ใบหน้าของสตรีแสดงแววตาเบิกโพรง เมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาช่วยนางไว้คือคนที่นางไม่คาดคิด
“ฉะ…เฉิน..ซะ..เซี่ย นี่ท่าน…..”
“ใช่ เป็ข้าแล้วมันทำไม?”
“ข้า เเค่ไม่คิดว่าท่านจะ….มาที่นี่”
“สถานที่นี้เป็ของวังั ข้าเป็เ้าแห่งั ทำไมข้าจะไม่มีสิทธิ์มาที่นี่?” เฉินเซี่ยใช้พลังในการรักษาข้อเท้าให้กับชางไห่จนนางหายดี ชางไห่ยังคงสงสัยกับการกระำของเขามากและคิดว่าสำรับอาหาร ยาและผ้าพันแผลบนหัวก็น่าจะเป็ฝีมือของเขาด้วย ชางไห่จ้องหน้าเฉินเซี่ยแล้วแอบยิ้มอยู่ในใจเพราะคิดว่านี่แหละคือเฉินเซี่ยที่นางเจอในตอนเด็ก
“เสร็จแล้ว!”
“ขอบคุณมากที่ท่านช่วย…….”
“เ้าอย่าเพิ่งดีใจและนึกเข้าข้างตนเอง ที่ข้าช่วยเ้าก็เป็เพราะว่าท่านอาเจียวเจี๋ยเคยมีบุญคุณต่อข้า ข้าก็แค่ตอบแทนบุญคุณท่านและที่สำคัญข้าไม่อยากให้สตรีชั่วร้ายเช่นเ้ามาตายในวังัของข้าก็เท่านั้น”
“อ่อ..อืม..ข้าเข้าใจแล้ว”
“ทำไม เ้าไม่เห็นด้วยรึไง?”
“เฉินเซี่ย ก่อนหน้านี้ข้าร้ายกาจกับท่านถึงเพียงนั้นเลยหรอ?” สิ่งที่เฉินเซี่ยััได้ในตอนนี้ก็คือ แววตาที่นางมองเขามันเปลี่ยนไปรวมถึงคำพูดและการกระทำที่นางเอื้อนเอ่ยกับเขามันก็ไม่เหมือนเดิม ตอนนี้เขาได้แต่คิดว่านางสูญเสียความทรงจำไปแล้วจริงๆหรือ เเต่ระหว่างนั้น ความร้ายกาจที่นางได้ทำไว้กับหลุมศพของม่านเฉวก็ได้พุ่งตัวขึ้นมาแสดงให้เขาเห็น ในความคิด มันจึงทำให้เฉินเซี่ยโมโหขึ้นมาอีกครั้ง
“สำหรับข้าแล้ว เ้าก็คือจิ้งจอกที่มีพิษสงร้ายอยู่รอบตัว นับประสาอะไรกับพ่อตายแล้วไม่ยอมไปงานศพพ่อ ขนาดหลิงหลิงดีกับเ้ามากเ้ายังกล้าทำร้ายนางเลย!!!”
“หากเป็เช่นนั้น ท่านช่วยข้าไว้ทำไมกัน เหตุใดท่านถึงไม่ปล่อยให้ข้าตายๆไปซะ”
“ความตายมันง่ายไปสำหรับคนร้ายกาจเช่นเ้า เ้าคิดว่า การที่เ้าทำร้ายคนอื่นไว้มากมาย แล้วการตายมันจะจบทุกอย่างงั้นหรือ ตอนนี้ทั้งชีวิตของเ้าเป็ของข้าแล้ว หากข้าไม่ยอมให้เ้าตาย เ้าก็ห้ามตาย!!จำไว้!!” เฉินเซี่ยเหวี่ยงขาของชางไห่ออกห่างตัว เขาลุกขึ้นผลายมือดับไฟทุกดวงก่อนจะเดินออกจากจวนไป ทิ้งให้ชางไห่ทนอยู่กับความมืดเช่นนั้น ่เวลาจากนี้จนถึงเช้ามันช่างยาวนานเหลือเกิน ชางไห่เคยโดนแม่เลี้ยงจับขังไว้ในโรงเก็บผักบ่อยๆ ดังนั้นความมืดจึงเปรียบเสมือนกับเพื่อนสนิทของนางอยู่แล้ว ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้เลยว่าวันพรุ่งนี้นางจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง? เฉินเซี่ยกับมาที่จวนของตนเองก็เห็นว่าิคังและหลิงๆมารอเขาอยู่แล้ว
“คุณชายดึกขนาดนี้แล้ว ไปไหนมาหรือขอรับ?”
“ข้า…ออกไปเดินเล่น ทำไม… พวกเ้าไม่นอนกันหรือไง มานั่งเฝ้าข้าอยู่ได้ ตอนนี้ร่างกายข้าไม่เป็อะไรแล้ว พวกเ้ากลับไปพักเถอะ”
“เอ่อ..คุณชายขอรับ คือว่าหลิงหลิงนาง….”
“มีอะไรจะพูดก็รีบพูดมา หรือว่า..เ้าแอบไปหาหลี่ชางไห่?”
“หลิงหลิงเปล่าเ้าค่ะ เเต่หลิงหลิงสงสัยอะไรบางอย่างเกี่ยวกับคุณหนูหลี่เ้าค่ะ”
“อะไร?”
“หลิงหลิงรู้สึกว่า คุณหนูหลี่ผู้นี้ไม่ใช่ คุณหนูหลี่คนเดิมเ้าค่ะ”
“เ้าหมายความว่ายังไง ไม่ใช่คนเดิม?”
“ข้าน้อยเป็สาวใช้ของคุณหนูหลี่ อยู่กับนางในทุกสถานการณ์และเห็นการกระทำของนางทุกอย่าง แต่ทว่าวันนี้นางบอกว่านางไม่รู้จักและไม่เคยเห็นข้ามาก่อน ที่สำคัญทุกครั้งที่นางโมโหนางก็จะจับข้ามัดกับเสาและตีข้า เเต่วันนี้นางกลับบอกให้ข้าแก้มัดตัวเองและลุกขึ้น แถมนางยังมีแววตาที่เป็ห่วงข้าด้วยซ้ำ”
“อย่างที่หลิงๆพูดก็ถูกนะขอรับ จากมุมของข้า เเต่ก่อนนางจะเรียกท่านว่าคุณชายหวังหรือท่านเ้าั เเต่ทว่าตอนนี้นางกลับเรียกชื่อของท่าน หากนางสูญเสียความทรงจำจริงๆ แล้วเหตุใดนางถึงยังจำชื่อท่านกับชื่อข้าได้ล่ะขอรับ?”
“พวกเ้ายังอ่อนประสบการณ์ คงยังไม่รู้เล่ห์เหลี่ยมของสตรี ยิ่งกับสตรีผู้นี้แล้วข้าว่า ข้ายังเข้าไม่ถึงหนึ่งในเล่ห์เหลี่ยมของนางด้วยซ้ำ จับตาดูนางไว้ ดูว่านางจะแผลงฤทธิ์อะไรอีก”
“ขอรับ/เ้าค่ะ” เฉินเซี่ยไม่ยอมเชื่อคำท้วงติงของหลิงๆและิ เขาคิดแต่ว่านี่คือกลยุทธ์ใหม่ที่สตรีผู้นี้จะใช้จับเขาให้มาเเต่งงานกับนางนั่นเอง เเต่ทว่าในส่วนลึกๆแล้ว เฉินเซี่ยก็อดที่จะสงสัยไม่ได้เพราะมีหลายอย่างที่นางกระทำต่างจากเดิมไปมาก อย่างเช่นนางไม่หยิบของที่ตกตามพื้น ต่อให้มันจะเป็ของมีค่าก็ตาม แต่ทว่าเมื่อครู่ก็พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่านางเก็บข้าวที่ตกพื้นขึ้นมากิน อีกจุดสำคัญเลยคือเขารู้สึกคุ้นเคยกับนางมากเวลาที่นางเรียกเขาว่าเฉินเซี่ย ข้อสงสัยและความใจอ่อนเกิดขึ้นมากมายเเต่ก็ถูกพังทลายลงไปด้วยเหตุการณ์ที่นางทำลายหลุมฝังศพของม่านเฉว คนรักของเฉินเซี่ย
“เหอะ!.. ข้ามองจิ้งจอกสารพัดพิษเช่นเ้า เป็คนดีไปไม่ได้จริงๆ ชางไห่! คนอย่างเ้าต้องได้รับโทษที่สาสม!!” เฉินเซี่ยยังคงติดอยู่ในภวังค์แห่งความแค้นและคิดว่าที่นางเปลี่ยนไปเพราะนางกำลังใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกให้เขาตายใจ ในเช้าวันต่อมาน้ำเย็นถังใหญ่ถูกสาดปะทะเข้าที่ตัวของชางไห่อย่างแรงจนนางต้องสะดุ้งตื่นจากความฝัน ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือ เฉินเซี่ยถือถังน้ำขนาดใหญ่ จ้องมองนางด้วยท่าทางที่เฉยชา ถึงแม้ว่าจะเตรียมใจไว้แล้วว่าชีวิตที่เหลืออยู่คงใช้อย่างลำบาก แต่ก็ถึงไม่ถึงว่าเฉินเซี่ยจะเปิดฉากด้วยวิธีนี้….