การแนะนำตัวไม่ได้ใช้เวลาอะไรมากนัก โจได้รู้จักคนในหน่วย ทุกคนเป็กันเองทำให้โจรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยคนในหน่วยหิมะก็ไม่ทำตัวแปลกหน้าหรือห่างเหินอะไร ดูท่าสายตาในการเลือกคนของหัวหน้าก็ไม่ได้แย่อะไร
“ผมไปก่อนนะ” หลังจากจัดการเื่สำคัญเสร็จโจก็กล่าวลามายด์
“นายจะไปไหน?” เธอกล่าวถามเหมือนแม่ถามลูก
“เฮ้ๆ ผมเป็คนในหน่วยคุณไม่ใช่ลูกคุณซะหน่อยทำไมผมถึงต้องบอกคุณล่ะ?” โจไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย เพราะเขารู้ว่ายังไงเธอก็ต้องหาทางแก้แค้นเขาแน่
“ฉันเป็หัวหน้าของนาย ดังนั้นเื่ที่นายจะไปไหนจะต้องบอกฉันทุกครั้ง หากนายเกิดเป็อะไรไปแล้วฉันจะรู้ได้ยังไง” มายด์อธิบายเหตุผล
โจมองเธอแปลกๆแล้วกล่าวว่า “เธอคงไม่ได้หลงรักผมใช่ไหม?”
“ใครจะรักคนอย่างนาย ไอ้ขี้โกง!!" มายด์หน้าแดงและปรี๊ดแตก เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชายหนุ่มจะคิดอะไรแบบนี้ขึ้นมาได้
“โอ้…ถ้างั้นก็ไม่จำเป็ต้องรายงาน นี่คือเื่ส่วนตัวของผม โชคดีนะ” โจกล่าวจบก็เดินจากไปทันทีปล่อยให้มายด์ยืนกระทืบเท้าด้วยความโกรธ
ั้แ่เกิดมามีแต่คนตามใจเธอและเธอก็มั่นใจในเื่รูปร่างหน้าตา ไม่ว่าเดินไปที่ไหนก็จะต้องมีคนเข้ามาเอาใจ นี่เป็ครั้งแรกที่โดนผู้ชายเมินใส่ทำให้เธอหงุดหงิดเหมือนไม่ได้ดั่งใจ
หลังจากเดินออกนอกองค์กรโจก็ไปร้านหนังสือในเมือง ครั้งก่อนหลังจากที่เขาไถเงินมายด์มาได้เขาก็มาที่นี่เพื่อซื้อหนังสือ สิ่งเดียวที่พอจะทำให้เขาหายเบื่อได้ก็คงมีแค่หนังสือเหล่านี้
“สวัสดีค่ะ” พนักงานสาวกล่าวต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่สวยงาม โจยิ้มให้และเดินไปดูหนังสือ
ผ่านไปสองชั่วโมงเขาก็ขนหนังสือกว่าสิบเล่มมาคิดเงินที่เคาน์เตอร์ พนักงานสาวจดจำเขาได้เพราะครั้งก่อนเขาก็มาซื้อหนังสือเช่นกันและซื้อเยอะไม่ต่างกับครั้งนี้
พนักงานสาวสแกนบาร์โค้ดทีละเล่ม ผ่านไปไม่กี่เล่มเธอก็สะดุดกับหนังสือเล่มหนึ่ง บนหน้าปกมันเขียนเอาไว้ว่า ‘วิธีตัดขาดจากโลก’
เธอมองโจด้วยสายตาแปลกๆ เธอจำได้ดีว่าครั้งก่อนเขาซื้อร้อยวิธีมัดใจสาวแต่ครั้งนี้เขาซื้อวิธีตัดขาดจากโลก
‘คงไม่ใช่ว่าเขาโดนผู้หญิงปฏิเสธเลยคิดจะเก็บตัวหรอกนะ’ เธอคิด
โจไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดเื่อะไรอยู่แต่เขาเห็นเธอมองเขาแปลกๆ เขาจึงยิ้มกลับไปอย่างงุนงง เขาลองเอามือลูบหน้าดูเผื่อมีอะไรติดหน้าแต่มันก็ไม่มีอะไร เขาได้แต่สงสัยว่าเธอมองเขาทำไม
หลังจากคิดเงินเสร็จเขาก็กลับไปที่ห้องพักอีกครั้ง เมื่อเขาเปิดประตูเข้ามาเขากลับพบว่ามีสาวน้อยคนหนึ่งกำลังนอนอยู่บนเตียงของเขา
สาวน้อยคนนั้นลุกขึ้นและหันมาทางโจ ใบหน้าเนียนขาวและริมฝีปากอมชมพู ดวงตาสีมรกตสวยงามราวกับเป็หินมรกตจริงๆ แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือผมสีเงินที่ยาวมาถึงเอวและมัดเป็เปียเล็กๆบางแห่ง
เมื่อเธอยืนขึ้น รูปร่างของเธอก็เด่นชัด เธอสูง 175 เิเ หน้าอกเต่งตึงและสะโพกได้รูป รูปร่างของเธองดงามราวกับภาพวาด
“เธอมาทำอะไรที่นี่?” โจวางถุงหนังสือและเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ แน่นอนว่าเขารู้จักสาวน้อยคนนี้
“มาหาคนนิสัยไม่ดี” เธอหน้าบึ้ง ท่าทางของเธอเหมือนเด็กเอาแต่ใจแต่ก็ไม่พ้นความน่ารักที่เธอแสดงออกมา
เธอมีชื่อว่าเมรีเป็ชาวแอสไซด์หนึ่งในเผ่าพันธุ์ชั้นสูงและมีรูปร่างคล้ายมนุษย์มากยกเว้นแค่สีดวงตากับสีผมที่แตกต่างจากมนุษย์
“มาที่นี่พ่อของเธอรู้หรือเปล่า? ผมไม่อยากถูกเขาจับมาฉีกเป็ชิ้นๆหรอกนะ” พ่อของเธอเป็ถึงผู้นำเผ่าพันธุ์และมีพลังมหาศาล นอกจากนี้เขายังรักและหวงลูกสาวมาก หากเขารู้ว่าลูกสาวสุดที่รักแอบหนีมาหาผู้ชายถึงที่นี่ เขาจะไม่มาที่นี่เพื่อกระทืบเขาหรอกเหรอ?
“ถ้าเราสองคนไม่พูดอะไรเขาจะรู้ได้ยังไงล่ะ” เมรีหน้าแดงเมื่อพูดคำว่าเราสองคน มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนหนีออกจากบ้านเพื่อมาอยู่กับคนรัก
“พอเลยๆ แล้วเธอมาที่นี่ทำไมล่ะ?” โจเอ่ยถามเขาไม่อยากทำตัวเป็สามีภรรยากับเธอ เพราะจริงๆแล้วเขาไม่ได้มีความลึกซึ้งอะไรกับเมรี
“คนบ้า คนใจร้าย” เมรีน้ำตาคลอเบ้า เธอไล่ตามผู้ชายคนนี้มาตั้งหลายปี แต่เขากลับเ็าใส่เธอแล้วจะไม่ทำให้เธอรู้สึกเสียใจได้อย่างไร
“ขอโทษ” เห็นเธอกำลังจะร้องไห้เขาก็ใจอ่อนแล้วปลอบเธอ เมรีเห็นท่าทางของโจเธอก็กลับมาหัวคิกคักแล้วเดินเข้ามาเกาะแขนเขา โจทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่ปล่อยให้เธอทำตามใจ
“แล้วมีเื่อะไรล่ะ?” โจรู้ดีว่าที่เธอมาหาเขาต้องมีเื่สำคัญแน่นอน ไม่ใช่แค่การมาเที่ยวเล่นหรือมาหาเขา
เมื่อรู้ว่าดื้อดึงต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรเธอจึงนำบางสิ่งออกมาให้เขา “ฉันนำดาบของคุณมาให้ ตอนที่คุณจากมาก็ไม่ยอมมาบอกลาฉันสักคำ” เมรีทำหน้ามุ่ยและกล่าวต่อว่า “ฉันได้รู้เื่ที่คุณต้องมาอยู่ที่นี่โดยที่ไม่ให้ใครรู้ถึงอดีตของคุณ ฉันเลยเอาดาบของคุณไปให้พวกคนแคระปรับแต่งให้”
เธอยื่นกำไลข้อมือสีดำให้โจ
“เจ๋งดีนี่” โจรู้สึกชอบมันขึ้นมา ไม่ใช่เขาลืมดาบไว้ที่สหพันธ์แต่เป็เพราะเขานำมันมาด้วยไม่ได้ไม่งั้นมันจะเป็ที่สะดุดตา แต่ในเมื่อชาวแคระช่วยปรับแต่งให้มันเปลี่ยนรูปร่างเป็กำไลข้อมือ นี่จะสะดวกมากในการพกมันติดตัวไปไหนมาไหน
โจรับกำไลข้อมือมามันมีน้ำหนักเกือบร้อยกิโลกรัมไม่ต่างจากน้ำหนักตอนที่เป็ดาบแม้แต่น้อย
กริ๊ก กริ๊ก!
เสียงกลไกดังออกมาจากกำไลเพียงพริบตามันกลายเป็ดาบเล่มหนึ่ง ดาบเล่มนี้ยาวหนึ่งเมตรมันถูกสร้างขึ้นมาด้วยวัสดุหายากมันมีทั้งความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่น นอกจากนี้ความคมของมันสามารถตัดเหล็กกล้าได้อย่างง่ายดาย
ตัวดาบมีลาดลายประหลาดและสามารถมองเห็นแผงวงจรอย่างเลือนลาง มันถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและรองรับพลังของผู้ใช้ได้ดี
โจรู้สึกเหมือนได้เพื่อนรู้ใจกลับมาอีกครั้ง เขาลูบใบดาบอย่างแ่เบาราวกับกำลังััผิวคนรัก
โจกดปุ่มอีกครั้งมันก็กลายเป็กำไลข้อมือและสวมมันไว้
“ขอบใจเธอมากนะ” โจกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ รอยยิ้มของเขาทำให้เมรีหน้าแดงเถือก ต่อให้พ่อของเธอรู้ว่าเธอแอบมาที่นี่และโดนลงโทษเธอก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับรอยยิ้มของโจ
เห็นท่าทางบิดไปมาของหญิงสาวโจก็ขำเล็กน้อยจากนั้นเขาก็พูดว่า “ไปหาอะไรกินกันหน่อยไหม?”
เขาอยากตอบแทนที่เธอนำดาบมาให้เขาแถมยังช่วยปรับแต่งให้สะดวกมากขึ้น
แน่นอนว่าเธอตอบรับแทบไม่ต้องคิด เธอมาที่นี่เพื่ออยากอยู่กับเขาสักเล็กน้อย การที่เขาชวนเธอกินข้าวถือเป็เื่ดีสำหรับเธอ