[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์]

    ตอนที่ 81 ความสุดยอดของตนเอง

    ตอนที่ 81 ความสุดยอดของตนเอง

            พอฟังคำพูดของลูก ๆแอนนาเบ็ธก็เกิดความรู้สึกที่ไม่ชอบใจเท่าไรเป็นใครที่ได้ยินลูกสาวพูดแบบนั้นก็ต้องเจ็บปวดเหมือนกันเธอรีบเดินลงมายังชั้นสองของตึกเพื่อหาสามีว่าเขาเป็นยังงไงบ้างแต่พอลงมานั้นก็เห็นผู้ใหญ่ทั้งห้าคนอยู่กันพร้อมหน้า แอนนาเบ็ธเห็นก็ตะลึงเล็กน้อยก่อนจะเก็บอาการก่อนจะทักทายพวกเขา

             

            “สวัสดีค่ะ ทุกคน...อยู่กันครบเลยนะคะ”

            “แอนนาเบ็ธ” ทุกคนต่างหันไปมองก็ยิ้มอย่างชอบใจที่ว่าที่ภรรยามา

            “ไง ธิดาอาธีน่า มาได้จังหวะเหมาะเลย” โพไซดอนกล่าวทัน

            “ไง ลูกรัก” อาธีน่าเห็นลูกสาวก็ยิ้มอย่างชอบใจ “สบายดีไหม?”

            “สบายดีค่ะ” แอนนาเบ็ธพูดพร้อมกับเดินมาหาเพอร์ซีย์ที่นั่งอยู่กับเอลเทสที่โซฟายาว

            เอลเทสได้ยินเสียงพี่สาวก็หันไปมองในทันทีก่อนจะหันไปมองพี่ชายที่นั่งข้าง ๆ เธอ “พี่เพอร์ซีย์...พี่แอนนาเบ็ธมาแล้วล่ะ!”

            ”…!” เพอร์ซีย์ได้ยินถึงกับชะงักเลยที่ภรรยามา เขาค่อย ๆแงยหน้ามามองภรรยาที่เดินมาหาเขา “แอนนี่...”

            แอนนาเบ็ธเห็นสภาพอีกฝ่ายถึงกับส่ายหน้าเลยที่สามีดูเศร้ากว่าปกติก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ พร้อมกับสัมผัสใบหน้าของอีกฝ่ายเบา ๆ

            “เธอมาได้ไงนะ?”

            “พอดี ๆ หลาน ๆ ขอให้พวกเด็ก ๆโทรหาฉันเพื่อเรียกเทพีอลิซ่าเบ็ธมาดูอาการของโพรทาเลียนะ”

            “งั้นเหรอ...ตอนนี้ลูก...”

            “พวกเขากำลังดูอยู่นะ...นายไม่เป็นอะไรนะ...”

            “จะบอกว่าไม่...มันยังไงอยู่...”ใบหน้าของเขาดูช็อกกับสิ่งที่ได้ยินอยู่ว่าลูกสาวนั้นพูดว่ามีพ่อคือแซเทิร์น “เจ้าเทพนั้นกล้ายังไงมาปรับเปลี่ยนความทรงจำของลูกเรา”

            “เพอร์ซีย์…” แอนนาเบ็ธจับมือของสามีเบา ๆ ”นายอย่าไปคิดมากเลยนะคิดเหรอว่าลูกเราต้องการคนแบบนั้นมาเป็นพ่อของเธอ ลูกต้องการคุณคุณที่เป็นพ่อที่เธอรักมากที่สุดนะ”

            คำพูดของภรรยาทำให้เขารู้สึกตาสว่างกับความโกรธที่มีต่อเทพนั้นสงบลงเขาค่อย ๆ หายใจเขาลึก ๆ แล้วหันไปภรรยาของเขา

            “ขอบคุณสำหรับคำปลอบโยนนะ แอนนี่ถ้าไม่มีเธอฉันคงกระโจนออกไปตามหาเจ้าเทพนั้นแน่ ๆ”

            “ก็เพราะนายเป็นแบบนี้ไง ฉันถึงต้องอยู่ข้าง ๆ ไง”

            ทั้งสองยิ้มให้กันพร้อมกับนำหน้าผากมาชนกันอย่างรักใครจนเอลเทสเห็นก็ต้องส่งเสียงให้ทั้งสองเกรงใจต่อหน้าพวกเขาสักเล็กน้อย

            “อะแฮ่ม เกรงใจกันหน่อยนะคะ พวกเราก็อยู่กัน”

            “!!!”

            พวกเขาต่างสะดุ้งกับคำพูดของน้องสาว ทำให้ทั้งสองค่อย ๆหันไปมองก็พบกับสายตาที่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ของผู้ใหญ่พวกเขาต่างพากันมานั่งในท่าปกติ จนโพไซดอนแอบแซวสักเล็กน้อย

            “ถ้าจะไปจู้จี้ ข้าว่ากลับไปทำที่บ้านดีกว่านะ”  

            “พ่อ!!”เพอร์ซีย์ถึงกับกำหมัดอย่างเคืองใจที่คนเป็นพ่อพูดแบบนั้นออกมา

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” โพไซดอนหัวเราะอย่างชอบใจ

             

            อาธีน่าส่ายอย่างเบื่อหน่ายกับโพไซดอนที่ไม่รู้จักกาละเทศจริงๆ ระหว่างที่ผู้ใหญ่กำลังคุยกันนั้นข้างบนก็กำลังจัดเตรียมบางอย่างโดยอลิซ่าเบ็ธกำลังตรวจสอบร่างกายของโพรทาเลียที่มีร่างกายเกือบเท่าเธอทำให้ลูกว่าช่วงอายุเด็กน้อยนั้นอยู่ที่อายุเท่าไหร จนคนรอบ ๆสงสัยว่าโพรทาเลียอยู่ในช่วงอายุเท่าไหร จนโฟกัสถามขึ้น

             

            “พี่โพรเขาอยู่ในช่วงอายุเท่าไหรเหรอคะ? เทพี”

            “เรียกอลิซ่าเบ็ธก็ได้จ๊ะ โฟกัสถ้าพี่สาวหนูเขาอยู่ในช่วงอายุ 10 ขวบจ๊ะ”

            “10 ขวบ? แต่พี่เขาตัวสูงกว่าหนูอีกนะคะ”

            “อ๋อ เขากินยาเพิ่มอายุนะ”

            “ย่าเพิ่มอายุ? กินทำไม?”

            “เพราะเขามีเจ้าสองแฝดไงล่ะ”

            “เจ้าสองแฝด?” โฟกัสเอียงคอมองอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายพูดหมายความว่าอะไรกัน

            “สองแฝดก็พวกผมไง!” เดวิคเดินมาอยู่ข้าง ๆน้าสาวที่ตอนนี้กลายเป็นเด็ก

            โฟกัสหันไปมองก็พบเด็กสองคนที่มาอยู่ด้านข้างเธอจ้องมองเด็กชายที่มีผมสีดำและอีกคนก็เป็นเด็กผมทอง

            “เด็ก...สองคนนี้...เป็นใครคะ?” โฟกัสหันไปถามอย่างสงสัย

            “อ๋อ เด็กสองคนนี้ชื่อ เดวิคกับคาเร็นน่าเป็นลูกของโพรทาเลียนะ” โอราอุสเดินมาพูดพร้อมกับสัมผัสศีรษะของหลานทั้งสอง

            “ห๊า!?” โฟกัสตกใจในทันทีที่พี่ชายของเธอมาตอบคำถามนี้“เด็กสองคนนี้ลูกพี่โพรทาเลียเหรอ!?”

            “ถูกต้องครับ/ค่ะ” เด็กแฝดต่างพูดพร้อมกัน

            ทำเอาโฟกัสอึ้งเป็นไก่ตาแตกที่พี่สาวเธอมีลูกตั้งแต่อายุสิบขวบแบบนี้อลิซ่าเบ็ธเห็นก็ขำหน่อย ๆ ก่อนจะหันปาโพรทาเลียที่กำลังนอนสลบอยู่ที่เตียง โอราอุสมาอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น

            “โพรทาเลียเป็นแบบนี้เพราะอะไรนะ อลิซ่าเบ็ธ”

            “ก็...เป็นเพราะ...แซเทริน์ล้างสมองเธอนะสิ”

            “ล้างสมอง?” โอราอุสมองอย่างสงสัย

            “อืม แซเทิร์นอยากให้โพรทาเลียเรียกว่าพ่อนั้นทำให้เธอดูลบความทรงจำหรือล้างสมองไม่ให้จำชีวิตก่อนหน้าได้”

            “แย่ที่สุดเลย!! บังคับคนอื่นเรียกตัวเองว่าพ่อเนี่ยนะ!ไอ้เทพองค์นี้!!”เบเดอร์พูดอย่างไม่ชอบใจ

            “จริงด้วย!!” พวกน้อง ๆ ต่างพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

            “แล้วเทพี...เอ๊ย...พี่อลิซ่าเบ็ธจะทำยังไงเหรอครับ?” เอเดอร์เข้ามาถามอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายจะช่วยน้องสาวเขายังไง

            “มีวิธีอยู่นะ เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่โพรทาเลียสร้างขึ้นนะ”

            “โพรเหรอ?”

            “รู้สึกพี่จะชอบอะไรแบบนี้จังนะคะ ตอนครั้งก่อนก็สร้างยารักษาคนในค่ายหรือไม่ก็ซ่อมประตูข้ามค่ายอีก”

            “ใช่ ๆ”

            “นี่ล่ะ โพรทาเลียบางครั้งยังแอบแซเทิร์นไปซ่อมเรือที่พาพวกเราออกมาเลยนะ”

            “เรือ?” โอราอุสได้ยินถึงกับสงสัยคำว่าเรือของอีกฝ่าย

            พวกเด็ก ๆ กำลังคุยกันนั้นอลิซ่าเบ็ธก็นำสิ่งบางอย่างออกมาจากกระเป๋าคาดเอวที่เป็นของโพรทาเลียมันคือ เหรียญทองที่มีเชือกติดอยู่ ทำเอามาร์โคแอบพูดเชิงแซะออกมา

            “จะเอามาสะกดจิตพี่เขาเหรอครับนั้น?”

            สองแฝดสาวใช้ศอกกระแทกแขนน้องชายคนละข้างมาร์โคถึงกับร้องโอ๊ยออกมา อลิซ่าเบ็ธเห็นแบบนั้นก็แอบขำ ๆ ก่อนจะหันไปมอง

            “ก็ไม่เชิงจ๊ะแต่สิ่งนี้เป็นอุปกรณ์เสริมที่จะสร้างกระแสจิตทำร้ายสิ่งที่แซเทิร์นใส่เข้าไปในหัวของเธอให้หายไปนะ”

             

            อลิซ่าเบ็ธเข้าใกล้โพรทาเลียที่กำลังนอนอยู่แล้วเอ่ยพูดบางอย่างกับเธอว่า ‘จงตื่นขึ้น’ โพรทาเลียก็ลุกขึ้นมาด้วยสายตาที่ไร้สติเธอเห็นอีกฝ่ายตื่นขึ้นมาแล้วเธอก็ยกเหรียญขึ้นมาแล้วแหว่งไปมาซ้ายขวาแล้วจ้องมองไปที่อีกฝ่ายอย่างตั้งใจพร้อมกับพูดสิ่งที่เป็นคำพูดที่อีกฝ่ายสอนเธอ

             

            “จงสละความคิดที่แซเทิร์นใส่เข้าไปทิ้งซะ เจ้าคือ โพรทาเลียแจ็กสัน เจ้ามีครอบครัวที่เจ้ารักและคิดถึง เจ้ามีคนที่เจ้ายอมเสียสละเจ้ามีลูกน้อยสองคนที่พึ่งเกิด จงสละความคิด-”

             

            อลิซ่าเบ็ธพูดประโยคนั้นซ้ำไปซ้ำมาอยู่สามครั้งเหรียญก็เริ่มทำงานแล้วมันส่งกระแสจิตทำร้ายกลไกที่แซเทิร์นสร้างขึ้นเมื่อกลไกแตกสลายสติของโพรทาเลียก็ตื่นขึ้นดวงตาที่หมองหม่นกับสว่างอย่างได้สติกลับมาอีกครั้งตัวโพรทาเลียเริ่มหายใจเข้าออกในทันใด

             

            “ฮ้ากกกก! แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก!”โพรทาเลียมองภาพตรงหน้าคือคนที่เธอรู้จัก “ท่านพี่...”

            “ดูเหมือนเจ้าจะได้สติแล้วนะ”

            “ค่ะ...”

            “เจ้าจำได้ไหมว่าตัวเองมีครอบครัวกี่คน”

            “จำได้สิ ข้ามีท่านพ่อ มีท่านแม่ มีพี่น้องอีก 7 คนแล้วก็ญาติพี่น้องที่...เริ่มจำไม่ค่อยได้...”

            “เจ๋ง! ยังจำได้ดี!” เบเดอร์ตะโกนขึ้น

            โพรทาเลียได้ยินเสียงก็หันไปมองอย่างสงสัยว่าใครพูดกันจนดวงตาของเธอลุกวาวที่เห็นคนแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จักอยู่ตรงนั้นกันหลายคน จนเธอเอ่ยพูดกับเทพีอย่างกลัวๆ

            “ท่านพี่...คนพวกนี้...เป็นใครกัน...”

            ทุกคนที่ทำหน้าดีใจว่าจะได้ยินคำดี ๆ ของอีกฝ่ายแต่ก็กลับได้ยินคำว่าเป็นใครทำเอาแต่ละคนถึงกับเซหรือล้มไปในกันทันทีทำเอาโพรทาเลียจ้องมองงุนงงว่าพวกเขาทำอะไรกัน ก่อนที่พี่ชายคนรองอย่างเบเดอร์จะกล่าวพูดขึ้นมา

            “โพรทาเลีย! นี่เธอจำพวกเราไม่ได้หรือไงกัน?พวกเราเป็นพี่น้องเธอนะ!!”

            “พี่น้อง?” โพรทาเลียเอียงคออย่างสงสัย

            อลิซ่าเบ็ธหัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนจะอธิบายให้เด็กน้อย “โพรทาเลียคนพวกนี้คือครอบครัวแจ็กสัน แล้วก็เป็นครอบครัวเธอในอีก 5 ปีข้างหน้า”

            “5 ปีข้างหน้า?” โพรทาเลียจ้องมองเทพีก่อนจะหันกลับไปมองคนต่องหน้าของเธอบางคนทำให้เธอรู้สึกคุ้นหน้าขึ้นมาบ้าง

            “ใช่ค่ะ พี่โพรทาเลีย” เสียงของโฟกัสเอ่ยพูดขึ้นมา

            โพรทาเลียก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อมองต้นตอของเสียงที่อยู่ระดับสายตาของเธอในตอนนี้เธอก็ได้พบกับเด็กหญิงที่มีผมสีบลอน์ด ดวงตาสีเทาโฟกัสจ้องมองพี่สาวก่อนจะเอ่ยพูดขึ้น

            ”ที่นี่คืออนาคตอีก 5 ปีข้างหน้าค่ะตัวเราในปัจจุบันกำลังรับการทดสอบจากอดีตชาติอยู่นะคะ”

            “การทดสอบ...?”

            “ใช่ ตามที่โฟกัสพูดเลยล่ะ” อลิซ่าเบ็ธกล่าวขึ้น

            โพรทาเลียหันกลับไปมองเทพีอย่างตะลึง “โฟกัส...?”

            “ใช่แล้ว โฟกัส น้องสาวพี่ไง”

            โพรทาเลียต้องมองอีกฝ่ายอย่างตกตะลึง “ไม่จริงใช่ไหม...นี่ข้า...ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?”

            โฟกัสกุมมือพี่สาวอย่างอ่อนโยน “ไม่ฝันพี่หนูอยู่นี้แล้วนะ”

            คำพูดของน้องสาวทำเอาโพรทาเลียถึงกับมีน้ำตาไหลออกมา เธอไม่นึกว่าจะมีวันที่ได้เจอกับน้องสาวอีกครั้งจนเสียงเล็กจ๋อยของแฝดคนพี่พูดขึ้น

            “อย่าพูดกับน้าคนเดียวสิ! พวกผมก็อยากคุยกับแม่ด้วยนะ!” เดวิคกล่าวขึ้นมาอย่างขัดจังหวะ

            “เดวิค หลานอย่างขัดจังหวะ เขากำลังซึ้ง ๆ กันเลยนะ” โอราอุสดุหลานชายของเขาเบา ๆ

            “ก็แหม...” เดวิคฟ้องแก้มอย่างไม่พอใจสุด

            “เดียวนะ บอกว่าเดวิคเหรอ?”โพรทาเลียตาโตขึ้นมาเหมือนมองเด็กชายที่อายุน่าจะสักห้าหกขวบอย่างครุ่นคิดว่าเด็กคนนี้ใช่คนที่เธอคิดไหม

            “ครับ ผมชื่อ เดวิค แล้วก็นี่น้องสาวผม คาเร็นน่า” เดวิคแนะนำตัวเองกับน้องสาวให้คนเป็นแม่ฟัง

            โพรทาเลียได้ยินคำแนะนำตัวของเด็กน้องทั้งสองก็ทำเอาน้ำตาไหลออกมาเลยทำให้เธอคิดเลยว่าถ้าตอนนี้คือโลกในอีกห้าปีข้างหน้าแปลว่าเด็กต้องหน้าของเธอก็คือลูกน้องทั้งสองของเธอ

            “ฮืออออ นี่มันอะไรกัน ก่อนหน้าข้าพึ่งคลอดลูกเองนะตอนนี้มาเจอเจ้าแก้มยุ้ยทั้งสองของข้าแล้วเหรอ?”

            “แมมมม่! อย่าเรียกแก้มยุ้ยสิ!!”เดวิคแก้มพองอย่างเขินอายที่แม่เรียกพวกเขาแบบนั้น

            “น่ารักออกนะ” โอราอุสพูดออกมา เขาชอบสิ่งที่น้องสาวเรียกเด็กแฝด

            “จริงด้วย ๆ น่ารักออก” เรน่าชอบเหมือนกันเพราะแก้มหลาน ๆดูยุ้ย ๆ จนน่าบีบ

            “ผมไม่ชอบอ่ะ!” เดวิคกล่าวอย่างไม่ชอบใจจนต้องกอดอก

            โพรทาเลียทำหน้าเศร้าเลยที่ลูกไม่ชอบสิ่งที่เธอพูด

            “แต่หนูชอบนะ! น่ารักดีด้วย!”คาเร็นน่าพูดจบก็ปีนขึ้นเตียงแล้วเข้ามากอดแม่ “หนูดีใจที่เจอแม่นะคะ”

            “หึ ๆ แม่ก็ดีใจที่ได้เจอแก้มยุ้ยของแม่นะ” โพรทาเลียกอดลูกสาวของเธออย่างมีความสุข

            เดวิคหันไปเห็น้องสาวกำลังกอดแม่ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาในทันที

            “อ๊ากกกกก คาเร็นน่า ขี้โกง!”เดวิครีบปีนขึ้นเตียงไปหาแม่แล้วกอดแม่ตรงข้ามกับน้องสาวในทันที “ผมก็คิดถึงแม่เหมือนกันนะ”

            “จ้า ๆ ดียวนี้เป็นลูกแหง่เหรอเนี่ย?”

            “แม่ไม่รู้หรอก! ผมเจออะไรมามั้ง!” เดวิคกอดซุกแม่อย่างคิดถึง

            “ลูกคงเจออะไรมาสินะ” โพรทาเลียลูบหัวลูกน้อยเบา ๆ

            “ดู ๆ ลืมพวกเราแล้วสินะ” เบเดอร์กล่าวพูดขึ้นแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้น้องสาว

            “อ๊าก! ตกใจหมด ขอโทษนะเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ลืมนะ” โพรทาเลียจ้องมองอีกฝ่ายเธอรู้สึกไม่ชอบหน้าอีกฝ่ายชอบกล“ท่านหรือว่า...ท่านพี่เบเดอร์หรือเจ้าค่ะ?”

            “ใช่แล้ว! แต่เธอจำได้ดีเลยนะ”

            “จากความรู้สึกนะเจ้าค่ะท่านพี่เบเดอร์มองหน้ากี่ครั้งก็...รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าตลอด”

            “อ้าว เฮ้ย! เธออย่าบอกนะว่าเวลาแยกแยะฉันกับเอเดอร์ดูจากการมองหน้าเหรอ?” เบเดอร์เข้าใกล้น้องสาวอย่างเคือง ๆ

            “ใช่ เจ้าค่ะ แยกแยะจากการมองหน้า เพราะมองท่านพี่เอเดอร์ข้ารู้สึกสงบใจมากกว่านะ” โพรทาเลียจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตานิ่งเฉย

            “ยัยน้องนี่!!”

            “พอเลย เบเดอร์ ก็เพราะนายชอบกัดโพรทาเลียน้องถึงเกลียดหน้านะ” เอเดอร์ดันพี่ชายออกไปแล้วมองหน้าน้องสาว“อาจจะสับสนที่มาอยู่ในปัจจุบันของพวกพี่ แต่ค่อย ๆ ปรับตัวไปนะ โพรทาเลีย”

            โพรทาเลียจ้องมองอีกฝ่ายที่หน้าตาคล้ายเบเดอร์เธอมองอย่างหลงใหลก่อนจะยิ้มออกมาในทันที “ท่านพี่เอเดอร์ เจ้าค่ะน้องจะปรับตัว”

            “อะไรกันว่ะ!! ไม่เท่าเทียมเลย! โพรทาเลียยิ้มให้กับหมอนั้นแล้วฉันล่ะ!!”

             

            ‘อิจฉากับเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ โคตรเด็กเลยอ่ะ’ พวกพี่น้องบ้านแจ็กสันต่างคิดพร้อมกัน

             

            พอจบการทะเลาะความไม่เท่าเทียมของเบเดอร์ พวกโอราอุสก็หันมาเล่าเรื่องทุกอย่างให้โพรทาเลียฟังตั้งแต่ต้นที่เธอหนีออกมาจากเกาะนรกนั้นจนถึงขั้นล่าสุดที่เธอกลายเป็นตัวเองในวัยหกขวบโพรทาเลียฟังก็แปลกใจมากว่าตัวเองในอนาคตนั้นมีอะไรให้แปลกใจสุด ๆและยิ่งที่น่าแปลกใจมาก ๆ คือวิธีที่เธอคิดว่าจะออกมาจากเกาะนั้นยังไงเธอไม่นึกว่าตัวเองจะวางยาแซเทิร์นได้

             

            “สุดยอด! ไม่นึกเลยว่าข้าจะวางแผนอะไรแบบนี้ได้นะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อไปหาเจ้าวากาเน็ทให้สลบ แล้วก็วางยาในอาหารแซเทิร์นด้วยข้าโคตรสุดยอด”

            “นี่พูดข้ามาตั้งแต่อายุเท่าไรกัน?” เบเดอร์ถามอย่างสงสัย

            “อ๊ะ...ก็ตั้งแต่ปีก่อน...” โพรทาเลียตอบคำถามพี่ชายในทันที

            “ปีก่อน...ตั้งแต่ 9 ขวบนะสิ...” พวกพี่น้องคิดเลยว่าโพรทาเลียโดนเจ้าเทพนั้นสั่งสอนอะไรกัน

            “โพรทาเลีย สุดยอดเสมอจ๊ะตั้งแต่ซ่อมเรือจนสามารถพาทุกคนออกมาได้นะ”

            “จริงหรือเจ้าค่ะ ข้านี้เก่งจริง ๆ”

            “เปลี่ยนคำพูดเถอะ ไม่มีแซเทิร์นแล้วนะ โพรทาเลีย” เอเดอร์กล่าวขึ้น

            “อ๊ะ...ข้า...เอ่อ...หนู...เรียกตัวว่าหนูก็ได้...” โพรทาเลียยิ้มอย่างเขิน ๆ

            ใบหน้าอันแสนงดงามของโพรทาเลีย ทำเอาทุกคนรู้สึกโดนตกไปหมดทำเอาพวกพี่ชายคิดเลยว่าฟีนีอุสไม่ควรคู่กับน้องพวกเขาจริง ๆ

            “แต่หนูไม่คิดเลยนะว่าเรือลำนั้นจะร่อนไปตามทะเลได้”

            “ใช่ โพรทาเลียเก่งมากเลยนะซ่อมเรือลำใหญ่นั้นจนพาเราออกจากเกาะได้นะ”

            “เรืองั้นเหรอ?” โอราอุสครุ่นคิดอยู่ชั่วครู ก่อนจะเดินมาหาน้องสาว ”นี่โพรพี่สงสัยมาสักพักแล้วนะ เรือที่โพรทาเลียนั่งมานี้หน้าตายังไงนะ”

            “ก็...เรือสำเภาขนาดใหญ่นะคะ แต่มันก็คล้ายเรือโจรสลัดนะคะแต่ตอนที่น้องเจอมันก็ตอน 9 ขวบก็ปีที่แล้วเองนะคะ”

            โอราอุสได้ยินสิ่งที่น้องสาวอธิบายมาก็ทำให้เขาคิดอะไรสักแป๊บก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาแล้วเปิดภาพบางอย่างให้อีกฝ่ายดู

            “ใช่ เจ้าเรือลำนี้หรือเปล่า?”

            โพรทาเลียลองมองสิ่งที่พี่ชายยื่นมาให้ ก็ทำให้ประหลาดใจขึ้นมาในทันใดที่เห็นสิ่งแปลกประหลาดในมือของพี่ชายที่มันเป็นกล่องสี่เหลี่ยมบางๆ จนน่าประหลาดที่มีภาพโผล่ออกมาด้วย

            “ตายจริง สิ่งนี้คืออะไรกันเจ้าค่ะ? มันแสดงภาพออกมาด้วย! เวทมนตร์หรือเจ้าค่ะ?หรือสิ่งประดิษฐ์ของเฮเฟตัส!”

            “ฮ่า ๆ ก็แค่สิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่าอิเล็กทรอนิกส์นะ โพรทาเลียเขาเรียกว่ามือถือนะ” โอราอุสเห็นน้องสาวดูแปลกใจกับมือถือก็สมกับเป็นเด็กที่ไม่เคยเจออะไรมาก่อน

            “มือถือ?” โพรทาเลียหันกลับไปมองภาพถ่ายที่พี่ชายให้ดูจากภาถึงจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบางแต่เธอก็จำได้ “อ๊ะ! เจ้าเรือลำนั้นนี่น่าตายจริงทำไมมันสวยแบบนี้ งดงามสุด ๆ ตอนที่หนูเจอยังไม่งดงามแบบนี้เลยนะ”

            “ไหน ๆ” อลิซ่าเบ็ธเขยิบเข้าไปใกล้ ๆแฟนหนุ่มก่อนที่หน้าอกของเธอจะชนกับแขนของเขา

            โอราอุสรู้สึกถึงสิ่งนิ่ม ๆ ทำเอาหน้าแดงไปเลย “อืมมมมมม”

            อลิซ่าเบ็ธเห็นก็จำได้เลยว่านั้นคือเรือของโพรทาเลีย “ใช่แล้วเรือลำนี้ที่โพรทาเลียซ่อมนี่น่า”

            “ห๊า! งั้นเรือลำนั้นก็เป็นของโพรทาเลียนะสิ” พวกเบเดอร์กล่าวขึ้น

            “เรือนี้มันทำไมเหรอ?”

            “มันถูกเก็บอยู่ในโรงเก็บเรือมาสักพักนะพอดีพวกบ้านแอรีสอยากได้กัน แต่เจ้าเรือเหมือนมีชีวิตมันเลยไม่เปิดทางให้ใครเลยนะ”

            “แบบนี้เอง...” โพรทาเลียจำได้เลยว่าเจ้าเรือจะตอบสนองกับเธอแน่ ๆ “เพราะทุกทีมันจะตอบสนองกับที่หนูสั่งนะคะแล้วพวกพี่ได้เรือลำนี้ได้ไง”

            “ก็เจ้าพวกบ้านเฮอร์มีสเห็นว่าเรือมันลอยมาเรื่อย ๆจนพวกนั้นไปดูกันจนไม่เห็นมีคนพวกนั้นเลยอยากได้เป็นของตัวเองกันแต่พอรอจนเรือมาอยู่ในเขตฮาล์ฟบลัดแล้วแล้วตอนนั้นพวกบ้านแอรีสมาเห็นว่าพวกบ้านเฮอร์มีสทำอะไรก็อยากได้เรือนั้นเหมือกันสองบ้านพักก็ทะเลาะกันว่าอยากได้นะ”

            “แล้วน้องมีอะไรบ่งบอกไหมว่าเป็นของเรานะ” โอราอุสถามอย่างสงสัย

            “บ่งบอกว่าเป็นของหนูเหรอ...อืมมมม”โพรทาเลียมองเรือลำนี้มันต่างจากตอนแรกมาก ๆก่อนที่เห็นบางอย่างในภาพก่อนจะยกมือชี้ตรงจุดหนึ่ง “ข้างเรือ...มันมีชื่อหนูด้วยนะ”

            “ไหน ๆ” พวกสองแฝดก็มาด็เช่นกัน พวกเขาก็เห็นจุดที่น้องชี้

            พวกพี่ ๆ ก็เห็นสิ่งที่น้องชี้มันมีคำว่าโพรทาเลียอยู่ทำให้เข้าใจแล้วว่าของใคร

            “โอเค จะได้กำหนดว่าของใคร”

            “งั้นแบบนี้ เรือของคุณแม่ก็จะกลายเป็นของบ้านโพไซดอนสินะ”

            “หือ?” ทุกคนต่างมองก่อนจะมองหน้าไปที่หลานที่พูดบางอย่างออกมา

            “เห้ย จริงด้วย!”

            โอราอุสได้ยินแบบนั้นก็พอใจเลยเรือที่พวกเขาไม่ได้ไปแย่งชิงจะกลายเป็นของบ้านโพไซดอนได้เพราะน้องสาวเขาเป็นเจ้าของก่อนที่เขาจะลุกขึ้นแล้วเตรียมตัวไปบอกข่าวเรื่องน้องสาวกับพ่อแม่

            “เดียวพี่จะลงไปหาพ่อหน่อยล่ะกัน ท่านจะได้รู้ว่าโพรทาเลียกลับมาปกติแล้วนะ”

            “พี่ รอด้วยสิ!” โฟกัสเดินตามพี่ชายพร้อมกับจับมือไปด้วยในทันที

            “เดียวสิจะลงก็ลงทั้งหมดสิ” เบเดอร์เห็นคนอื่น ๆ ลงเขาก็ตามไปด้วยเช่นกัน

            “พวกหนูลงไปด้วย” สองสาวพอเห็นพี่น้องแต่ละคนเดินตามลงไป พวกเธอก็จะตามไปด้วยเช่นกัน

            โพรทาเลียเห็นทุกคนเดินตามกันออกไป พอได้ยินคำว่าพ่อแม่ทำเอาเธอใจสั่นเล็กน้อย

            “พ่อ...เหรอ...?”

             

            เธอนั่งนิ่งโดยไม่ได้ตามคนอื่นไป เพราะกำลังนึกว่าพ่อแม่จะดีใจไหมที่ได้เจอเธอพวกเขาจะคิดยังไงถ้าเจอเธอแบบนี้ แล้วสิ่งที่เธอเผลอพูดออกไปว่าพ่อมีแต่แซเทิร์นทำเอาเธอเจ็บปวดใจเป็นอย่างมาก คาเร็นน่าเห็นใบหน้าของแม่ดูเจ็บปวด เด็กน้อยเขยิบเข้าหาแม่แล้วแตะมือแม่ของตน

             

            “แม่ค่ะ...”

            โพรทาเลียหันไปมองลูกสาวที่อยู่ข้างขวาของเธอ “จ้ะ ลูกรัก”

            “ลงไปหาพวกคุณตาแล้วก็คุณทวดเถอะนะคะ พวกท่านต้องดีใจแน่ ๆที่ได้เจอแม่นะคะ”

            “...” โพรทาเลียนิ่งไปกับคำพูดของลูกจนลูกอีกคนจับมือเธอ “อ๊ะ!”

            “อย่างที่น้องบอก คุณตาคุณยายต้องดีใจมาก ๆ ที่ได้เจอแม่นะครับ”

            คำพูดของลูก ๆทำเอาเธอรู้สึกดีใจจนน้ำตาซึมออกมาก่อนจะเช็ดออก

            “จ้ะ ขอบคุณทั้งสองคนที่ปลอบแม่นะ” โพรทาเลียหอมศีรษะของลูก ๆทั้งสองก่อนจะลุกขึ้นแล้วจับมือลูก ๆ “งั้นไปกัน!”

             

    จบตอนที่ 81 โปรดติดตามตอนที่ 82ต่อไป

    คล้ายกับเรื่อง[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508