ตอนที่ 20 ลูกสาวตระกูลหลิว
“ผมมีเพื่อนร่วมชั้นที่มาจากหมู่บ้านเสี่ยวถุนอยู่คนหนึ่งเขาแซ่หลิวด้วย แต่ผมไม่รู้หรอกนะว่าพวกเขาจะเป็ครอบครัวเดียวกันหรือเปล่า” ฟู่เซินจำได้แค่ว่าเขามีเพื่อนร่วมชั้นที่มาจากหมู่บ้านดังกล่าวเท่านั้น
“นายกำลังพูดถึงใครอย่างนั้นเหรอ? ทำไมฉันไม่เห็นจะรู้จักเลย ? ” ฟู่เหมี่ยวเองก็อยู่ชั้นเรียนเดียวกับฟู่เซินเช่นกันเธอจึงได้เอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
“อืม ไม่แปลกหรอก เพราะเธอคงไม่ได้สนใจเื่ของพวกเด็กผู้ชายอย่างไรล่ะเขาคือหลิวผิง ครอบครัวของเขาก็อยู่ที่หมู่บ้านเสี่ยวถุน”
“แล้วลูกสนิทกับเขามากหรือเปล่า? ลูกลองไปถามเขาดูหน่อยได้ไหม ? ” หวังซู่เหมยรีบพูดขึ้นมาทันที
“เขาเป็คนที่ใจดีมาก ๆเลยครับ แม่ครับ ผมได้ยินมาว่าทิวทัศน์บนูเาต้าถุนที่ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านเสี่ยวถุนนั้นสวยมากๆ เลย ผมขอไปเดินป่าที่นั่นกับเพื่อน ๆ ได้หรือเปล่า ? ” ฟู่เซินฉวยโอกาสนี้เพื่อขอแม่ของเขาออกไปเที่ยวกับเพื่อน
หวังชูเม่ยมองไปที่ลูกชายของเธอก่อนจะตอบพร้อมกับพยักหน้าเบา ๆ
“ลูกจะออกไปเที่ยวก็ได้แต่หากก่อเื่แล้วถูกพ่อของลูกตีเข้า แม่ไม่รับรู้ด้วยนะ”
“คุณคะ ฉันจำได้ว่าภรรยาของเอ้อขุยก็มาจากหมู่บ้านนั้นเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? เราลองไปถามเขาดูหน่อยดีกว่าไหม ? ”
“อืม เอาไว้พรุ่งนี้เช้าเราค่อยไปกันเถอะจะได้เอาองุ่นของเราไปฝากเอ้อขุยและคนในครอบครัวของเขาด้วย” ฟู่ต้าหย่งพูดพร้อมกับหยิบบุหรี่ขึ้นมา
เช้าวันรุ่งขึ้นหวังซู่เหมยและฟู่ต้าหย่งก็ได้ไปที่บ้านของเอ้อขุยที่อยู่ทางตะวันออกของหมู่บ้าน
เอ้อขุยและฟู่ต้าหย่งเติบโตมาด้วยกันไม่ว่าครอบครัวของเอ้อขุยจะต้องเผชิญกับความลำบากแค่ไหน แต่ก็เป็ฟู่ต้าหย่งที่คอยช่วยเหลือเขามาโดยตลอด
ซึ่งเหอฟาง ภรรยาของเอ้อขุยนั้นเธอมาจากหมู่บ้านเสี่ยวถุน อีกทั้งพ่อและแม่ของเธอก็มีสุขภาพไม่ค่อยดีอีกด้วยดังนั้นทั้งสองคนจึงต้องทำงานอย่างหนัก แต่โชคยังดีที่เธอมีพี่ชายอยู่อีกคนและเขาก็ได้ช่วยทำงานเพื่อแบ่งเบาภาระไปได้บ้าง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ชีวิตของพวกเขาจึงลำบากมาก ๆ
ฟู่เอ้อขุยนั้นไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวเลยเนื่องจากพ่อแม่ของเขาได้เสียชีวิตไปั้แ่ตอนที่เขายังเด็ก และเหล่าพี่น้องของเขาก็มีฐานะที่ยากจนมากซึ่งหลังจากที่แต่งงานกับเหอฟาง พวกเขาก็ได้มีลูกด้วยกันทั้งหมด 4 คน ลูกคนโตของพวกเขามีอายุ17 ปีแล้ว ส่วนลูกคนสุดท้องนั้นเพิ่งจะมีอายุได้เพียง 2 ขวบเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าฟู่ต้าหย่งมาที่บ้านเอ้อขุยจึงได้บอกให้ลูกของเขารินน้ำและไปชงชาทันที
“ต้าหนี รีบไปเอาน้ำกับเมล็ดแตงโมมาเร็วเข้าวันนี้ลุงต้าหย่งและป้าสะใภ้มาเยี่ยมเราถึงบ้านเลยนะ”
ในตอนนี้ เหอฟางกำลังเย็บผ้าอยู่ในบ้านเพราะลูกคนเล็กของเธอนั้นโตเร็วมาก ๆ จึงต้องเย็บและซ่อมเสื้อผ้าอยู่บ่อย ๆ
เมื่อมาถึง ฟู่ต้าหย่งและหวังซู่เหมยจึงได้อธิบายถึงความตั้งใจของพวกเขาให้กับเอ้อขุยและเหอฟางฟังทันที
“พี่เหมย ฉันจะกลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่ตอนบ่ายนี้พอดีเลยหากได้เื่อย่างไร ฉันจะมาบอกพี่” เหอฟางพูดด้วยท่าทีที่นอบน้อมเธอซาบซึ้งใจมากที่ฟู่ต้าหย่งและหวังซู่เหมยคอยให้การสนับสนุนครอบครัวของเธอมาโดยตลอด
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่ต้าหย่งและหวังซู่เหมยก็ได้ขอบคุณเธอ ฟู่ต้าหย่งนั้นรู้ถึงสถานการณ์ของเอ้อขุยดีและอยากจะช่วยเขามาก ทว่าตอนนี้ยังไม่สามารถทำอะไรได้
ดังนั้นจึงทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น
เพราะในตอนนี้ครอบครัวของฟู่ต้าหย่งกำลังเป็กังวลเกี่ยวกับเื่การแต่งงานของหวังิเหล่ยอยู่
อีกด้านหนึ่ง
ณ ตระกูลไป๋ที่ยิ่งใหญ่ในเมืองหลวง
ไป๋โม่เฉินกำลังจะไปขึ้นรถไฟเพื่อเดินทางไปยังมณฑลเจียงส่วนหวังซู่เหมยก็กำลังจัดการกับปัญหาของหลานชายด้วยความร้อนใจ
ในตอนนี้ ฟู่เยี่ยนยังคงปลูกโสมอยู่ที่บ้านตอนนี้เธอพบว่าโสมที่ถูกปลูกในดินแดนต่างมิติของเธออายุได้หนึ่งปีแล้ว
จากนั้น เธอก็หันมาให้ความสนใจกับโสมที่ปลูกในสวนหลังบ้านด้วยความที่เธอใช้น้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์มารดมันทุกวัน จึงทำให้ต้นกล้าของโสมเติบโตได้เร็วกว่าโสมธรรมดาทั่วไปหลายเท่า
ส่วนฟู่เหมี่ยวเองก็เฝ้าดูโสมพวกนั้นอย่างระมัดระวังเช่นกันทั้งยังคอยจัดการกับวัชพืชที่งอกขึ้นมาอย่างใกล้ชิดอีกด้วย
เมื่อฟู่เยี่ยนเห็นว่าพี่สาวดูมีท่าทีที่ค่อนข้างกังวลเธอจึงต้องระวังมากขึ้นในการใช้น้ำจากในมิติมารดน้ำ และแอบเอาน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ออกมาผสมกับน้ำที่บ้านของเธออย่างเงียบๆ
เธอจะให้พี่สาวของเธอเห็นสิ่งนี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาดและด้วยวิธีนี้ โสมก็จะไม่เติบโตเร็วจนดูผิดสังเกตอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้เอง ต้นไม้ในสวนของบ้านตระกูลฟู่จึงเติบโตและแข็งแรงเป็พิเศษซึ่งทันทีที่เข้าไปในสวน ทุกคนจะรับรู้ถึงความมีชีวิตชีวาได้ในทันที อีกทั้งทุกคนที่เข้ามาต่างก็ชื่นชมว่าพวกเขาดูแลสวนได้เป็อย่างดีอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อแม่ไก่หลายตัวที่พวกเขาเลี้ยงเอาได้ได้ดื่มน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เข้าไปพวกมันก็ดูแข็งแรงขึ้นในทันที และขยันวางไข่มากขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดจึงทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ในตอนนี้ หวังซู่เหมยเก็บไข่ได้เพิ่มมากขึ้นถึงสองเท่าจากเมื่อก่อนซึ่งเธอรู้สึกมีความสุขมากที่ครอบครัวได้เงินเพิ่มขึ้น
เมื่อจัดการเื่งานบ้านเสร็จแล้วฟู่เยี่ยนและฟู่เหมี่ยวก็ได้ชวนกันไปเก็บองุ่นบนูเาต่อ ไม่นานนักเมื่อฟู่ซินที่ไปช่วยทำบัญชีผลผลิตทางการเกษตรของหมู่บ้านเสร็จก็ได้ตามน้องสาวทั้งสองคนของเขาขึ้นไปบนูเาเช่นกัน
ส่วนฟู่ต้าหย่งนั้นก็ได้เริ่มทำถังบรรจุเหล้าองุ่นอีกครั้งเพราะเขาต้องเร่งทำถังเหล้าองุ่นที่รับเงินมัดจำมาแล้วให้เสร็จก่อน และเขายังไม่ลืมที่จะทำถึงเผื่ออีกจำนวนหนึ่งเพื่อจะได้ขายเหล้าองุ่นเพิ่มอีกด้วย
อีกด้านหนึ่งเหอฟางก็ได้กลับมาจากไปเยี่ยมพ่อกับแม่ของเธอแล้ว และทันทีที่เธอกลับมาถึงบ้าน เอ้อขุยก็ได้รีบให้เธอมาที่บ้านของฟู่ต้าหย่งทันที
เหอฟางจึงได้รีบมาตามที่สามีของเธอบอกเมื่อเดินเข้าไปข้างใน เธอก็พบว่าหวังซู่เหมยกำลังล้างองุ่นที่ฟู่เยี่ยนและเหล่าพี่ชายพี่สาวไปเก็บมาจากบนูเาอยู่
“พี่สะใภ้ กำลังยุ่งอยู่หรือเปล่าคะ? ฉันมาเยี่ยมพี่”
“น้องสะใภ้เองหรอกเหรอ ?มา ๆ เข้ามานั่งข้างในก่อนสิ ฉันกำลังรอเธออยู่พอดีเลย” หวังซู่เหมยรีบเชิญเหอฟางเข้ามาข้างในทันที
“พี่สะใภ้ แซ่เดิมของพี่คือแซ่หวังใช่หรือเปล่าและหลานชายของพี่ก็คือหวังิเหล่ยใช่ไหม ? ” เหอฟางเอ่ยถามขึ้นมาทันทีเพราะเธอ้ายืนยันให้แน่ใจก่อนว่าสิ่งที่เธอรู้และจะพูดต่อไปนี้นั้นถูกต้องหรือไม่
“ใช่แล้ว เขาคือหลานชายคนโตของฉันเป็ลูกชายคนโตของพี่ชายฉันเอง และเขาก็คือคนที่เข้าพิธีหมั้นไปก่อนหน้านี้” หวังซู่เหมยได้ตอบคำถามของเหอฟางไปอย่างละเอียด
“พี่สะใภ้ ที่ฉันกลับไปเยี่ยมบ้านในครั้งนี้มันก็ไม่ได้มีอะไรมากนักหรอก แต่แม่ของฉันก็ได้เล่าเื่ของตระกูลหลิวให้ฟังเยอะพอสมควรจากนั้นฉันไปที่บ้านป้าของฉัน ซึ่งเธอเป็คนที่รู้เื่ของตระกูลหลี่เป็อย่างดี”
“แล้วเื่ผู้หญิงคนนั้นล่ะได้เื่อย่างไรบ้าง ? ” หวังซู่เหมยเอ่ยถามออกมาด้วยท่าทีที่ดูวิตกกังวล
“พี่สะใภ้ ทำไมก่อนที่จะมีพิธีหมั้นพี่ถึงไม่มาถามเื่นี้ก่อนล่ะ ? ตระกูลหลิวนั้นไม่ใช่ตระกูลที่ดีเท่าไหร่เลย” เหอฟางพูดด้วยสีหน้าซับซ้อน
แท้จริงแล้วหลิวเหล่าซื่อพ่อของหลิวต้าหนีได้แต่งงานถึงสองครั้ง ซึ่งหลิวต้าหนีเป็ลูกที่เกิดมาจากภรรยาคนแรกและเขาก็ได้มีลูกกับภรรยาคนที่สองอีก 3 คน ซึ่งมีลูกชาย 2 คนและลูกสาวอีก 1 คน
ซึ่งแม่ของหลิวต้าหนีที่เสียชีวิตไปแล้วยังเป็ลูกพี่ลูกน้องทางสายเืของหลิวเหล่าซื่ออีกด้วยโดยเธอเป็หลานสาวของแม่เฒ่าหลิวนั่นเอง
ดังนั้น แม่เฒ่าหลิวจึงได้รับหลิวต้าหนีเป็ลูกบุญธรรมและมองว่าลูกสะใภ้คนปัจจุบันเป็ศัตรูของเธอไปโดยปริยาย
หญิงชราไม่ได้ทุบตีหลานผู้ชายของเธอแต่เธอทุบตีและด่าทอแต่หลานสาวคนเล็กที่เกิดกับภรรยาใหม่ของหลิวเหล่าซื่อ
ซึ่งหลิวเหล่าซื่อนั้นเป็ลูกกตัญญู และเขาก็อยากช่วยเหลือลูกสาวคนเล็กของตนเช่นกันเพราะถึงอย่างไรเขาก็มีหลานชายให้แม่แล้วทว่าเขาก็ไม่อาจทนเห็นแม่เขาร้องไห้อย่างน้อยเนื้อต่ำใจได้ ดังนั้นเขาจึงค่อย ๆทำใจให้ชินไปกับมัน
หลิวต้าหนีเองก็มีความคิดที่ว่าพี่น้องที่ไม่ได้เกิดมาจากแม่คนเดียวกันนั้นก็เหมือนกับศัตรูของเธอเพราะเธอได้รับความรักจากคุณย่าแล้ว จึงเป็เื่ยากที่เธอจะยอมรับแม่คนที่สองที่เพิ่งแต่งงานกับพ่อของเธอได้ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงหลิวเอ้อหนี น้องสาวต่างแม่ของเธอเลย
ด้วยความที่หลิวต้าหนีนั้นมีอายุที่มากกว่าเธอจึงมักจะรังแกน้องสาวต่างแม่ของเธออยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็การสั่งให้น้องสาวไปซักเสื้อผ้าหรือแม้กระทั่งหยิบของต่าง ๆ มาให้ราวกับน้องสาวเป็คนใช้
แต่ใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลิวเอ้อหนีนั้นได้โตขึ้นมากแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่ยอมพี่สาวอีกต่อไปและมักจะทะเลาะกันอยู่เสมอ
ซึ่งทำให้เธอมักจะถูกคุณย่าลงโทษโดยการให้อดข้าวอยู่บ่อยๆ
ทว่าหลิวเอ้อหนีก็ไม่ได้สนใจเื่นี้เลยแม้แต่น้อยจึงทำให้ย่าของเธอยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก
ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวของแม่เฒ่าหลิวจึงมักจะวุ่นวายมากๆ และยังเป็ที่ซุบซิบนินทาของชาวบ้านอีกด้วย
เมื่อคนในหมู่บ้านได้เห็นฉากนี้ดังนั้นเหล่าลูกหลานของตระกูลหลิว โดยเฉพาะหลิวต้าหนีจึงมีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีนักจนไม่มีใครอยากแต่งงานกับเธอ
“พี่สะใภ้ แต่หลิวเอ้อหนีคนนั้นเป็คนที่มีจิตใจเข้มแข็งมากเลยนะแต่เธอแค่ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องทะเลาะกับพี่สาวของตัวเองเท่านั้น ซึ่งเธอไม่ได้ใจร้ายเหมือนกับหลิวต้าหนีคนนั้นหรอก” หลังจากที่พูดจบ เหอฟางก็มีท่าทีที่ดูสับสนเล็กน้อย
เมื่อได้ยินคำพูดนี้หวังซู่เหมยก็กัดฟันแน่นด้วยความเกลียดชัง พี่สะใภ้ของเธอทำแบบนี้ได้อย่างไรกัน
กล้าดีอย่างไรถึงได้เอาคนที่สร้างแต่ปัญหาแบบนี้เข้ามาในครอบครัวของเธอ? ไม่คิดถึงครอบครัวบ้างเลยหรืออย่างไร ? !
หลังจากที่เหอฟางได้เล่าทุกอย่างที่เธอรู้ทั้งหมดแล้วเธอก็ได้กล่าวลาและกำลังจะกลับบ้าน
หวังซู่เหมยจึงได้เดินออกไปส่งเธอที่หน้าบ้าน
“ฝากบอกเอ้อขุยด้วยนะว่าพวกเราขอบคุณมากจริงๆ ”
“พี่สะใภ้ ฉันไม่อยากให้ครอบบครัวของพี่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้เลยพี่รีบคุยเื่นี้กับแม่ของพี่โดยเร็วจะดีกว่า หลิวต้าหนีคนนั้นไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีเลยจริงๆ ” เหอฟางพูดออกมาด้วยท่าทีที่จริงจัง
“น้องสะใภ้ ขอบคุณมากที่เป็ห่วง”
หลังจากที่ทั้งสองลากันเสร็จเหอฟางก็ได้ขอตัวกลับบ้านไปในที่สุด
จากนั้น หวังซู่เหมยก็ได้เดินกลับเข้ามาในบ้านเธอรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย เพราะเธอกำลังกังวลว่าทางฝั่งเสี่ยวมู่จะเป็อย่างไรบ้าง
ทันใดนั้นเอาเธอก็รู้สึกว่าสามีได้พาลูก ๆ ของเธอขึ้นไปบนูเาตั้งนานแล้ว แต่ทำไมถึงยังไม่กลับมาอีกล่ะ?
เมื่อมีบางอย่างอยู่ภายในใจเธอก็ยิ่งรู้สึกวิตกกังวลมากขึ้น แต่ก็ทำได้เพียงมองไปที่ประตูเท่านั้น เธอตั้งหน้าตั้งตารอเขากลับมาเพื่อที่จะคุยกันเกี่ยวกับเื่นี้อีกครั้ง