“ผมรู้ ผมก็เสียใจแต่พวกเรานะเป็ครอบครัวที่โชคดีที่สุด ที่เราได้ลูกสาวกลับมาตั้ง7วันนะ เวลาน้อยมากแล้ว อย่ามัวมาเสียใจอยู่เลย พวกเราจะต้องมาช่วยกันคิดสิ ว่าจะเตรียมอะไรให้ลูกบ้าง ลูกต้องไปลำบากในที่แบบนั้น ”คุณพ่อเตือนสติคุณแม่
ในขณะที่ท่านก็เสียใจที่ต้องสูญเสียลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านไป แต่ท่านเป็ผู้ชายและเป็หัวหน้าครอบครัว ท่านต้องเป็เสาหลักให้กับทุกคน
และเพื่อไม่ให้ลูกสาวเป็ห่วงพวกท่าน ท่านอยากให้ลูกไปใช้ ชีวิตที่นั่นโดยไม่มีห่วงกับทางนี้
“ใช่ๆ เราต้องรีบแล้วมีอะไรต้องเตรียม อาหาร ข้าว ยา มีอะไรอีก ฟางเจินแกมาช่วยแม่คิดสิต้องเตรียมอะไรบ้าง” คุณแม่วันเพ็ญตั้งสติ
แล้วคิดว่า จะเตรียมอะไรให้ลูกสาวบ้าง โดยการะโเรียกลูกชายที่นั่งร้องไห้อยู่ ตรงมุมบันไดตอนนี้ทุกคนต้องรีบกันจนหัวหมุน
“ก่อนอื่นพ่อว่าเราต้อง จดรายการที่เราคิดออกก่อนดูว่าอะไรบ้าง และเราลืมอะไรไปบ้าง ”คุณพ่อกล่าว และพยายามคิดอย่างหนัก ว่าในยุคนั้นอะไรสำคัญ ที่จะทำให้ลูกสาวของท่านมีชีวิตรอดปลอดภัย
“ใช่ๆ คุณพูดถูกอาเจิน ไปเอาสมุดปากกามา เร็วๆ”คุณแม่กล่าวรับคำผู้เป็สามี ตอนนี้ไม่ใช้เวลา ที่จะมาเสียใจพวกเราอยู่ทางนี้สุขสบายต่างจากลูกสาวที่ต้องไปเผชิญกับความอดยาก
และการทำงาน ที่หนักกลางแจ้งของ ประเทศจีนยุคนั้น นอกจากอดยาก จากอาหารแล้ว ก็ไม่มีสิ่งอำนวย ความสะดวกสบายอะไรเลย หมอก็แทบไม่มี ยาก็ยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าเกิดลูกสาว เป็อะไรขึ้นมา จะทำยังไง คุณแม่ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด
“ครับๆ คุณแม่”ฟางเจินรับคำ ก่อนจะรีบลุกจากที่นั่ง ไปหยิบสมุดและปากกา จากกระเป๋าหนังสือ ของเขาที่วาง ไว้บนโซฟาหน้าทีวี
“ตอนนี้ เรามีเงินเก็บเท่าไหร่”คุณพ่อกล่าวกับคุณแม่ ที่กำลังช่วยกัน คิดว่าจะต้องซื้อสิ่งของอะไรบ้าง อยู่ๆคุณพ่อก็เอ่ยถามเื่เงิน กับคุณแม่
“ในธนาคารฉันมี 1.5 ล้าน” คุณแม่บอกกับคุณพ่อ หลังจากนั่งนึกไปสักพักหนึ่งว่าในธนาคารมีเงินเท่าไร
“ของผมก็มี 1 ล้าน รวมเป็ 2.5 มันจะพอไหม”คุณพ่อกล่าว
ตอนนี้เขา เครียดจนหัวจะล้าน อยู่แล้ว กลัวเงิน จะไปพอซื้อ ของเตรียมให้ลูกสาว
“พ่อแม่ของผมมีอีกแสนหนึ่ง” น้องชายกล่าว หลังจากที่อาเจินฟังพ่อกับแม่คุยกัน เขาก็เดิน
ไปหยิบสมุดบัญชี ที่เก็บไว้บนห้องเอา มายื่นให้พ่อแม่ เพื่อจะได้ไป ซื้อของเตรียมตัวให้พี่สาวของเขา เขาเป็น้องชายก็ห่วงพี่สาวเช่นกัน
“พ่อแม่คะ ไม่ต้องใช้เงินของที่บ้านค่ะ รอหนูถูกหวยเย็นนี้เราก็มีเงินแล้วค่ะ”ฟางเซียนรีบบอกทุกคนเเละเล่าเื่นี้
ให้ทุกคนฟังเนื่องจากเธอลืมเล่าตรงจุดนี้ไป พอทุกคนได้ยินแบบนี้ก็หายเครียดไปส่วนหนึ่ง ก่อนจะมา ตั้งหน้าตั้งตา คิดต่อว่าจะ เตรียมอะไรบ้าง
“งั้นตอนนี้เราจะต้องซื้ออะไรบ้าง” คุณแม่กล่าว พร้อมถือปากกาเตรียมจดเต็มที่
“ข้าวคือสิ่งสำคัญที่สุด เื่นี้ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวผมจักการเอง”คุณพ่อกล่าวขึ้นมา เื่นี้เขาต้องจัดการเป็อันดับหนึ่ง ลูกสาวจะอดข้าวไม่ได้
“ใช่ แล้วก็เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อเป็ด ปลา อาหารทะเล เช่นกุ้ง ปู หอยต่างๆ ปลาหมึก ต่างๆ ที่สดและแบบแห้ง รวมถึงไข่ไก่ ไข่เป็ด ไข่ปลา ไข่เค็มเอาที่เป็ แบบต้มมาแล้วและแบบดิบนะ ไข่เยี่ยวม้า ไข่ดองน้ำปลา ด้วย เอาให้หมด”คุณแม่กล่าวสั่งสิ่งที่คิดออก
“เดี๋ยวผมไปซื้อเองครับ ที่ตลาดส่งขนาดใหญ่มีทุกอย่างครับ”ฟางเจินกล่าว หลังจากฟังแม่พูดจบ เขารีบเสนอตัวก่อนใครด้วยกลัวจะมีคนแย่งหน้าที่เขา
“ได้ อาเจินรับไป ส่วนแม่จะไปซื้อ..”คุณแม่กล่าวไม่ทันจบ
“แม่คะ แม่ทำกับข้าวให้หนู ได้ไหมคะ ไม่ต้องทำเยอะนะคะ อาหารแต่ละอย่างแค่สองสามกล่องอาหารก็พอค่ะ เอาไว้ให้หนูทานเวลาคิดถึงฝีมือแม่”ฟางเซียนรีบบอกผู้เป็แม่ก่อนท่านจะคิดอะไรออกอีก
“ได้ๆ ลูกอยากกินอะไรบ้าง แม่จะทำให้” คุณแม่รีบพยักหน้ารับฟังลูกสาว เธอดีใจที่ลูกชอบอาหารฝีมือเธอ
“เป็ดพะโล้ขาหมูใส่ไข่เยอะๆนะคะ ต้มยำทะเล ต้มยำใส่ปลา แบบน้ำข้น น้ำใส ปลาทอด ราดพริกสามรส น้ำพริกกะปิ แกงเทโพหมูสามชั้น ต้มข่าไก่ แค่นี้ก็พอค่ะ เดี๋ยวหนูจะไปสั่งตามร้านอาหารอีกที ” ฟางเซียนบอกผู้เป็แม่
“มีอะไรที่ลูกอยากกินอีกไหม รีบบอกแม่มาไม่ต้องเกรงใจแม่”คุณแม่กล่าว และคิดว่าจะทำอาหารอะไรเพิ่มให้ลูกดี
“พอแล้วค่ะแม่ อาเจิน เดี๋ยวไปตลาดพาพี่ไปด้วยพี่ต้องไปซื้อผัก ต่างๆด้วย พวกเนื้อสัตว์ ไม่ต้องซื้อเยอะนะ ยังไงพี่ก็เอาออกมาได้ไม่มีวันหมด ซื้อแค่อย่างละ 20 กิโล ก็พอ เอาเครื่องในมันด้วยนะ อืออ พี่ต้องไปซื้อพวกถ้วยจาน และพวกช้อนส้อมและตะเกียบด้วย พวกเครื่องครัว ทางนั้นน่าจะหาได้ยาก พี่ต้องเตรียมไปด้วย”ฟางเซียนบอกกล่าวกับน้องชาย
“ครับพี่” หนึ่งวันนี้เราใช้เวลาพูดคุย นึกรายการต่างๆด้วยกัน จนดึกดื่น ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน ในห้องของใครของมัน