ผมสลัดเื่ฟุ้งซ่านทิ้งไป ก่อนจะหันกลับไปยังทางที่ผู้ติดตามของตัวเองนั่งอยู่ แล้วก็เป็เื่น่าประหลาดที่ผมฆ่ามอนสเตอร์ไปเป็พัน แต่กลับไม่มีเสียงของระบบแจ้งเตือนบอกค่าประสบการณ์สักนิด และพอผมเปิดหน้าต่างระบบดูในส่วนของการตั้งค่า ก็พบว่าช่องแจ้งเตือนรายละเอียดปิดอยู่ ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอไปกดปิดตอนไหน อาจจะเป็ตอนเด็กก็ได้ที่รู้สึกรำคาญเสียงของระบบ ก็เลยตั้งค่าปิดมันไป
ติ๊ด!
ผมเอื้อมมือไปกดเปิดช่องที่ว่า แล้วเลื่อนมือมากดปุ่มยืนยันข้างล่าง สักพักหน้าต่างระบบจึงดับไปพร้อม ๆ กับมีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมาแทน...
‘ผู้เล่นเควินได้สังหารมอนเตอร์ เป็จำนวนทั้งสิ้น 1,106 ตัวค่ะ ได้รับไอเท็มดังนี้ ยาเพิ่มพลังชีวิตระดับสูงจำนวน 305 ขวด ,ยาเพิ่มพลังออร่าจำนวน 410 ,ยาเพิ่มพลังเวทย์จำนวน 345 ขวด , ชุดเกราะโกเลมธาตุน้ำ 12 ชุด , การ์ดทักษะกำแพงน้ำประเภททักษะ ระดับกลาง จำนวน 3 ใบ , รองเท้าหนังัวารี ระดับ 4 ดาว 6 คู่ ,ดาบหนังจระเข้ ระดับ 3 ดาว 60 เล่ม , ค้อนหินโกเลม ระดับ 4 ดาว 24 อัน ,หอกจรดภูผา ระดับ 4 ดาว 40 เล่ม , ถุงมือเซนทอร์ ระดับ 4 ดาว 17 คู่ ,การ์ดทักษะฝนหอกดาวตก ประเภททักษะ ระดับต่ำ จำนวน 7 ใบ , ฯลฯ , ปลอกแขนหนังัระดับ 5 ดาว 12 คู่
ผู้เล่นเควินได้รับเงินจากการสังหารมอนเตอร์เป็จำนวน 6,430,000 เซียค่ะ
เนื่องจากว่าไอเท็มที่ได้รับเกินจำนวนช่องในหน้าต่างเก็บไอเทมของท่าน ระบบแนะนำให้ท่านขายเป็เงินค่ะ...้าทำรายการนี้ในขณะนี้โปรดยืนยัน...’
ผมนิ่งคิดไปสักครู่ ยังไม่ได้ตอบตกลงกับข้อความแจ้งเตือนในทันที สายตาของผมตอนนี้กำลังไล่เรียงไปตามไอเทมมากมาย ที่ได้รับอย่างละลานตา ส่วนใหญ่แล้วก็มีแต่ไอเทมที่ผมไม่ได้ใช้ทั้งสิ้นจะขายไปก็คงไม่เป็ไร
“ยืนยัน”
‘ขอบคุณค่ะ กรุณาเลือกไอเทมที่้าขายค่ะ...’
ผมพ่นลมหายใจออกอย่างเหนื่อยหน่ายพลางหยุดเดิน ก่อนจะนั่งลงกับพื้นแล้วใช้มือคลิกไอเทมที่จะขายจนมือแทบหงิก ผมเลือกขายไปเกือบหมดเหลือไว้เพียงแต่ของจำเป็อย่างเช่น การ์ดต่าง ๆ ที่ไม่ค่อยจะดรอปจากมอนสเตอร์มากนัก และก็ยาเพิ่มพลังชีวิตระดับสูง ยาเพิ่มพลังออร่าระดับสูง ยาเพิ่มพลังเวทย์ระดับสูง อีกเล็ก ๆ น้อย ๆ เอาไว้ใช้ยามจำเป็ จากนั้นจึงทำรายการขายเป็เงินทันที
‘เรียบร้อยแล้วค่ะ ผู้เล่นเควินขายไอเท็มเป็จำนวน 1,360ชิ้น ได้รับเงิน 894,050 เซียค่ะ
ผู้เล่นเควินได้สังหารมอนสเตอร์ ได้รับค่าประสบการณ์ 46,750,000 จุดค่ะ
เนื่องจากผู้เล่นเควินตั้งค่าแบ่งค่าประสบการณ์ให้ผู้ติดตามไคน์ 20 % ผู้ติดตาม เวียร่า 20 % และการ์ดดาบัพิโรธ 10 % เหลือค่าประสบการณ์ 23,375,000 จุดค่ะ
ผู้เล่นเควินเลื่อนระดับเป็ 100...101 ค่ะ
ผู้ติดตามไคน์เลื่อนระดับเป็ มอนสเตอร์ระดับ 8 ค่ะ
เนื่องจากผู้ติดตามไคน์ เข้าสู่มอนสเตอร์ระดับตามเงื่อนไขของระบบ ผู้เล่นเควินได้รับภารกิจตามหาวิชาลับที่หายไปของเผ่าพันธุ์หมาป่าค่ะ เนื่องจากว่าเป็ภารกิจของผู้ติดตามไม่สามารถยกเลิกได้ค่ะ
ผู้ติดตามเวียร่าเลื่อนระดับเป็ มอนสเตอร์ระดับ 6ค่ะ
การ์ดดาบัพิโรธได้รับค่าประสบการณ์ 4,675,000 / 10,000,000 จุด ขาดอีก 5,325,000 จุดดาบัพิโรธจะเลื่อนระดับเป็ ดาบัเพลิงค่ะ...’
เสียงของระบบหยุดลงแล้ว ผมกำลังเรียบเรียงข้อมูลที่ได้ยินอยู่ ซึ่งพอจะสรุปคร่าว ๆ ได้ว่าผมได้ภารกิจของผู้ติดตามมาหนึ่ง แล้วเดี๋ยวอีกสักพักผมคงต้องไปทำภารกิจเลื่อนชั้นเป็ชั้นไดม่อน ไม่รู้ว่าคราวนี้จะโหดหินหรือเปล่าเพราะจำได้ว่าตอนที่ทำภารกิจเลื่อนชั้นเป็ชั้นโกลด์นั้น ผมต้องสังหารัแห่งความมืด มอนสเตอร์ระดับ 9ถึง 3 ตัวกว่าจะบรรลุภารกิจ
ปิ๊บ! ปิ๊บ!
เสียงสัญญาณเตือนจากจดหมายสีแดง ผมแตะมันโดยทันทีแบบไม่ต้องคิด พร้อมๆกับปรากฏหน้าจอโฮโลแกรมของดร.เนวันขึ้นมา
“คุณปลอดภัยดีนะ” ดร.เนวันถามกลับมาด้วยสีหน้าเป็ห่วงเล็กน้อย
“ก็เกือบไม่รอดครับ พวกมันอึดมาก” ผมตอบพลางทำสีหน้าแห้งๆ
“ผมเข้าใจดี เมื่อกี้ผมก็เกือบจะส่ง GM เข้าไปพาคุณออฟไลน์แล้วล่ะ พอดีเห็นเวียร่าเข้ามาซะก่อน” ผมพยักหน้ารับรู้
“คุณเก่งมาก คุณพสิฐ เก่งจริงๆนั่นแหละ ผมดูคนไม่ผิดจริง ๆ ”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ เป็เพราะผมมีผู้ติดตามที่ดีมากกว่า พวกเขาช่วยได้เยอะเลย” ผมกล่าวอย่างถ่อมตน “แต่ว่าถ้าผมทำได้...ทำไมดราก้อนฟิชถึงทำไม่ได้ล่ะครับ”
“ทักษะของเขาไม่เอื้อต่อการโจมตีเป็หมู่นะสิ” ผมเอียงหน้าสงสัย “เพลงดาบไร้ิญญาน่ะถือว่าเป็เพลงดาบที่แข็งแกร่งก็จริง แต่ทุกอย่างมันก็ต้องมีข้อเสียแล้วข้อเสียของมันก็คืออนุภาพของเพลงดาบไร้ิญญามันเป็เส้นตรง ไม่ใช่เป็วงกว้างเหมือนของคุณ”
“แบบนี่นี้เอง”
นี่เป็ครั้งแรกของผมที่ได้รู้จุดอ่อนของเพลงดาบที่ดราก้อนฟิชใช้ ซึ่งไม่เคยนึกมาก่อนว่าเพลงดาบที่แข็งแกร่งขนาดนั้น กลับมีจุดอ่อนเป็รูโหว่ที่เห็นได้ชัดเจน มิน่าล่ะว่าทำไปผมไม่เคยเห็นดราก้อนฟิชโจมตีคนเป็สิบสักครั้ง แต่กลับเลือกที่จะสู้ทีละคนแทน
“นั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงทำได้แต่ดราก้อนฟิชทำไม่ได้”
“แต่เพลงดาบของผมไม่ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสียนะครับ แล้วข้อเสียของมันก็เสี่ยงมากด้วย”
ตามที่ผมได้บอกไปนั่นแหละ เพลงดาบมหานภามีข้อเสียหลัก ๆ คือมันใช้พลังชีวิตของผู้เล่นเป็พลังโจมตีแทนพลังออร่า ซึ่งถ้าหากเติมพลังชีวิตไม่ทันละก็ได้ตายอย่างเดียว
“เื่นั้นผมรู้...เอาเป็ว่าคุณทำได้ก็โอเคแล้วล่ะ”
“ครับ...แล้วฝั่งวรรณภาเป็ไงบ้างล่ะครับ”
“พวกเขาทำไม่สำเร็จ” ผมมองดร.เนวันอย่างขอคำตอบทันที “ผมหมายถึงกำจัดมอนสเตอร์ได้ไม่หมดได้แค่ขับไล่ให้มันหนีไปเท่านั้น”
“อ่อ...” ผมพึมพำเข้าใจ “แล้วตอนนี้พวกเขายังอยู่เมืองเวลูน่าไหมครับ”
“อยู่...แต่ไมร่าขอกลับไปที่กิลด์ก่อน เห็นว่ามีปัญหาต้องไปสะสาง”
“ก็ช่วยไม่ได้นะครับ...เกิดเื่กะทันหันแบบนี้ผมก็อยากนัดรวมตัวให้เร็วกว่านี้ จะได้รับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าได้ทัน”
“ไม่เป็ไรหรอก...ตามเวลานัดหมายเดิมนั่นแหละ ตอนนี้พวกมันก็เริ่มสั่งสมกองทัพอยู่ คงจะยกกองทัพออกมาโจมตีบ่อย ๆ ไม่ได้ แล้วยิ่งตอนนี้มันคงจะรู้เื่ที่คุณทลายกองทัพของมันจนราบเป็หน้ากองแล้วล่ะ และอเล็กซ์คงกำลังควานหาตัวคุณอยู่อย่างแน่นอน ยังไงก็ระวังตัวด้วยละกัน ส่วนรายละเอียดที่เหลือจะมี GM ไปอธิบายให้ฟังตามเวลาที่นัดไว้”
“ได้ครับ”
“อ้อ…” ดร.เนวันอุทานเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “อีกเื่หนึ่งของรางวัลจากการที่คุณฆ่ากองทัพมอนสเตอร์ได้หมด เดี๋ยวผมจะฝาก GM เอาไปให้คุณพร้อมเดียวกับแจงรายละเอียดเกี่ยวกับอเล็กซ์ละกัน”
“ได้ครับ”
“มีอะไรเพิ่มเติมไหม” ดร.เนวันถามย้ำก่อนจะตัดการติดต่อ
“ไม่ละครับ สักพักผมคงไปทำภารกิจเลื่อนชั้นก่อน”
“งั้นขอให้โชคดีนะ”
ผมพยักหน้าขอบคุณคำอวยพรนั้น แล้วหน้าจอของดร.เนวันก็ดับหายไป
ผมคลายทักษะปีกอัคคีออกพลางเดินอย่างเนือยๆ จนถึงตัวของเวียร่ากับไคน์ ตอนนี้ฝุ่นควันจางหายไปมากแล้วจึงพอมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้ถนัดตา อีกทั้งสภาพแวดล้อมที่พังทลายจากการต่อสู้เมื่อครู่ ก็ค่อย ๆ ถูกซ่อมแซมโดยระบบจนใกล้จะเป็ปกติดังเดิม
“เวียร่า...ไคน์” ผมเรียกชื่อผู้ติดตามทั้งสอง ในขณะที่เดินเข้ามาใกล้และก็เห็นว่าพวกเขาสองคนกำลังคุยอะไรบางอย่างกันอยู่
“นายท่าน” เป็เวียร่าที่โผเข้ากอดผมแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้ผมรู้สึกทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
“นายท่าน นายท่านหายไปไหน ทำไมนายท่านถึงเพิ่งกลับมา รู้ไหมว่าข้าคิดถึงนายท่านมากแค่ไหน” ผมสะอึกที่จะตอบแต่จะต้องจำใจโกหกออกไป
“ไปฝึกวิชามา”
“นายท่านโกหก นายท่านออฟไลน์หนีพวกเราไปใช่ไหน”
ผมสะดุดกับคำพูดของเวียร่าทันที ก่อนจะจับเธอแยกออกจากร่างกาย แล้วมองดูใบหน้าที่ยังเหลือคราบน้ำตาอยู่อย่างหาคำตอบ
“เธอรู้” ผมกลอกตาไปมาแล้วกลับมาหยุดอยู่ที่ดวงตากลมโตสีฟ้าอีกครั้ง “เธอเป็เอไอคิดได้เองอย่างนั้นเหรอ”
เวียร่าพยักหน้าตอบแล้วสะอึกเล็กน้อย
“ั้แ่เมื่อไหร่ เธอคิดได้เองั้แ่เมื่อไหร่” ผมเร่งเร้าถาม
“สักพักหนึ่งแล้วค่ะนายท่าน ไคน์ก็ด้วย” ผมกลอกตาซ้ายข้ามไหล่ของเวียร่าไป ก็เห็นไคน์ทำสีหน้าแบบหงุดหงิดเช่นเดิม แถมยังส่งเสียงไม่เป็คำมาให้ด้วย
“เชอะ...” ไคน์สบถได้แค่นั้นก็ล้มตัวลงนอนบนพื้นอย่างไม่ใส่ใจ ผมจึงหันกลับมาที่เวียร่าอีกครั้ง
“แล้วเธอคิดยังไงเกี่ยวกับตัวเอง” ผมหมายถึงเื่ความจริงที่พวกเขาไม่ได้มีชีวิตจริง ๆแต่เป็สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
“ข้าไม่เหมือนอเล็กซ์นะ อเล็กซ์พอรู้ก็โกรธมากแต่ข้ากลับคิดตรงกันข้ามจริงอยู่ที่พวกเราถูกสร้างขึ้นมา แต่ในความเป็จริงแล้วนายท่านก็มีโลกของนายท่าน พวกเราก็มีโลกของพวกเรา และถึงแม้จะเป็โลกที่ถูกสร้างขึ้นมาแต่มันก็คือที่อยู่ที่พวกเราอาศัย ต่อให้โกรธแค้นต่อพวกท่านแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะพวกท่านถือเป็พระเ้าของพวกเรา เป็ผู้ให้ชีวิตแก่พวกเรา”
ผมมองดูใบหน้าที่เหมือนจะร้องไห้อีกครั้งของเงียร่า ก่อนจะยิ้มให้เธอเพื่อขอบใจในความคิดของแม่ภูติน้ำแข็ง และตัดสินใจเลื่อนมือของตัวเองเช็ดน้ำตาให้เวียร่าเบา ๆ อย่างเอ็นดู
“ขอบคุณเวียร่า ขอบคุณที่เธอเข้าใจ”
“ไม่ต้องห่วงนะคะนายท่าน...ต่อให้ท่านเป็ปิศาจที่ผู้คนรังเกียจ ข้าก็จะเป็ผู้ติดตามของนายท่านตลอดไป”
“ขอบคุณอีกครั้งเวียร่า เธอมีจิตใจดีจริง ๆ” ผมใช้มือข้างหนึ่งยกขึ้นเช็ดน้ำตาให้เวียร่า ซึ่งดูเหมือนมันกำลังจะเอ่อล้นขึ้นมาอีกรับพร้อมกับตบบ่าของเธอเบาๆ แล้วเดินผ่านเลยไปตรงที่เ้าไคน์กำลังนอนอยู่
ผมเห็นมันทำท่าทางไม่สนใจของมัน ก่อนจะถอนหายใจยาวๆจากนั้นจึงนั่งลงตรงข้างแล้วสะกิดมันหนึ่งที
“นี่...ทำไมไม่บอกว่าแกคิดได้เอง” ไคน์ลืมตาขึ้นหนึ่งข้าง ก่อนจะยันลุกขึ้นนั่งแล้วสบตาผมนิ่ง ๆ
“คิดได้เองแล้วไง...ยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับความตั้งใจของข้านี่” ผมฉีกยิ้มเล็กน้อย เ้าหมาบ้าตัวนี้น่ะมันไม่เก่งเื่อธิบายความรู้สึก แค่มันพูดได้เท่านี้ผมก็เข้าใจแล้วล่ะ
หมับ!
ผมยกมือจับหัวไคน์อย่างเอ็นดูและขยี้ผมมันเล่นอย่างเมามัน แต่ไคน์ก็ไม่ได้ปัดออกกลับมองผมด้วยแววตาวูบไหวแปลก ๆ ราวกับจะขอร้องอะไรบางอย่าง
“เ้านายสัญญากับข้าได้ไหม ว่าจะไม่โกหกข้าและทิ้งพวกข้าไปอีก”
“ได้...ผมสัญญา” พูดจบผมก็ยีหัวเ้าหมาหน้าตายหนักขึ้นอย่างมันมือกว่าเดิม จนมันคงรู้สึกรำคาญจึงเบี่ยงศรีษะออกอย่างหงุดหงิด
“พอได้แล้ว...ข้าเจ็บ” ผมหัวเราะในลำคออย่างขบขัน ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“เอาล่ะ...เดี๋ยวผมต้องไปรับภารกิจเลื่อนชั้นเป็ชั้นไดม่อนก่อน เวียร่ากับไคน์รออยู่นี่นะ”
“นานไหม” เป็ไคน์ที่ถาม
“ประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ถ้าภารกิจจบเร็วก็อาจจะไม่ถึง”
“เข้าใจแล้วค่ะ...พวกเรารอนายท่านมาหลายปีแล้ว จะให้รออีก 1ชั่วโมงทำไมจะไม่ได้”
ผมยิ้มให้กับเวียร่าอีกครั้ง นึกขอบคุณในความโชคดีของตัวเองจริง ๆ ที่ได้ผู้ติดตามน่ารักแบบนี้
‘อีก 5 วินาทีระบบจะนำท่านเข้าสู่ภารกิจเลื่อนชั้นค่ะ ขอให้ผู้เล่นเตรียมตัวให้พร้อม’
แว่วเสียงระบบดังเตือนผม จึงทำให้รู้ว่าอีกไม่นานผมคงต้องไปผจญกับภารกิจโหดหินอีกแน่ ๆ ก็ได้แต่ภาวนาในใจให้มันไม่ต้องยุ่งยากเหมือนตอนเลื่อนชั้นเป็ชั้นโกลด์ก็แล้วกัน...
ชั่วขณะที่ผมมองเห็นลูกศิษย์จำเป็กำลังวิ่งเข้ามา แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรร่างของผมพลันเรืองแสงสีขาวนวลตา ก่อนจะถูกดูดกลืนหายไปกับแสงนั้น พร้อม ๆ กับเทลเลอร์ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาอย่างหน้าตาตื่น
“พี่เควินล่ะ” เทลเลอร์ถามด้วยน้ำเสียงกระหืดกระหอบ
“ไปทำภารกิจเลื่อนชั้นแล้ว เ้าคนอ่อนแอ”
อาจจะแปลกใจว่าจนถึงตอนนี้ ทำไมไม่มีเสียงก่นด่าอันน่าหนวกหูของดาบัพิโรธ นั่นก็เพราะผมผนึกมันกลับเป็การ์ดแล้วโยนลงหน้าต่างเก็บไอเทมไปแล้วนั่นเอง
‘กรุณารอสักครู่ระบบกำลังโหลดภารกิจค่ะ’
เสียงระบบแจ้งบอกอีกครั้งตอนนี้ผมกำลังตกอยู่ในความมืดมิดที่มองไม่เห็นสิ่งใด แต่สักพักทุกอย่างในห้องก็ค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็ห้องรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีขาวโพลน มีเพียงเก้าอี้นวมบุหนังสีขาวตัวเดียวเท่านั้นที่ตั้งอยู่กลางห้อง ข้างหลังของเก้าอี้มีใครบางคนกำลังยืนหันหลังเอามือไขว้กันอยู่ เขาค่อยหันกลับมาช้า ๆ
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เ้าลูกศิษย์” ผมขมวดคิ้วขึ้นมาทันที และใช้ความคิดอย่างหนักไตร่ตรองว่าชายชราที่อยู่ตรงหน้านี้เป็ใคร
วูบหนึ่งในความนึกคิดผมรู้สึกคุ้นขึ้นมาตงิดๆ
น้ำเสียงแบบนี้ เคราแบบนี้ ตาแบบนี้...นี่มัน...
“อาจารย์เมคิน” ผมอุทานอย่างนึกขึ้นได้แล้วคุกเข่าลงอย่างอัตตโนมัติ สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่าอาจารย์เมคิน คือคนที่สอนเพลงดาบปัญจวชิราให้ผม และนอกจากนั้นเขาก็ยังสอนการดำรงชีวิตที่ถูกต้องให้ผมด้วย จึงไม่แปลกใจที่ผมจะนับถือถึงแม้ว่าเขาจะเป็แค่NPC ที่ระบบสร้างขึ้นก็ตาม
“ไหนลองดูซิว่าเ้าพัฒนาไปถึงไหนแล้ว”
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา คล้อยเสียงธรรม
ร่างของชายชรายังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่หากกลับปรากฏริ้วดาบนับ 10เล่มพุ่งตวัดล่องลอยมาหาราวกับมีชีวิต ผมรวมพลังออร่าไว้ที่เท้าตามสัญชาตญาณ ก่อนจะใช้ออกด้วยทักษะหลบหลีกริ้วดาบพวกนั้น
ทักษะท่าเท้าข้ามภพ เดินชมดาว
ผมะโตีลังกากลับไปด้านหลัง พร้อมกับขยับเท้าย่างหมุนซ้ายขวาทันทีที่เท้าแตะพื้น หลบเลี่ยงริ้วดาบ 10 เล่มเ่าั้ได้หมดอย่างอัศจรรย์ ก่อนจะเปิดหน้าต่างเก็บไอเทมและหยิบการ์ดดาบัพิโรธออกมา จากนั้นก็คลายผนึกมันอย่างรวดเร็ว
“เ้าคนไร้มารยาทนี่เ้าเห็นข้าเป็อะไรอยากผนึกข้าก็ผนึกอยากคลายผนึกข้าก็คลายอย่างงั้นเรอะ”
“หุบปากก่อนได้ไหม ไอ้ดาบปากเน่า” ผมตวาดใส่ดาบเบา ๆ ก่อนจะพลิกดาบในมือวาดทักษะออกไป
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ชี้ทางมาร
ผมบิดควงดาบในมืออย่างอ่อนช้อย พลันก่อเกิดเกลียวดาบนับร้อยเล่มพุ่งโค้งเป็ทางยาว เข้าหาชายชราตรงหน้าทันที ทว่าผู้เป็เป้าหมายกลับเพียงแค่สะบัดมือออกแล้วพลิกฝ่ามือกลับเบาๆ ก็สามารถใช้ทักษะต้านอย่างไม่ยาก
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา กงล้อธรรม
เกลียวดาบของผมปะทะเข้ากับปราณดาบ ที่หมุดแผ่เป็วงกว้างราวกับโล่นั่นอย่างจัง ก่อนที่ชายชราคนนั้นจะตวัดมือเบาๆ แล้วปราณดาบที่เป็ทั้งเกลียวและโล่ก็พลันสลายหายไปในพริบตา เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“การตัดสินใจดีขึ้น รู้จักหลบก่อนหาจังหวะสวนกลับ ไม่มุทะลุใช้ทักษะโจมตีเหมือนเมื่อก่อน” ผู้ที่ได้ชื่อว่าอาจารย์หยุดหายหายใจแล้วกล่าวต่อ
“โตขึ้นมากเลยนะเ้าเด็กโง่” อาจารย์เมคินคลี่ยิ้มอย่างเบาบาง แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ผมรู้สึกถึงวันเวลาในวัยเด็ก ที่เคยสนุกสนานกับการเล่นเกมนี้ขึ้นมา
“ขอบคุณครับอาจารย์” ผมกล่าวขอบคุณก่อนจะผนึกดาบัพิโรธเป็การ์ด แล้วโยนเข้าหน้าต่างเก็บไอเทมไป เพราะเดาว่าอีกสักพักมันคงเริ่มร่ายบทสวดอันน่ารำคาญอีกแน่
“เอาล่ะเรามาพูดถึงภารกิจกันดีกว่า” สีหน้าที่ยิ้มละไมของอาจารย์เมคินหุบลงกลายเป็ใบหน้านิ่งขรึมเช่นเดิม
“ภารกิจ”
“ใช่! ภารกิจเลื่อนชั้นไง ไม่มีอะไรมากหรอก” เป็ฝ่ายผมที่นิ่งขรึมบ้าง กำลังรอดูว่าภารกิจเลื่อนชั้นของผมคืออะไร
“แค่ตอบคำถามของข้ามาว่า อะไรคือสิ่งที่มองไม่เห็น แต่กลับััได้ด้วยความรู้สึก และมีความแข็งแกร่งกว่าใครในทั่วหล้า มิอาจถูกฆ่าได้ด้วยคนนับหมื่น”
“...”
“ไหนลองตอบมาซิเ้าลูกศิษย์โง่”