็น่าจะทำอะไรได้สะดวกยิ่งกว่า]
จางหลินมีคำถามมากมายในหัว แต่คำถามเ่าั้กลับไม่มีคำตอบใดๆที่แน่ชัด ทำให้เขาไม่สามารถยืนยันได้ว่าเขาควรจะเดินไปในทิศทางใด
แต่ปัญหาในตอนนี้ก็คือในเมื่อจุดชีพจรไม่สามารถเปิดออกได้ เขาก็ไม่รู้ว่าตระกูลชิงและปรมาจารย์ซูหยานจะเดินหมากต่อไปอย่างไร
แต่ที่เขาแน่ใจก็คือในความคิดของพวกมัน ขณะนี้ยาพิษได้อยู่ในร่างกายของเขาเพื่อรอเวลาที่จะออกฤทธิ์เท่า
จางหลินเองก็ไม่รู้เช่นกันว่ามันคือพิษชนิดใด และมีระยะเวลานานเท่าใดกว่าที่มันจะออกฤทธิ์
นั่นหมายความว่าหลังจากกลับไปยังตระกูลจาง เขาต้องรีบค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพิษนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อตอบสนองการเคลื่อนไหวของปรมาจารย์ซูหยาน
หากพวกมันพบว่าเขาไม่ได้ถูกวางยาพิษอย่างที่พวกมันคาดการณ์ไว้ เกรงว่าความสงสัยนั้นจะทำให้พวกมันอาจจะเดินหมากไปในทิศทางอื่น หรืออาจจะใช้วิธีการอื่นๆในการลอบสังหารเขาแทน
หลังจากที่ไม่ได้คำตอบอะไร สุดท้ายจางหลินก็ตัดสินใจดึงจิตสำนึกของตนออกจากทะเลแห่งจิติญญา…