ในเมื่อแม่อยากให้ไปดูตัว เธอไปก็ได้ แม่จะได้สบายใจเลิกบ่นเลิกงอน แต่การไปดูตัวก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะต้องตกลงสานสัมพันธ์กับผู้ชายที่มาดูตัวกับเธอซะหน่อยนี่นา
เฮ้อ สมัยนี้แล้วยังจะมีการดูตัวเพื่อจับคู่กันอยู่อีกเหรอ บางทีบรรดาหนุ่มๆ ที่จะมาดูตัวกับเธอ ก็อาจจะถูกพ่อแม่บังคับมาเหมือนกัน ถ้าเป็แบบนั้นก็ดีจะได้คุยกันง่ายหน่อย
อาทิตย์ต่อมา
“มุก ทำอะไรอยู่ลูก มาดูนี่มา” มณีจันทร์ถือเอกสารเดินตรงมาหามุกจันทร์ที่กำลังก้มๆ เงยๆ กับแล็บท็อปอยู่ที่โต๊ะทำงาน
“คะแม่ อะไรเหรอ” มุกจันทร์เงยหน้าขึ้นมามองเอกสารในมือแม่ของเธอ
“มาๆ ดูซิ คนไหนดี” มณีจันทร์ดูท่าทางกระชุ่มกระชวย เหมือนกำลังได้ทำเื่ที่ตัวเองชอบ เธอเปิดเอกสารให้มุกจันทร์ดูทีละหน้า
มุกจันทร์จรดสายตาลงบนเอกสารที่มณีจันทร์วางลงบนโต๊ะ เธอเห็นรูปผู้ชายหน้าตรง ไล่ตาผ่านๆ พบว่ามีประวัติการศึกษา ประวัติครอบครัว อายุ ส่วนสูง และมีข้อมูลอีกมากมายในหน้ากระดาษพวกนั้น เธอเข้าใจได้ทันทีว่าแม่ของเธอกำลังเอารายชื่อผู้ชายมาให้เธอเลือก
“โห แม่คะ ทำไมมีเยอะขนาดนี้”
“ก็หาเอาไว้เผื่อๆ ไง ดูหลายๆ คน น่าจะมีสักคนที่หนูชอบ ดูสิ มีหลายแนวเลย”
มุกจันทร์มองเอกสารเล่มนั้นผ่านๆ อดจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ไม่ได้
“เอ้า เลือกเลยลูก เสาร์อาทิตย์นี้นัดคนไหนดี วันเสาร์คนนึง วันอาทิตย์คนนึง” มณีจันทร์ดูท่าทางกระฉับกระเฉงมีความสุขที่จะได้จับคู่เดทให้ลูกสาว
“แม่เลือกเลยแล้วกันค่ะ” มุกจันทร์ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก
ฉับพลันเธอก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียดเล็กๆ รอบตัว เธอเหลือบหางตามองที่ใบหน้าแม่ของเธอ และเห็นว่าแม่ของเธอมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก เธอรู้สึกว่าการทำแบบนี้อาจจะทำให้แม่รู้สึกไม่ดี เหมือนว่าเธอไม่ได้ใส่ใจในการดูตัวที่แม่ของเธออุตส่าห์พยายามให้มีขึ้น
มุกจันทร์ยื่นมือมาหยิบเอกสารรายชื่อหนุ่มๆ ในมือแม่ของเธอไป เธอพลิกดูอย่างตั้งใจ เหมือนว่ากำลังพิจารณาความเหมาะสมว่าจะเลือกใครดี
“แม่ว่าเลือกคนไหนก่อนดีคะ” เธอเอ่ยถามขอความเห็นจากแม่
มณีจันทร์ที่หน้าตึงอยู่เมื่อครู่ พอเห็นว่าลูกสาวใส่ใจพิจารณาข้อมูลที่เธอหามาให้ เธอก็รู้สึกดีขึ้น “เอาคนนี้ไหม เป็หมอ แม่สืบดูแล้ว ไม่เ้าชู้ สุภาพ หน้าที่การงานก็ดี เป็หมอไม่ตกงานหรอก ดูสิ ท่าทางสุภาพเรียบร้อยแบบนี้เหมาะกับหนูเลย”
มุกจันทร์ปรายตามองดู หมอหนุ่มคนที่ว่าถูกจัดให้อยู่หน้าแรกของเอกสารนี้เลย “อืม ก็ได้ค่ะ แม่จัดการได้เลย”
หลังพูดจบ มุกจันทร์เห็นแม่ของเธอยิ้มจนแก้มแทบปริ ราวกับดีใจมากที่เธอยอมไปเดทกับหมอหนุ่มในรายชื่อแรกคนนี้
“งั้นวันอาทิตย์เอาคนไหนดีลูก”
อืม ยังคงมีวันอาทิตย์อีก มุกจันทร์ลอบคิดอยู่ในใจ “แม่คิดว่าคนไหนดี ก็นัดให้หนูได้เลยค่ะ ่นี้หนูยุ่งๆ ไม่ค่อยมีเวลาเลือกเอง”
“งั้นเอาคนนี้นะ คนนี้เป็วิศวกร จบมาจากเมืองนอกเลย ตัวสูงใหญ่รูปร่างหน้าตาดีเลยนะลูก” หนุ่มวิศวกรที่มณีจันทร์พูดถึงนั้น อยู่ในรายชื่อลำดับที่สองในเอกสาร
“โอเคค่ะแม่ หนูตามใจแม่ทุกอย่างเลย”
“นี่หนูคงไม่ได้ทำส่งๆ ขอไปที ไปแล้วคิดว่าจะไม่สานสัมพันธ์ แค่หลอกให้แม่ดีใจเก้อหรอกใช่ไหม” เห็นมุกจันทร์ดูว่าง่ายกว่าปกติ มณีจันทร์ก็เริ่มมีลางสังหรณ์บางอย่างขึ้นมา
“ไม่หรอกค่ะแม่ ถ้าเจอคนดีจริงๆ หนูจะเอามาเป็ลูกเขยแม่แน่นอน แต่ถ้าเจอคนไม่ดีหนูก็จนใจ แม่คงไม่ให้หนูต้องทนอยู่กับคนที่หนูไม่ชอบหรอก ใช่ไหมล่ะ”
“แน่นะ”
“แน่สิ หนูจะหลอกแม่ทำไมกัน”
“ได้ งั้นเรามาค่อยๆ ดูไปทีละคน ไม่ต้องรีบ” แม้มณีจันทร์จะรู้สึกไม่ชอบมาพากล แต่ในเมื่อลูกสาวยืนยันแบบนั้นเธอก็ไม่อยากคาดคั้นอีก อย่างน้อยการที่ลูกสาวยอมเปิดใจไปดูตัวก็ถือเป็การเริ่มต้นที่ดีแล้ว “คู่ชีวิตเราต้องเลือกดีๆ ไม่ต้องรีบนะลูก หนูเอาเล่มนี้ไว้ดูแล้วกัน เผื่อสนใจคนไหนจะได้นัดเจอทำความรู้จักกันไว้”
มุกจันทร์มองดูแม่ของเธอเดินออกจากห้องไป แม้จะบอกว่าให้ค่อยๆ ดูไป แต่ดูจากรายชื่อและการเรียบเรียงข้อมูลของบรรดาหนุ่มๆ เป็แฟ้มมาขนาดนี้แล้ว เห็นได้ชัดว่าแม่ของเธอนั้นห่างไกลจากคำว่า ไม่รีบ มากนัก
“เฮ้อ”
มุกจันทร์ถอนหายใจออกมา คราวนี้ไม่ต้องแอบหรือกลัวว่าแม่ของเธอจะเห็น เธอจึงถอนหายใจแบบเสียงดังเต็มที่เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ
เธอหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดดู เห็นได้ชัดว่าแม่ของเธอเรียงลำดับไว้แล้วว่าหนุ่มคนไหนที่เข้าตาบ้าง คุณหมออยู่อันดับหนึ่ง คุณวิศวกรอยู่อันดับสอง อาจารย์มหาวิทยาลัยอยู่อันดับสาม ผู้จัดการโรงแรมอยู่อันดับสี่ และยังมีไล่ไปอีกเป็สิบคน เธออดจะแปลกใจไม่ได้ว่าแม่ของเธอไปสรรหารายชื่อพวกนี้มาจากไหน ยุคดิจิตอลแบบนี้มีคนที่ยอมให้พ่อแม่จับคู่เยอะขนาดนี้เลยเหรอ
ในที่สุดวันเสาร์ก็มาถึงอย่างไม่อาจหลบเลี่ยง วันนี้เป็วันแรกที่มุกจันทร์จะต้องไปดูตัวกับชายหนุ่มคนแรกที่แม่จัดหามาให้ เธอเลือกแต่งตัวเรียบๆ ด้วยเดรสสั้นสีฟ้าอ่อนลายดอกไม้ แต่ยังคงแต่งหน้าอย่างพิถีพิถันเหมือนเช่นเคย ถึงจะไม่คิดสานสัมพันธ์ต่อในทางชู้สาว แต่อย่างน้อยก็ควรดูดีไว้ก่อนเป็การให้เกียรติตัวเองและให้เกียรติอีกฝ่ายด้วย เผื่อจะได้เก็บไว้เป็คอนเนคชั่น
ที่นัดหมายคือคาเฟ่ที่เป็ร้านกึ่งนั่งเล่น มีเครื่องดื่มและอาหารครบครัน คนที่เลือกสถานที่คือมณีจันทร์ เมื่อมุกจันทร์ไปถึงเธอมองไปรอบๆ ร้าน เห็นร้านตกแต่งอย่างสวยงาม มีต้นไม้และดอกไม้สวยๆ วางประดับไว้ตามมุมต่างๆ ทำให้บรรยากาศในร้านดูน่านั่งเล่นผ่อนคลาย เธอก็อดสงสัยไม่ได้ว่าแม่ของเธอรู้จักร้านนี้ได้ยังไง
เธอเดินเข้าไปในร้าน ในร้านมีลูกค้าอยู่ประปราย เธอพยายามมองหาคู่เดทของตัวเองเพราะคิดว่าเขาน่าจะมาแล้ว คนเป็หมอน่าจะต้องรู้จักรักษาเวลา เธอมองไปรอบๆ แล้วก็เจอเข้ากับใบหน้าหนึ่งที่คุ้นเคย เป็ใบหน้าที่คล้ายกับใบหน้าของคุณหมอที่เธอนัดดูตัวในวันนี้เพียงแต่เ้าของใบหน้าดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด ใตต้าสีคล้ำเหมือนคนอดนอนต่อเนื่องมาหลายวัน แววตาอิดโรยเหนื่อยล้า
มุกจันทร์มองชายหนุ่มคนนั้นอีกรอบเพื่อความแน่ใจว่าใช่คนที่เธอนัดไว้หรือไม่ ดูอีกรอบก็น่าจะใช่แน่แล้ว ถึงแม้จะดูไม่สว่างสดใสเหมือนในรูปที่แม่ใส่ไว้แฟ้มประวัติแต่โดยรวมก็ดูเหมือนในรูปที่เธอคยเห็น เขานั่งรออยู่ที่โต๊ะในมุมหนึ่งของร้าน เป็มุมที่ถูดจัดพื้นที่ไว้เป็ส่วนตัว เห็นได้ชัดว่าเขาให้ความสำคัญกับการนัดเดทในครั้งนี้
เธอเดินเข้าไปและหยุดยืนตรงหน้าเขา “สวัสดีค่ะ คุณนนท์”
หลังจากสิ้นเสียงใสๆ ของมุกจันทร์ เขาเงยหน้าขึ้นมา สายตาหยุดอยู่บนใบหน้าของเธอ “สวัสดีครับคุณมุก เชิญนั่งก่อนครับ” เขายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน ยังคงมีความอิดโรยเหนื่อยล้าอยู่ในแววตา
“มาถึงนานหรือยังคะ”
“มาได้แป๊บเดียวครับ ดูสิ สั่งเครื่องดื่มไปยังไม่ทันมาเสิร์ฟเลย”
“อ้อ” มุกจันทร์นั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเขา
เมื่อเขาเห็นว่าเธอนั่งลงเรียบร้อยแล้ว เขาก็ชูมือส่งสัญญาณเรียกพนักงานมารับออเดอร์ “คุณมุกสั่งอะไรดีครับ ทานข้าวมาหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ เดี๋ยวมุกสั่งกาแฟสักแก้วก็พอค่ะ” จริงๆ แล้วมุกจันทร์รู้สึกหิวนิดหน่อย แต่เธอเห็นว่าเขาดูท่าทางอิดโรยมากเลยไม่อยากเสียเวลาในการนัดครั้งนี้เยอะ เธอคิดว่าเขาควรจะรีบไปนอนมากกว่า
พนักงานมารับออเดอร์เรียบร้อยแล้ว จากนั้นความเงียบก็เข้าปกคลุมระหว่างเธอและเขา มุกจันทร์มองสำรวจเขาอย่างเร็ว เธอเห็นว่าเขาแต่งตัวค่อนข้างสุภาพ ใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวและกางเกงสแลคสีดำ อืม ดูเหมือนชุดทำงานยังไงยังงั้น
“เพิ่งออกเวรเหรอคะ” เธอเอ่ยขึ้นมาเพื่อชวนคุย
“ใช่ครับ” เขายิ้มขำๆ ออกมา “สภาพผมดูเหมือนคนอดนอนมากเลยสินะ”
มุกจันทร์ได้แต่ยิ้มตอบเขา “ก็คนเป็หมองานเลยยุ่ง มีคนเจ็บป่วยก็ต้องช่วยรักษา วันนี้ยังต้องเสียเวลามาเจอมุกอีก”
“ไม่ได้เสียเวลาเลยครับ ผมเองก็อยากเจอ” พูดจบเขาก็อ้าปากทำท่าจะหาว เขารีบเอามือขึ้นปิดปาก หาวเสร็จสองตาก็ฉ่ำเยิ้มเพราะของเหลวในตาที่ถูกขับออกมาเพราะการง่วงนอน
“ขอโทษทีครับ เสียมารยาทแล้ว”
“ไม่เป็ไรค่ะ คนหาวจะห้ามได้ที่ไหนกัน” เห็นเขาท่าทางง่วงนอนขนาดนั้น แต่ยังอุตส่าห์มาตามนัดเพื่อพบเธอ มุกจันทร์ก็เริ่มรู้สึกผิดขึ้นมา แต่จะบอกให้เขาไปนอนตอนนี้เลยก็ดูจะเสียมารยาท ยังคงต้องคุยไปสักพักก่อนดีกว่า
กาแฟของมุกจันทร์มาแล้ว ทั้งสองก็คุยกันในเื่ทั่วไปอีกสักพัก แล้วมุกจันทร์ก็กล่าวขอตัวบอกว่าตัวเองมีธุระ ก่อนจากกันในครั้งนี้ ทั้งสองยังแลกไลน์สำหรับติดต่อกันไว้เรียบร้อย
“เป็ยังไงบ้างลูก” มณีจันทร์ถามเมื่อเห็นลูกสาวกลับบ้าน เธอรู้สึกว่าลูกสาวของเธอกลับมาเร็วไป “ไม่ดีเหรอ”
“ก็ดีค่ะแม่ แต่คุณนนท์เขาดูท่าทางเหมือนยังไม่ได้นอน หนูเลยคุยแป๊บนึงแล้วขอตัวกลับ”
มณีจันทร์ฟังมุกจันทร์บอกแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก
“คุณนนท์เขาเป็หมอ บางครั้งเขาก็มีงานยุ่งมากจนปลีกตัวไม่ได้ เื่ปกตินะแม่ นี่เขายังอุตส่าห์รีบมานั่งรอหนูที่ร้าน หนูเห็นสภาพเขาแล้วยังรู้สึกผิดเลยที่ให้เขาต้องมาเจอหนูแทนที่จะได้ไปนอน”
“ฟังดูเหมือนหนูจะไม่ค่อยชอบเขานะ” เมื่อได้ยินลูกสาวพูดแบบนั้น เธอก็รู้สึกเสียดาย
“ก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ โดยรวมเขาก็ดีนะแม่ แต่เขางานยุ่ง เวลาน้อย ถ้าจะพัฒนาความสัมพันธ์คงต้องดูกันยาวๆ เลย นี่หนูก็แลกไลน์กับเขาไว้แล้ว” มุกจันทร์เห็นแม่ดูหงอยๆ เลยทิ้งท้ายให้แม่เธอรู้ว่าไปรอบนี้ไม่ได้เสียเปล่า
“เหรอลูก ดีๆ ค่อยๆ ติดต่อดูๆ กันไป” มณีจันทร์ที่หน้าเริ่มหุบ พอได้ยินลูกสาวบอกแบบนั้นเลยรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง “เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเจออีกคน รู้จักคนไว้เยอะๆ จะได้มีตัวเลือกเยอะหน่อย”
มุกจันทร์ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้แม่ของเธอ
“แล้วหนูว่าคุณนนท์ที่ไปเจอมาวันนี้ดีไหมลูก”
“อืม ก็ดีนะคะ เขาไปรอหนูก่อนเวลา แถมยังแต่งกายเรียบร้อย เห็นอยู่ว่าอดหลับอดนอน แต่ก็ยังไม่ยกเลิกนัด พอหนูไปถึงก็เรียกพนักงานมารับออเดอร์ให้เลย มารยาทโดยรวมถือว่าดีอยู่ค่ะ”
“อืม แม่ฟังดูเขาก็โอเคนะ หรือวันหลังชวนเขามากินข้าวที่บ้านเราดีไหม”
“แม่ อย่าเพิ่งเลยค่ะ ให้เขาได้พักผ่อนสักพักเถอะค่ะ หน้าตาอิดโรยขนาดนั้น หนูเห็นแล้วยังสงสารเลย เขาดูท่าทางมีมารยาทแบบนั้น ถ้าแม่ชวนเขา เขาต้องมาแน่นอน อย่าเพิ่งรบกวนเขาเลย หนูก็แลกไลน์กับเขามาแล้ว เดี๋ยวหนูลองคุยกับเขาดูก่อน ไหนแม่ว่าไม่รีบไง”
“เอางั้นก็ได้ พรุ่งนี้แต่งตัวสวยๆ ล่ะ” ในที่สุดมณีจันทร์ก็ยอมตามใจลูกสาว ไม่ซักไซ้ต่อ เธอกลับคิดไปถึงเดทของลูกสาวในวันพรุ่งนี้มากกว่า พอคิดว่าลูกสาวเธอจะได้ไปทำความรู้จักกับหนุ่มๆ อีกมากมาย เธอก็รู้สึกพอใจมาก ด้วยไม่อยากให้ลูกสาวเปลี่ยนใจไม่ไปดูตัว เธอจึงพูดทิ้งท้ายให้เตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้แล้วก็เดินจากไป ให้เวลามุกจันทร์ได้อยู่คนเดียว
วันต่อมา มุกจันทร์มีนัดไปกินมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง แม่ของเธอเป็คนเลือกสถานที่อีกเช่นเคย มุกจันทร์รู้สึกอารมณ์ดีเพราะเธอไม่ได้มากินอาหารที่ร้านนี้นานแล้ว แค่นึกถึงรสชาติอาหารแสนอร่อยก็ทำให้เธอรู้สึกเบิกบานใจ เธอแอบคิดไว้ว่าเดี๋ยวจะสั่งข้าวผัดสี่สหายที่เธอชอบกิน
เมื่อเธอไปถึงที่ร้าน คู่เดทของเธอยังมาไม่ถึง เธอดูเวลาเห็นว่ายังอีกสิบนาทีกว่าจะถึงเวลานัด โอเคก็ถือว่าเขาไม่ได้มาสาย
มุกจันทร์นั่งรอไปอีกสิบนาที ถึงเวลานัดแล้วคู่เดทของเธอก็ยังไม่มา เธอคิดว่าไหนๆ ก็มาแล้ว เธอจะรอเขาอีกสักหน่อยแล้วกัน เผื่อว่าเขาอาจจะมีเื่ติดขัดอะไร
เธอนั่งรออีกสิบนาที เขาก็ยังไม่มา
มุกจันทร์ไม่ได้แสดงท่าทางโกรธหรือไม่พอใจ เธอเรียกพนักงานมาเพื่อสั่งอาหาร เขาไม่มาก็ช่างเถอะ ไหนๆ เธอมาแล้ว ก็สั่งอาหารกินเลยแล้วกัน เธอสั่งข้าวผัดสี่สหายและอาหารรสอ่อนอีกสองสามอย่าง พออาหารมาเธอก็นั่งกินคนเดียวอย่างมีความสุข
พอกินเสร็จ มุกจันทร์เรียกพนักงานมาคิดเงิน
“อ๋อ จ่ายแล้วค่ะคุณลูกค้า” พนักงานบอกเธออย่างนอบน้อม
“จ่ายแล้วเหรอคะ” เธอถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ค่ะ มีคุณผู้ชายจ่ายให้แล้วค่ะ” พนักงานยังคงยืนยันคำเดิมและยิ้มให้เธอ จากนั้นก็ค้อมตัวเดินจากเธอไป