EP : 34 ข้าโมโหจริงๆ แล้ว
“ข้าไปละ ขอบใจเรื่องอาหารมาก” หลังทานเสร็จเว่ยลู่เซียนก็เอ่ยบอกพร้อมกับอุ้มหลงเทียนที่อิ่มจนไม่คิดจะขยับตัวไปไหน
จากนั้นก็เดินจากไปโดยไม่คิดจะถามชื่ออีกฝ่าย นั่นเป็นเพราะนางรู้อยู่แล้ว
ในที่สุดก็ตามหานางเจอจนได้
เว่ยลู่เซียนคิดเมื่อเดินมาได้สักพักก็มีคนแอบตามนางมา ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน พวกนอกกรีตนั่นเอง ตามหาตัวนางเจอเร็วกว่าที่คิดจริงๆ
สองเท้าเดินช้าๆ ไปตามถนนที่มีผู้คนไม่มากนัก เพราะแห่กันไปดูการแข่งประลอง เหล่าพ่อค้าแม่ขายพากันนั่งตบยุงเป็นว่าเล่นเนื่องจากไม่ค่อยมีลูกค้า จะมีอีกทีก็ตอนเย็น
“ความเงียบสงบนี่ช่างน่ากลัวยิ่งนัก” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางลูบหัวของหลงเทียนไปด้วย
“แง๊ว!!” หลงเทียนร้องก่อนจะใช้หัวของตัวเองถูไถกับมือของเว่ยลู่เซียนอย่างออดอ้อน
“ยังดีที่มีเจ้าเป็นสหายร่วมเดินทาง” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้นต่อก่อนจะเดินเอื่อยๆ ไปตามถนน
“ตามนางไป แล้วลงมือที่เงียบๆ” ชายคนหนึ่งเอ่ยบอกลูกน้องของตัวเองกว่าพวกเขาจะตามหานางเจอก็ต้องใช้เวลาหลายวันทีเดียว
เนื่องจากคนที่ส่งมาหายไปนานเกินไป จนเจ้านายของเขาสงสัยว่าพวกนั้นจะถูกเก็บไปแล้ว
“นางดูไม่น่าจะทำอะไรพวกนั้นได้เลยสักนิด ข้าว่าพวกนั้นต้องไปหาเรื่องใครเขาเข้าแล้วถูกเก็บเป็นแน่ขอรับลูกพี่” ชายร่างเล็กเอ่ยบอกเมื่อมองไปยังหญิงสาวที่อุ้มแมวแล้วเดินไปอย่างเงียบๆ
“มีความเป็นไปได้ เราไปรอเจ้าพวกนั้นที่ร้านเหล้ากันดีกว่า” ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้าเอ่ยบอกลูกน้องของตัวเองก่อนจะพากันไปที่ร้านเหล้า คิดว่าลูกน้องของเขาคงจัดการได้ง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องถึงมือของเขาหรอก
“กล้าดีอย่างไรดูถูกฝีมือของข้ากัน” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้นเมื่อหลงฉี่เพิ่งมารายงานนาง ได้ๆ เดี๋ยวนางจะตามไปถึงที่เลย
“แม่นางข้ามีเรื่องจะถาม” ชายหนุ่มมีแผลเป็นที่แก้มด้านซ้ายเอ่ยขึ้น
“เรื่องอะไรล่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยถามพลางพยายามทำใจให้เย็นลง ยิ่งหลงฉี่รายงานมามากเท่าไร นางก็เหมือนจะรู้สึกว่าภายในกำลังจะระเบิดอยู่แล้ว นี่นางต้องทนฟังความคิดพวกนี้ตั้งสามครั้งแล้วนะ
ตั้งแต่ชายที่หลินปิงส่งมาแล้วยังพวกนักเลงนั้นอีก และยังมาพวกนอกกรีตพวกนี้อีก คิดว่าข้าคนนี้จะยอมอยู่นิ่งๆ ให้จัดการง่ายๆ หรือไงกัน อ่อนหัดกันเกินไปแล้ว
“แม่นางพอจะรู้จักร้านหมอเซียนหรือไม่” ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางมองหน้าอีกฝ่ายไปด้วยดูอย่างไรแม่นางคนนี้ก็ไม่ใช่คนที่จัดการพวกนั้นได้อยู่แล้วแน่นอน
“หือ เดินไปในตัวเมืองก็เจอแล้ว ร้านดังเช่นนั้นใครๆ ก็รู้จัก” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางเดินออกจากตัวเมืองมาเล็กน้อย
“แม่นางๆ รอข้าก่อนท่านพอจะแนะนำที่พักให้ข้าได้หรือไม่” ชายหนุ่มอีกคนร้องถามพลางมองสหายของตนที่ถามอะไรไม่เข้าเรื่อง
“พวกท่านคงต้องทำใจเพราะที่พักเต็มหมดแล้ว” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกก่อนจะดีดนิ้วร่างของทั้งสามก็ถูกหยุดนิ่ง
“อ่า จะทำอย่างไรกับพวกเจ้าดีนะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยถามทั้งสามที่มีสีหน้าตกใจ
“เจ้า! ทำได้อย่างไรกัน” ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ นางไม่น่าจะรู้ว่าพวกเขามาหาเพราะเหตุใด และไม่น่าทำเรื่องเช่นนี้กับพวกเขาได้
ต้องมีคนอื่นอยู่กับนางด้วยเป็นแน่เพราะเขาตรวจจับระดับลมปราณของอีกฝ่ายไม่ได้
“การซ่อนลมปราณเอาไว้มันดีอย่างนี้เองหรอกหรือเนี่ย” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้นพลางมองอีกฝ่ายนิ่ง
“รู้อะไรหรือไม่ข้าเกลียดความยุ่งยากสุดๆ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางกระตุกยิ้มออกมา
“เพราะงั้นข้าจะให้โอกาสเจ้าไปบอกหัวหน้าของเจ้าว่าให้เตรียมตัวรับมือกับข้าให้ดี” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกทั้งที่พยายามใจเย็นแต่สิ่งที่หลงฉี่รายงานมานั้นมันเกินกว่าที่นางจะเย็นลงได้
คิดจะนอนกับข้างั้นหรือ
“ขอรับๆ ข้าที่ทำตามที่ท่านหมอบอกขอรับ” ทั้งสามเอ่ยพร้อมกัน และพากันไม่กล้าสบตากับหญิงสาวอีก
เว่ยลู่เซียนได้ยินดังนั้นก็โบกมือไปมาร่างทั้งสามก็ลอยขึ้นสูงก่อนจะตกลงมา
แต่ยังไม่ถึงพื้นดีก็ลอยตัวขึ้นสูงอีกครั้ง เป็นอย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมาสิบครั้งก่อนที่เว่ยลู่เซียนจะยอมปล่อยทั้งสามไป
ทั้งสามจะเดินก็เดินไม่ได้เพราะรู้สึกหมดแรงจนต้องรีบคลานออกไปตามหาหัวหน้าของตัวเอง
“เจ้านายทำไมท่านไม่ฆ่าพวกมันเสียตอนนี้เลย” หลงเทียนเอ่ยถามหลังจากที่ทั้งสามคลานกันเข้าไปในตัวเมืองแล้ว
“มันไม่สนุก” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางเดินเข้าไปในตัวเมืองอีกครั้ง
“เจ้าว่าอะไรนะ! นางบอกให้ข้าเตรียมรับมืองั้นหรือ บังอาจนัก! เป็นแค่นักหลอมโอสถระดับเซียนจักรพรรดิทำโอหังไปได้ คนแบบนี้ระดับลมปราณมันต้องต่ำอยู่แล้ว ทำไมพวกเจ้าถึงสู้นางไม่ได้กัน!!” ชายหนุ่มร้องถามขึ้นด้วยความโมโหก่อนจะปาไหเหล้าลงกับพื้นอย่างไม่พอใจ
“ข้าคิดว่านางอาจจะมีคนคุ้มกันอยู่ขอรับ” ชายหนุ่มร้องบอกพร้อมกับก้มหน้าลงไม่กล้าสบตากับหัวหน้าของตัวเอง
“ดีๆ ก่อนที่จะส่งให้เจ้านายข้าจะจัดการนางเสีย ดูสิยังจะกล้าปากดีอยู่หรือไม่” หัวหน้ากลุ่มเอ่ยขึ้นพลางตบเข่าของตัวเองไปด้วย
“เตรียมตัวพร้อมแล้วสินะ” เว่ยลู่เซียนที่เดินเข้ามาในร้านเหล้าก็เอ่ยถามทันที
เมื่อครู่ได้ยินแทบจะกระโดดเข้ามาถีบปากเน่าเหม็นให้มันเละคาเท้าของนางเสีย
“ฮ่าๆๆ มาเร็วดีนี่ เข้ามาสิ ข้ารอเจ้าอยู่” หัวหน้ากลุ่มเอ่ยบอกพลางมองอีกฝ่ายอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมกับตบมือกับตักตัวเองไปด้วย
“อ่า แค่ระดับจักรพรรดิขั้นปลายเองหรอกหรือ” เว่ยลู่เซียนร้องเบาๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเหนื่อยใจ พลางวางหลงเทียนไว้บนโต๊ะที่อยู่หน้าประตูก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งโต๊ะนั้น
“ดูแลให้ดี”
“ฮ่าๆ เข้ามาเร็วสิ” หัวหน้ากลุ่มเอ่ยบอกอีกครั้งเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังเดินเข้ามาใกล้
“อยากตายแบบไหน” เว่ยลู่เซียนเอ่ยถามพลางคว้าไหเหล้าจากโต๊ะที่เดินผ่านมาเมื่อครู่ก่อนจะดื่มมันจนหมดไหแล้วปาใส่ชายคนนั้นทันทีอย่างรวดเร็ว
ตู้ม!!
เพล้ง!!
“เฮ้ย!”