เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 22 ช่วยเหลือเจ้าหญิง

    “ทักษะโลหิตศักดิ์สิทธิ์” ทันที่ผมอ่านมันทักษะเรียนรู้อย่างรวดเร็วก็ใช้งานออกไปในทันที
    ติ๊ง!
    เรียนรู้ทักษะใหม่ ทักษะ โลหิตศักดิ์สิทธิ์ เลเวล 1 โลหิตศักดิ์สิทธิ์ คือ ทักษะที่เพิ่มพลังชีวิตและพลังเวทย์ต่อการอัพหนึ่งเลเวล เริ่มต้นที่ 500 หน่วย และเพิ่มกำลัง ว่องไว ปัญญา ต่อการอัพหนึ่งเลเวล เริ่มต้นที่ 7 หน่วย
    ผมเจอมันแล้วทักษะแบบนี้ที่ผมต้องการมันมาโดยตลอด ทักษะที่สามารถเพิ่มพูนพลังชีวิตขึ้นมาได้นอกจากการเลื่อนขั้นเผ่า ในที่สุดโอกาสในการกำจัดบอสมันก็เพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว
    “โรเบิร์ตนายเป็นอะไรรึเปล่า?”
    ไอรีนที่เห็นท่าทีผิดปกติของผมจึงคิดว่าผมอาจโดนพวกตัวประหลาดมันล่อลวงเข้าจึงเดินเข้ามาดูผมใกล้ๆ
    “ไม่เป็นอะไรหรอก แค่เราโชคดีมากก็แค่นั้นเอง”
    ผมยื่นสมุดเล่มที่อยู่ในมือของผมไปให้ไอรีนได้ดูบ้างเธอเองก็มีอาการตกตะลึงไม่ต่างไปจากผมเพราะทักษะนี้มันเรียกได้ว่าหายากของแท้ไม่สิเรียกว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่าที่หาไม่ได้ในโลกใบนี้แล้ว
    “เธอเก็บเอาไว้เถอะ ผมเรียนมันแล้ว”
    ไอรีนไม่ได้ถามว่าผมเรียนมันแล้วยังไง เพราะตัวผมเองก็คาดเดายากอยู่แล้วตั้งแต่ที่ผมบอกเธอเกี่ยวกับทักษะกลืนโลหิตมานั้นก็ทำให้เธอไม่ได้แปลกใจกับการพัฒนาของผมที่รวดเร็วราวกับปีศาจแบบนี้อีกแล้ว
    “ยังมีอีกอันที่ฉันจะมอบมันให้ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันพึงพอใจกับการที่นายรับการโจมตีของฉันได้อย่างหมดจดและยังโจมตีกลับมาได้”
    เจ้าตัวประหลาดนำของบางอย่างออกมาให้กับผมมันคือต่างหูกับขวดที่บรรจุหยดเลือด 3 หยด? จากนั้นทักษะตรวจสอบที่ผมเกือบจะลืมเลือนมันไปกลับใช้งานออกมาด้วยตัวของมันเอง รายละเอียดมากมายปรากฏตัวตรงหน้าของผม
    ต่างหู โลหิตศักดิ์สิทธิ์ ลดการสูญเสียการใช้พลังเวทย์ 50 % การฟื้นฟูพลังเวทย์ 50 หน่วยต่อสามวินาที เพิ่มพลังโจมตีของอาวุธที่ใช้งานให้กับผู้ครอบครอง 50%
    โลหิตของพฤกษาต้นกำเนิด เพิ่มพลังชีวิตถาวร 5000 หน่วย เพิ่มพลังเวทย์ถาวร 5000 หน่วย เพิ่มกำลัง ว่องไว ปัญญา ถาวร 200 หน่วย

    “นี่มัน...”
    “เจ้าตัวผู้อย่างแกมีทักษะตรวจสอบด้วยเหรอเนี่ย เอาเถอะอย่างที่เห็นไปมันคือของที่ฉันจะมอบให้กับแกเพราะแกทำให้ฉันพึ่งพอใจกว่าที่คิดเอาไว้”
    “หมายความว่ายังไง?”
    ร่างกายของเจ้าตัวประหลาดที่คล้ายกับมิโนทอร์ที่อยู่ตรงหน้าแม้กระทั่งเจ้าตัวประหลาดที่คล้ายกับกระต่ายนับร้อยตัวก็เริ่มสูญสลายไปอย่างช้าๆ
    “นี่เป็นวาระสุดท้ายที่ฉันจะจากไปอย่างมีความสุขแค่ได้มอบมันให้กับคนที่คู่ควร...ไปฆ่าเจ้านั่นซะ ไอ้ราชาคนเถื่อนบัดซบนั่นอย่าให้มันได้ครอบครองโลกใบนี้ และสุดท้ายของที่ฉันให้ไปจะใช้มันหรือนำไปให้คนอื่นก็เรื่องของแก แล้วก็เจ้าตัวผู้ถ้าชาติหน้ามีจริงแล้วละก็หวังว่าพวกเราจะมาเป็นเพื่อนกันนะ ฮ่า ฮ่า”
    ผมยืนงุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้าเอามากๆเพราะเจ้าตัวประหลาดที่คล้ายมิโนทอร์ทำทีเหมือนกับว่าให้บททดสอบกับผมเพื่อทดสอบคุณสมบัติและสุดท้ายก็มอบมันให้ผมเพราะผมคือคนที่มีคุณสมบัติที่มันรอคอยมานาน จากนั้นก็จากไปหลังจากส่งต่อมันสำเร็จ
    บอกผมมาตามตรงก็ได้นิว่ามันคือการทดสอบผู้เหมาะสม แกมาทำทีเป็นตัวร้ายแล้วให้ชัยชนะของฉันเป็นเหมือนกับรางวัลที่ฉันพยายามด้วยตนเองแล้วชิงจากไปโดยที่จะทำให้ฉันลืมๆแกไปซะไม่เอามาใส่ความทรงจำอีก ชั่งเจ้าแผนการจริงๆนะ เอาเถอะถ้าอยากให้ลืมแกนักฉันจะเคารพการตัดสินใจของแกสักหน่อยก็ได้
    ส่วนสิ่งที่แกฝากมันเอาไว้คือการกำจัดราชาคนเถื่อน ฉันจะทำเป้าหมายที่แกหวังมันเอาไว้มาเนิ่นนานให้สำเร็จเองเพราะยังไงฉันเองก็จะไปกำจัดมันในสักวันอยู่แล้ว ผมจะถือว่าบุญคุณของเราได้ชดใช้ต่อกันแล้ว
    แม้แต่ไอรีนก็พูดขึ้นมาบ้าง
    “ใช่จริงๆด้วยในตอนแรกแม้จะไม่มั่นใจแต่สัมผัสรับรู้ของฉันมันบอกว่าเขาแข็งแกร่งมากๆ ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว เขาไม่ได้มีเจตนาอะไรที่ไม่ดีนอกจากมามอบของให้นายจริงๆด้วยนะโรเบิร์ต เรื่องในครั้งนี้ทำให้รู้ว่ามันก็มีพวกตัวประหลาดในกลุ่มตัวประหลาดที่มีพวกที่ดีๆบ้าง”
    “ไอรีนคุณไม่มอบรางวัลให้กับผมหน่อยเหรอไหนๆก็ได้รับชัยชนะแล้ว”
    “รางวัลอะไรของนายกันไม่ต้องเลยนะ เป็นนายเองที่อยากเสนอหน้าของตัวเองไปแบบนั้น”
    ไอรีนรีบเดินหนีผมออกไปด้านนอกซากปรักหักพังโดยที่ไม่สนใจผมอีก
    “เดี๋ยวก่อนสิ รางวัลความพยายามของผมยังไม่ได้เลยคุณจะหนีผมไปแบบนี้ไม่ได้นะ”
    “ถ้าอยากเล่นมากก็อยู่ที่นี่ต่อเถอะ”
    ..........
    บท เอลิซาเบธ นาเดีย ดาร์เลเน่ เจ้าหญิงลำดับที่สามของอาณาจักรคาริทีส

    “เอลิซาเบธมันจะอยู่ในที่แห่งนี้จริงๆเหรอครับของสิ่งนั้น”
    “อีคอน ถ้ากลัวมากนักก็กลับไปเถอะไป ฉันรำคาญนายมาตั้งแต่ออกมาจากพระราชวังแล้วนะจะพูดมากทำไม”
    “ท่านพูดแบบนี้ไม่ได้นะเอลิซาเบธ ผมเป็นคู่หมั้นของคุณนะครับจะให้ผมกลับไปได้ยังไง ถ้าคุณเป็นอะไรขึ้นมาผมจะทำยังไง”
    “ฉันมีทหารนับร้อยติดตามมา ฉันไม่เชื่อหรอกว่านายจะเป็นห่วงฉันนายก็แค่ห่วงตัวเองเท่านั้นแหละ ไม่ต้องทำมาตีหน้าซื่อเล่าความเท็จให้ฉันคนนี้ฟังอีก”
    ทำไมเขาต้องตามฉันมาด้วยนะ หงุดหงิดกับสิ่งที่บอกกับใครต่อใครเรื่องหายนะไม่พอยังมาปวดหัวกับเจ้านี่อีกแล้ว พวกฝ่ายขุนนางจะไม่ให้ฉันพักสมองเลยรึยังไง การที่ฉันออกมานอกพระราชวังในคราวนี้เห็นได้ชัดว่าพวกนั้นมันจะเอาจริงแล้ว ทหารที่ส่งมาคุ้มครองฉันนับร้อยในครั้งนี้ก็เป็นคนของฝ่ายขุนนางทั้งหมด
    พวกมันคงคิดจะฆ่าฉันทันทีที่เข้าไปภายในดันเจี้ยนแห่งนี้สินะ แต่ว่าพวกเขาคิดไม่ถึงแน่ๆว่าตัวฉันนำแหวนวงนั้นมาด้วยที่มีความสามารถในการเคลื่อนย้ายพริบตาในระยะสองร้อยเมตรได้หนึ่งครั้งต่อสิบนาที
    ทหารนับร้อยที่อยู่ในตอนนี้พวกเขาทั้งหมดยืนปิดกั้นทางหนีของฉันเอาไว้ทั้งหมดแล้วทางเข้าดันเจี้ยนก็อีกไม่ถึงสองร้อยเมตรคงคิดจะกำจัดในขณะที่ผ่านประตูไปอย่างแน่นอน
    เคลื่อนย้ายพริบตา
    วงเวทย์สีขาวปรากฏขึ้นใต้เท้าของฉันในทันทีที่เรียกใช้งานทหารนับร้อยที่มีฝีมือดีนั้นก็ระเบิดจิตสังหารมาที่ตัวของฉันจนกระอักเลือดออกมาไม่หยุดพวกเขาทั้งหมดพุ่งเข้ามาเพื่อที่จะปลิดชีพของฉันลงก่อนที่จะเคลื่อนย้ายไป ส่วนอีคอนก็ยืนยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายมองมาที่ตัวฉันราวกับว่ามองเห็นคนที่ตายไปแล้ว แต่ว่าวงเวทย์สีขาวมันเคลื่อนย้ายฉันไปอยู่ที่หน้าทางเข้าของดันเจี้ยนก่อนทำให้รอดมาได้
    ตัวฉันที่บาดเจ็บสาหัสจากจิตสังหารทหารระดับไร้เทียมทานเข้าไปก็ล้มลงเข้าไปในดันเจี้ยนทำให้ตัวฉันเองถูกส่งเข้าไปในดันเจี้ยนทันที
    “เอลิซาเบธบาดเจ็บปางตายขนาดนั้นคงไม่มีโอกาสรอดกลับมาแล้ว แล้วก็ที่ดันเจี้ยนแห่งนั้นมันเป็นดันเจี้ยนแรงค์ S ด้วยไม่มีทางที่เอลิซาเบธจะรอดออกมาอีกแน่นอน โอ้ ที่รักของผมจากไปแบบนี้ ทำให้ผมเศร้าหมองใจ และแด่ความรักที่ต้องพลัดพรากจากกันชั่วนิรันดร์”
    อีคอนยิ้มชั่วร้ายออกมาสีหน้าของเขาในตอนนี้ไม่ต่างไปจากพวกโรคจิต
    “นายท่านได้ยินมาว่าเจ้าหญิงแห่งดาบก็อยู่ภายในนี้ด้วย”
    “หืม! ยอดดวงใจของฉันไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง อ้อ ฉันเข้าใจแล้วต้องเป็นกลุ่มชุดดำของเจ้าคาร์ดอส แน่ๆบังอาจมากนะที่ส่งยอดดวงใจของฉันไปที่นั่น กลับไปที่คฤหาสน์ก่อนก็แล้วกันแล้วค่อยส่งยอดฝีมือมาสำรวจดันเจี้ยนแห่งนี้เพราะต้องไปรายงานท่านพ่อก่อน ต้องพายอดดวงใจของฉันออกมาให้ได้จากนั้นเราก็จะได้เข้าพิธีแต่งงานกันอย่างถูกต้อง ฮ่า ฮ่า”
    ..........
    ผ่านไปนับสิบนาทีฉันก็ลืมตาขึ้นหลังจากที่เข้ามาในดันเจี้ยน ที่นี่มันอยู่ตรงจุดไหนกันแน่นะ? ฉันตรวจสอบร่างกายของตนเองก็พบว่าอวัยวะภายในแหลกละเอียดไปแล้วเป็นผลมาจากพลังทำลายมากมายที่มาจากจิตสังหารอันรุนแรงเพราะหากเป็นนักรบธรรมดาอาจมีแค่จิตสังหารที่สะกดข่มคนอื่นได้เท่านั้น
    แต่ว่าถ้าเป็นระดับไร้เทียมทานแล้วละก็จิตสังหารมันก็ไม่ต่างไปจากใบมีดอันคมกริบที่พร้อมจะฆ่าคนให้ตายโดยที่ไม่ต้องลงแรงอะไรเลย เรี่ยวแรงของฉันมันเริ่มหมดลงไปเรื่อยๆแล้วจริงๆร่างกายก็เริ่มหนาวขึ้นมา นี่ฉันจะตายแล้วอย่างนั้นเหรอสงสัยคำพูดของท่านพี่ก่อนที่จะจากฉันไปยังอีกอาณาจักรหนึ่งที่ว่า “มีชีวิตอยู่ให้รอดจนกว่าจะอายุยี่สิบให้ได้นะแล้วพี่จะมารับน้องไปอยู่ด้วย” ฉันคงทำให้ไม่ได้แล้ว
    เพราะแค่อายุสิบเจ็ดฉันก็เป็นแบบนี้แล้วยี่สิบเหรอไม่ต้องไปไปพูดถึงมันหรอก ในที่สุดดวงตาก็เริ่มมองไม่เห็นอะไรแล้วนี่คงใกล้จะถึงจุดจบเต็มที่แล้วสินะ
    “โรเบิร์ต นั่นตรงนั้นมีผู้หญิงบาดเจ็บอยู่ด้วย”
    “ใช่จริงๆด้วย”
    นั่นเสียงใครอย่างนั้นเหรอ อา...สงสัยคงเป็นความฝันสุดท้ายของฉันก่อนที่จะตายลงไปสินะ จากนั้นสติของฉันก็ดับวูบลงอย่างสมบูรณ์
    ..........
    บท โรเบิร์ต ซัมเมอร์

    “บ้าจริง บาดแผลมันสาหัสเกินไป นี่มันเกินเยียวยาแล้ว ใครมันโหดร้ายกับเธอขนาดนี้เนี่ย”
    ไอรีนจ้องมองไปที่ใบหน้าของผู้หญิงคนที่อยู่ตรงหน้าทำให้เธอขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้แล้วดูใบหน้าให้ชัดเจน
    “โรเบิร์ตนี่มันเจ้าหญิงเอลิซาเบธ นายต้องหาวิธีช่วยเธอให้ได้นะ”
    “ว่ายังไงนะ! เจ้าหญิงเหรอ”
    “ต้องหาวิธีช่วยเธอโดยด่วนแล้วถ้าเธอตายไปจริงๆละก็อาจเกินสงครามโลกได้เลยนะ”
    “สงครามโลก? เธอเป็นใครกันถึงสามารถทำให้เกิดสงครามโลกขนาดนั้นได้”
    “เทพีแห่งชัยชนะ เอลิซาเบธ นาเดีย ดาร์เลเน่ เจ้าหญิงลำดับที่สามของอาณาจักรคาริทีสของพวกเรา เธอเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของฝ่ายกลยุทธ์ด้านการสงคราม ของอาณาจักรของพวกเรา แต่เป็นเพราะเธอเก่งกาจเกินไปทำให้มีคนหมายเอาชีวิตเธอมากมาย ถ้าวันนี้เธอตายไปละก็จะทำให้พี่ของเธอก่อสงครามกับโลกใบนี้ก็ได้”
    มันรุนแรงถึงขนาดที่พี่ชายจะก่อสงครามเพราะน้องสาวคนเดียวเลยเหรอแสดงว่าเอลิซาเบธคนนี้ต้องมีความลับบางอย่างที่ทำให้พี่ของเธอต้องการปกป้องเอาไว้แน่ๆ และความลับที่ว่าก็อาจเป็นด้านผลประโยชน์ที่สามารถพลิกโฉมประวัติศาสตร์หรือไม่ก็อาจเป็นความลับที่ว่าถ้าเธอตายไปหายนะบางอย่างจะมาเยือนในทันที
    สงสัยต้องใช้มันซะแล้วทักษะฟื้นฟูด้วยพลังแห่งธรรมชาติ
    ติ๊ง! ทักษะ ฟื้นฟูด้วยพลังแห่งธรรมชาติ เลเวล 2 การฟื้นฟูจากธรรมชาติโดยตรงไม่ว่าจะเป็นพลังชีวิต พลังเวทย์ พละกำลัง การฟื้นฟูขึ้นอยู่กับปริมาณพลังเวทย์ทั้งหมดของผู้ใช้ทักษะตามเลเวลของทักษะ ฟื้น 10% ต่อสิบวินาที จะสามารถใช้งานได้ในขณะที่ไม่ได้ทำการต่อสู้เท่านั้น ผลเลเวลสอง เพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟู 50% สามารถฟื้นฟูอุปกรณ์ได้ สามารถฟื้นฟูสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากผู้ใช้ทักษะได้
    เอาละมาเริ่มกันเลย ผมพยุงตัวของเอลิซาเบธขึ้นมาจากนั้นก็ใช้ทักษะฟื้นฟูด้วยพลังแห่งธรรมชาติใส่ตัวของเธอ ครั้งที่หนึ่งทำให้อุณหภูมิในร่างกายกลับมาเป็นปกติ อวัยวะต่างๆล้วนถูกซ่อมแซม แต่ยังหลงเหลือบาดแผลสาหัสอยู่ ผ่านไปอีกสิบวินาทีบาดแผลต่างๆทั่วร่างกายหายไปทั้งหมด
    ผ่านไปอีกสิบวินาทีต่อมาทุกอย่างกลับเป็นปกติยกเว้นพลังชีวิตที่ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นมา พลังเวทย์และพลังกำลัง ก็เช่นเดียวกัน ผมใช้เวลาไปอีกสักพักจนกระทั่งทุกอย่างกลับมาเป็นปกติทั้งพลังชีวิต พลังเวทย์ และพลังกำลัง จนอยู่ในสภาพที่พร้อมที่สุดรวมถึงฟื้นฟูสมองที่เกิดจากการขาดอากาศไปเป็นเวลานานมากด้วย ตอนนี้เธอกลับมาอยู่ในสภาพปกติแล้ว
    ไอรีนไม่รู้จะตกตะลึงยังไงแล้วเพราะมันน่าเหลือเชื่อเกินไปสำหรับการฟื้นฟูคนที่ใกล้ตายให้กลับมาปกติเหมือนเดิมอย่างกับว่าเอลิซาเบธไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน
    ผมนำร่างของเอลิซาเบธที่ยังไม่ได้สติวางลงในพื้นที่ที่จัดเตรียมเอาไว้สำหรับผู้ป่วยเสร็จ จากนั้นก็หันหน้าไปหาไอรีนผมยกมือซ้ายขึ้นมาก่อนจะชี้นิ้วมาที่แก้มของตนเองด้านซ้าย
    “ไอรีนคุณต้องมอบรางวัลสำหรับความพยายามของผมแล้ว”
    “รางวัลอะไรของนาย เจ้าบ้า ไม่มีทางเด็ดขาด นายรู้ไหมว่าวันนี้นายทำไปกี่ครั้งแล้ว”
    “ถ้าไม่มาทำให้กับผม ผมไปหาคุณเองก็ได้”
    “ไม่ต้อง ฉันทำเองก็ได้”
    ไอรีนเดินมาข้างๆผมแล้วจุ๊บที่แก้มของผมเป็นรางวัลสำหรับความพยายาม
    “ขอบคุณสำหรับความพยายาม แค่นี้คงพอใจแล้วใช่ไหม วันนี้ห้ามมากไปกว่านี้อีก”
    ไอรีนที่ใบหน้าแดงระเรื่อละความสนใจจากตัวของผมไปตรวจดูร่างกายของเอลิซาเบธในทันที
    แบบนี้สิถึงจะคุ้มค่า วันนี้หมดรอบรางวัลแล้วสงสัยพรุ่งนี้ต้องเพิ่มรอบให้ได้ ผมเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาในขณะที่ไอรีนไม่ได้รับรู้ถึงเรื่องนี้เลยว่าตนเองจะโดนอะไรต่อไป.......... . .

    .