ตอนที่ 3 พบกันครั้งแรก (1)
ณ งานเลี้ยงฉลองของกองถ่ายละครเื่หนึ่ง ชั้นบนสุดของโรงแรมซิงลี่ในขณะนี้
ภายในลานดวงดาวที่เปล่งแสงระยิบระยับ หนุ่มหล่อสาวสวยต่างมารวมตัวกัน ท่ามกลางเสียงเพลงละเมียดละไม มีเสียงหัวร่อต่อกระซิกจากการหยอกล้อกันดังขึ้นบ่อยครั้ง...
เสิ่นซีโหลวเอียงตัวพิงโต๊ะกลมตัวเล็ก มือขวาค้ำศีรษะมองชายหนุ่มรูปหล่อซ่งอี้เฉิงด้วยสีหน้าอ่อนเพลีย “งานเลี้ยงค็อกเทลนี่น่าเบื่อเหมือนกันนะ สู้กลับบ้านไปอยู่เป็เพื่อนเ้าหญิงน้อยของผมยังดีซะกว่า เกือบสามเดือนแล้วที่ไม่ได้กอดเธอ
“พี่ไม่รู้หรอกว่าเ้าหญิงน้อยของบ้านผมอยู่เฉยๆ ก็โคตรจะน่ารักไร้คู่แข่ง...
“เมื่อสองวันก่อนตอนวิดีโอคอลยังบอกว่าคิดถึงผม ตอนนั้นผมแทบอยากจะโยนงานทิ้งแล้วกลับไป แต่ถูกพี่หลี่คว้าตัวไว้ก่อน
“พี่เองก็รู้ พี่หลี่นั่นน่ะ ผมสู้ไม่ได้หรอก ทำได้แค่ข่มความคิดถึงของผมเอาไว้ ฮือๆ” ขณะพูดยังปาดน้ำตาตรงหางตาที่ไม่มีอยู่จริง
ซ่งอี้เฉิงฟังเขาพร่ำบ่นตลอดเวลาด้วยสีหน้าผ่อนคลาย สามในสี่ประโยคล้วนพูดถึงน้องสาวของเขา เห็นทีคนคลั่งรักน้องสาวจะไม่ใช่แค่คำพูดที่เกินจริง
ซ่งอี้เฉิงเพิ่งอยากตัดบทเขา พอก้มหน้ามองก็เห็นว่ามือถูกอีกฝ่ายกุมเอาไว้ ทั้งดวงตายังฉายแววเ้าเล่ห์ “รุ่นพี่ ช่วยผมสักเื่จะได้ไหม”
“เื่อะไร”
“ผมเตรียมจะเผ่นกลับบ้านตอนนี้ ถ้าพี่หลี่ถามขึ้นมา พี่ก็บอกไปว่าผมไม่สบายเลยกลับไปก่อน ได้หรือเปล่า”
แววตาของเสิ่นซีโหลวประดับรอยยิ้ม แถมยังเลิกคิ้วให้รุ่นพี่ ทว่าซ่งอี้เฉิงที่อยู่ตรงข้ามกลับเบิกตาจับจ้องด้านหลังเขาราวกับเห็นสิ่งที่น่ากลัวแบบนั้น เขาไม่ทันได้หมุนตัวไปดูต้นเหตุ อยู่ๆ ก็รู้สึกตึงแน่นบนบ่า ตามมาด้วยเสียงเยียบเย็นดังขึ้นเหนือศีรษะ “พวกนายคุยอะไรกันอยู่”
เสิ่นซีโหลวหัวเราะด้วยความคับแค้นใจทีหนึ่ง “เปล่า ไม่มีอะไร...กำลังคุยเื่งานกับรุ่นพี่นิดหน่อยน่ะ”
ซ่งอี้เฉิงชำเลืองมองเสิ่นซีโหลวที่ขยิบตาส่งสัญญาณให้แล้วพูดเออออ “อืม...ใช่ พวกเรากำลังคุยเื่งาน”
หลังจากหลี่เหยียนกวาดมองใบหน้าทั้งคู่ ก็ยกมือส่งสัญญาณให้เด็กเสิร์ฟที่อยู่ด้านข้างเข้ามา ก่อนหยิบแชมเปญจากถาดมาจิบคำหนึ่งแล้วพูด “ภาพยนตร์เื่แรกหลังจากผู้กำกับเจี่ยงเฮ่ากลับประเทศกำลังเตรียมงานอยู่นะ อีกเดี๋ยวฉันจะพาพวกนายไปเจอเขา”
“พี่หลี่ อยากให้ผมอยู่ต่อก็หาข้ออ้างให้มันดีหน่อยสิ...ผู้กำกับเจี่ยงจะมาที่นี่ได้ยังไง”
สายตาเขามองอีกฝ่ายในทำนองว่าตนไม่ได้คุยโว แล้วยื่นมือส่งเกาลัดให้เสิ่นซีโหลวเม็ดหนึ่ง “พี่หลี่ของนายเคยคุยโวโอ้อวดเมื่อไรกัน ผู้กำกับเจี่ยงและผู้กำกับหลี่ชิ่งเฟิงเป็เพื่อนสนิทกันสมัยเรียนมหาวิทยาลัย งานเลี้ยงฉลองของเขา ผู้กำกับเจี่ยงจะต้องมาแน่
“อีกอย่างนะ นี่เป็ถึงข้อมูลที่ได้มาจากไดเรกเตอร์หวังหลังจากที่ฉันเปย์ชานมไข่มุกไปแก้วหนึ่ง อีกเดี๋ยวพวกนายก็ทำตัวดีๆ ล่ะ”
“พี่หลี่ พี่ไปส่งชานมไข่มุกให้ไดเรกเตอร์หวังอีกแล้วเหรอ พี่จะจีบคนทั้งที เปลี่ยนวิธีการให้มันเหนือชั้นหน่อยไม่ได้เหรอ พี่นี่ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้ขึ้นรถกับเขา”
เสิ่นซีโหลวเอ่ยกระแนะกระแหน แต่พอคิดว่าพี่หลี่จะพาพวกตนไปพบผู้กำกับเจี่ยงเฮ่า ในใจรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างยิ่ง นั่นเป็ถึงคนที่เคยได้รับรางวัลออสการ์ในฐานะผู้กำกับดีเด่น นักแสดงที่ถูกจ้างงานล้วนแต่เป็ระดับาาจอเงิน ผลงานทุกเื่มีคุณภาพและโด่งดังควบคู่กันไป นักแสดงทุกคนที่รับบทบาทในภาพยนตร์ของเขาต่างก็เป็สายใช้ความสามารถอย่างแน่นอน
โอกาสนี้เป็สิ่งที่เสิ่นซีโหลว้า เขาเข้าสู่วงการบันเทิงมาสองปี เริ่มจากดาราโนเนมจนไปถึงไอดอลตัวท็อปที่เป็กระแสอย่างทุกวันนี้ สิ่งที่ยังขาดก็คือบทละครดีๆ กับทีมงาน เพื่อพิสูจน์ความสามารถในการแสดงของตนเอง
“แต่ก็ต้องพูดนะว่า พี่หลี่ วันนี้พี่หล่อเป็พิเศษเลย...”
หลี่เหยียนหัวเราะเยาะแล้วตอกกลับ “เ้าเด็กนี่ ไม่ต้องมาประจบหรอก อาศัยฝีมือพวกนายเองจะดีกว่า”
“แต่ก่อนจะไปพบผู้กำกับหลี่ ผมต้องไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ฉี่จะราดอยู่แล้ว...”
พอหลี่เหยียนกับซ่งอี้เฉิงได้ยินประโยคนี้ ต่างส่ายหน้าหัวเราะด้วยความเอือมระอา “นายไปเถอะ ออกไปก็ระวังหน่อย ตอนนี้นายมาในสายเทพบุตรผู้เย่อหยิ่ง อย่าให้หลุดภาพติ๊งต๊องของนายออกไปเชียว”
“รู้แล้วน่าๆ...” พูดแล้วเขาก็วิ่งปร๋อหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
****************