ทันทีที่ได้รับอนุญาต อาคมก็เดินหน้าเต็มกำลัง!
เขาเริ่มต้นด้วยการสำรวจผังภูมิประเทศของหมู่บ้านทั้งหมด โดยใช้ความรู้ด้าน สถาปัตยกรรมและผังเมือง ของเขา เขาแบ่งพื้นที่เป็โซน ๆ กำหนดจุดกักเก็บน้ำ จุดระบายน้ำ และแนวคูคลองทดน้ำสายหลักที่จะเชื่อมต่อกับแม่น้ำสายย่อย
เขาเรียกประชุมชาวบ้านทั้งหมดที่กำลังอึ้งกับผลผลิตข้าวของเขา
“ต่อไปนี้” อาคมชี้ไปที่ผังเมืองที่วาดอย่างหยาบ ๆ แต่มีหลักการ “เราจะเปลี่ยนการทำนาแบบเดิม ๆ เราจะสร้างคลองสายหลักที่ควบคุมระดับน้ำได้ และเชื่อมโยงไปสู่คูคลองย่อยในนาของแต่ละคน”
อาคมใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย แต่เต็มไปด้วยพลังแห่งการโน้มน้าว เขาอธิบายถึงประโยชน์ที่ชาวบ้านจะได้รับ: ดินดีขึ้น, น้ำใช้ได้ตลอดปี, ผลผลิตเพิ่มขึ้น
“ท่านทำได้จริงรึท่านอาคม? งานใหญ่เช่นนี้” ชาวบ้านคนหนึ่งถาม
“ข้าไม่เคยทำอะไรที่ไม่สำเร็จขอรับ” อาคมกล่าวอย่างเด็ดขาด “หากพวกท่านเชื่อข้า และทำตามที่ข้าสั่งอย่างเคร่งครัด ท่านจะได้อยู่ดีกินดีอย่างที่ท่านไม่เคยฝันถึงมาก่อน!”
ด้วยแรงขับเคลื่อนจากความอยากได้ผลผลิตอันสมบูรณ์ และการรับรองจากนายบ้าน ชาวบ้านก็เริ่มลงมือขุดดินตามคำสั่งของอาคม...
ภารกิจแรกในการปฏิวัติกรุงศรีอยุธยา ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
หลังจากที่ท่านนายบ้านยอมรับข้อเสนอของอาคม ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านก็เริ่มขุดคลองตามแบบแปลนที่เขากำหนด ผังชลประทานที่คดเคี้ยวซับซ้อนราวกับเส้นเืฝอยนี้ ต้องอาศัยการทำงานที่ละเอียดและแม่นยำอย่างยิ่ง
“ตรงนี้ต้องตื้นกว่าเดิมหนึ่งฝ่ามือขอรับ! จำไว้ว่าความลาดเอียงต้องคงที่ หากไม่เท่ากัน น้ำจะไม่ไหลในอัตราที่เรา้า!” อาคมคอยกำกับดูแลทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด เขาใช้ลูกดิ่งและไม้ระดับน้ำที่สร้างขึ้นเองอย่างหยาบ ๆ แต่ก็ให้ความเที่ยงตรงตามหลักฟิสิกส์
แรงกายและกำลังใจของชาวบ้านเต็มเปี่ยมด้วยความหวังจากผลผลิตข้าวที่ได้ แต่ขนาดของโครงการนั้นใหญ่เกินกว่าจะเป็เื่ของชาวบ้านธรรมดา
บุหงาเองก็ลงมือช่วยงานอย่างแข็งขัน เธอเห็นความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขามในตัวอาคม และยิ่งมั่นใจว่าเขาคือคนที่จะเปลี่ยนแปลงหมู่บ้านนี้ได้จริง
“ท่านอาคม” บุหงาเดินมาหาขณะที่เขากำลังวัดระดับดิน “งานเราลุล่วงไปมากแล้วเ้าค่ะ แต่... การขุดคลองที่กินพื้นที่กว้างขวางถึงเพียงนี้ อาจจะไปกระทบกับ ส่วนแบ่งน้ำ ของหมู่บ้านอื่นที่อยู่เหนือน้ำลงมาหรือไม่เ้าคะ”
“เราไม่ได้แย่งน้ำจากใครขอรับบุหงา” อาคมตอบขณะปรับแก้ระดับน้ำในคลอง “เราเพียงแต่ บริหารจัดการน้ำ ที่มีให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เราสร้างฝายและคลองเพื่อกักเก็บส่วนที่เคยไหลทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์ต่างหาก”
แต่การทำงานอันใหญ่โตกลางทุ่งนานี้ ก็ได้ดึงดูดสายตาของ ผู้มีอำนาจ จากนอกหมู่บ้านจนได้
บ่ายวันหนึ่งขณะที่อาคมกำลังนำชาวบ้านก่ออิฐทำแนวฝายชะลอน้ำ ม้ากลุ่มหนึ่งก็วิ่งเข้ามาพร้อมเสียงเกราะกระทบกัน
หลวงวิจิตรไพศาล ขุนนางท้องถิ่นผู้ดูแลการเก็บส่วยและภาษีอากรในเขตนี้ นั่งอยู่บนหลังม้าด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและหยิ่งผยอง เขาสวมเสื้อผ้าแพรพรรณอย่างดี ตัดกับชุดผ้าฝ้ายเปื้อนดินของชาวบ้านอย่างชัดเจน
“หยุด! หยุดการทำงานของพวกเ้าเดี๋ยวนี้!” หลวงวิจิตรไพศาลสั่งเสียงดังลั่น
ชาวบ้านทุกคนหยุดชะงักด้วยความกลัว ต่างก้มหัวลงทำความเคารพอย่างนอบน้อม มีเพียงอาคมที่ยืนตัวตรง ไม่แสดงความยำเกรงใด ๆ
“การขุดคลองและสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่เช่นนี้ ในเขตที่ดินหลวง... ได้รับอนุญาตจากข้ารึยัง?” หลวงวิจิตรไพศาลกวาดตามองอย่างดูถูก
“ขอรับ” อาคมตอบเสียงเรียบ “ข้าได้รับอนุญาตจากท่านนายบ้าน ซึ่งเป็ผู้ดูแลพื้นที่แห่งนี้อย่างชอบธรรมแล้ว”
“นายบ้านน่ะหรือ? ฮึ!” หลวงวิจิตรไพศาลหัวเราะเยาะ “นายบ้านมีอำนาจแค่ดูแลการเก็บส่วย ไม่ใช่การ ปฏิรูปที่ดิน! เ้าเป็ใคร? มาจากไหน? กล้าดียังไงมาทำตัวใหญ่โตเหนือพวกชาวบ้านเช่นนี้!”
“ข้าคืออาคม เป็บุตรของพ่อคำ และเป็คนวางผังโครงการนี้เองขอรับ” อาคมกล่าวตอบอย่างมั่นคง “สิ่งที่ข้าทำ เป็ไปเพื่อประโยชน์ของราษฎร และเพิ่มพูนส่วยภาษีให้แก่พระเ้าอยู่หัว”
“โอหัง!” หลวงวิจิตรไพศาลตวาด “ผลผลิตที่มากขึ้นนั้น... ข้าต่างหากที่จะเป็ผู้ตัดสินใจว่าจะเก็บภาษีเพิ่มเท่าใด! ไม่ใช่เื่ที่ชาวบ้านอย่างเ้าจะมาวางแผนได้”