5
คำตอบที่ผิด
นักอ่านที่เคยอ่านนิยายแนวทะลุมิติไปทำภารกิจในหลายโลกแนวทะลุมิติเข้าไปในนิยาย หรือแนวระบบย่อมรู้ดีถ้าอยากเปลี่ยนชะตากรรมของตัวละครในเื่ก็ต้องยับยั้งเสียั้แ่ตอนโศกนาฏกรรมยังไม่เกิดขึ้นกระนั้นซ่งชิงสือกลับตีโจทย์ว่าเื่ราวจบลงแล้ว จึงต้องช่วยเหลือตัวละครที่เผชิญชะตาชีวิตอันอาภัพตัดสินใจพลาดแค่ชั่ววูบ ทุกอย่างก็ผิดแผนไปหมด
ในนิยาย เยวี่ยอู๋ฮวนปรากฏตัวเพียงสามครั้ง
ครั้งที่หนึ่ง นายเอกเพิ่งถูกขายให้เคหาสน์หงส์ทองคำดันเห็นภาพเหลือรับขณะแขกเล่นสนุกกับเยวี่ยอู๋ฮวน มโนทัศน์ทั้งสาม[1]พังทลาย
ครั้งที่สอง นายเอกวาดฝันถึงอนาคตอย่างไร้เดียงสากลับเจอเยวี่ยอู๋ฮวนถากถางเยาะเย้ย บีบคั้นให้ยอมรับความจริง
ครั้งที่สาม ในหอมรกตเยวี่ยอู๋ฮวนออกรับแขกตามคำสั่งจินเฝ่ยเริ่น แต่พลั้งถูกปีศาจพยัคฆ์ขย้ำกินจินเฝ่ยเริ่นปกปิดเื้ัของเหตุปีศาจพยัคฆ์คลั่งทำทีว่าเป็การละเล่นที่จัดเตรียมไว้สำหรับงานเลี้ยงทั้งฉวยประโยชน์จากความหวาดกลัวสุดขีดทำลายศักดิ์ศรีเสี้ยวสุดท้ายของนายเอกเพื่อให้เขายอมจำนนตกเป็ของเล่นโดยสมบูรณ์
สรุปแล้ว เยวี่ยอู๋ฮวนก็คือตัวประกอบเล็ก ๆที่มีบทไม่มาก แถมตายแต่ต้นเื่ เสริมส่งนายเอกผู้แสนดีให้โดดเด่นด้วยความเสเพลความงามของเขาเสมือนเพียงบุปผาสีสันซีดจาง ใกล้โรยราลงเต็มกลืนจะเทียบเคียงดอกทานตะวันสดสวยบริสุทธิ์ที่ยังไม่ผลิบานได้อย่างไร
นี่เป็โจทย์ปัญหาที่ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยนักอ่านคนไหนก็ทำได้กันทั้งนั้น!
ถ้าระบบมีชีวิตแล้วคุมสอบอยู่คงได้ปีนออกมาแพ่นกบาลคนโง่อย่างซ่งชิงสือตายไปแล้ว
เด็กเทพซ่งไม่รู้ตัวว่าตอบผิดไปไกลโขยังคงถูไม้ถูมือด้วยความมั่นใจล้นเปี่ยม มุมานะปฏิญาณว่าจะทำคะแนนเต็มให้จงได้!
ระหว่างทางกลับหุบเขาเ้าโอสถซ่งชิงสือซึมซับความทรงจำเ้าของร่างจนครบถ้วนผสานรวมความรู้ทางการแพทย์และการหลอมโอสถจำนวนมหาศาลภายในนั้นพิภพเซียนมีสมุนไพรพิสดารและโอสถวิเศษสารพัด ทว่าพวกตำรับยาแผนโบราณที่ตกทอดกันมามักรู้เพียงว่ามีสรรพคุณอัศจรรย์ แต่ไม่รู้ว่ามันอัศจรรย์ตรงที่ใด
การแพทย์ยุคใหม่มีการวิจัยศาสตร์แพทย์แผนจีนอย่างเป็ระบบศึกษาหาความสัมพันธ์ของยาหลัก ยารอง ยาช่วย และยาประสานสกัดสารที่มีคุณประโยชน์จากตัวยาทุกชนิดแล้วจึงจัดจำหน่ายเป็ผลิตภัณฑ์ที่รับประทานง่ายและเห็นผลดียิ่งขึ้น
เคยมีนักวิทยาศาสตร์หญิงได้รับรางวัลโนเบลในสาขานี้เธอได้สร้างคุณูปการต่อมนุษยชาติ ส่วนซ่งชิงสือมุ่งเน้นวิชาแพทย์แผนปัจจุบันความคิดนอกกรอบ ไม่เดินตามรอยวิถีดั้งเดิมของพิภพเซียน จึงค้นพบแนวทางใหม่ ๆในการแก้สูตรที่เ้าของร่างตรากตรำทดลองไม่สำเร็จได้อย่างรวดเร็วเขาว่าจ้างหอเทพประดิษฐ์ให้สร้างอุปกรณ์ทดแทนเครื่องมือวิทยาศาสตร์สมัยใหม่จากนั้นก็วิเคราะห์สารออกฤทธิ์ในโอสถทิพย์ ทำการสกัดและค้นคว้าวิจัยหรือแม้กระทั่งสังเคราะห์เอง...
ในหัวซ่งชิงสือมีแผนการทดลองมากมายผุดขึ้นไม่ขาดสายและในหุบเขาเ้าโอสถก็มีตำราหลายหมื่นเล่มกับวัตถุดิบให้หยิบใช้ได้ไม่อั้นนอกจากนี้ยังมีเงินทุนอุดหนุนการวิจัยอีกเพียบ
เขาลิงโลดยินดีเหมือนหนูตกถังข้าวสารแทบอยากจับระบบมากอดแล้วจุ๊บสักหลายที
ซ่งชิงสือเข้าใจแล้วว่าทำไมเ้าของร่างถึงเก็บตัวอยู่แต่ในแดน์เช่นนี้เป็เขาก็อยู่ได้ทั้งชีวิตเหมือนกัน!
ทุกวันดำดิ่งสู่ห้วงมหรรณพแห่งการศึกษาวิจัยอันบ้าคลั่งอุทิศชีวิตและิญญาแด่เทพเ้าแห่งการแพทย์ที่เคารพรักยิ่งไม่ว่าใครก็ส่งเขากลับไม่ได้!
ซ่งชิงสือมองเยวี่ยอู๋ฮวนที่อยู่ในอ้อมแขนยิ่งมองยิ่งตกหลุมรัก
นี่คือยอดดวงใจที่บันดาลทุกสิ่งให้กับเขา!เขาต้องพยายามช่วยสุดความสามารถ เหมือนเช่นที่พ่อแม่เคยทำให้ตัวเขาเมื่อก่อนเอาอกเอาใจ รักใคร่เอ็นดู คอยมอบสิ่งดี ๆ เสมอมาทำให้เขามีชีวิตอันแสนสุขดั่งเ้าชายในนิทาน!
ซ่ง ‘บิดาเปี่ยมรัก’ ชิงสือฮึกเหิมขึ้นมาเขาฝืนระงับความตื่นเต้นแล้วพาเยวี่ยอู๋ฮวนไปวางลงที่ห้องข้างเรือนนอนของตนพร้อมจัดแจงเตรียมทุกอย่างเองเสร็จสรรพก่อนอื่นกรอกยาปราณอย่างระมัดระวังจากกาคอห่านเพื่อกระตุ้นปราณชีวิตอีกครั้งจากนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดขาว สวมผ้าปิดปากทำมือหาถุงมือหนังอสูรชนิดบางเฉียบมาสักคู่หนึ่ง หลังฆ่าเชื้อก็ใช้กรรไกรค่อย ๆเลาะเสื้อแพรและกระโปรงขนนกที่เปื้อนคราบเืติดแน่นบนตัวเยวี่ยอู๋ฮวนออกเช็ดล้างปากแผล และเย็บแผลด้วยเส้นไหม์ชนิดบางที่สุดเสร็จแล้วก็ตัดตรวนข้อเท้าก่อนทำแผลต่อ
ซ่งชิงสือเคลื่อนไหวแ่เบานุ่มนวล คล่องแคล่วว่องไวแทบไม่แตะต้องโดนผิวกายตรงไหนเลย ทว่าเยวี่ยอู๋ฮวนกลับไวต่อััอย่างยิ่งเขากระตุกเล็กน้อยพลางส่งเสียงครวญคราง ก่อนจะสะลึมสะลือหลับไปอีกหนซ่งชิงสือฉวยโอกาสเก็บตัวอย่างเืมาวิเคราะห์ และใช้กระแสจิตตรวจดูร่างกายให้อีกฝ่ายครั้นได้เห็นตันเถียน[2]และเส้นลมปราณที่แหลกไม่มีชิ้นดีในตัวเยวี่ยอู๋ฮวนแล้วแม้แต่คนอารมณ์ดีอย่างเขาก็ยังอดสาปส่งไอ้พวกเดรัจฉานไม่ได้ครุ่นคิดในใจว่าพอเ้าตัวฟื้นจะอธิบายเื่นี้อย่างไรดี
ซ่งชิงสือไม่ถนัดพูดคุยกับคนแปลกหน้าเวลาถกเื่วิชาการยังพอร่วมวงได้ แต่เื่สัพเพเหระมักจะสมองไวกว่าปาก ถามคำตอบอีกคำ อย่างเช่นตอนทุกคนดูรายการเฟ้นหาสมาชิกบอยแบนด์สุดฮิตถกเถียงกันว่าใครเป็เทพบุตร
เขาตอบอย่างจริงใจว่าต้องเป็เทพเ้าแห่งการแพทย์แอสคลีเพียสอยู่แล้ว...
จนบัดนี้ซ่งชิงสือก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนเรียกเขาเป็ตัวพังวงเมาท์
เขาพยายามขบคิดอยู่นานพลันนึกได้ว่าเมื่อตอนโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงยังไม่กำเริบหนักเขาเคยเป็แพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งพอรุ่นพี่รู้ว่าน้องใหม่มีอาการกลัวสังคมเวลาอธิบายโรคกับคนไข้มักอึกอักพูดไม่ค่อยออก เลยช่วยสอนเขาว่า“ลองตัดความรู้สึกทั้งหมดทิ้งไป ทำตัวเหมือนเป็เครื่องวินิจฉัยโรคอย่างแรกจดประวัติอาการกับแผนการรักษาให้ละเอียดซะก่อนอ่านทวนให้ฟังพร้อมรอยยิ้มแล้วค่อยพูดให้กำลังใจปิดท้าย”ซ่งชิงสือได้รู้เคล็ดลับนี้ นำไปฝึกซ้อมต่อหน้าอาจารย์ใหญ่หลายครั้งหลายหนในที่สุดจึงสื่อสารกับคนไข้โดยไม่ประหม่าอีก
โรงพยาบาลเป็สถานที่รักษาโรคหุบเขาเ้าโอสถก็เป็สถานที่รักษาโรค แตกต่างกันตรงไหน
หลังซ่งชิงสือกระจ่างแจ้งก็รีบเปลี่ยนผ้าปูเตียงกับเครื่องนอนของเยวี่ยอู๋ฮวนเป็สีขาวตามแบบโรงพยาบาลทั่วไปพร้อมสั่งให้คนใช้เร่งทำชุดผู้ป่วยอีกหลายชุด แล้วจัดการสวมใส่ให้อีกฝ่ายตามด้วยผูกสายรัดสีแดงแทนอาการขั้นวิกฤติที่ข้อมือ นอกจากนี้ยังแขวนป้าย ‘ผู้ป่วยพิเศษ’และข้อควรปฏิบัติบนหัวเตียง พริบตานั้นก็เหมือนได้กลับมาโรงพยาบาลอีกครั้งไม่รู้สึกน่าหวั่นใจแล้ว
เขาไม่ไว้ใจฝีมือพยาบาลของพวกคนใช้จึงปรนนิบัติดูแลด้วยตนเองรอบคอบจริงจัง ไม่กลัวสกปรกหรือลำบาก ทุกวันคอยเช็ดตัวล้างหน้า กรอกยาป้อนน้ำถึงขั้นเปลี่ยนที่นอนหมอนมุ้งใหม่ กำจัดสิ่งปฏิกูลต่าง ๆให้เยวี่ยอู๋ฮวนนับครั้งไม่ถ้วน
เยวี่ยอู๋ฮวนตื่นขึ้นในอีกสามวันให้หลังเขาสับสนมึนงงไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนจ้องม่านแพรสีขาวเหนือเตียงนอนพลางเหม่อลอยอยู่ครู่ใหญ่ในที่สุดก็ตระหนักได้ว่าตนยังมีชีวิตอยู่ทั้งยังสบายเนื้อสบายตัวอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานาน
เขาหลับตาลง จำได้ราง ๆว่าในฝันได้กลิ่นยาอ่อนจางลอยคลุ้งแตะจมูกและมีสองมือที่ปลดปล่อยเขาจากพันธนาการทั้งปวงอย่างอ่อนโยน คนงามสูดหายใจลึกชักไม่อยากฟื้นตื่นแล้วกลับไปเผชิญฝันร้ายอันไร้ที่สิ้นสุด
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร เยวี่ยอู๋ฮวนจึงลืมตาโพลงขึ้นมาฉุกนึกได้ว่าตนเคยได้กลิ่นยาเช่นนี้จากที่ไหน เขาหันศีรษะอย่างช้า ๆมองไปยังโต๊ะกลมด้านข้างกลับเห็นปรมาจารย์แห่งหุบเขาเ้าโอสถจดจ่ออยู่กับการแก้เอกสารที่มีแต่ตัวอักษรกระยึกกระยือบนโต๊ะไม่หยุดหัวคิ้วขมวดมุ่น สีหน้าเคร่งเครียด คล้ายกำลังคิดเื่ไม่ดีสักอย่างอยู่บนถาดเงินข้าง ๆ วางลูกประคำอันคุ้นเคยเอาไว้เห็นได้ชัดว่าตนถูกส่งมาปรนเปรอแขกอีกแล้ว
ตาหงส์ของเยวี่ยอู๋ฮวนหดวูบความชั่วร้ายวิปริตของปรมาจารย์แห่งหุบเขาเ้าโอสถที่เล่าลือกันฉายปรากฏขึ้นในหัวทว่าจะกลัวหรือไม่กลัว ยินดีหรือไม่ยินดีล้วนไร้ความหมายภายใต้การควบคุมของลูกประคำร่างกายที่ทรุดโทรมนี้หมดคุณค่าให้ทะนุถนอมไปนานแล้ว เขาสูดลมหายใจ กัดฟันตะกายลงจากเตียงฉับพลันนั้นกลับปวดร้าวขึ้นมาถึงไหล่ เจ็บจนเขาหน้ามืดตาลาย ล้มตึงลงไปทันที
ซ่งชิงสือสมาธิไม่วอกแวกยามค้นคว้าพอได้ยินเสียงถึงสังเกตเห็นว่าคนไข้ฟื้นแล้วเขากลัวเยวี่ยอู๋ฮวนขยับตัวแรงจนปากแผลเปิด เลยรีบเตือนด้วยน้ำเสียงขึงขังว่า“กลับขึ้นเตียงเดี๋ยวนี้! ห้ามลงมาจนกว่าจะครบสิบวัน!”
นี่เป็เคล็ดลับที่หัวหน้าพยาบาลสอนมาการรับมือคนไข้ที่ไม่เชื่อฟังหมอต้องดุหน่อยถึงจะได้ผล
“สิบวัน?”เยวี่ยอู๋ฮวนผงะอึ้ง เขาอดมองประเมินซ่งชิงสือหัวจดเท้ามิได้ยิ่งรู้สึกว่ารูปลักษณ์ของอีกฝ่ายช่างหลอกตานัก เขารับแขกมาหลายปีช่ำชองเื่รักใคร่ยังมองไม่ออกเลยว่าคนผู้นี้หมกมุ่นจนเก่งกาจกิจบนเตียงปานนั้น...
ซ่งชิงสือเห็นเขานิ่งไม่ไหวติง ก็วางพู่กันลงก่อนเดินเข้าไปอุ้มเสียเอง
เยวี่ยอู๋ฮวนทำใจกล้า ค่อย ๆเอื้อมมือไปโอบรอบคอของเขา ปลายนิ้วร้อนผ่าวไล้ััผิวกายเย็นเยือกอ่อนละมุนดุจหยกเย็น กลิ่นยาสะอาดสดชื่นลอยตลบอบอวลเฉกเช่นในฝันเยวี่ยอู๋ฮวนเคลิบเคลิ้มไปครู่หนึ่งอย่างห้ามไม่อยู่พลางเยาะหยันตัวเองในใจว่าไม่รู้จักหลาบจำ แล้วจึงสำรวมท่าทีกลับเป็ปกติตัดพ้ออย่างมีเลศนัยว่า “หวังว่าท่านปรมาจารย์จะเมตตา...”
“วางใจเถิด ข้าจะทำ”ซ่งชิงสือวางเขากลับลงบนเตียงอย่างระวัง ก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมให้จนมิดชิดแ่ากำชับเสียงเข้มว่า “บนเขาหนาวชื้น เ้าเป็ปุถุชนสามัญ ระวังจะป่วยไข้เอาได้ห่มผ้าไว้ให้ดี อย่ายื่นแขนขามาข้างนอก ห้ามเตะผ้าห่มด้วย”
เยวี่ยอู๋ฮวนไม่เคยเจอลูกไม้เช่นนี้บนเตียงมาก่อนจึงงุนงงเล็กน้อย
“ตอนนี้เ้าเป็คนป่วย ข้าจะบอกอาการให้เ้าฟัง”ซ่งชิงสือหันหลังเดินกลับโต๊ะ หยิบเอกสารปึกนั้นขึ้นมาดันแว่นตาที่ไม่มีอยู่จริงบนดั้งจมูกอย่างประหม่าแล้วอ่านออกเสียงพร้อมสีหน้ายิ้มแย้ม สุ้มเสียงเป็ทางการและกระชั้นรัวเร็ว“คนไข้เยวี่ยอู๋ฮวน บริเวณไหล่ขวาถึงหน้าอกมีแผลฉีกขาดสามแห่งความยาวสิบแปดเิเ สิบสี่เิเ และสิบสองเิเตามลำดับกระดูกไหล่ขวาหัก เส้นเืใหญ่่สะบักแตก ข้อศอกขวาิัฟกช้ำข้อมือขวาและซ้ายเยื่อบุิัฟกช้ำ เข่าขวาและซ้ายิัถลอกข้อเท้าขวาและซ้ายเยื่อบุิัถลอก บั้นท้ายเยื่อบุอ่อนิัฉีกขาดในร่างกายมีร่องรอยการใช้ยาผิดแบบแผน มีความเสี่ยงต่อการเสพติด เข้าใจหรือยัง?”
เยวี่ยอู๋ฮวนคิดเพียงว่ารอยยิ้มแข็งทื่อของคนตรงหน้าแลดูชอบกลไปเสียหมดในใจยิ่งคิดมากยิ่งฟุ้งซ่านสับสน จึงพยักหน้าแสร้งทำเป็ฟังรู้เื่
“เข้าใจก็ดี”ซ่งชิงสือรู้สึกว่าสิ่งที่ตนอธิบายทั้งละเอียดทั้งเข้าใจง่ายก่อนเริ่มร่ายแผนการรักษาเบื้องต้นต่อ“ตันเถียนและเส้นลมปราณของเ้าแตกซ่านหมดแล้ว ร่างกายาเ็สาหัส ไม่ควรใช้ยาแรงฉะนั้นย่อมไม่อาจรับยาย้อนวัย ยาผนึกปราณ ยาสรรพชีพ หรือยาปลูกกระดูกต้องรักษาด้วยยาสามัญไปก่อน ต่อมาก็อาบยากำเนิดหกชีพจรปรับสมดุลแล้วค่อยกินยาผงาดักับยาปทุมโลหิตเก้าวิถี”
เยวี่ยอู๋ฮวนฟังรู้เื่เสียที ยาย้อนวัย ยาผนึกปราณและยาปลูกกระดูกเป็โอสถทิพย์ทั่วไป ยามเขาเจ็บหนักก็เคยกินมาแล้ว
ยาสรรพชีพกับยาผงาดัมีค่าสูงล้ำ ได้ยินว่าแม่เล้าหอมุกมรกตเคยใช้กับสมบัติรักของตน
ยากำเนิดหกชีพจรคืออะไรก็สุดรู้ได้แต่ยาปทุมโลหิตเก้าวิถีคือยอดขุมทรัพย์ในพิภพเซียนโดยหลอมขึ้นจากปทุมโลหิตอายุหมื่นปี ใต้หล้ามีเพียงเก้าเม็ดส่วนใหญ่ไม่รู้ไปอยู่ที่ใดรู้แต่ว่าประมุขวังอุดรดารากินเม็ดหนึ่งแล้วทะลวงด่านขั้นเฟินเสินประมุขป้อมคลื่นหิมะแตกหักกับสหายผู้ฝึกตนฆ่าภรรยาชิงสมบัติเพื่อหามันในแดนเร้นลับในงานประมูลของหอคลังวิเศษก็เคยมีปรากฏเม็ดหนึ่งส่วนประมุขหอพิสุทธิ์แห่งทะเลบูรพาประมูลได้ด้วยหินิญญาชั้นดีหลายแสนก้อนจินเฝ่ยเริ่นมิได้ร่วมการประมูลครานั้นเพราะเหตุบางอย่าง พานให้เจ็บแค้นชิงชัง กลายเป็ความเสียดายชั่วชีวิตมักพร่ำพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง
หากจะเปรียบกับเื่ราวในโลกมนุษย์ก็เหมือนมีคนช่วยขอทานที่ไม่เคยพบหน้าจากข้างถนนบอกว่าอยากมอบอาภรณ์งามอาหารเลิศรส เรือนทองคำอาชาหยกพร้อมทั้งทรัพย์สินศฤงคารให้แก่เขาซ้ำยังพูดตบท้ายว่าจะยกทั้งแผ่นดินทั่วยุทธภพให้กลลวงกระจอกงอกง่อยพรรค์นี้ใครเชื่อก็โง่แล้ว
เยวี่ยอู๋ฮวนคลี่ยิ้ม ข้างในใจตายด้านเขาแน่ใจว่าซ่งชิงสือแกล้งสัพยอกคนเล่น
แต่ก่อนเขาเจอสุภาพบุรุษจอมปลอมเช่นนี้มานักต่อนักปากหวานปานน้ำผึ้ง ชอบวางท่ารำพึงฟ้าเวทนาคนก็เพียงเพราะอยากกล่อมทาสให้เล่นบทรักเคียงคู่ชูชื่นชั่วฟ้าดินสลายสุดท้ายก็ยังกระหายร่างกายอันโสมมนี้ของเขาอยู่ดี
ซ่งชิงสือกำลังอ่านประโยคปิดท้าย “ไม่ต้องกังวลขอแค่ฟังคำแนะนำ ให้ความร่วมมือ อาการป่วยก็จะหายดี”
“ขอรับ” ดวงตาหงส์ของเยวี่ยอู๋ฮวนฉายประกายแพรวพราวพลางตอบด้วยเสียงอิดเอื้อนอ้อยอิ่ง “บ่าวฟังท่านปรมาจารย์ทุกอย่าง...”
“เกือบลืมไปเลย”ซ่งชิงสือมองตาของเขาก็พลันนึกเื่หนึ่งขึ้นได้ จึงสวมถุงมือหนังอสูรอีกรอบหยิบมุกราตรีขนาดเท่าไข่ห่านที่วางอยู่ในโป๊ะไฟทรงกระบอกหน้าตาแปลกประหลาดก่อนจะนั่งลงริมเตียง โน้มเข้าไปมองเยวี่ยอู๋ฮวนแล้วสั่งเสียงจริงจัง“อาจรู้สึกระคายนิดหน่อย ช่วยอดทนไว้ก่อน”
เยวี่ยอู๋ฮวนหัวเราะเยาะตนเองปล่อยให้ดวงตาหงส์เผยแววปรารถนา แล้วจึงทิ้งตัวตามสบาย รอรับการเล่นสนุกครั้งใหม่
ซ่งชิงสือยื่นมือไปถ่างตาของเขาออกใช้มุกราตรีส่องด้านในดวงตา ตรวจดูอย่างถี่ถ้วนอยู่พักใหญ่ ก็พึมพำเสียงเบาว่า“ภายนอกดูไม่ออกว่ามีภาวะท่อน้ำตาอุดตัน ยังไงก็ต้องหยอดสีย้อมทดสอบ...”
เยวี่ยอู๋ฮวน “???”
[1]มุมมองต่อโ,ดในจีนมี 3 ประเภท คือ ต่อชีวิตต่อคุณค่า และต่อโลก
[2]จุดศูนย์รวมพลังปราณ