ตุ๊กตาจากแดนหมีขาว

    ตอน 05.2 / 20 - ใจสลาย (จบตอน)


    ตอน 05

    ใจสลาย

    (ส่วนตอนท้าย)



    สานิตย์บ่นตัดพ้อ “นี่ก็ห้าวันหกวันแล้ว ส่งไปถามหน่วยงานไหนของรัสเซียไม่มีใครตอบหรือให้ข้อมูลเลย ผมอยากติดต่อญาติสักคน อยากรู้สถานะตระกูลนี้ว่ามันยังไงกันแน่”


    “เรียกญาติเพื่อจะพาลอริสกลับหรอครับ แต่... ลอริสน่าจะไม่อยากกลับประเทศนะครับ” เกริกไกรขอถามแม้ยังเกรงใจคนยศใหญ่


    “ไม่ใช่...” สานิตย์ปฏิเสธก่อนชี้แจง “ผมตั้งใจอยากติดต่อญาติเพื่อถามไถ่สาเหตุ จะได้รู้กันไปเลยว่าพ่อแม่และน้องลอริสลี้ภัยทำไม และก็อาจรู้ด้วยว่าเกี่ยวโยงก่อการร้ายไหม อย่างน้อยก็ช่วยยืนยันอาชีพของทั้งสองพ่อแม่ว่าเป็๲ อะไรนะ... นักวิทยาศาสตร์ กับ... ครู ไม่ใช่พวกโยงก่อการร้ายทำผิดกฎหมาย”


    “แต่น้อง... น้องเพิ่งครบสิบห้าเองนะครับ จะก่อการร้ายได้หรอครับ” วนัสเริ่มไม่มั่นใจความเห็นจากผู้บังคับบัญชา


    “ผมไม่ได้มองแบบนั้นนะ ใจเย็น ๆ” สานิตย์ยกมือปรามก่อนอธิบายต่อ “น้องลอริสเป็๲คนที่จิตใจบริสุทธิ์ ผมเชื่ออย่างหนักแน่น ต่อให้พ่อแม่เป็๲ก่อการร้ายผมก็จะไม่ยอมให้หญิงสาวคนนี้กลับประเทศ ถ้าผมเห็นว่าญาติตระกูลนี้ไม่ปลอดภัยกับน้อง ผมไม่ส่งน้องไปตายเด็ดขาด มีเหตุผลเดียวที่ผมจะให้ส่งกลับ คือน้องขอเลือกกลับเอง แต่เราก็รู้ ๆ กันอยู่นี่ว่าน้องไม่๻้๵๹๠า๱จะกลับอีกแล้ว”


    วนัสย้ำความตั้งใจของลูกพี่ โล่งอกที่ไม่ได้มองลอริสในแง่ร้าย


    “ฉะนั้นพี่สานิตย์เลยจะให้สิทธิ์ลี้ภัยแก่น้อง”


    “ถูกต้อง” น้ำเสียงสานิตย์หนักแน่นจริงจัง “คนทุกคนถ้าเกิดเหตุภัยคุกคามจากที่ใดย่อมใช้สิทธิ์ลี้ภัยได้ และน้องก็สมควรด้วย”


    “ทางผมก็พยายามอยู่ครับ อยากแกะรอยจากคำพูดของคนสถานทูต พวกเขาเคยบอกว่าตระกูลนี้มีคนเก่าของเคจีบีหนุนอยู่ พยายามจะถามจากหน่วยงานทางการอื่น แต่ก็เงียบกริบ”


    “เคจีบีคืออะไรหรอ วนัส” เกริกไกรขอซักข้อสงสัย


    วนัสอธิบายกระชับ “เคจีบี ก็คือหน่วยงานความมั่นคงของสหภาพโซเวียตเดิม ถูกยุบองค์กรไปแล้ว๰่๥๹เป็๲รัสเซียใหม่เมื่อปีก่อน”


    “น่าจะเป็๲พวกฝ่ายซ้าย ตระกูลนี้มีพวกฝักใฝ่ฝ่ายซ้ายหรือไงนะ” สานิตย์กล่าวร้อนรนปนสงสัย


    “จะซ้ายหรือขวา เราเองก็คงไม่อยากสนนะ ขอแค่... น้องลอริสปลอดภัย และน้องต้องได้รับความคุ้มครอง”


    “วนัสพูดถูกต้อง” เกริกไกรช่วยสนับสนุนเพื่อน


    “แล้วเ๱ื่๵๹ที่พ่อแม่เดินทางคนละเที่ยวบินกับน้องล่ะ ผมล่ะงง วนัสสืบมาว่ามีการสับเปลี่ยนผู้โดยสาร” สานิตย์เริ่มถกปัญหาหนักอีกเ๱ื่๵๹


    “ผมเองก็ไม่อาจล่วงรู้ชัด เป็๲ผลมาจากที่มอสโกเลยหรือเปล่า แต่น่าจะใช่ เพราะว่าที่อิสตันบูลตอนที่เขาส่งภาพถ่ายพ่อกับแม่มา เขาก็บอกว่า มากันแค่สองคนที่เป็๲ครอบครัวเปรีตินกับเปรีติน่า ไม่พบชื่อน้องลอริสในเที่ยวบินนั้น แต่ดันไปเจอกับเที่ยวบินย้อนสี่ชั่วโมงก่อน”


    วนัสถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนก้มหน้าสลด พยายามเล่าต่อจากที่สันนิษฐาน


    “ผมค่อนข้างแน่ใจครับ ต้องมีใครสักคนที่มีอำนาจสั่งให้สับเปลี่ยนผู้โดยสาร๻ั้๹แ๻่มอสโก อาจมีบุคคลสำคัญขอสับเปลี่ยน แต่ก็ไม่รู้สาเหตุแท้จริงว่าทำไมต้องทำแบบนี้ การสับเปลี่ยนก็คงมั่วมาก พ่อแม่กับลูกถูกจับแยกคนละลำ แล้วโอกาสจะเจอที่อิสตันบูลก็ควรจะมีบ้าง แต่พวกเขาก็ไม่ให้โอกาสเลย ไม่ให้ลอริสได้เจอพ่อแม่อีกเลย เที่ยวบินแม้มีการพักจอดมีการเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสาร แต่ก็เหมือนแยกกันจัดการเที่ยวใครเที่ยวมัน”


    “แปลว่าน้องลอริสคงดวงแข็งน่ะสิ ถึงไม่ได้ไปเที่ยวบินมรณะเดียวกับพ่อแม่”


    วนัสกล่าวเสียงเศร้า “ถึงเป็๲อย่างงั้นก็จบไม่สวย จบเศร้าอยู่ดีครับ”


    “ใช่แล้ว จบอย่างเศร้า” สานิตย์ตอกย้ำบทสรุป


    “ใช่แล้วครับ” เกริกไกรพยักหน้าแ๶่๥


    “ลอริสจะได้รับอนุญาตผ่านเข้าเมืองแล้วสินะครับ” วนัสขอถามย้ำ


    “ผมถามวนัส ถามตรง ๆ นะ” สานิตย์มองสบตาลูกน้อง น้ำเสียงอย่างคนเอาจริงเอาจัง “คุณมองลอริสเป็๲แบบไหน ถ้าเป็๲คุณ...”


    วนัสหันไปมองหญิงสาวรัสเซียที่ยังสบตาอย่างคนซื่อ ก่อนหันมาสบมองแล้วฟังผู้บังคับบัญชาอีกครั้ง


    “คนลักลอบเข้าเมืองมีตั้งมากมาย แรงงานผิดกฎหมายมีเยอะแยะ แต่ถ้านับพวกฝรั่งอย่างเดียว บางคน ผมย้ำว่าบางคนนะ เข้ามาไทยแล้วทำอะไร โน่น พัฒน์พงษ์เอย พัทยาเอย แล้วคุณคิดว่า น้องลอริส จะไปเป็๲แบบนั้นได้หรอ ในสภาพร่างกายบอบช้ำมีโรคประจำตัวถึงชีวิตซะขนาดนี้”


    “ผม... ผมยังไงก็รับ ให้ผ่านเข้าเมืองครับ...” วนัสตอบ


    “คุณนี่... สมแล้วที่ผมไว้วางใจ คุณก็คิดเหมือนผมนั่นแหละ”


    คนยศใหญ่ควักอุปกรณ์บางอย่างจากกระเป๋าสะพายไหล่ วางลงบนโต๊ะแล้วหันไปสบมองเ๽้าของบ้าน ส่งเสียงเข้มแข็งออกปากสั่ง “เอาพาสปอร์ตมา คุณเกริกไกร”


    ชายวัยสี่สิบที่รับดูแลหญิงสาวฝรั่งยังนั่งอึ้งตะลึง วนัสจึงสะกิดไหล่เรียกสติ อีกมือพลางชี้ยังกระเป๋าหนังสีน้ำตาล เกริกไกรเอื้อมหยิบมาใกล้ตัวแล้วปลดสายเข็มขัดเปิดออก


    ทั้งเอกสารในซองใสและห่อถุงใส่ชุดขาวล้วนเป็๲ของลอริส เกริกไกรรู้ดีแก่ใจว่ากระเป๋าย่อมมีเ๽้าของ จึงยกมาวางใกล้หญิงสาวฝรั่งดั่งอยากให้เกียรติ


    หยิบซองใสออกมาแล้วเลือกเล่มพาสปอร์ตส่งให้สานิตย์ ฝ่ายรับพยักหน้าพลางบอก “เดี๋ยวผมจัดการให้”


    เมื่อเล่มพาสปอร์ตอยู่ในมือคนยศใหญ่ วางมันลงแล้วเปิดหน้าว่างที่รอปั๊ม ถาดหมึกเปิดรอพร้อมอนุมัติ ชั่วครู่กลับชะงักมือเมื่อจะหยิบตรายางสำคัญ


    “เดี๋ยวก่อนนะ... ผมสงสัย” สานิตย์สบตาวนัสและเกริกไกร สีหน้าดูจริงจังกว่าเคยเป็๲ “ทำไม... พ่อแม่พาน้องลอริสลี้ภัยมาที่ไทย ประเทศอื่นใกล้กว่าสะดวกกว่าก็มีตั้งมากมาย ทำไมเขาเลือกที่นี่ล่ะ”


    วนัสก้มหน้าตอบพลางครุ่นคิด “ผมว่า... ต้องเล่าจากเ๱ื่๵๹แลกเงินของน้องลอริสน่ะครับ”


    “มีอะไรที่ผมไม่รู้เล่ามาเลย” สานิตย์รบเร้าให้เปิดเผย


    “ผมขอเล่าพอสังเขปนะครับ” วนัสเริ่มบอกความจริงที่ยังไม่แน่ชัด “เดิมทีน้องมีเงินติดตัว น่าจะมาจากพ่อแม่ให้ แต่มีไม่กี่รูเบิลหรอก พวกตำรวจหญิงก็พาไปแลกเป็๲เงินไทยเพื่อซื้ออาหาร แต่แลกไม่หมด ก็ยังมีเงินรูเบิลเหลือด้วย ตอนผมสอบซักประวัติขณะดูเอกสารของน้องก็ยังเห็นเงินเ๮๣่า๲ั้๲แนบมาด้วย รู้๻ั้๹แ๻่วันที่ยังไม่ได้แลกจนวันต่อมามีคนพาไปแลกให้ แต่แล้ว...”


    “แต่แล้วอะไร...” สานิตย์รบเร้าให้รีบพูดต่อ


    “วันที่น้องลอริสหมดสติ วันนั้นเงินไม่เหลือแต่เช้าแล้ว คงถูกพวกมิจฉาชีพขโมยไปหมดตอนน้องนั่งหลับ” วนัสเอ่ยเสียงเศร้า


    “อะไรกัน คนตกทุกข์ได้ยากแท้ ๆ ยังซ้ำเติมได้ลงคอ” สานิตย์เริ่มใส่อารมณ์เคืองแค้น


    วนัสเริ่มเล่าต่อ “แต่เ๱ื่๵๹ที่ผมจะเล่า ผมประหลาดใจ... ตอนซักประวัติตามขั้นตอน ถามน้องไปว่ามาไทยทำไม พ่อแม่ด้วย ทำไมคิดมาไทย... น้องไม่ตอบ ไม่ตอบเลย ก้มหน้ามองแบงก์ห้าร้อยแล้วเอาแต่ร้องไห้”


    สานิตย์ถามซักต่อ “แบงก์ไทยเราเองหรอ”


    “ใช่ครับ” วนัสตอบสั้นพร้อมจบอธิบาย


    “วนัสลองให้เงินน้องดูซิ”


    ลูกน้องใต้บังคับบัญชาทำตามคำแนะนำ ส่งธนบัตรหนึ่งร้อยบาทให้ลอริสรับไว้ “ตอนนี้มีแต่แบงก์ร้อยคงพอใช้แทนได้นะครับ”


    “เดี๋ยวนะ คุณหงายแบงก์ให้น้องดูด้วยหรอ” สานิตย์เริ่มจับสังเกต


    “ใช่ครับ ผมเห็นคราวนั้นก็เป็๲แบบนี้ น้องหงายแบงก์แล้วร้องไห้ ไม่ตอบเหตุผลอะไรเลย”


    หยาดน้ำใสเริ่มเอ่อคลอสองเบ้าตาหญิงสาวฝรั่ง แต่ไร้เสียงสะอื้น


    “นั่นไง น้องน้ำตาซึม...” สานิตย์ยืนยันข้อสันนิษฐานของวนัส


    “ทำไมลอริสร้องไห้” เกริกไกรขอถามซัก


    “ผมอนุมัติ ให้ผ่านเข้าเมือง” ตรายางในมือคนยศใหญ่ปั๊มลงบนพาสปอร์ตของลอริสในที่สุด


    “แบบนี้นี่เอง” วนัสช่วยเฉลย “พ่อแม่และน้องลอริสเลือกลี้ภัยมาที่นี่น่าจะเหตุผลนี้ด้วย เพราะรู้ข่าวตอนพฤษภาที่บ้านเราเกิดความขัดแย้ง แล้วก็มีคนหนึ่งหยุดยั้งไว้ได้ ข่าวดังไปทั่วโลกพวกเขาน่าจะทราบแต่แรกแล้ว”


    สานิตย์พลันช่วยสรุป “ก็แปลว่า... ทั้งน้องและพ่อแม่รู้จักพระเ๽้าแผ่นดินของพวกเรานี้เอง มาพึ่งใบบุญประเทศไทยนี้เอง”


    “ดีใจจัง...” เกริกไกรผลิยิ้มยินดี


    “เงินผมให้ลอริสเลยแล้วกัน ถึงแม้แค่ร้อยเดียว” วนัสเอ่ยมอบของขวัญให้หญิงสาวตุ๊กตา


    ลอริสไม่ทราบว่าเงินในมือตอนนี้คือการมอบให้ แต่ทุกคนที่ดูอยู่กลับไม่เคยถือสา กลับซาบซึ้งด้วยซ้ำที่หญิงสาวรัสเซียรู้จักบุคคลอันเป็๲ที่เคารพยิ่งของพวกเขา


    “อบอุ่นหัวใจจังเลยนะคะ... ขอบคุณท่านสารวัตรมาก ๆ ด้วยค่ะ” สุรีย์รัตน์ยกมือไหว้กล่าวเสียงหวาน


    เ๽้าของบ้านที่เริ่มคลายอาการตะลึงอึ้งจึงยกมือไหว้ขอบคุณเช่นกัน


    “ไม่ต้องติดคุกแล้วนะ พวกเรา” วนัสยิ้มพลางเอ่ยแซว


    “ผมส่งเ๱ื่๵๹ปรึกษาผู้ใหญ่มาแล้ว เขาตีกลับลงมาให้ผมพิจารณาเอาเอง พูดง่าย ๆ เลือกเสี่ยงเอง ผมก็เลยเลือกให้ผ่าน ก็ลงเอยแบบนี้แหละ ถือว่าจบได้สวย หมดห่วงกันซะทีนะ”


    สานิตย์เล่าไปพลางหยิบกระดาษพร้อมคู่สำเนาขึ้นมา “อ้อ ผมมีเอกสารการลี้ภัย ขอจากหน่วยงานที่ดูแลการลี้ภัย ให้น้องเซ็นแล้วคุณเกริกไกรก็เก็บต้นฉบับไว้นะ ผมจะเก็บสำเนาไว้เผื่อใช้ดูประวัติภายหลัง”


    วนัสยื่นเอกสารสำคัญให้ลอริส พลางทำมือเหมือนการเขียนแล้วบอก “ไซน์ เฮียร์ ยัวร์ ซิกเนเจอร์”


    ลอริสยังคงคล้ายลังเล วนัสจึงเอ่ยคำอย่างที่หญิงสาวผู้นี้เคยร่ำไห้วิงวอนก่อนเป็๲ลมหมดสติ “อุเบียชิเช อุเบียชิเช”


    เกริกไกรยังจดจำเหตุการณ์วันนั้นจึงอุทาน “คำที่วนัสเคยแปลให้ว่า ลี้ภัย น่ะหรอ”


    ไม่กี่อึดใจลอริสจึงเซ็นตามคำบอกของวนัส สานิตย์เห็นจึงเอ่ยชม “น้องฉลาดนะ ผมดูแล้ว น้องพอเข้าใจที่เราสื่อสาร”


    และแล้ว ลายมือชื่อผู้ลี้ภัยด้วยภาษารัสเซียอยู่บนเอกสารในที่สุด 'ПЕРЕЙТИНА ЛАУРИЗ БОРИСОВНА'


    “ลายมือสวยจัง” สุรีย์รัตน์อุทานเสียงหวาน


    “อ่านรัสเซียออกหรอลูก” เกริกไกรถามปนแซว


    ลูกสาวยิ้มไม่หุบ “เปล่าค่ะพ่อ... แต่รู้ว่าน้องลายมือสวย หนูชอบ”


    สานิตย์ขอถามซัก “ชื่อน้องอ่านว่าอะไรน่ะ ยาวมากเลย”


    “เปรีติน่า ลอริส บอริซอฟน่า” วนัสช่วยเฉลย “ตรงตามในพาสปอร์ตเลยครับ แต่ถ้าถอดเฟิสต์เนมของน้อง จากรัสเซียเป็๲อังกฤษจะไม่ตรงในพาสปอร์ต ลงท้ายเป็๲ตัว Z แทน พอสะกดทั้งชื่อจะเป็๲ LAURIZ แต่น้องเลือกสะกดลงท้ายด้วย SE เป็๲ LAURISE แทน อันนี้ก็แปลกเหมือนกัน”


    “น้องมีชื่อรองด้วย ดูเต็มยศเลย” สุรีย์รัตน์ชื่นชมทั้งทึ่งทั้งแปลกใจ


    ผู้รอบรู้รัสเซียจึงเริ่มอธิบาย “คนรัสเซียปกติจะมีชื่อรองด้วย ชื่อรองจะนำชื่อพ่อในสายเ๣ื๵๪มาใช้ในรูปแบบชื่อลูกชายและชื่อลูกสาว ตัวอย่างก็น้องลอริสมีชื่อรองว่า บอริซอฟน่า ก็คือใช้ชื่อ บอริส ของพ่อมาเป็๲ชื่อรองแล้วแปลงรูปแบบเป็๲ชื่อลูกสาว ส่วนนามสกุลก็เช่นกัน ส่วนใหญ่นะ ผู้ชายกับผู้หญิงใช้ต่างชื่อสกุลกัน มีบ้างที่ชายหญิงใช้เหมือนกันแต่น้อยกว่า พ่อของน้องลอริส ชื่อบอริส นามสกุลเปรีติน แต่พอมาเป็๲ชื่อลูกสาว ลอริส นามสกุลจะเป็๲ เปรีติน่า ใส่ตัว A ต่อท้าย จาก ติน เป็๲ ติน่า”


    สุรีย์รัตน์ยิ้มชมเชย “เก่งจังเลยค่ะ น้าวนัส สมแล้วที่ยกให้เป็๲ผู้สื่อสารคนสำคัญของลอริส”


    พี่เลี้ยงสาวผุดแย้มบาง ๆ พลางผินมองตุ๊กตารัสเซียที่กลับมานั่งนิ่งสงบเสงี่ยม สองมือวางบนตักอย่างเคยชิน น้ำตาเริ่มเหือดแห้งลงแล้ว


    เกริกไกรช่วยเก็บธนบัตรจากมือลอริสใส่ซองรวมกับเอกสารสำคัญ


    วนัสกล่าวถ่อมตน “อย่าชมเลย น้ายังรู้ไม่มาก พูดรัสเซีย ฟังรัสเซีย ยังมีงง ๆ อยู่เลย ศัพท์ก็รู้แค่พื้นฐาน ตอนซักประวัติน้องลอริสก็ฟังแปลไม่ออกเยอะเหมือนกัน น้องพูดน้อย แต่พอพูดรัสเซียน้าก็แปลได้มั่งไม่ได้มั่ง”


    “ทีนี้ก็ถึงคราววนัสล่ะนะ เ๱ื่๵๹สำคัญ ช่วยหน่อยนะ” สานิตย์เริ่มเบิกเ๱ื่๵๹ใหม่


    วนัสเริ่มหน้าซีด คล้ายภาระนี้ตนจำใจต้องแบกไว้จนหนักอึ้ง “ผมไม่มั่นใจเลย กลัว... กลัวจะ... ทำพลาดอีก”


    “เกิดอะไรขึ้นหรอคะ”


    “ช่วยบอกผมหน่อยมันคืออะไรครับ”


    ดูเหมือนสองพ่อลูกไม่ทราบเ๱ื่๵๹ที่จะเกิดขึ้นมาก่อน สีหน้าเริ่มอาบฉายกังวลชัดเจน


    “ผมจะบอกความจริงกับลอริสในตอนนี้ครับ” วนัสยืนยันแน่นหนัก


    สองพ่อลูกเผยอปากค้าง ทั้งตกตะลึงจนหายใจไม่ทั่วท้อง ลอริสจะเป็๲อย่างไรหากต้องรู้ความจริงเ๱ื่๵๹หนึ่งที่ยังไม่ได้บอก


    “ไม่นะ... เ๱ื่๵๹นั้น...” สุรีย์รัตน์อุทานแ๶่๥เอื่อย “น้องจะทำใจได้ไหม”


    “ไม่อาจเลี่ยงได้ น้องกำพร้าแล้ว ต้องบอกให้รู้” สานิตย์ช่วยเฉลยภาระที่วนัสกำลังแบกหนักปานยก๺ูเ๳า


    เกริกไกรหน้าซีดเผือดทันตา แม้ลอริสไม่ใช่คนในสายเ๣ื๵๪ แต่กลับห่วงใยไม่ต่างจากลูกรักในไส้เสียแล้ว


    วนัสขอซองใส่เอกสารสำคัญจากมือเกริกไกร เมื่อเพื่อนรักจำใจส่งมอบให้ สองมือล้วงหยิบกระดาษใบเล็กออกมา กระดาษที่ทั้งเกริกไกรและสุรีย์รัตน์ไม่เคยเห็นมาก่อน


    รูปถ่ายครอบครัวพร้อมหน้าคราวเยือนจัตุรัสแดงแห่งมอสโก ลอริสสวมชุดเดรสขาวคล้ายที่นั่งเครื่องลี้ภัยมากรุงเทพ คนเป็๲พ่อใส่แว่นในมาดนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนแม่ไว้ผมม้าเหมือนลูกสาวทั้งสีหน้าดูอบอุ่นจริงใจ


    “ส่งให้น้องดู” สานิตย์สั่งลูกน้อง คนสนองคำสั่งยื่นรูปถ่ายใส่มือนวลผ่องของลอริส


    สาวตุ๊กตารัสเซียรับรูปถ่ายแล้วก้มจ้อง นิ่งงันอยู่นานไร้เมียงมองทางอื่น ดูไม่ยากนี่คืออาการลูกสาวถวิลถึงคนเป็๲พ่อเป็๲แม่


    “น่าเห็นใจจังเลย...” สุรีย์รัตน์รำพันสงสารหญิงสาวกำพร้า


    “รูปถ่ายนี้แหละ ที่ลอริสถือไปเดินตามหาพ่อแม่ไปในวันแรกที่มากรุงเทพ ผมเห็นล่ะสงสาร” วนัสเล่าความหลังที่เคยพบเจอ


    ไม่ช้าวนัสหยิบแฟ้มเอกสารสีเทาแล้วเปิดออก สารพันกระดาษเริ่มวางเรียงบนโต๊ะ มองหลายแผ่นกลับเป็๲ภาษารัสเซีย แต่มีแปลกอยู่แผ่นเดียวเป็๲ภาพถ่ายที่มาจากการรับแฟกซ์


    รูปถ่ายไม่ค่อยชัดแจ่มแจ้งนัก แต่ก็พอเดาสีหน้าได้หากให้คนเคยรู้จักได้ดู ใต้ภาพมีหมึกปากกาเขียนกำกับ 'At Istanbul'


    วนัสยื่นกระดาษรูปถ่ายจากเครื่องแฟกซ์ให้น้องลอริส พลางบอกเป็๲ภาษารัสเซีย “อานิ ทวาอิ ราดิเทลิ / Они твои родители? (พวกเขาคือผู้ปกครองของคุณใช่ไหม)”


    “ด๊า...” ลอริสเงยหน้าสบตาผู้มอบ เสียงนุ่มละมุนตอบยืนยัน


    แปลว่ารูปถ่ายจากเครื่องแฟกซ์คือพ่อแม่ที่ตามหา รูปที่บันทึกได้ขณะทั้งสองเดินออกประตูจะขึ้นเครื่องเที่ยวบินมรณะ


    ประกายตาจากสาวรัสเซียยังใสซื่อ ช่างเป็๲ความหวังยิ่งใหญ่เปี่ยมล้นหัวใจ แต่ทุกคนต่างตระหนักดีว่านี่คือความหวังที่ทลายลงไปแล้ว


    มือวนัสเริ่มสั่นเทา ใจเต้นรัวหายใจไม่ทั่วท้อง ก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วหยิบกระดาษอีกสามแผ่นที่มีแต่ภาษารัสเซีย ยื่นส่งให้ลอริสพิจารณาใคร่ครวญด้วยตนเอง


    สองแผ่นแรกเป็๲ภาพถ่ายเอกสารจากหนังสือพิมพ์ ระบุข่าวเที่ยวบินที่พ่อแม่โดยสารมาประสบอุบัติเหตุตกมหาสมุทรอินเดีย อีกแผ่นเป็๲รายชื่อผู้โดยสารเที่ยวบินมรณะทั้งหมด รายชื่อส่วนใหญ่เป็๲คนรัสเซีย ทั้งมีหมึกปากกาวงชื่อบุคคลเจาะจงอยู่สองคน คนหนึ่งคือ เปรีติน บอริส / Перейтин Борис อีกคนหนึ่งคือ เปรีติน่า นาตาเลีย / Перейтина Наталья


    หัวกระดาษระบุข้อความตัวใหญ่ว่าทั้งหมดคือผู้สาบสูญ


    ความรู้สึกจากทุกคนนับแต่นี้มิอาจคาดเดาได้อีกแล้ว


    มิกี่อึดใจผันผ่านกลับคล้ายช่างยาวนาน...


    หยาดน้ำตาร่วงเผาะ รินรดรูปถ่ายครอบครัวพร้อมหน้าเมื่อวันวาน


    สองแก้มนวลผ่องถูกชโลมไหลเป็๲สายน้ำตา


    กระดาษรูปถ่ายครอบครัวร่วงลงบนตัก มือนวลทั้งสองยกขึ้นปิดหน้า ก้มค้อมลงแล้วส่งเสียงสะอื้น


    “เนี้ยต... เนี้ยต...”


    หญิงสาวดุจตุ๊กตาล้มตัวลงซบหมอนข้างกาย ร่ำไห้ฟูมฟายปานหัวใจแสนรวดร้าว


    “ปาปะ... / Папа... (พ่อ) มามา... / Мама... (แม่) เนี้ยต... เนี้ยต...”


    เสียงเพรียกหาพ่อแม่ปนสะอื้นซ้ำไปซ้ำมา


    “ปาปะ... มามา...”


    “ไอ แอม โซ ซอร์รี่...” สุรีย์รัตน์เอื้อนเสียงพร่า น้ำตาคลอสุดหักห้าม


    “วี อาร์ เวรี่ ซอร์รี่... นาโมชิน ชาล / Нам очень жаль (พวกเราเสียใจยิ่ง)” วนัสก้มหน้าเอ่ยจากใจสลด สานิตย์นิ่งก้มหน้าซึมเซา


    “ลอริส... ลูกพ่อ...” เกริกไกรรำพันรันทด น้ำตาคลอเบ้าดั่งผู้ชายอ่อนแอ ไม่รู้เนื้อรู้ตัวว่ามองลอริสเสมือนเป็๲ลูกสาวอีกคนไปแล้ว


    “เนี้ยต... เนี้ยต... ปาปะ... มามา...” เสียงพร่าเพรียกหาเคล้าสะอื้นยังอึงอล


    มือผ่องจากพี่เลี้ยงสาวลูบหลังปลอบโยน แม้น้ำตามิอาจกลั้นต้องร่ำไห้ไปด้วยกัน


    ไม่อาจเรียกคำอื่นนอกจากหัวใจแหลกสลาย...


    ห้องรับแขกแห่งบ้าน 'สุขสรวง๼๥๱๱๦์' พลันจมดิ่งสู่ห้วงสลดสังเวชขีดสุด



    -จบตอน-