เมื่อจันทร์ดวงกลมแขวนอยู่กลางหาวเหล่าอันจึงมีเวลาขบคิดถึงสมบัติวิเศษที่เพิ่งได้มา เด็กชายเลือกใช้ห้องว่างข้างห้องหนังสือเพราะมันเป็ห้องที่ไม่มีข้าวของอะไรอยู่เลย อีกทั้งหน้าต่างในห้องนี้ยังเป็เพียงช่องแสงแคบๆ เท่านั้น จริงอยู่ว่าเรือนของอนุที่ไม่แม้แต่จะเคยพบหน้าสามีย่อมไม่มีผู้ใดจับตามองแต่เหล่าอันก็ไม่อยากประมาท เพราะของที่เขามีนั้นล้ำค่าเกินไป
เทียนไขเป็สิ่งมีค่าและพวกเขาก็ไม่มีน้ำมันตะเกียงเหลืออยู่แล้วเหล่าอันจงเลือกใช้แสงสว่างจากกุศลสีสองที่ได้รับมาจากเฉินลู่ในวันนี้แทนเครื่องให้ความสว่าง หลังจากใช้ความพยายามอยู่ครู่หนึ่งดวงกุศลก็ลอยอ้อยอิ่งอยู่กลางอากาศส่องแสงสลัวราวกับเปลวเทียน เหล่าอันหยิบถุงแสนกลที่ซ่อนไว้ออกมาจากอกเสื้อ เขาเลือกตรวจสอบตำราการปรุงยาเป็อย่างแรก แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าตำราไม่ได้มีเพียงเล่มเดียว นับว่าเซียนหญิงท่านนั้นเมตตาเขามากจริงๆ แต่น่าเสียดายที่เด็กชายไม่สามารถทำความเข้าใจตำราเ่าั้ได้
ตระกูลเฉินอาจเลี้ยงดูบ่าวไพร่ดีกว่าเ้านายทั่วไปด้วยการให้พวกเขาได้เรียนหนังสือ แต่เหล่าอันก็อ่านเขียนได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น มันจึงเป็ไปไม่ได้เลยที่เด็กชายจะอ่านตำราชั้นสูงที่ใช้อักษรยากๆ มากมายหรือตำราเก่าแก่ที่บันทึกด้วยอักขระโบราณออก อย่างไรก็ตามตำราบางเล่มก็เน้นการอธิบายด้วยภาพทำให้เด็กชายพอจะเรียนรู้อะไรได้บ้าง
ตำราสามเล่มที่อธิบายด้วยภาพเป็หลักนั้นดูไปแล้วเหมือนบันทึกการศึกษาค้นคว้าของใครบางคนมากกว่าจะเป็ตำราสอนวิชา เล่มหนึ่งมีข้อมูลของพืชหลากหลายชนิด ทุกหน้าของตำราถูกวาดและลงสีเอาไว้อย่างงดงาม ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีภาพขั้นตอนและวิธีขยายพันธุ์ตลอดจนการแปรรูปพืชชนิดนั้นๆ เขียนเอาไว้ด้วย
ถัดไปเป็หนังสือที่มีความหนามากที่สุดในสามเล่ม มันเป็ตำราการปรุงอาหาร ภาพบอกเล่าั้แ่ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบไปจนถึงการตกแต่งจาน ภาพนั้นละเอียดจนแทบจะมองเห็นเป็ภาพเคลื่อนไหวหากเปิดหน้าตำราเร็วๆ
ตำราเล่มสุดท้ายเป็เล่มที่แตกต่างจากสองเล่มก่อนหน้าอย่างมาก รูปภาพนั้นยังคงชัดเจนแต่ยากต่อการทำความเข้าใจด้วยตรรกะของเด็กน้อยอย่างเหล่าอัน แรกทีเดียวเขาไม่เข้าใจสักนิดว่าการขุดดินมาแช่น้ำแล้วกรองเอาน้ำไปต้มนั้นคืออะไร หรือการขุดเอาอะไรบางอย่างไปใส่ในน้ำที่ได้จากการโม่ถั่วเหลืองก็เป็อะไรที่ประหลาดมาก แต่เมื่อเปิดดูไปจนถึงหน้าหนึ่งเขาก็เริ่มเดาได้ว่าตำราเล่มนี้เป็บันทึกเกี่ยวกับอะไร
“ที่แท้เกลือก็ทำมาจากน้ำทะเลหรอกหรือ?” เด็กชายพึมพำกับตัวเอง เขาอาจเรียนรู้วิธีปรุงยาไม่ได้แต่ตำราภาพเหล่านี้ก็ช่วยให้เขาพบช่องทางหาเลี้ยงปากท้องของตนและผู้เป็นาย “น่าเสียดายที่ทะเลอยู่ไกลเกินไป” เหล่าอันบ่นพลางหยิบูเาหยกลูกเล็กหรือที่เซียนหญิงเรียกว่าเซียนซานออกมา เขาเรียนรู้การปรุงโอสถไม่ได้จึงเลิกสนใจอุปกรณ์หลอมโอสถตลอดจนสมุนไพรในถุงแสนกลชั่วคราว สำหรับตอนนี้เขาอยากได้พื้นที่ปลูกผักมากกว่า และเซียนซานก็น่าจะเป็คำตอบของเขา
เหล่าอันแปลงกุศลจำนวนหนึ่งเป็พลังทิพย์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการใช้เซียนซาน เด็กชายยังจำคำของเซียนหญิงผู้นั้นได้ เขาต้องส่งพลังทิพย์เข้าไปในเซียนซานก่อนจึงจะใช้ของวิเศษชิ้นนี้ได้ การแปลงดวงกุศลเป็พลังทิพย์นั้นเป็อะไรที่เด็กชายไม่สามารถอธิบายหรือควบคุมได้ ตรรกะฝ่ายมนุษย์ของเขาไม่เข้าใจกระบวนการมากนักแต่ตัวตนส่วนที่เป็เซียนฝึกหัดของเขาคล้ายจะกระทำไปตามสัญชาตญาณ หากเปรียบไปแล้วก็เหมือนกับการหายใจหรือกินอาหารของมนุษย์ เหล่าอันรู้แค่ว่าต้องสูดลมหายใจเข้าออกอย่างไร ต้องเคี้ยวอาหารอย่างไร แต่ไม่รู้เลยว่าเมื่ออากาศหรืออาหารเ่าั้เข้าไปในร่างกายแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
การดูดซับกุศลกินเวลานานกว่าที่คาดไว้ เด็กชายไม่ทราบว่านี่เป็เื่ปกติหรือเป็เพราะกุศลที่เขาเลือกดูดซับพลังเป็กุศลสีขาวที่ได้มาจากเซียนหญิง สิ่งเดียวที่เขาทราบก็คือเมื่อลืมตาขึ้นจากการทำสมาธิท้องฟ้าก็เปลี่ยนสีไปแล้ว จากนภาสีหมึกบัดนี้เริ่มกลายเป็สีครามที่เจือด้วยสีชมพูจางๆ บ่งบอกว่าใกล้จะถึงเวลาที่ตะวันจะโผล่พ้นขอบฟ้า และนั่นก็ทำให้เด็กชายลังเลว่าจะพักเื่เซียนซานเอาไว้ก่อนดีหรือไม่
“แต่นายท่านไม่จำเป็ต้องตื่นเช้านี่นา” หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่งเหล่าอันก็บอกตัวเองเช่นนั้น แล้วก็ถ่ายพลังทิพย์เข้าไปในเซียนซาน
เนื้อหยกเขียวราวกับใบบัวอ่อนค่อยๆ เรืองแสงสีขาวขึ้นมาจากส่วนฐานที่แนบชิดกับฝ่ามือ ชั่วขณะหนึ่งมันทำให้เหล่าอันคิดถึงผักกาด แต่ไม่นานหยกทั้งชิ้นก็กลายเป็สีขาวมันสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะสงบลงพร้อมๆ กับที่สีของมันกลับคืนเป็สีเขียว
เหล่าอันไม่ทราบว่าตนหยุดส่งพลังทิพย์เข้าไปในเซียนซานั้แ่เมื่อไร พอรู้ตัวเขาก็แค่ถือของวิเศษชิ้นนั้นเอาไว้เฉยๆ แล้ว
“ท่านเซียนหญิงกล่าวว่าอย่างไรนะ?” เด็กชายนึกทบทวนคำพูดของผู้าุโเพื่อความมั่นใจจากนั้นก็กำหนดจิตส่งตัวเองเข้าไปในเซียนซาน
พริบตาต่อมาเสียงน้ำกระเพื่อมกับกลิ่นหอมอันชวนให้รู้สึกสดชื่นอย่างยากจะอธิบายก็เรียกให้เขาลืมตาขึ้น และตอนนั้นเองที่เหล่าอันพบว่าตนได้เข้ามาอยู่ในเซียนซานแล้วจริงๆ ั์ตาสีน้ำหมึกมองสำรวจไปรอบๆ ด้วยความตื่นตะลึง ก่อนหน้านี้เขายังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ทว่าพอได้ััด้วยตนเองก็จำต้องเชื่ออย่างไร้ข้อกังขาเสียแล้ว
ตรงหน้าเขาเป็หลักศิลาเรียบง่ายหลักหนึ่ง บนหลักศิลานั้นสลักอักษรเล็กๆ เอาไว้เป็จำนวนมาก เด็กชายนึกสงสัยว่ามันอาจจะเป็อาคมที่ทำให้เซียนซานสามารถใช้งานได้ หรือไม่ก็อาจจะเป็คู่มือการใช้งาน
ที่ล้อมรอบหลักศิลาอยู่คือลานหินรูปวงกลมสลักลายดอกบัว เหล่าอันไม่ทราบว่ามันเป็เื่บังเอิญหรือเป็เพราะเซียนซานแห่งนี้ยอมรับเขาเป็นายลวดลายสลักจึงเป็ดอกบัวเหมือนกันกับปานที่ข้อมือของเขา หลักศิลาและลานหินตั้งอยู่กลางสระน้ำรูปวงกลมบนยอดสูงที่สุดของูเา น้ำในสระไม่ได้อยู่นิ่ง มันค่อยๆ เอ่อล้นและไหลลงไปเบื้องล่างเป็ครั้งคราว ทั้งนี้ก็เป็เพราะว่าน้ำที่ออกมาจากตาน้ำมีปริมาณไม่มากนัก
เหล่าอันก้าวเข้าไปคุกเข่าลงริมลานหินเพื่อสำรวจสระน้ำให้ละเอียดขึ้น น้ำนั้นใสจนมองเห็นก้นสระที่เต็มไปด้วยกรวดสี นอกจากนี้ยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยขึ้นมาจากสระด้วย มันเป็กลิ่นที่ทำให้จิตใจสดชื่นและปลอดโปร่งอย่างน่าประหลาด ด้วยความสงสัยเหล่าอันจึงลองวักน้ำขึ้นมาชิม แล้วเขาก็พบว่ามันสะอาดราวกับน้ำฝน ‘ไม่สิ น่าจะสะอาดกว่าน้ำฝนเสียอีก’ เซียนน้อยครุ่นคิด ในปากของเขาไม่มีรสของดินโคลนหรือสนิมเหล็ก แต่กลับมีกลิ่นหอมอ่อนๆ แฝงอยู่ราวกับชาชั้นดี เหล่าอันเดินสำรวจรอบๆ ลานหินอยู่อีกครู่หนึ่งก็ตัดสินใจออกไปสำรวจพื้นที่ส่วนอื่นของเซียนซาน
“แล้ว...ข้าจะออกไปได้อย่างไร?” ตอนนั้นเองที่เด็กชายตระหนักถึงปัญหาบางอย่าง เขายืนอยู่กลางสระน้ำที่แม้จะมองเห็นก้นสระแต่ก็ไม่รู้ว่าลึกเท่าไร ระยะห่างระหว่างลากหินกับอีกฝั่งหนึ่งก็ไกลเกินกว่าจะะโข้ามไป และเด็กชายก็ไม่ไว้ใจทักษะการตะเกียกตะกายยามที่อยู่ในน้ำของตนเอาเสียเลย “ถ้าหายตัวไปฝั่งนั้นได้ก็ดีสิ” เหล่าอันบ่นกับตัวเองและโดยไม่ทันได้ตั้งตัวเขาก็มายืนอยู่ตรงตำแหน่งที่มองอยู่เมื่อไม่ถึงเสี้ยวอึดใจก่อนหน้านี้
เซียนฝึกหัดตัวน้อยตื่นตะลึงและสับสนเป็อย่างยิ่ง เขาไม่ทราบว่าตัวเองทำเช่นนั้นได้อย่างไร และอันที่จริงแล้วยังมีอีกหลายเื่ในความเป็เซียนที่เขาต้องเรียนรู้
เมื่อสงบใจได้แล้วเหล่าอันก็มองสำรวจไปรอบๆ ตอนที่ยืนอยู่กลางลานหินเขามองเห็นแต่ท้องฟ้ากับก้อนเมฆ ทว่าในตอนนี้เขาสามารถมองสำรวจไปได้ไกลกว่าเดิม ูเาหินแห้งแล้งไร้เงาของต้นไม้แม้สักต้นหนึ่ง ที่เชิงเขามีพื้นที่ราบอยู่พอประมาณ และที่ล้อมรอบแผ่นดินทั้งหมดอยู่คือผืนน้ำอันกว้างใหญ่
แรกทีเดียวเหล่าอันคิดว่าูเาลูกนี้ตั้งอยู่กลางทะเลสาบแต่เมื่อเคลื่อนย้ายตัวเองเข้าไปดูใกล้ๆ เขาก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิด หาดทรายขาวและกลิ่นเฉพาะตัวที่ลอยมาตามลมคือสัญญาณแรกของความแตกต่าง และเมื่อลองชิมดูเหล่าอันก็ต้องประหลาดใจกับความเค็มที่ปลายลิ้น
“นี่มัน...ทะเล?”
๐๐๐