เช้าวันถัดมา ลลินสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยเสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะไม้โคมเตียงข้างที่นอน เธอหยิบขึ้นมากดรับสายทันทีเมื่อเห็นว่าเป็เบอร์ของธนันต์ ทนายความผู้ช่วยส่วนตัวของเธอ น้ำเสียงของปลายสายตื่นเต้นระคนตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดจนเธอบิดกายลุกขึ้นมานั่ง
"พี่ลลินครับ! ผมได้เบาะแสชิ้นสำคัญและด่วนที่สุดมาแล้วครับ!" ธนันต์รายงานรัวเร็ว "ผมเจอบันทึกข้อมูลธุรกรรมและกล่องจดหมายอีเมลลับของพิมลภา (เหยื่อรายที่สี่) ที่เธอแอบคัดลอกเก็บไว้ก่อนจะโดนฆ่า พบว่าพิมลภาเคยแอบแลกเปลี่ยนข้อมูลลับเื่การทุจริตกับใครบางคนในอัยการ และส่งข้อมูลบัญชีธนาคารต่างประเทศที่มีการโอนเงินจำนวนกว่าห้าสิบล้านบาทจาก 'กองทุนการกุศลนกฮูกปีกเงิน' ซึ่งเป็บริษัทบังหน้าของลัทธินกฮูกมืด โอนเข้าบัญชีลับของอัยการคนนั้นในวันรุ่งขึ้นหลังคดีฆาตกรรมรายที่สองถูกยกฟ้อง! ข้อมูลนี้ตรงกับที่เขียนไว้ในสมุดบันทึกของคิรินไม่มีผิดเลยครับพี่!"
ลลินหัวใจเต้นโครมครามด้วยความยินดีปนใ "ยอดเยี่ยมมากธนันต์! ข้อมูลนี้ชี้ชัดว่าพิมลภาพบความเชื่อมโยงเื่การทุจริตในสำนักงานอัยการ และเธอน่าจะพยายามใช้มันเพื่อข่มขู่เรียกเงินส่งผลให้ถูกฆ่าปิดปากจัดฉากป้ายสีคุณคิรัน! นายรีบหาหลักฐานยืนยันตัวตนอัยการเ้าของบัญชีนั้นส่งมาให้ฉันทีนะ"
"รับทราบครับพี่ลลิน ผมจะเร่งมือสืบต่อในเชิงลึกทันทีครับ" ธนันต์รับคำและกดวางสายไป
ลลินดึงเสื้อคลุมผ้าไหมสีขาวขึ้นมาสวมใส่คลุมไหล่และรีบเดินลงมาที่ชั้นล่างเพื่อนำข่าวดีนี้ไปคุยกับคิรัน ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นบันไดโค้งขั้นสุดท้าย เสียงะโร้องอุทานด้วยความกลัวขีดสุดของป้าสมและหัวหน้าการ์ดรักษาความปลอดภัยดังมาจากหน้าประตูมุกคฤหาสน์ ลลินรีบวิ่งตามเสียงวิ่งออกไปตรวจสอบทันทีด้วยสัญชาตญาณระแวดระวังภัย
ที่บันไดหินอ่อนหน้ามุกคฤหาสน์หลังใหญ่ ป้าสมยืนตัวสั่นระริกเอามืออุดปากร้องไห้น้ำตาไหลพรากด้วยความกลัวสุดขีด ขณะที่หัวหน้าการ์ดร่างใหญ่สวมถุงมือหนากำลังใช้ที่คีบเหล็กคีบหยิบบางอย่างที่กองนิ่งอยู่บนพื้นบันไดหินอ่อนหรู บนพื้นมีซากนกฮูกปีกสีน้ำตาลลายจุดตัวโตถูกเชือดคอจนเกือบขาดกะรุ่งกะริ่ง เืสีแดงสดเปื้อนไหลนองเต็มพื้นหินส่งกลิ่นคาวคลุ้งปนสายฝน และที่ข้างซากนกฮูกมีซองจดหมายสีน้ำตาลเปื้อนเืสลักตรานกฮูกคาบกิ่งมะกอกวางอยู่
ลลินเดินเข้าไปใกล้ด้วยความรู้สึกหนาวเหน็บวูบผ่านช่องอก หัวหน้าการ์ดรีบแกะซองจดหมายดึงแผ่นกระดาษข้างในออกคลี่ให้เธอดู ตัวอักษรสีแดงเข้มดั่งทำมาจากเืเขียนข้อความสั้นๆ ทว่าเหี้ยมเกรียมคุกคามชีวิตอย่างเปิดเผย:
“ทนายความหญิงปากเก่ง... จะเป็เหยื่อรายที่ 5 ของฆาตกรตัวจริง”
"มีเื่อะไรกันครับ?"
เสียงทุ้มต่ำราบเรียบและเยือกเย็นดังขึ้นจากทางด้านหลัง ลลินสะดุ้งเล็กน้อยหันกลับไปมอง พบร่างสูงใหญ่ของคิรันก้าวเดินออกมาจากตัวบ้าน แววตาคมกริบจ้องมองซากนกฮูกเปื้อนเืและกระดาษข่มขู่ในมือการ์ด ทันใดนั้น... หน้ากากความสุภาพอ่อนโยน นุ่มนวล และยอมคนอันแสนงดงามที่คิรันเคยสวมใส่มาตลอดชีวิตเพื่อตบตาผู้คนกลับปริร้าวลงทันทีต่อหน้าต่อตา!
แววตาของคิรันเปลี่ยนเป็ดุดัน คมกริบ และเยือกเย็นดุจสัตว์ร้ายที่กำลังโกรธเกลี้ยวและพร้อมจะขย้ำศัตรู รังสีความเหี้ยมเกรียมและอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาทำให้แม้แต่หัวหน้าการ์ดและทีมการ์ดยังต้องก้าวถอยหลังก้มหัวด้วยความหวั่นเกรง
"ใครปล่อยให้พัสดุชิ้นนี้เข้ามาถึงหน้าประตูบ้านของผม?" คิรันเค้นเสียงถามช้าๆ ทว่าน้ำเสียงนั้นหนาวเหน็บจนสะท้านไปทั้งกระดูก
"เอ่อ... ขออภัยครับคุณคิรัน มีคนขว้างเข้ามาจากกำแพงรั้วด้านขวา่เปลี่ยนผลัดเวรยามพอดีครับ" หัวหน้าการ์ดรีบรายงานเสียงสั่น
"ไร้ประโยชน์!" คิรันตวาดกร้าวเสียงดังลั่นคฤหาสน์จนป้าสมสะดุ้งสุดตัวสะอื้นไห้ "ผมจ่ายเงินเดือนราคาแพงให้พวกคุณดูแลความปลอดภัยของบ้านหลังนี้ แต่กลับปล่อยให้พวกมันส่งของข่มขู่คุกคามข้ามกำแพงมาถึงตัวลลินได้ง่ายๆ! ถ้าวันพรุ่งนี้มันไม่ใช่ซากนกฮูก... แต่เป็ะเิหรือปืนล่ะ!"
ชายหนุ่มหันมากระชากข้อมือเรียวบางของลลินไว้แน่น แรงบีบจากอุ้มมือแกร่งของเขาทำให้ลลินเจ็บแปลบทว่าเธอไม่กล้าร้องทัก แววตาของคิรันที่จ้องมองเธอบัดนี้เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ความ้าควบคุม และสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการขู่ฆ่าผู้หญิงของเขา
"รัน... ปล่อยลลินก่อนค่ะ ลลินเจ็บ..." ลลินเอ่ยเสียงสั่น พยายามใช้สติและเหตุผลคุยกับเขา
คิรันไม่ฟัง ชายหนุ่มดึงร่างบางของเธอเดินกลับเข้าตัวบ้านอย่างรวดเร็วและกระแทกปิดประตูใหญ่อัดสลักแ่า เขาหันไปสั่งหัวหน้าการ์ดเสียงเฉียบขาดเหี้ยมเกรียม: "ปิดล็อกประตูด้านนอกทั้งหมด ห้ามใครก้าวเข้าหรือออกจากคฤหาสน์นี้เด็ดขาดเว้นแต่ได้รับคำสั่งโดยตรงจากผมเพิ่มกำลังเวรยามสามเท่ารอบกำแพงรั้ว และหากพบใครด้อมๆ มองๆ หรือพยายามบุกรุก ให้จัดการขั้นเด็ดขาดทันทีโดยไม่ต้องรอรายงานตำรวจ!"
"รับทราบครับคุณคิรัน!" หัวหน้าการ์ดรีบรับคำและสั่งการทีมงานทันที
คิรันพาลลินเดินขึ้นบันไดมายังห้องทำงานของเขา ลลินพยายามดึงข้อมือออกและยืนเผชิญหน้ากับเขาด้วยความหงุดหงิด "คิรันคะ! คุณกำลังบ้าไปแล้วนะ! คุณไปสั่งการ์ดให้ใช้ความรุนแรงและล็อกดาวน์บ้านแบบนั้นไม่ได้ มันผิดกฎหมายนะ!"
คิรันหมุนตัวกลับมาประชันหน้าอย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่บดเบียดร่างบางของเธอจนแผ่นหลังชิดติดกำแพงปูนห้องทำงาน แขนแกร่งทั้งสองข้างยันกำแพงกักขังเธอไว้ แววตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาสวย แฝงเร้นด้วยความ้าควบคุมและครอบงำอย่างน่ากลัว หน้ากากสุภาพบุรุษหนุ่มสลายหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายอันตรายคนหนึ่งที่พร้อมทำลายล้างทุกสิ่งเพื่อปกป้องของรักของตนเอง
"ผิดกฎหมายงั้นเหรอครับลลิน?" คิรันแสยะยิ้มบางๆ ประดับใบหน้าหล่อเหลา น้ำเสียงกระซิบแหบพร่าเยือกเย็น "กฎหมายที่คุณยึดมั่นนักหนาปกป้องคุณจากการโดนรถชนเบียดสะพานเกือบตายเมื่อวานนี้ได้ไหม? มันปกป้องคุณไม่ให้โดนตัดหัวเหมือนนกฮูกตัวนั้นได้หรือเปล่า? ในเมื่อพวกมันไม่เล่นตามกฎเกณฑ์ของสังคม... ผมก็ไม่มีความจำเป็ต้องใส่ใจหน้ากากกฎหมายหรือมารยาทบ้าบอใดๆ ทั้งสิ้น!"
"รัน..." ลลินมองใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายความดุดันบ้าคลั่งออกมาเป็ครั้งแรก หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำด้วยความกลัวระคนแปลกใจ นี่คือตัวตนที่แท้จริงของเขาที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันนุ่มนวล
"ผมเสียสิ่งสำคัญในชีวิตไปมากพอแล้วลลิน... ทั้งแม่ ทั้งอนาคต และอิสรภาพของพี่ชายผม และผมจะไม่ยอมเสียคุณไปให้พวกมันเด็ดขาด!" คิรันเค้นเสียงพร่า ก้มลงบดจูบเรียวปากบางของเธออย่างดิบเถื่อนและหนักหน่วง รสจูบเต็มไปด้วยโทสะสะสมและความปรารถนาครอบงำ ลลินจิกเล็บลงบนไหล่กว้างแอ่นรับรสจูบเร่าร้อนของเขาอย่างสิ้นท่า ร่างกายบางปั่นป่วนและสั่นสะท้านสยบยอมภายใต้ความครอบงำเยือกเย็นของกรงขังแห่งความห่วงใยนี้อย่างไม่เหลือหนทางขัดขืน...
คิรันประคองร่างบางของลลินวางลงบนโต๊ะทำงานไม้สักบาร์ยาวอย่างรวดเร็วจนเอกสารบางส่วนกระจัดกระจายล่วงหล่น สองมือหนาค่อยๆ ปลดเสื้อคลุมผ้าไหมสีขาวไข่มุกของเธอออกอย่างเร่งร้อนด้วยแรงอารมณ์รักและห่วงใย เผยให้เห็นผิวกายเนียนนุ่มและสัดส่วนงดงามสะท้อนแสงไฟสลัว ชายหนุ่มก้มลงมอบััอุ่นร้อนที่ยอดอกอย่างเสน่หา ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามผิวกายสาวและสะโพกกลมกลึง ประทับจูบฝากรักทิ้งไว้ทั่วผิวเนื้อนุ่ม ลลินครางหวานด้วยความรู้สึกสั่นไหวและเสียวซ่าน อารมณ์สิเน่หาอันเร่าร้อนของเขาปลุกกระแสเสน่หาในใจของเธอให้ลุกโชนตอบรับเขาอย่างเต็มใจ
"รัน... ลลินรักรันค่ะ..."
"รักผมและห้ามทิ้งผมไปไหนอีกเด็ดขาดลลิน..." คิรันกระซิบทุ้มแหบพร่าเล้าโลม ชายหนุ่มถอดอาภรณ์ชิ้นที่เหลือออกช้าๆ ขยับกายแกร่งนาบชิดและค่อยๆ แทรกตัวตนสอดประสานกับความอุ่นร้อนภายในกายสาวอย่างลึกซึ้งและแแ่ ััเสน่หาทำให้ลลินแอ่นกายรับจังหวะรักอันเร่าร้อน ทั้งสองขยับเคลื่อนไหวหลอมรวมกายใจเข้าด้วยกันอย่างหนักแน่นและเต็มไปด้วยอารมณ์ปรารถนาที่พุ่งทะยานไปพร้อมเสียงหอบหายใจจังหวะเดียวกัน คิรันเร่งจังหวะรักเสน่หาหน่วงหนักนำพาทั้งคู่ก้าวข้ามขอบเขตแห่งความสุขสมระลอกใหญ่ ชายหนุ่มประคองกอดร่างบางแน่น ปล่อยให้เปลวไฟสิเน่หาหลอมละลายทุกความกลัวและความวิตกกังวลจนสิ้น ทั้งคู่ล้มตัวนอนกอดก่ายกระซิบปลอบประโลมกันท่ามกลางหน้ากากที่หลุดรุ่ยและความจริงสีเทาที่พังทลาย
ในเวลาต่อมา คิรันกอดประคองลลินนอนพักผ่อนอยู่บนโซฟายาวห้องทำงาน ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่มละมุนปนรู้สึกผิด "ลลินครับ... ผมขอโทษที่รุนแรงกับคุณไปเมื่อครู่ ตอนที่ผมเห็นจดหมายเปื้อนเืขู่ฆ่าคุณ... หัวใจของผมมันบีบรัดจนสติแทบดับวูบ ผมสูญเสียคนสำคัญมามากเกินพอแล้ว และผมทนไม่ได้จริงๆ ถ้าต้องเห็นคุณเป็อะไรไป..." ลลินเอื้อมมือลูบผมหนาของเขาแ่เบาด้วยความเข้าใจปนอบอุ่น "ฉันเข้าใจค่ะรัน... ฉันไม่โกรธหรอกนะ เพราะฉันเลือกก้าวเดินเข้ามาในเงามืดนี้ด้วยตัวเองแล้ว และฉันพร้อมจะเผชิญหน้ากับมันร่วมกับคุณตลอดไป" คำพูดของเธอย้ำเตือนถึงความรักและเป้าหมายร่วมกันท่ามกลางกรงขังความห่วงใยนี้อย่างสมบูรณ์แบบ คิรันกอดรัดเธอแนบชิด พลางมองออกไปนอกหน้าต่างคฤหาสน์ที่สายฝนยังคงโปรยปรายอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ย้ำเตือนว่าอุปสรรคและอันตรายที่แท้จริงกำลังรอคอยพวกเขาทั้งสองอยู่ในเงาหม่นของคดีความ