คุณชายมากรัก

    #45 แจกโรงทาน


            วันนี้เป็นวันที่หลิวจ้านตื่นเช้าที่สุดตั้งแต่ที่เขาได้ย้อนเวลามาอยู่ในยุคนี้ เพราะวันนี้เป็นวันที่หลิวจ้านได้สั่งให้เปิดโรงทานของหอไชน่าทาวน์ หลิวจ้านได้ให้คนเอาโต๊ะไปตั้งวางที่หน้าประตูใหญ่ทางเข้า วางเรียงเป็นรูปตัว U เพื่อเอาไว้ตั้งอาหาร หลิวจ้านสั่งให้พอครัวทำอาหารใส่หม้อใหญ่และยกไปตั้งที่โต๊ะที่จัดเตรียมไว้ หลิวจ้านไม่เน้นทำหลายเมนูแต่เน้นที่ปริมาณของอาหาร แต่สิ่งที่เขาแปลกใจที่สุดก็คือคนที่ไม่คิดว่าจะได้พบกับได้พบ หลิวจ้านเชิญพวกนางไปที่ห้องทำงานของหว่านเอ๋อ ภายในห้องมีเย่เอ๋อ มีพ่อบ้านจางอยู่ด้วย


            “คาระวะพี่สาวทั้งสอง หว่านเอ๋อ เย่เอ๋อคาระวะพี่สาวทั้งสองของข้าเร็ว”


            หว่านเอ๋อและเย่เอ๋อได้คาระวะพวกนาง เป็นองค์หญิงใหญ่และผู้ติดตามของนาง องค์หญิงใหญ่มองหน้าของแม่นางหว่านเอ๋อนางรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตายิ่งนักแต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก แต่หน้าของเย่เอ๋อนางจำได้เพราะเคยเจอนางมาก่อน


            “พวกนางทั้งสองคือ”


            “ออ ข้าลืมเเนะนำพวกนาง พวกนางคือว่าที่ภรรยาของข้าทั้งสองคน”


            “ทั้งสองคน”


            “ใช่แล้วพี่สาวท่านว่าข้าวาสนาดีหรือไม่”


            นี้เจ้าขนาดมีว่าที่ภรรยาสวยขนาดนี้ยังไม่พอใจยังอยากจะให้ข้าที่เป็นถึงองค์หญิงไปเป็นภรรยาอีกคน เป็นบุรุษผู้มักมากในกามจริงๆ นางบนอยู่ในใจ


            “เจ้ากำลังทำสิ่งใด ตอนนี้ว่างหรือไม่ข้าต้องการคุยธุระสำคัญกับเจ้า”


            หลิวจ้านได้ยินว่านางจะคุยธุระสำคัญกับเขา หรือว่า…..นางจะตกลงรับข้อเสนอของเขาที่จะมาเป็นภรรยาเขาอีกคน แต่หลิวจ้านต้องอดใจไว้ก่อนเพราะวันนี้เป็นวันดีที่เขาจะแจกทาน


            “พวกท่านรอข้าสักครูวันนี้ข้ามีแจกโรงทาน เดียวเสร็จงานข้าจะไปพบท่าน”


            “เจ้าจะทำสิ่งใดทำไมถึงต้องแจกทาน”


            “ถ้าท่านอยากจะรู้ก็อยู่รอฟังด้วยกัน”


            ทั้งสองสาวงามก็อยู่รอฟังสิ่งที่หลิวจ้านจะพูด หลิวจ้านให้หัวหน้าพ่อครัวมาพบ


            “เรื่องการแจกทานในวันนี้ให้ท่านทำอาหารที่ทำง่ายๆเเละรวมเร็วแต่รสชาติต้องอร่อยให้ใส่หม้อใหญ่เอาไว้ ซัก 4-5 อย่าง ทำหม้อไฟด้วยแต่ให้ต้มรวมกันเป็นหม้อใหญ่ น้ำจิ่มด้วย ส่วนข้าวให้ทำเป็นโจ๊ก ถ้าหมดก็ทำเพิ่มเรื่อยๆ เราจะแจกเช้าจนถึงเย็น ไปได้แล้ว”


            “ทำไมเจ้าถึงทำโจ๊กละ ชาวบ้านที่มากินจะอิ่มรึยังไง”


            “พี่สาวท่านคงไม่รู้ว่าชีวิตพวกเขาลำบากแค่ไหน พวกเขามารอกินข้าวที่หอของข้าตั้งแต่เมื่อวาน บางคนมาจากเมืองหน้าด่านก็มี พวกเขาบอกว่าหนีสงคราม ได้ยินว่าที่นี่แจกอาหารฟรีพวกเขาก็เลยลองมาเสี่ยงดวงดู การที่ข้าทำโจ๊กแทนข้าว เพื่อไม่ต้องการให้ชาวบ้านที่อดข้าวมาหลายวันรีบกินจนเกินไป อาจจะทำข้าวติดคอก็ได้ นี่คือเหตุผลที่ข้าทำโจ๊กแทนข้าวธรรมดา และท่านอย่าลืมว่าเราเปิดตลอดทั้งวันฉะนั้นข้าไม่อยากให้ชาวบ้านที่มากิน ข้าวติดคอตายเสียก่อน"


            องค์หญิงที่ฟังที่หลิวจ้านพูดทำให้นางเข้าใจทันทีตอนแรกนางคิดว่าเขาเป็นคนขี้งกแต่ต้องมองเขาเสียใหม่


            “ข้ามองเจ้าผิดไป ขอโทษเจ้าด้วย”


            “ถ้าท่านอยากจะขอโทษข้า ท่านก็ไปช่วยตักอาหารให้ชาวบ้าน ข้าถึงจะยกโทษให้”


            “นี้เจ้าอย่าให้มันมากเกินไป”องค์หญิงสวนกับมา


            “ท่านเคยได้ยินคำนี้หรือไม่ หากอยากจะเป็นพระราชา สิ่งแรกที่จะต้องทำคือการครองใจประชาชน ข้าบอกกับท่านได้เพียงเท่านี้ที่เหลือท่านก็คิดเอง”


            องค์หญิงได้ยินที่หลิวจ้านพูดก้คิดได้


            “ได้ข้าจะทำ”


            "พ่อบ้านจางท่านไปสั่งให้พวกเขาเข้าแถวให้เรียบร้อย ทำเป็นสองแถวให้เดินมารับให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และอย่าให้ใครเเซงคิว หว่านเอ๋อ เย่เอ่อ พวกเจ้าไปชวยตักอาหาร ไม่ต้องให้ตักเอง”


            จากนั้นทุกคนได้เริ่มทำตามที่หลิวจ้านบอกแต่ตัวเขากับขึ้นไปชั้นบนและมองลงมาที่ข้างล่างแทน

    เเม่นางมู่หว่านชิงใส่ผ้าปิดหน้าบางๆลงมาดูที่หน้าหอ เพราะนางสงสัยว่าทำไมถึงมีชาวบ้านมารอกันมากแบบนี้ ตอนนี้อาหารยังไม่มามีแค่โต๊ะที่ตั้งอยู่ แม่นางมู่เดินไปถามชาวบ้านสองพ่อลูก


            “ท่านลุงพวกท่านมาทำอะไรกันตั้งมากมายตั้งแต่เช้า"เเม่นางมู่ถามสองพ่อลูก


            “เรียนคุณหนูพวกเราสองพ่อลูกมารอรับอาหารจากหอไชน่าทาวน์ วันนี้เป็นวันสิ้นเดือน ทางหอได้ประกาศว่าทุกวันสิ้นเดือนจะเปิดโรงทานอาหารให้ทุกคนสามารถมากินได้ไม่คิดตังขอรับ”


            แม่นางมู่ได้ฟังก็แปลกใจ ในโลกนี้ยังมีคนใจดีแบบนี้ด้วยรึ และชาวบ้านที่มามีหลายร้อยคน จะกินอิ่มได้ยังไง คงไม่ใช่การเอาข้าวไปต้มเป็นโจ๊กแล้วเอามาแจกจ่ายหรอกนะ ตอนนี้ในความคิดของมู่หว่านชิง คิดว่าต่อให้เอาข้าวมาต้มเป็นโจ๊กแล้วแจกจ่ายก็ไม่น่าจะพอ นางคิดได้ดังนั้นก็กำลังจะกลับขึ้นไปบนหอได้เห็นแม่นางเย่เอ๋อนำคนจำนวนหนึ่งเดินออกมาจากหอและ มีพนักงานยกหม้ออาหารขนาดใหญ่มาตั้งไว้บนโต๊ะทั้งสองฝั่ง เย่เอ๋อมองเห็นนางก็เข้าไปทักทาย


            “ท่านมาทำอะไรอยู่ที่นี่”


            “ข้าลงมาดูว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นทำไมมีชาวบ้านมาเยอะเเยะ”


            “ท่านว่างหรือไม่มาช่วยพวกข้าตักอาหารได้หรือเปล่า”


            “ได้เจ้าค่ะ ข้าว่างอยู่พอดี”


            เป็นหว่านเอ๋อที่ชวนแม่นางมู่มาช่วยตักและยังไม่พนักงานคนอื่นๆมาช่วยอีกพร้อมทั้งเย่เอ๋อและสองสาวงาม 


            พ่อบ้านจางสั่งให้ทุกคนเข้าแถวให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ให้ทุกคนเดินแยกเป็นสองแถวและเขาได้กล้าวขึ้นมา


            “ในวันนี้เป็นครั้งแรกที่หอไชน่าทาวน์ ที่นำโดย แม่นางชิวหว่านเอ๋อ แม่นางเย่หลิงเอ๋อ ที่เป็นคนดูแลหอได้จัดแจกโรงทานให้กับพวกเจ้าชาวบ้านทุกคน”


            ชาวบ้านที่ได้ยินชื่อของนางทั้งสองได้แต่พูดคำว่าขอบคุณแม่นางทั้งสอง บางคนถึงกับคุกเขาลงไป


            “เอาละข้าจะบอกกฎการกิน พวกเจ้าจะได้ถาดหลุมคนละใบและช้อน 1 อัน จะใส่ได้ทั้งข้าวพร้อมกับอาหาร 4-5 อย่าง ใครไม่อิ่มสามารถมาเพิ่มได้ โรงทานจะเปิดถึงช่วงเย็นฉะนั้นหากว่าใครมีงานที่จะต้องทำสามารถกลับมาที่นี้เพื่อกินข้าวได้อีก และที่สำคัญพวกเจ้าห้ามตักเอง จะมีแม่นางทั้งหลายช่วยตักให้กับพวกเจ้า เอาละเริ่มเปิดโรงทานได้ ณ บัดนี้”


            พอสิ้นคำของพ่อบ้านจางชาวบ้านได้เดินเข้าแถวมาเป็นระเบียบเรียบร้อย สาวงามแต่ละนางได้ช่วยกันตักอาหารให้ชาวบ้านด้วยความสุขกันทุกนาง โดยเฉพาะองค์หญิงใหญ่ นางพึ่งเข้าใจถึงการที่ได้แบ่งปันและการให้ว่ามันมีความสุขขนาดไหน ส่วนแม่นางมู่ถึงกับนึกขอบคุณเจ้าของหอตัวจริงแทนชาวบ้านเหล่านี้ หากว่านางได้มีโอกาศพบเขานางจะคุกเข่าลงขอบคุณเขาแทนชาวบ้าน ส่วนภรรยาทั้งสองของหลิวจ้านต่างก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ชาวบ้านที่เดินผ่านพวกนางก็ล้วนแต่ขอบคุณพวกนาง แม่นางมู่กับองค์หญิงยังนึกอิจฉาพวกนาง

    คล้ายกับเรื่องคุณชายมากรัก ที่คุณอ่าน