เช้าวันถัดมา เสี่ยวชวนค่อยๆเดินเอื่อยๆเข้าเมืองไปด้วยท่าทางเชื่องช้า
บรรยากาศภายในนครเทียนหลิงมากมายไปด้วยผู้คน มีพ่อค้า แม่ค้า โรงเตี๊ยม มากมายเปิดให้บริการ มีผู้ขายของเร่ ร้านตีเหล็ก ร้านโอสถ และอื่นๆอีกมากมายออกมาทำมาหากิน
เสี่ยวชวนเดินผ่านผู้คนเข้าไปยังสำนักกระบี่ฟ้าครามเพื่อฝึกฝนกับอาจารย์เหอตามปกติ
เมื่อไปถึง อาจารย์เหอก็ทักทายเสี่ยวชวนทันที “ภารกิจในครั้งนี้เ้าทำได้ไม่เลวเลยนี่ ได้ยินว่าได้อันดับสอง ไม่ธรรมดาจริงๆ”
“นั่นเป็เพราะศิษย์พี่หญิงจินเยว่กับศิษย์น้องเพ่ยเหยาล้วนๆ ข้าแทบไม่ได้ทำอะไรเลยขอรับ” เสี่ยวชวนกล่าวถ่อมตน
“ฮ่าๆๆ เ้านี่ร้ายกาจนัก! คิดว่าข้าดูไม่ออกงั้นรึ? เอาเถอะๆ ไปฝึกฝนท่ากระบี่ตามปกติของเ้าเถอะ”
จากนั้นเสี่ยวชวนก็ไปรวมกลุ่มกับศิษย์คนอื่นและฝึกเพลงดาบพื้นฐานของสำนักด้วยกัน
“ฟึ่บ-! ฟึ่บ-!”
เสียงกระบวนดาบของเสี่ยวชวนส่งเสียงเร็วและคมมาก
“โอ้โห…. นั่นมันเสี่ยวชวนที่ได้ลำดับสองจากกลุ่มศิษย์พี่หญิงจินเยว่นี่นา”
“ใช่แล้ว ท่าดาบของเขาคมกริบจริงๆ”
ทันใดนั้นก็ได้มีศิษย์หญิงผู้หนึ่งเดินเข้ามาหาเสี่ยวชวน
“ศิษย์พี่เสี่ยวชวนเ้าคะ ช่วยสอนท่าดาบพื้นฐานให้ข้าหน่อยได้หรือไม่?” เป็เย่ชิงขั้นก่อเกิดลมปราณขั้นต้น ในภารกิจของสำนักนางอยู่ในกลุ่มของมู่หรงเจี๋ยและได้เห็นฝีมืออันร้ายกาจของเสี่ยวชวนมาแล้ว นางประทับใจในตัวเสี่ยวชวนมาก
“อืม… ได้สิ มาเถอะ ไหนเ้าลองฟันให้ข้าดูก่อน”
“ได้เ้าค่ะ” จากนั้นเย่ชิงก็เริ่มฟาดฟันกระบี่อย่างว่องไวเร่งรีบและรุนแรง
“ฟึ่บ-! ฟึ่บ-! ฟึ่บ-!”
เพลงดาบของนางทั้งเกรี้ยวกราดและรวดเร็ว
เสี่ยวชวนดูเงียบๆ
หลังจากออกท่าไปหลายกระบวน นางก็หันมาถามเสี่ยวชวน
“เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ ศิษย์พี่เสี่ยวชวน?”
“วิชากระบี่ของเ้าแม้จะร้ายกาจ ทรงพลัง รวดเร็วรุนแรง แต่ความคมและแม่นยำยังต่ำเกินไป เ้าต้องเพิ่มความแม่นยำให้มากกว่านี้ก่อน ไม่จำเป็ต้องแรงและเร็ว ให้ช้าและแม่นยำก่อน” เสี่ยวชวนกล่าวแนะนำ
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะ ข้าจะฝึกตามที่ท่านบอกนะเ้าคะ” เย่ชิงกล่าวยิ้มๆ
“อื้ม… หากมีอะไรไม่เข้าใจก็สามารถถามข้า หรืออาจารย์เหอที่ยืนดูพวกเราอยู่ก็ได้” เสี่ยวชวนกล่าวเสียงเรียบ
“แต่… ข้าอยากถามท่านมากกว่านี่นา…” เย่ชิงกล่าวเสียงเบา
“หืม? เ้าว่ายังไงนะ ข้าได้ยินไม่ชัด” เสี่ยวชวนกล่าว
“เปล่าเ้าค่ะไม่มีอะไรเ้าค่ะ ข้าไปฝึกก่อนนะเ้าคะ” เย่ชิงกล่าวพร้อมจากไปและฝึกฝนตามที่เสี่ยวชวนแนะนำ
หลังจากนั้นเสี่ยวชวนก็มาฝึกเพลงดาบพื้นฐานของตนเอง ฟัน! แทง! ฟาด! ทะลวง! สะบัด! ปัดป้อง! จังหวะเขาแม่นยำจนอาจารย์เหอตกตะลึง
‘เด็กคนนี้แม่นยำยิ่งกว่าหนึ่งเดือนก่อนมาก ในเทือกเขาหลังสำนักเขาคงพัฒนาไปเยอะสินะ เดี๋ยวก่อน ระดับพลังเขา…. สร้างแกนพลังขั้นต้น?! นี่พัฒนามาถึงระดับชั้นแนวหน้าของสำนักแล้วงั้นรึ?! หึๆ ข้ามองคนไม่ผิดจริงๆ’
เสี่ยวชวนฝึกตามปกติไปจนถึงยามเย็น วันนี้เขาไม่โดนอาจารย์เหอทำโทษให้ฝึกเพิ่มอีกแล้ว
หลังจากฝึกเสร็จเสี่ยวชวนก็ออกจากสำนักเพื่อเดินทางเข้าเมือง ในขณะที่กำลังเข้าเมืองนั้นเขาก็แวะกลับบ้านไปกินอาหารที่หลินเยว่ทำให้ก่อน จากนั้นจึงออกมาใหม่
เสี่ยวชวนเดินเตร่ดเตร่ในเมืองยามเย็น จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงคนตีกัน
เขาหันไปยังที่เกิดเหตุทันที เห็นชายสิบคนขั้นก่อกำเนิดลมปราณขั้นปลายกำลังรุมรังแก หญิงสาวสองคนขั้นก่อกำเนิดลมปราณขั้นปลายอยู่
“คนสวยทั้งสองไปกับพวกพี่เถอะ แล้วพวกเ้าจะได้ขึ้น์ ฮ่าๆๆๆ” เสียงของชายหนึ่งในสิบดังขึ้น
“พวกเ้าไม่รู้จักตระกูลหลิงแห่งนครเทียนหลิงงั้นหรือ? รีบไสหัวไปก่อนที่พวกเ้าจะไม่มีลมหายใจจะดีกว่า”
“ฮ่าๆๆ พวกข้าเป็จอมยุทธพเนจรตระกูลหลงตระกูลหลิงอะไรของพวกเ้าข้าไม่รู้จักหรอก ข้าก่อเื่เสร็จก็หนีออกจากเมืองก็รอดแล้ว จะกลัวพวกเ้าไปทำไม?”
“เฮอะ! พวกขยะ!!” หนึ่งในสาวงามตระกูลหลิงกล่าว
“พี่หลิงเอ๋อ พวกเราหนีกันก่อนเถอะ” เสียงของสตรีอีกนางดังขึ้น
“หลิงเปา เ้าหนีไปก่อนเถอะ ไปตามคนของตระกูลเรามา” หลิงเอ๋อกล่าว
“ไม่! ข้าจะไม่ทิ้งพี่หญิงไว้ตามลำพังเด็ดขาด!” หลิงเปากล่าวเสียงนุ่ม
“ดีงั้นเรามาสู้กับพวกมันด้วยกัน”
“ฮ่าๆๆๆ แม่นางน้อยทั้งสองกล้าหาญนัก งั้นพวกข้าไม่เกรงใจล่ะนะ ไป เข้าไปจัดการพวกนาง!!” เหล่าอันธพาลกล่าวขึ้น
หลังจากนั้นพวกมันก็ล้อมสองสาวตระกูลหลิงทุกทิศทางเตรียมจู่โจม
‘ไอ้พวกโง่พวกนี้หาที่ตายจริงๆ ดันไปหาเื่หนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของเมืองเทียนหลิง’ เสี่ยวชวนคิด
“ฆ่าสิ เข้าไปฆ่าพวกมัน!” เซวียนซากล่าวเสียงเหี้ยม
“หุบปากซะ!!” เสี่ยวชวนคำรามเสียงต่ำ
เหล่าอันธพาลทั้งสิบเข้ารุมสองสาวจากตระกูลหลิงจากทุกทิศทาง พวกนางใช้กระบี่ต้านรับอย่างยากลำบาก
การต่อสู้แบบสิบต่อสองทำให้สตรีจากตระกูลหลิงลำบากและเริ่มมีาแ
ชาวบ้านชาวยุทธที่กำลังชมมองอยู่ไม่มีใครกล้าเข้าไปแทรก
“เฮอะ!!” เสี่ยวชวนแค่นเสียง
ก้าวไร้เงา!
เสี่ยวชวนพุ่งเข้าไปในพริบตา จากนั้นจึงชกไปที่หนึ่งในอันธพาลจนมันปลิวกระเด็นไปกระแทกกำแพงดัง “ตูม!!” ด้วยระดับสร้างแกนพลังขั้นต้น กำแพงถึงกับแตกร้าว คนอาการสาหัสทันที!
จากนั้นเขาก็ใช้ก้าวพริบตาฟาดสันมือแทนดาบไปที่คอของอีกสองคนจนพวกมันล้มลงไปนอนพับ
เสี่ยวชวนไม่ชักช้า ไม่ลังเล เขาจู่โจมต่อเนื่องจนอันธพาลทั้งสิบล้มไปแปดคนอย่างรวดเร็ว!
ทุกคนตกตะลึง
หญิงสาวจากตระกูลหลิงเองก็ตกตะลึงเช่นกันที่จู่ๆก็มีบุรุษที่ไหนก็ไม่รู้โผล่มาช่วยพวกนางอย่างกล้าหาญ พวกนางมองเสี่ยวชวนด้วยแววตาเป็ประกาย
“ไสหัวไปซะ ข้าไม่อยากฆ่าสวะ…” เสี่ยวชวนกล่าวเสียงเรียบ
อันธพาลที่เหลือทั้งสองคนไม่พูดมาก พวกมันตัวสั่นและรีบหนีไปอย่างหวาดกลัวทันที ทิ้งพรรคพวกที่นอนจมกองเืไว้อย่างไม่สนใจใยดี
“ขอบคุณคุณชายท่านนี้มาก ไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอะไรเ้าคะ?” หลิงเปากล่าวถาม
“เสี่ยวชวน ศิษย์สำนักกระบี่ฟ้าคราม….” เสี่ยวชวนตอบ
“ขอบคุณเ้ามากที่ช่วยเหลือพวกข้า” หลิงเอ๋อกล่าวขอบคุณอีกคน
“ไม่เป็ไรหรอก พวกเ้าทั้งสวย ทั้งงดงาม มาจากตระกูลใหญ่ เดินเตร็ดเตร่ในเมืองยามเย็นสมควรมีผู้ติดตามป้องกันหน่อยนะ หากเจอพวกไร้สมองแบบเมื่อกี้อีกจะลำบากเอา”
“ที่แท้เป็ศิษย์ยอดฝีมือจากสำนักกระบี่ฟ้าครามที่ทรงคุณธรรมของเมืองเรานี่เอง พี่เสี่ยวชวนข้าจะจดจำชื่อท่านไว้” หลิงเปากล่าวเสียงนุ่มนวลนางมองเสี่ยวชวนด้วยดวงตาเป็ประกาย
“หากเ้ามีปัญหาอะไรก็มาที่ตระกูลหลิงได้เลย ตระกูลพวกข้าผลิตยาโอสถเพิ่มพลัง คุมเส้นทางวัตุดิบ หากเ้าขาดเหลืออะไร ตระกูลหลิงยินดีต้อนรับ” หลิงเอ๋อกล่าว หลังจากนั้นนางก็ยื่นตราประจำตระกูลหลิงระดับทองให้แก่เสี่ยวชวน
“อืม… ขอบคุณแม่นางทั้งสองมาก หากมีปัญหา ข้าจะไปที่ตระกูลหลิงแน่ ตระกูลพวกท่านรักษาผู้คน ผลิตโอสถมากมาย นับได้ว่าเป็สุดยอดตระกูลของนครเทียนหลิงอย่างแท้จริง!” เสี่ยวชวนกล่าวอย่างใจเย็น
“ขอขอบคุณอีกครั้งเสี่ยวชวน พวกข้าไปก่อนนะ ไปกันเถอะหลิงเปา” หลังจากกล่าวจบหลิงเอ๋อก็รีบพาน้องสาวกลับตระกูลอย่างว่องไวทันทีเผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอีก พวกนางจะจำไว้ว่าคราวหน้าหากจะออกมาเที่ยวเล่นให้พาองครักษ์ประจำตระกูลมาด้วย
ถึงแม้ตระกูลหลิงจะไม่ถนัดด้านการต่อสู้ แต่ก็มียอดฝีมืออยู่ไม่น้อย ถึงแม้จะเทียบกับ 5 สำนักใหญ่แห่งสภาเทียนหลิงไม่ได้ แต่ก็ยังมีผู้ฝึกยุทธขอบเขตหลอมิญญาในตระกูลอยู่
หลิงเปาหันหลังกลับไปมองเสี่ยวชวนอยู่หลายคราด้วยกันก่อนจากไป…
หลังจากที่แยกย้ายกันแล้วเสี่ยวชวนก็ได้เข้าป่าไปล่าสัตว์อสูรต่อ
“ทำไมเ้าไม่ฆ่าพวกมัน!” เซวียนซากล่าวเสียงเรียบ
“ในเมืองมีกฏห้ามฆ่าคน เ้าอยากให้ข้าถูกขังคุกหรืออย่างไร?” เสี่ยวชวนตอบ
“….” เซวียนซาเงียบ
เสี่ยวชวนเริ่มฝึกวิชาโซ่กระดูกสะกดิญญาทันที ครั้งแรกที่เขาใช้ออกมา มันมีโซ่กระดูกพุ่งออกจากพื้น จากนั้นจึงพันธนาการสัตว์อสูรขั้นก่อกำเนิดลมปราณขั้นปลายตัวนึงอย่างแ่า สัตว์อสูรตัวนั้นดิ้นอย่างรุนแรง
ทว่า มันดิ้นเท่าไรก็ดิ้นไม่หลุด
เสี่ยวชวนใช้พลังควบคุมวิชาโซ่กระดูกสะกดิญญาได้ไม่นานมากนัก เขาใช้ได้เพียงครึ่งชั่วยาม ทว่าครึ่งชั่วยามนี้ สัตว์อสูรตัวนี้ไม่สามารถดิ้นหลุดได้เลย มันเริ่มร้องเสียงโหยหวย เสี่ยวชวนเริ่มรู้สึกสงสารจึงได้คลายพันธนาการและปล่อยมันไป
มันหลุดจากพันธนาการแล้วรีบหนีไปด้วยความหวาดกลัวสุดชีวิต
“เฮอะ! ลังเลที่จะสังหาร ยังอ่อนหัดนัก! ความสงสารจะทำให้เ้าตาย! จงอย่าพลาดเหมือนข้า ข้าพลาดแค่ครั้งเดียวชีวิตข้าจึงได้จบลง” เฒ่ากระดูกทมิฬกล่าวเสียงเข้ม
“อืม… ต่อไปข้าจะไม่ลังเลแล้ว” เสี่ยวชวนกล่าว
“เอาล่ะ ต่อไปลองฝึกแดนกระดูกหมื่นศพดูซะ!!” เฒ่ากระดูกทมิฬกล่าวแนะนำ
“ตามนั้น….” เสี่ยวชวนตอบ