เมื่อเห็นความกระตือรือร้นของหานิฮุยหลี่ตู้ก็ไม่ปฏิเสธอีก
เขาพอจะเข้าใจเจตนาของหานิฮุยแต่ก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจอะไร หลี่ตู้เข้าใจแก่นแท้ของโลกใบนี้ดี เมื่อแข็งแกร่งขึ้นหรือแสดงความสามารถอันน่าทึ่งออกมา โลกทั้งใบก็พร้อมจะเปิดกว้างให้
หนึ่งแสนห้าหมื่นแต้มเทพทั้งหมดโอนเข้าบัตรของหลี่ตู้ครบถ้วน ไม่ขาดแม้แต่เศษเดียวเมื่อมองยอดเงินเกือบหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นแต้มเทพในบัตรหลี่ตู้ก็รู้สึกมีคุณค่าขึ้นมาทันที... เขารวยแล้ว
หานิฮุยเองก็ลิงโลดด้วยความดีใจอย่างยิ่ง
ธุรกรรมครั้งนี้จะสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ให้เขาหากในอนาคตหลี่ตู้โด่งดังขึ้น เขาอาจจะเลื่อนขั้นขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งได้เลย!
เมื่อคิดถึงเื่นี้หานิฮุยก็หยิบบัตรสีดำประกายทองออกมาใบหนึ่ง แล้วยื่นให้หลี่ตู้
“คุณหลี่ตู้ ยอดการทำธุรกรรมของคุณถึงเกณฑ์ที่เรากำหนดแล้ว นี่คือบัตร VIPแบล็กโกลด์ของเราคุณสามารถใช้บัตรนี้ซื้อสินค้าที่สาขาใดก็ได้ของหอการค้าเราและทุกรายการจะได้รับส่วนลดสามสิบเปอร์เซ็น!”
“ยิ่งไปกว่านั้นบัตรนี้ยังมีวงเงินสำรองฉุกเฉินอีกห้าหมื่นแต้มเทพด้วยครับ!”
เดิมทีหลี่ตู้ยังไม่ถึงเกณฑ์นี้แต่หานิฮุยมีความเชื่อมั่นในตัวหลี่ตู้อย่างยิ่งเขาจึงกัดฟันตัดสินใจมอบบัตรใบนี้ให้
การเพิ่มเติมในสิ่งที่มีอยู่แล้วย่อมไม่ซาบซึ้งใจเท่าการช่วยเหลือในยามยาก
เขามองออกว่าหลี่ตู้ยังอ่อนด้อยนักแม้ว่าความสามารถของเขาจะเหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันมากก็ตาม
สำหรับหานิฮุยแล้วนับว่าครั้งนี้เป็การลงทุนที่กล้าหาญครั้งหนึ่ง
หลี่ตู้ตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนจะรับบัตรมาในที่สุดแล้วตอบว่า “ขอบคุณครับ”
หานิฮุยตอบรับอย่างรวดเร็ว“หลักการที่สำคัญที่สุดของหอการค้าเราคือการทำให้ลูกค้าพึงพอใจคุณยังมีอะไรที่้าอีกไหมครับ?”
“ผมอยากซื้อของอีกเล็กน้อยน่ะครับ”
“ไม่มีปัญหา เชิญคุณดูได้ตามสบายเลยครับ”
หลังจากนั้นหานิฮุยก็เรียกพนักงานขายที่สวยที่สุดมาดูแลหลี่ตู้ ก่อนจะขอตัวกลับไป
หลี่ตู้มองรายการสินค้าแล้วเลื่อนสายตาไปที่หมวดตำราสกิล
[กายาเหล็กกล้า : สกิลอาชีพสายนักรบระดับปราณีต เงื่อนไขการเรียนรู้: เลเวล15 ราคา: 12,900 แต้มเทพ]
[คำรามพยัคฆ์สะท้านไพร : สกิลอาชีพสายนักรบระดับปราณีตเงื่อนไขการเรียนรู้: เลเวล 15 ราคา: 14,900 แต้มเทพ]
......
ตำราสกิลเหล่านี้ราคาจะสูงขึ้นตามเลเวลที่้าและคุณภาพที่แตกต่างกัน สกิลสีฟ้าเลเวล 15โดยทั่วไปจะมีราคาประมาณ หนึ่งหมื่นถึงสองหมื่นแต้มเทพ
แต่หลี่ตู้ยังไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้เขาเลื่อนดูต่อไป
เขาอยากรู้ว่าที่นี่มีตำราสกิลระดับตำนานขายหรือไม่
โดยทั่วไปแล้วเมืองเล็ก ๆ อย่างเมืองหลานเฉิงไม่ค่อยมีตำราสกิลระดับตำนานตำราสกิลถือเป็ไอเท็มที่มีมูลค่าสูงสุดในบรรดาไอเท็มทั้งหมดเมืองหลานเฉิงยังเล็กเกินไป จึงไม่ค่อยมีใครสามารถซื้อตำราสกิลเหล่านี้ได้
และก็เป็ไปตามคาดหลังจากที่หลี่ตู้เลื่อนดูจนสุดแล้ว เขาก็ยังไม่พบตำราสกิลระดับตำนานมีเพียงตำราสกิลระดับปราณีตเท่านั้นที่สูงที่สุด
เมื่อคิดดูแล้วหลี่ตู้จึงเลือกสกิลเพียงหนึ่งเดียวที่มี
[สายฟ้าผ่าพิภพ : สกิลอาชีพสายนักรบระดับปราณีต เงื่อนไขการเรียนรู้: เลเวล15 ราคา: 19,998 แต้มเทพ]
เอฟเฟ็กต์:โจมตีรุนแรง สร้างความเสียหายมหาศาลแก่เป้าหมาย ภายใน 30วินาทีหลังจากเปิดการโจมตีการโจมตีทั้งหมดของคุณจะสร้างความเสียหายสายฟ้า 1% ของพลังชีวิตสูงสุดของเป้าหมาย(ไม่เกิน 500 หน่วย)
ค่าทักษะที่ใช้:มานา 90หน่วย ่คูลดาวน์: 3 นาที
นี่คือสกิลสีฟ้าที่ราคาสูงที่สุดและมีผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม ถือเป็สกิลโจมตีเดี่ยวอันทรงพลังเหมาะสมที่จะเติมเต็มช่องว่างของหลี่ตู้ในปัจจุบัน
หลังจากนี้เขาก็จะมีทั้งสกิลโจมตีเดี่ยวและสกิลโจมตีหมู่ในแล้ว
เมื่อชำระเงินเรียบร้อยหลี่ตู้ก็เรียนรู้สกิลทันที
จากนั้นเขาก็เลื่อนดูสินค้าอื่นต่อไป
ไม่นานเขาก็เหลือบไปเห็นไอเท็มพิเศษชิ้นหนึ่ง
[อัญมณีดึงดูดสัตว์อสูร (4) : ไอเท็มระดับตำนาน ราคา:9,800 แต้มเทพ]
เอฟเฟ็กต์:เมื่อสวมใส่ไอเท็มนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในดันเจี้ยนหรือนอกดันเจี้ยนคุณจะมีแรงดึงดูดสัตว์อสูรเพิ่มขึ้นอย่างมาก คุณจะพบสัตว์อสูรได้ง่ายขึ้นเมื่อเก็บไว้ในช่องเก็บของหรือเครื่องรางมิติ ผลกระทบจะหายไปเมื่อเลเวลของสัตว์อสูรเกิน 40 ผลกระทบจะลดลงอย่างมาก
เมื่อเห็นไอเท็มนี้หลี่ตู้ก็รู้สึกตื่นเต้น เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย เลือกซื้อมันทันที!
เ้าของสิ่งนี้เป็เหมือนเทพเ้าสำหรับเขาเลย!เพียงแค่มีมันหลี่ตู้ก็ไม่ต้องกังวลว่าเข้าไปในดันเจี้ยนแล้วจะหาสัตว์อสูรไม่เจออีกต่อไป
ประสิทธิภาพในการสังหารสัตว์อสูรของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
หลังจากซื้อของเสร็จหลี่ตู้ก็ออกจากหอการค้า
การใช้แต้มเทพเกือบสามหมื่นแต้มในครั้งเดียวเป็สิ่งที่หลี่ตู้ไม่เคยคิดฝันมาก่อน
ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นระคนยินดีหลี่ตู้มาถึงหอรับเควสแล้ว
[หลี่ตู้ : นักเรียนมัธยมปลายชั้นปีที่ 3 โรงเรียนมัธยมปลายหลานเฉิงเลเวล: 15 ค่าพลังรบ: 1,786 แต้มระดับขั้น: กลาง!]
เมื่อเห็นค่าพลังรบของตัวเองหลี่ตู้ก็ใ
หนึ่งพันเจ็ด!
เดิมทีค่าพลังรบของเขาแค่28แต่ตอนนี้เพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า
“เพราะสกิลหมื่นดาบปลิดิญญาหรือเปล่านะ”
หลี่ตู้รู้สึกว่าเป็ไปได้สูง
เพราะค่าสถานะพื้นฐานของเขาแย่มากแต่หมื่นดาบปลิดิญญานั้นทรงพลังเกินไป แม้เขาจะไม่ใช้จู่โจมปลิดิญญาเขาก็ยังสามารถสังหารผู้มีอาชีพเลเวล 20 กว่าได้ถึงเจ็ดแปดคนซึ่งผู้มีอาชีพเ่าั้ยังสวมใส่อุปกรณ์เต็มรูปแบบอีกด้วย!
“ระดับขั้นของฉันเทียบเท่ากับผู้มีอาชีพระดับปราณีตเลเวล 27-28 แล้ว”
หลังจากปิดหน้าต่างประเมินระดับขั้นหลี่ตู้ก็นำแกนผลึกออกมา และเลือกส่งมอบเควสทันที
[ตรวจพบแกนผลึกราชันย์ออร์คคลั่ง เงื่อนไขภารกิจสำเร็จ!ภารกิจนี้มีการส่งมอบแล้ว]
[คุณได้รับรางวัลภารกิจ: แต้มเทพ 30,000 แต้ม!]
หลังจากแต้มเทพโอนเข้าบัตรหลี่ตู้ก็ออกมา
ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองน่าจะดีใจสุดๆแต่ประสบการณ์จากหอการค้าเทียนไห่กลับทำให้หลี่ตู้รู้สึกว่าสามหมื่นแต้มเทพก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก
ในตอนนี้เขามีสิทธิ์ที่จะพูดเช่นนั้นเพราะเมื่อรวมกับสามหมื่นแต้มนี้ยอดแต้มเทพในบัตรของหลี่ตู้ก็เกือบถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นแต้มแล้ว!
รวยข้ามคืนเป็อย่างนี้เอง
เมื่อกลับมาถึงบ้านที่ห่างไปนานหลี่ตู้ก็รู้สึกอบอุ่นในใจ แม้จะจากไปเพียงสี่วันแต่ก็รู้สึกเหมือนผ่านมานานถึงสี่ปี
“สุ่ยเซิง ฉันกลับมาแล้ว”
หลี่ตู้เปิดไฟและเรียกชื่อสุ่ยเซิงเสียงดังไปทั่วห้องแต่เขาก็ยังไม่ได้ยินเสียงตอบรับ เขาสงสัยว่า สุ่ยเซิงออกไปข้างนอกหรือเปล่านะ
หลี่ตู้กำลังจะเรียกต่อทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียง “โอ๊ย!” ดังออกมาจากห้องน้ำ ดูเหมือนว่าใครบางคนจะหกล้ม
แล้วประตูห้องน้ำก็เปิดออกสุ่ยเซิงคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำสวมออกมาทันที!
“พี่คะ! พี่กลับมาแล้ว? ดีจังเลย!”
“หนู... นึกว่าพี่...”
สุ่ยเซิงไม่สนใจภาพลักษณ์เลยสักนิดร่างกายยังเปียกโชก แต่กลับวิ่งเข้ามากอดหลี่ตู้
“สุ่ยเซิง เธอ...”
หลี่ตู้พูดไม่ออกเพราะได้ยินเสียงสะอื้นเบา ๆ ของสุ่ยเซิงราวกับอารมณ์ที่อัดอั้นมานานถูกปลดปล่อยออกมาในทันทีเหมือนน้ำตาผสมรวมกับน้ำบนตัวจนเค็มและชื้น
ในชั่วพริบตาความทรงจำมากมายที่เขาเคยมีร่วมกับสุ่ยเซิงก็ผุดขึ้นมาในสมองหลี่ตู้รู้สึกปวดแปล๊บในหัวใจ
เขาลูบผมเปียกชื้นของสุ่ยเซิงเบาๆ แล้วถามขึ้นว่า “เป็อะไรไป? ฉันแค่ออกไปข้างนอกไม่กี่วันเองนะ”
“ไม่... ไม่มีอะไรหรอก...” สุ่ยเซิงสะอื้นเบา ๆแล้วพูดเสียงอู้อี้ “หนูแค่คิดถึงพี่เท่านั้นเอง”
เสียงสะอื้นนั้นเงียบลงทันทีราวกับหูแว่วไป แค่คิดถึงเท่านั้นเองเหรอ
หลี่ตู้รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติสุ่ยเซิงดูเหมือนมีเื่อยากจะพูด แต่ก็ไม่กล้าพูด แต่ถึงอย่างไรเมื่อเห็นเด็กสาวคนนี้ หลี่ตู้รู้สึกสงสารอย่างยิ่งเขาจึงไม่คิดที่จะซักไซ้ไล่เลียง
เธอเปรียบเสมือนกำลังใจในการใช้ชีวิตของหลี่ตู้มาจนถึงทุกวันนี้
“พอแล้วน่า ดูสิ ตัวก็โตขนาดนี้แล้ว ถึงฉันจะกลับมา...ก็ไม่จำเป็ต้องทำอย่างนี้หรอก อาบน้ำยังไม่สะอาดเลยนะ”
“สะอาดแล้วค่ะ”
สุ่ยเซิงค่อยๆ ผละออกจากอ้อมกอดของหลี่ตู้ เมื่อตระหนักถึงสภาพของตัวเองในตอนนี้ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำในที่สุด
“หนู... หนูแค่ยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า”
“ไปเปลี่ยนซะสิ”
“อืม”
สุ่ยเซิงหันหลังวิ่งกลับเข้าไปในห้องน้ำทันใดนั้นเธอก็หยุดชะงัก ราวกับตระหนักถึงบางสิ่ง
ด้วยความเขินอายเธอยกมือข้างหนึ่งไปปิดด้านหลัง แล้วกระชับเสื้อคลุมอาบน้ำวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ท่าทางราวกับอยากจะมุดดินหนีไปเสียเดี๋ยวนั้น