ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 107 วิธีการที่สบายสุดๆ

            หลงเฟยเยี่ยนั่งลงตรงข้ามหานอวิ๋นซีและพูดอย่างเย็นชาว่า “แม่นมจ้าว เพิ่มชามกับตะเกียบชุดหนึ่งคืนนี้ข้าจะทานอาหารค่ำที่นี่”

            เมื่อได้ยินว่าท่านอ๋องต้องการอยู่ทานอาหารเย็นแม่นมจ้าวก็ดีใจมาก รีบเพิ่มชามและตะเกียบทันที พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มว่า“ท่านอ๋อง หวังเฟยโปรดรอสักครู่ หม่อมฉันจะไปสั่งให้ครัวเพิ่มกับข้าวอื่นๆมาให้อีก แล้วก็เพิ่มเหล้าองุ่นที่ท่านโปรดปรานมาอีกหนึ่งโถด้วยเพคะ”

            น่าเสียดายที่ทั้งหลงเฟยเยี่ยและหานอวิ๋นซีไม่ได้สนใจนางเลยทั้งสองมองหน้ากัน เมื่อเห็นว่าบรรยากาศไม่ชอบมาพากลแม่นมจ้าวจึงปิดปากในทันทีและเดินคอตกออกไป

            หานอวิ๋นซีมองไปที่หลงเฟยเยี่ยครู่หนึ่งจากนั้นก็มองลงไปที่ห่อผ้าเล็กๆ บนโต๊ะ

            นางวางตะเกียบลงอย่างตั้งใจและถามอย่างไม่พอใจว่า“ท่านอ๋อง ท่านอย่าโยนของมามั่วซั่ว...ได้หรือไม่?”

            ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตามต่อให้เป็นของที่ให้นางก็โยนมันมาแบบนี้ไม่ได้ ช่างไร้มารยาทจริงๆ

            “จริงๆแล้วมันไม่ใช่ของที่จะโยนมั่วซั่วหรอก เจ้าเก็บมันไว้ให้ดีๆอย่าให้ข้าเห็นมันเป็นครั้งที่สอง” หลงเฟยเยี่ยเตือนอย่างเย็นชา

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาหานอวิ๋นซีก็สงสัยว่าในห่อนี้อาจเป็นของของนางหรือไม่?

            “ของข้าหรือ?” นางถามอย่างสงสัย

            หลงเฟยเยี่ยยกยิ้มอย่างดูถูกและไม่ตอบอะไรใดๆ

            หานอวิ๋นรีบรับมันมาเปิดอย่างระมัดระวัง แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่นางเห็นตรงหน้ามันคือ...มันคือรองเท้าและถุงเท้าของนาง!

            รองเท้าและถุงเท้าหนึ่งคู่เป็นสิ่งที่นางถอดไว้ในกูหยวนเมื่อคืนนี้

            เมื่อคืนเท้าของนางพันด้วยผ้าพันแผลจนพองปูดจึงไม่สามารถสวมรองเท้าและถุงเท้าได้นางจึงทำได้เพียงเดินเท้าเปล่าและลืมของพวกนี้ไปเลยแต่ใครจะรู้ว่าหลงเฟยเยี่ยจะนำสิ่งเหล่านี้กลับมาให้นาง

            แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่ควรวางทิ้งไว้สุ่มสี่สุ่มสี่สุ่มห้าแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะโยนมันทิ้งด้วยใบหน้าที่มืดมนมาเช่นนี้!

            ในใจก็รู้สึกไม่พอใจทว่าหานอวิ๋นซีก็ยังคงสุภาพอย่างมาก “ขอบคุณท่านอ๋องอย่างมาก ข้าจะจำเอาไว้”

            ใครจะรู้ว่าหลงเฟยเยี่ยกลับถามอย่างเย็นชาว่า“เช่นนั้นแล้ว คืนนั้นเจ้าไม่ได้ใส่รองเท้า เข้าไปในคุกใต้ดินด้วยเท้าเปล่าทั้งยังไปจวนตระกูลหานด้วยเท้าเปล่าสินะ?”

            คนโบราณที่หัวโบราณชายผู้นี้เป็นคนโบราณในหมู่พวกอนุรักษนิยม ไม่ว่านางจะเดินเท้าเปล่าหรือไม่อย่างไรเขาก็ไม่ใช่สามีที่แท้จริงของนาง ก็ควรที่จะผ่อนปรนกันบ้าง

            หานอวิ๋นซีตอบตามจริงว่า“ใช่!”

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาหลงเฟยเยี่ยก็ขมวดคิ้วและหรี่ตาลงอย่างอันตราย

            หานอวิ๋นซีที่ไม่อยากจะคุยกับเขาแต่เมื่อถูกเขาจ้องมองมา ก็รู้สึกได้ถึงเจตนาฆ่ารอบๆ ตัว

            สตรีที่ดีจะไม่สู้กับสามี!

            นางอธิบายอย่างรวดเร็วว่า“เท้าของข้าถูกพันด้วยผ้าพันแผลอย่างหนา เลยไม่สามารถสวมรองเท้าและถุงเท้าได้”

            นางที่พูดไปก็กลัวว่าชายผู้นี้จะไม่เชื่อจึงยื่นเท้าออกมาแล้วยกกระโปรงขึ้น “ถ้าท่านไม่เชื่อ ก็ดูสิ!”

            หลงเฟยเยี่ยหันศีรษะไปมองและเห็นว่าเท้าที่บาดเจ็บของหานอวิ๋นซีถูกพันด้วยผ้าพันแผลสีขาวหนาหลายชั้นตั้งแต่ข้อเท้าถึงปลายเท้าและพันไว้อย่างแน่นหนาคนที่ไม่รู้คงคิดว่ามันเป็นปูนหล่อ

            เช่นนี้หลงเฟยเยี่ยดูจึงพอใจขึ้นมากเขามองไปทางอื่นและไม่ซักถามอีกต่อไป กระแอมเบาๆ สองครั้งและถามว่า“เมื่อคืนใส่ยาแล้ว ยังไม่ดีขึ้นอีกหรือ?”

            เหอะๆ…

            หานอวิ๋นซีเย้ยหยันอยู่ในใจชายผู้นี้พอใจแล้วสินะ ถึงได้รู้ว่าต้องทำตัวเป็นห่วงเป็นใย?

            เขาพอใจแต่นางไม่พอใจ

            หานอวิ๋นซีเงยหน้าขึ้นยิ้มจนตาเป็นเส้นโค้ง ใบหน้าไม่ได้มีความชั่วร้ายแต่อย่างใด

            หลงเฟยเยี่ยถึงกับชะงักไปสตรีผู้นี้ยิ้มทำไมกัน?

            ใครจะรู้ว่าวินาทีต่อมาสีหน้าของหานอวิ๋นซีก็เปลี่ยนไปทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความมืดมนและพูดอย่างเย็นชาว่า “ขอบคุณท่านอ๋องที่ทรงห่วงใย อีกไม่นานคงจะดีขึ้น”

            ความจริงแล้วก็แค่ข้อเท้าพลิกเท่านั้นบวกกับยาของหลงเฟยเยี่ยที่ได้ผลอย่างมาก อีกไม่นานก็คงหายดี อย่างไรก็ตามเมื่อคืนนางเกือบตกอยู่ในเงื้อมมือของชายผู้นี้ แค่มือของเขาที่บีบเท้าเบาๆก็เพียงพอที่จะทำลายเท้าของนางได้

            หานอวิ๋นซีหันหน้าไปอย่างรวดเร็วราวกับพลิกหน้าหนังสือหลงเฟยเยี่ยที่ไม่ทันตั้งตัวก็เงียบไป หานอวิ๋นซียิ้มอีกครั้ง“ขอบคุณท่านอ๋องสำหรับความห่วงใย”

            หลงเฟยเยี่ยมองไปที่นางด้วยสีหน้าที่มืดมนมากขึ้นเรื่อยๆดวงตาที่ลึกล้ำของเขาก็ยิ่งลึกมากขึ้นไปอีก

            สิ่งที่หานอวิ๋นซีเกลียดที่สุดคือความรู้สึกต่ำต้อยต่อหน้าชายผู้นี้แม้ว่านางจะขี้ขลาดอยู่เล็กน้อย ทว่าก็ยังจ้องมองเขาอย่างเปิดเผย

            ในขณะเดียวกันหลงเฟยเยี่ยลุกขึ้นยืนทันที

            จะไปแล้วหรือ?

            หานอวิ๋นซีลดสายตาลงทันทีและเพิกเฉยต่อความผิดหวังในใจหากกล้าที่ยั่วยุเขาจะเป็นอย่างไรกัน? ชายผู้นี้ก็เป็นแบบนี้ตลอดไม่ใช่หรือ?ต้องการมีอำนาจเหนือกว่าจนทำให้นางพูดไม่ออกแล้วก็เดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

            แต่ใครจะรู้ว่าหลงเฟยเยี่ยไม่ได้จากไปแต่แค่เปลี่ยนตำแหน่งของเขาและนั่งลงข้างหานอวิ๋นซี

            “เท้า”เขาพูดคำเดียวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            หานอวิ๋นซีตกตะลึงและโพล่งออกมา“ท่านจะทำอะไร?”

            หลงเฟยเยี่ยไม่ตอบแต่เอื้อมมือไปจับเท้าของนางและวางลงบนตักของตนเอง

            “ปล่อยนะ!”

            หานอวิ๋นซีพูดอย่างดุร้ายเมื่อกำลังจะขัดขืน หลงเฟยเยี่ยกลับรั้งไว้และพูดด้วยเสียงทุ้มว่า “อย่าขยับ”

            หานอวิ๋นซียังคงต้องการหลุดพ้นทว่าไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหนก็ไม่สามารถขยับได้ นางขมวดคิ้วและมองดูเขาถึงจะมองไม่เห็นใบหน้าตรงๆ ของเขาแต่ก็พบว่าใบหน้าด้านข้างของชายผู้นี้ดูดีกว่าด้านหน้าเสียอีก สันกรามที่สมบูรณ์แบบจนดูเหมือนแกะสลักออกมาดูเย็นชาและหล่อเหลา

            หานอวิ๋นซีที่มองไปมองมาก็เงียบไปโดยไม่รู้ตัว

            หลงเฟยเยี่ยกดเท้าของหานอวิ๋นซีไว้ด้วยมือข้างหนึ่งและใช้มืออีกข้างแกะผ้าพันแผลที่พันรอบเท้าของหานอวิ๋นซีผ้าพันแผลนั้นพันไว้อย่างแน่นหนาอย่างน้อยสิบสองรอบ

            การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของเขานุ่มนวลต่างจากเมื่อคืนเขาค่อยๆ คลี่ผ้าพันแผลออกมาทีละรอบความอดทนของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าหมอมืออาชีพอย่างหานอวิ๋นซีเลย

            หานอวิ๋นซีเฝ้าดูอย่างเงียบๆเมื่อเห็นเขาเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ไม่รู้เพราะเหตุใดหัวใจของนางก็เต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

            หลังจากนั้นไม่นานผ้าพันแผลที่พันรอบข้อเท้าจนถึงปลายเท้าก็ถูกคลายออกจนหมด

            การลงโทษที่รุนแรงของชายผู้นี้เมื่อคืนบวกกับการที่นางไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ จึงทำให้ข้อเท้าของนางแดงและบวมมากกว่าตอนที่นางเพิ่งจะได้รับบาดเจ็บเมื่อคืนนี้

            หลงเฟยเยี่ยมองลงไปพร้อมกับแววตาที่มืดมน

            “ยา”เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            หานอวิ๋นซีถึงกับชะงักไปและโพล่งออกมาว่า “อะไรนะ?”

            “มียาอยู่ในห่อผ้า”เขาไม่เงยหน้าขึ้น สายตายังคงจ้องมองที่ข้อเท้าของนางอยู่ตลอด

            หานอวิ๋นซีที่เพิ่งจะเข้าใจก็รีบหาในห่อผ้าและพบขวดยาขวดหนึ่ง ซึ่งเป็นขวดที่นางใช้เมื่อคืนนี้

            ชายผู้นี้เอายามาให้อย่างนั้นหรือ

            หานอวิ๋นซีรู้สึกเสียใจขึ้นมาทันใดดูเหมือนว่าเมื่อครู่นางไม่ควรเป็นคนใจแคบและประชดประชันเขา นางไม่กล้าที่จะมองเขาก้มหน้าลงแล้วยื่นยาไปให้

            หลงเฟยเยี่ยเปิดยาเทบางส่วนลงในฝ่ามือของเขา เริ่มจากการถูยาด้วยฝ่ามือทั้งสองจากนั้นก็ใช้มือข้างหนึ่งประคองข้อเท้าของหานอวิ๋นซีจากด้านล่างเหมือนเมื่อคืนเพียงแต่คราวนี้ การเคลื่อนไหวของเขาอ่อนโยนมาก

            ทันทีที่เขาวางฝ่ามือลงไปหานอวิ๋นซีก็รู้สึกราวกับว่าผิวหนังที่เท้าสัมผัสกับก้อนน้ำแข็งความจ็บปวดร้อนก็หายไปในทันที นางเงยหน้าขึ้นมองเขาโดยไม่รู้ตัว ในเวลานี้หลงเฟยเยี่ยเองก็มองมาพอดี

            เมื่อดวงตาทั้งสองสบกันหูของหานอวิ๋นซีก็ร้อนขึ้นมาในทันใด แม้ว่านางอยากจะควบคุมมันทว่าก็ไม่สามารถควบคุมได้เลย

            บ้าบอสิ้นดี!

            นางก่นด่าตัวเองอยู่ในใจเพราะกลัวหลงเฟยเยี่ยจะจับได้

            “แบบนี้เจ็บหรือไม่?” หลงเฟยเยี่ยถามอย่างใจเย็น

            หานอวิ๋นซีส่ายหัวทันทีด้วยความประหม่าอันที่จริง มันยังเจ็บอยู่นิดหน่อย

            หลงเฟยเยี่ยวางมืออีกข้างบนบริเวณที่แดงและบวมแล้วถามอีกครั้งว่า “แล้วแบบนี้ล่ะ?”

            ความรู้สึกเย็นปกคลุมผิวหนังและแทรกซึมเข้าไปผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างสุดจะพรรณนา

            “ไม่เจ็บ”หานอวิ๋นซีส่ายหัวอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่เจ็บจริงๆ

            หลงเฟยเยี่ยขยับมือขึ้นลงและค่อยๆนวด อย่างไรก็ตาม เพียงกดนวดลงไปเบาๆ หานอวิ๋นซีก็รู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อตและอดไม่ได้ที่จะขนลุกไปทั้งร่างกาย

            ฝ่ามือของเขาที่ร้อนส่วนยาก็เย็น ข้างหนึ่งเย็นข้างหนึ่งร้อน ขณะที่เขาใช้ฝ่ามือนวดเบาๆความรู้สึกนั้นมันช่างวิเศษเกินจะบรรยาย หานอวิ๋นซีรู้สึกว่าตนเองแทบจะรับไม่ไหวหลงเฟยเยี่ยยังคงทำต่อไป เทคนิคของเขาดีมาก การเคลื่อนไหวของเขาค่อยๆกว้างขึ้นและเพิ่มแรงมากขึ้น ทว่าหานอวิ๋นซีก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ เลยรู้สึกเพียงว่าเท้าทั้งหมดได้รับการผ่อนคลายเรียกได้ว่าเป็นความเพลิดเพลินอย่างหนึ่ง นางค่อยๆหลับตาลงและอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในใจว่า “สบายจัง!”

            แต่ใครจะรู้ว่าในขณะเดียวกันก็มีเสียงดัง“ตึง” ที่ประตู

            หลงเฟยเยี่ยและหานอวิ๋นซีต่างหันศีรษะไปและเห็นแม่นมจ้าวยืนอย่างงุ่มง่ามอยู่ที่ประตูโดยมีอาหารและสุรารสเลิศตกอยู่บนพื้นใต้ฝ่าเท้าของนาง

            แม่นมจ้าวรู้สึกตกใจอย่างมากนางรับใช้ฉินอ๋องมานาน แต่ไม่เคยเห็นเขาทายาให้ใครด้วยตัวเองเลย ทั้งยังเป็นสตรีแล้วยังจะจับนวดเช่นนั้นอีก

            เมื่อเห็นท่าทางตกตะลึงของแม่นมจ้าวหานอวิ๋นซีก็ก้มหน้าลงและรู้สึกอายขึ้นมานางรู้สึกเพียงว่านางกับหลงเฟยเยี่ยดูเหมือนกำลังทำสิ่งที่น่าละอายบางอย่าง

            อย่างไรก็ตามหลงเฟยเยี่ยทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น และพูดอย่างเย็นชาว่า“แม่นมจ้าวไปเอาผ้าพันแผลมา”

            แม่นมจ้าวที่ยังไม่ได้สติกลับคืนมายังคงนิ่งอยู่

            “ยังไม่ไปอีกหรือไร?” หลงเฟยเยี่ยถามด้วยความหงุดหงิด

            เช่นนั้นแม่นมจ้าวจึงจะได้สติกลับคืนมาและพูดอย่างกระวนกระวายว่า “เพคะ! เพคะ! หม่อมฉันจะไปเดี๋ยวนี้เพคะ!”

            “ตอนนี้ดีขึ้นบ้างหรือยัง?” หลงเฟยเยี่ยถามเบาๆ ไม่มีความเยือกเย็นในดวงตาลึกล้ำของเขาแต่ก็ไม่ได้มีความกังวลเช่นกัน ราวกับว่าเขากำลังถามคำถามที่ไม่สำคัญ

            หานอวิ๋นซีมองเข้าไปในดวงตาของเขาทันใดนั้นก็ตระหนักได้ว่าตนเองไม่เข้าใจชายผู้นี้เลย

            “ดีขึ้นแล้ว”นางตอบอย่างตรงไปตรงมา

            หลังจากรับผ้าพันแผลมาจากแม่นมจ้าวแล้วหลงเฟยเยี่ยก็พันผ้าพันแผลอย่างรวดเร็วตอนนั้นเองที่หานอวิ๋นซีตระหนักว่าเขามีประสบการณ์ในการพันแผลอย่างมากและดูเหมือนว่าเขาจะทำแบบนี้บ่อยครั้ง

            พันผ้าพันแผลให้ตัวเองบ่อย? หรือช่วยเหลือผู้อื่นบ่อยล่ะ?

            ในขณะที่หานอวิ๋นซีกำลังเหม่อลอยหลงเฟยเยี่ยก็พันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เป็นเพียงผ้าพันแผลบางๆ สองชั้น

            “แบบนี้จะได้ใส่รองเท้ากับถุงเท้าได้”เขาพูดด้วยสีหน้าเฉยเมย คิดไม่ถึงว่าจะยังคงคิดเรื่องนี้อยู่

            หานอวิ๋นซีอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาหลงเฟยเยี่ยขมวดคิ้วทันทีและพูดอย่างเย็นชาว่า “มีปัญหาอะไรหรือไม่?”

            “ไม่มีมันดีมากๆ เลยล่ะ” หานอวิ๋นซีจะไปกล้าบอกความจริงได้อย่างไร ว่านางกำลังคิดว่าในภายภาคหน้า ใครที่ได้อภิเษกกับชายหัวโบราณผู้นี้ และกลายเป็นชายาเอกจะไม่ถูกเขาควบคุมไปจนตายหรือไร

            อาจจะเลี้ยงดูราวกับนกในกรงทองเติบโตในห้องส่วนตัวและไม่ให้ผู้อื่นได้เห็นใบหน้า

            หลงเฟยเยี่ยไม่ได้ถามอะไรอีกวางเท้าของนางลง โยนยาให้นางและพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ไม่มีอะไรร้ายแรงพรุ่งนี้เปลี่ยนผ้าพันแผลใหม่อีกครั้ง อย่าให้โดนน้ำ และอย่าขยับตัวเยอะ”

            “อืม”หานอวิ๋นซีพยักหน้า หมอที่มีชื่อเสียงในยุคนี้กลายเป็นคนไข้ที่เชื่อฟังทันที

            หลงเฟยเยี่ยลุกขึ้นเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะอยู่ทานอาหารตั้งแต่แรก หันหลังกลับและกำลังจะเดินไป

            “เรื่องของตระกูลหานท่านอ๋องสืบแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?” หานอวิ๋นซีถามอย่างกังวลใจ

            “ยังไม่มีอะไร”หลงเฟยเยี่ยตอบโดยที่ไม่ได้หยุดเดิน

            หานอวิ๋นซีไม่หันกลับมามองและไม่ถามคำถามใดๆเพิ่มเติม นางก้มหน้าลง ฟังเสียงฝีเท้าที่เดินออกไปไกลของเขาด้วยสีหน้านิ่งเฉย

            ทันใดนั้นหลงเฟยเยี่ยก็พูดว่า “มีความคืบหน้าเกี่ยวกับชาบ้างหรือไม่?”

            หานอวิ๋นซีหันกลับมามองทันทีและเห็นเขายืนอยู่ที่ประตู มองมาที่นาง

            “มีเบาะแสบางอย่างพรุ่งนี้ข้าจะไปที่โรงน้ำชาเทียนเซียงกับแม่ทัพใหญ่” นางรีบตอบออกไป

            หลงเฟยเยี่ยพยักหน้าหันกลับและจากไปโดยไม่ถามคำถามเพิ่มเติม

            เมื่อแผ่นหลังนั้นหายไปหานอวิ๋นซีก็ค่อยๆ หันหน้าไปมองที่โต๊ะอาหาร และไม่รู้ว่าทำไมนางถึงได้ยิ้มแหยแล้วหัวเราะออกมาอีกครั้ง

            แม่นมจ้าวที่อยู่ข้างๆก็มองอย่างประหลาดใจ ท่านอ๋องไม่อยู่ทานอาหาร หวังเฟยมีความสุขมากขนาดนี้เลยหรือ?

            นางถามอย่างเบาๆว่า “หวังเฟย อาหารเริ่มเย็นแล้ว ให้หม่อมฉันเอาไปอุ่นให้ก่อนดีหรือไม่เพคะ?”

            “ไม่ต้อง”

            หานอวิ๋นซีหยิบตะเกียบขึ้นมาความอยากอาหารของนางดูเหมือนจะดีขึ้น นางกินข้าวคำ ดื่มน้ำแกงคำ

            ตลอดทั้งคืนไฟในห้องนอนของหลงเฟยเยี่ยเปิดอยู่ตลอดหานอวิ๋นซีเอนกายลงบนเก้าอี้นอนข้างหน้าต่างห้องนอน ครุ่นคิดบางอย่างและผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว...

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730