โคร่มมมม ~
เศษชายกระโปรงที่ปลิวมาตามลมดันคลุมหัวชายคนหนึ่งเข้าพอวิสัยทัศน์เบื้องหน้าถูกบดบังกะทันหันเขาจึงขับมอเตอร์ไซค์คันโตเสียหลักลงข้างทางโชคดีที่ไม่ได้ขับมาด้วยความเร็ว และโชคดีที่ข้างทางเป็คูน้ำตื้น ๆชายหน้าหล่อผิวขาวผู้เป็เ้าของรถเลยไม่ได้าเ็เกินกว่าเหตุ
แต่น่าเจ็บใจที่รถคันโปรดดันกระจกมองข้างแตกซ้ำร้ายยังท่อไอเสียคด สภาพยับเยินน่าเวทนา
ชายตัวสูงคลานขึ้นมาจากคูคลองด้วยสภาพเปียกซกั้แ่หัวจรดเท้าพอประคองรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นมาบนไหล่ทางได้สำเร็จ เขาก็รีบกวาดสายตามองหาต้นเหตุที่ทำให้เขาเสียหลักถึงขั้นลงไปนอนอยู่ในคูน้ำทันที
หลังยืนเท้าเอวมองหาคนอยู่พักหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลก็เหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งที่เข้าข่ายเป็ตัวต้นเื่ที่ทำให้เขามีสภาพแบบนี้พอหลุบตาต่ำมองเศษผ้าสีแดงในมือสลับไปมองผู้หญิงคนนั้น จึงพบว่าเศษผ้าที่ถืออยู่มันตรงกับเสื้อผ้าที่หล่อนสวมใส่
หล่อนนั่นแหละ!ที่เป็เ้าของเศษผ้า!
สีหน้าของชายร่างใหญ่ดูโกรธจัดเขาเร่งฝีเท้าแล้วพุ่งตัวเข้าไปหาเป้าหมายอย่างรวดเร็วกะว่าจะไปเรียกร้องเอาค่าเสียหายที่ทำให้รถคู่ใจของเขาต้องตกอยู่ในสภาพนี้ตั้งใจว่าจะเรียกร้องให้อ่วม เอาให้สมกับที่ทำลูกรักของเขาต้องหมดสภาพ
แต่ระหว่างที่กำลังจะเดินเข้าไปหาจากที่เห็นหล่อนนั่งอยู่บนไหล่สะพานเฉย ๆอยู่ดีไม่ว่าดีก็ทะลึ่งลุกขึ้นยืนอย่างไม่มีเหตุผลเห็นหล่อนแหงนใบหน้ามองท้องฟ้าอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ก้มลงไปมองพื้นน้ำข้างล่างทำเหมือนคนจะฆ่าตัวตายยังไงชอบกล!
เห็นท่าทีแปลกประหลาดนั้นสีหน้าของชายที่ตั้งท่าจะเข้าไปต่อว่าก็เริ่มอ่อนไหวขึ้นมาทันทีเขาด่วนสรุปว่าผู้หญิงชุดแดงกำลังจะฆ่าตัวตายพิจารณาจากชุดที่ใส่ก็เดาได้ไม่ยากว่านั่นคือชุดแต่งงาน เขาเคลื่อนตามองต่ำก็เห็นว่าชายกระโปรงขาดรุ่งริ่งไม่สมบูรณ์ นี่ทำให้เขาคิดได้อีกว่าเ้าสาวที่ไหนจะกล้าทำลายชุดแต่งงานของตัวเอง ผู้หญิงทุกคนเมื่อได้เป็เ้าสาวร้อยทั้งร้อยจะต้องอยากสวยที่สุดในงาน
จริงสิ!เ้าสาวควรอยู่ในงานแต่งงานถึงจะถูก หล่อนไม่ควรมาอยู่ที่นี่ลำพัง
หรือว่า!!!เ้าบ่าวหนีงานแต่ง ทำผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เสียใจจนต้องคิดฆ่าตัวตายอย่างนี้!
เมื่อประมวลผลจากสิ่งที่ตาเห็น เขาที่เป็คนบริสุทธิ์ผุดผ่องไหนเลยจะอยู่เฉยได้จากที่กำลังโกรธจัดกะจะเข้าไปเอาเื่ ความรู้สึกพวกนั้นก็มลายหายเป็ปลิดทิ้งในหัวของเขาให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตของประชาชนมากกว่าอย่างอื่นก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปหนุ่มหล่อจึงรีบวิ่งข้ามฟากไปกอดขาของผู้หญิงแปลกหน้าไว้แน่นเสียงะโของเขาทำคนฟังหูแทบดับ
“อย่าคิดสั้นนะมีอะไรก็ให้ลงมาพูดกันดี ๆ เถอะ หากสามีคนนี้ไม่ได้เื่ ถึงขั้นหนีงานแต่งไปคุณก็หาสามีคนใหม่ซะสิ ไม่ใช่เลือกจะมาจบชีวิตตัวเองแบบนี้”
เขารีบพูดให้สติกับหล่อนจนลิ้นแทบพันกันขณะเดียวกันท่อนแขนใหญ่ ๆ ก็กระชากตัวของชิงเหอให้ลงมาจากไหล่สะพานแต่ต่อให้เอาเ้าตัวลงจากที่สูงได้สำเร็จก็ใช่ว่าเขาจะยอมปล่อยมือเพราะจากประสบการณ์ที่มี เชื่อว่าคนที่คิดฆ่าตัวตายจะต้องไม่ยอมปล่อยวางง่าย ๆแน่นอน เกิดปล่อยมือตอนนี้แล้วหล่อนกระโจนลงไปข้างล่างจะทำยังไง
ขึ้นชื่อว่าเป็คนดีของสังคมก็ไม่อยากมาเห็นใครตายต่อหน้าต่อตาหรอกนะ!
การกระทำของเขาล้วนอยู่ในสายตาของชิงเหอทั้งหมด หล่อนอ้าปากค้างกับคำพูดยาวเหยียดของชายแปลกหน้า ที่จู่ ๆก็วิ่งเข้ามาพูดเื่อะไรก็ไม่รู้ แถมยังถือวิสาสะกอดขากอดเอวเธอไม่ยอมปล่อยอีก
ไอ้มือปลาหมึกเอ๊ย!นี่มันเรียกลวนลามกันชัด ๆ
“นี่! คุณจะบ้าหรือไงฉันต่างหากล่ะที่เป็คนหนีงานแต่ง”
ชิงเหอเอ่ยแก้ความเข้าใจผิดของเขาต่อให้เขาไม่ได้เอ่ยปากพูดขึ้นมาอีก หล่อนก็พอจะเข้าใจได้เองว่าทำไมเขาถึงคิดว่าหล่อนกำลังคิดสั้น เหตุผลหลัก ๆก็คงเป็เพราะหล่อนยืนอยู่บนไหล่สะพานสูง ไหนยังทำท่าชะเง้อชะแง้อยู่อีกพฤติกรรมพวกนี้เข้าข่ายเหมือนจ้องจะฆ่าตัวตายจริง ๆ นั่นแหละ
แต่อันที่จริงหล่อนก็แค่้ามองหาอุโมงค์มิติหรืออะไรสักอย่างที่อาจจะพาหล่อนกลับไปยังโลกใบเดิมได้
ระหว่างที่หล่อนวิ่งหนีมาตลอดทางก็ได้สังเกตสภาพแวดล้อมของบ้านเมืองแถวนี้อย่างละเอียด นี่ทำให้ชิงเหอมั่นใจว่านี่ไม่ใช่โลก 2024 ที่หล่อนคุ้นเคยแต่เป็ยุคสมัยไหนก็ไม่รู้ พอเอามาปะติดปะต่อกับเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นตอนอยู่ในร้านดูดวงชิงเหอก็สรุปได้ว่าตัวหล่อนเองได้ทะลุมิติมาอยู่ใน่เวลาของอดีตกาลหรือไม่ก็ทะลุมิติไปอยู่ในโลกอีกใบ...
ใช่แน่ ๆต้องเป็เพราะเครื่องรางชิ้นนั้นแน่ ๆ ประคำหยกอะไรนั่นพาหล่อนมาที่นี่
เบื้องลึกเื้ัเหล่านี้ หล่อนไม่้าเล่าให้ใครฟังยิ่งกับชายแปลกหน้าคนนี้หล่อนยิ่งไม่คิดจะอธิบายเพราะหากพูดออกไปว่าหล่อนขึ้นไปบนที่สูงเพื่อมองหาอุโมงค์มิติมีหวังถูกหาว่าบ้าแน่ ๆ งั้นเลือกเงียบปากไว้จะดีที่สุด
"นี่คุณปล่อยมือเถอะ ฉันไม่คิดสั้นหรอก แต่ไม่แน่นะขืนยังไม่ปล่อยมือฉันอาจขาดอากาศหายใจตายขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้"
ลั่วชิงเหอโก่งคอพูดประชดทำเอาคนมือปลาหมึกรีบคลายมือออกจากเอวของหล่อนอย่างร้อนใจแต่ทว่าเขายังอุตส่าห์กุมมือของหล่อนไว้แทน แต่อย่าได้เข้าใจผิดเป็อันขาดล่ะ การกุมมือครั้งนี้ไม่ใช่ความเสน่หาแต่อย่างใดแต่ทำไปเพราะกลัวถูกเบี้ยวค่าเสียหายต่างหาก
ในเมื่อหล่อนไม่คิดฆ่าตัวตายแล้วก็ดียังไงค่าเสียหายกับค่าทำขวัญก็ยังต้องจ่าย สาบานว่านี่ไม่ใช่การคุกคามขอแค่หล่อนแสดงความรับผิดชอบและยอมจ่ายค่าเสียหาย เขาก็จะไม่รั้งตัวหล่อนไว้อีกและเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจว่าเขาไม่ใช่พวกต้มตุ๋นคนตัวใหญ่กว่าจึงจูงมือชิงเหอให้เดินไปดูสภาพรถด้วยกัน
"โอ๊ย ปล่อยนะทำไมมือคุณใหญ่แบบนี้ล่ะ ฉันเจ็บนะ อีกอย่างฉันเดินเองได้!"
“คุณรู้หรือเปล่า ว่าผมสามารถแจ้งความเอาผิดคุณได้คุณทำให้ผมเกิดอุบัติเหตุจนทรัพย์สินเสียหาย ว่ามาเถอะครับคุณจะรับผิดชอบร่างกายกับทรัพย์สินของผมยังไง”
"นี่คุณ!พูดให้มันช้า ๆ หน่อย ฉันเวียนหัวไปหมดแล้ว"
คำพูดของเขาดูมีหลักการพอตัวลำพังแค่บ่นให้ฟังก็ไม่น่าปวดหัวนักหรอก แต่เขาดันร่ายข้อกฏหมายตอกหน้าเป็ฉาก ๆทั้งยังพูดถึงเื่จิตสำนึกอะไรนั่นอีกสิ่งที่เขาสาธยายมาทั้งหมดทำหล่อนเวียนหัวขึ้นมาจริง ๆไม่นานลั่วชิงเหอก็ชะงักไปดื้อ ๆ เมื่อสังเกตเห็นเงาของตัวเองในกระจกรถมอเตอร์ไซค์
ใบหน้าของหล่อนเหมือนเดิมทุกกระเบียดนิ้วเพียงแค่ผิวพรรณของหล่อนดูเต่งตึงอวบอิ่มลดอายุไปเป็สิบปีเหมือนได้กลับมาเป็สาวน้อยวัยยี่สิบปีอีกครั้งสิ่งที่เห็นตรงหน้าทำเธออึ้งจนหูดับ ไม่ได้ยินเสียงรอบข้างใด ๆแม้แต่เสียงของชายคนนั้นก็ไม่มีผลกับชิงเหอไปชั่วขณะ
ลั่วชิงเหอเริ่มมีอาการเวียนหัวและตาพร่าแทรกซ้อนขึ้นมา หล่อนไม่รู้ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นกับตัวหล่อนกันแน่หล่อนควบคุมตัวเองไม่ได้และวินาทีนี่เองที่เปลือกตาของหล่อนเกือบจะปิดสนิทลงอีกครั้งขณะเดียวกันหล่อนก็ได้ยินเสียงปริศนาก้องอยู่ในหัวอย่างต่อเนื่อง
"ลั่วชิงเหอ...ลั่วชิงเหอ... จงฟังให้ดี เธอมาโผล่อยู่ที่นี่ส่วนหนึ่งเป็เพราะเธอมีดวงสัมพันธ์กับเ้าของร่างนี้ โชคชะตาจึงลิขิตให้พวกเธอสองคนสลับิญญากัน!"
ซึ่งหมายความว่าิญญาของลั่วชิงเหอทะลุมาอยู่ในร่างของถงเซินอวี่ส่วนถงเซินอวี่ที่เป็เ้าของร่างก็อาจจะทะลุไปอยู่ในร่างของตำรวจหญิงลั่วชิงเหอซึ่งอยู่ในโลกอนาคตเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
"ใครน่ะนั่นเสียงของใคร!"
ลั่วชิงเหอพยายามสื่อสารกับเ้าของเสียงแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบกลับมา
"ถ้าไม่อยากบอกตัวตนงั้นฉันขอเปลี่ยนคำถาม ฉันต้องทำยังไงถึงจะกลับไปอยู่ในร่างของตัวเองได้เหมือนเดิมฉันไม่ชอบร่างนี้และรู้สึกว่าร่างนี้ไม่เหมาะสมกับฉันเอาซะเลย"
แต่เชื่อเถอะว่าร่างของตำรวจหญิงก็ไม่เหมาะกับถงเซินอวี่เหมือนกันถงเซินอวี่เป็แค่สาวน้อยวัยยี่สิบปี ไม่มีประสบการณ์ด้านจับผู้ร้ายจะสามารถอยู่ในองค์กรใหญ่ ๆ แบบนั้นได้ยังไง
"จะกลับไปได้ก็ต่อเมื่อทำภารกิจเสร็จสิ้นเท่านั้น"
"อะไร!ฉันยังต้องทำภารกิจอะไร รีบบอกมาสิ"
เสียงปริศนาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก
"ภารกิจที่เธอต้องทำให้สำเร็จเพื่อแลกกับการกลับไปก็คือพลิกชะตาตัวร้าย"
ลั่วชิงเหอกำลังประมวลผลอย่างหนักหล่อนสงสัยว่าใครกันที่เป็ตัวร้าย พอพยายามเอ่ยถามให้กระจ่างเ้าของเสียงปริศนาดันเงียบหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่
ขณะที่ชิงเหอสื่อสารกับเสียงปริศนา ร่างกายภายนอกของหล่อนตกอยู่ในสภาวะสะลึมสะลือเหมือนคนไม่มีแรงแต่ไม่กี่อึดใจหล่อนก็รู้สึกเจ็บหน่วงที่หัวไหล่ทั้งสองข้างอย่างฉับพลันก็ตอนนี้มือใหญ่ ๆ ของเขาคนนั้น กำลังเขย่าตัวหล่อนอย่างแรงเสียงของเขาเป็มลพิษเอามาก ๆ ขืนปล่อยให้เขาทำแบบนี้ต่อไป นอกจากแก้วหูดับหัวของหล่อนคงได้กระเด็นกระดอนออกจากบ่าแน่ ๆ
“นี่คุณจะมาเล่นลูกไม้ตื้น ๆ ประเภทแกล้งตายไม่ได้นะ ยังไงซะผมก็ไม่เชื่อคุณหรอก”
แม้จะพูดแบบนั้นแต่น้ำเสียงกับการกระทำของเขามันเด่นชัดว่ามีความกังวล เขาร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูกกลัวผู้หญิงคนนี้จะตายขึ้นมาจริง ๆ ก็ดูใบหน้าของเธอตอนนี้สิซีดเผือดอย่างกับไม่มีเืไหลเวียน แถมชุดแต่งงานที่หล่อนสวมอยู่ก็ดูคับแน่นทั้งยังเป็ผ้าหนา น่าจะร้อนอยู่พอตัวหากปล่อยไว้แบบนี้มีหวังหล่อนได้ไปเยี่ยมยมบาลจริง ๆ แน่
ในเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยเขาก็ทิ้งหล่อนไม่ลงจึงจับคนสวยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปทั้งแบบนั้นส่วนชิงเหอที่ยังไม่ได้สติดีก็ควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ ดวงตากลมโตกะพริบช้า ๆจวนจะปรือปิดลง ภาพด้านหน้าเป็เพียงภาพราง ๆ ไม่ค่อยชัดเจนแต่สิ่งที่เห็นก็คือหัวไหล่กับแผ่นหลังกว้างของผู้ชายใจดีคนนั้น...
หล่อนนึกขอบคุณที่เขาไม่ทิ้งหล่อนไว้ข้างทางแต่ทว่าเค้นเสียงพูดไม่ได้ และเหมือนว่าร่างกายของชิงเหอจะอ่อนเพลียลงเรื่อย ๆกระทั่งหมดสติซบอยู่บนแผ่นหลังของเขา นี่คือผลพวงที่ชิงเหอใช้กระแสจิตสื่อสารกับเสียงปริศนานั่นมากเกินไป