วันถัดมาหลังจากประชุมเช้าฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งเรียกเหมยอี้และลี่หมินเข้าเฝ้าสองแม่ลูกรีบเดินทางเข้าวังโดยมีหนิงอี้จวิ้นอ๋องผู้เป็พี่ชายอีกคนมารับด้วยตนเอง
“พวกเ้ามาถึงกันแล้วสินะ มาหาตาสิหมินเอ๋อร์” ฮ่องเต้เอ่ยทักอย่างอารมณ์ดีตนคิดถึงหลานสาวยิ่งนัก แม้เห็นหน้าแค่เพียงวันเดียวก็ตกหลุมรักเด็กสาวอย่างถอนตัวไม่ขึ้นหลานสาวของเขาชั่งขี้อ้อนเสียจริง ลี่หมินวิ่งเข้าไปในอ้อมกอดของเสด็จตาที่อ้าแขนรอรับอยู่ท่ามกลางความเอ็นดูของคนรอบข้างแม้แต่เกากงกงก็แอบยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้
“เสด็จพ่ออย่าทรงตามใจหมินเอ๋อร์จนเคยตัวสิเพค่ะ เดี๋ยวนางก็ไม่เกรงกลัวเสด็จพ่อกันพอดี”เหมยอี้เอ่ยอย่างไม่จริงจังนักหมินเอ๋อร์กลายเป็ที่รักของเสด็จพ่อของนางไปเสียแล้ว
“จริงสิไทเฮาและฮองเฮารอเ้าอยู่ขันทีที่อยู่ข้างนอกมาพาท่านหญิงเหมยอี้ไปตำหนักร่มเย็นที” ตำหนักร่มเย็นเป็ตำหนักของไทเฮาองค์ปัจจุบันเจียวไทเฮาซึ่งเป็เสด็จแม่ของพระองค์หลังจากเหมยอี้ออกไปได้ไม่นานขันทีก็รายงานถึงบุคคลที่มาเข้าเฝ้าบุคคลใหม่นั้นก็คือสองอาจารย์คนใหม่ของลี่หมิน
หม่อมฉันเฟยหวงถวายพระพรฝ่าา หม่อมฉันเฟยเหมินถวายพระพรฝ่าา ขอทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นหมื่นปีสองพี่น้องคุกเข่าประสานเสียงขึ้นพร้อมกัน
“ลุกขึ้นเถอะ มีลูกศิษย์คนใหม่จะฝากพวกเ้าช่วยสั่งสอน” สองพี่น้องสบพระพักตร์แวปนึงเห็นเด็กผู้ชายที่หน้าตาละม้ายคล้ายผู้หญิงหรือจะเป็โอรสลับของฝ่าากัน
“เราจะขอฝากหลานสาวของเราเมิ่งลี่หมิน พระราชธิดาในอดีตเหมยอี้กงจื่อนางอยากเป็ทหารของฝากพวกเ้าด้วย สอนสั่งนางดีดีลี่หมินทักทายท่านอาจารย์ทั้งสองของเ้าเสีย” ลี่หมินลุกขึ้นจากพระพาหาและเดินมาหยุดตรงหน้าท่านอาจารย์ทั้งสองแล้วหัวโขกพื้นสามครั้งเป็การแสดงความเคารพ
“ข้าเมิ่งลี่หมินทำความเคารพท่านอาจารย์ทั้งสอง ของให้ฟ้าเบื้องบนเป็พยาน ข้าจะจงรักภักดีต่อท่านอาจารย์ทำตามที่สอนสั่งอย่างไม่ขัด จะตั้งใจศึกษาเล่าเรียน” สองอาจารย์ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนจะรีบพยุงเด็กสาวตรงหน้าให้ลุกขึ้น
“พระนัดดาโปรดลุกขึ้น อย่าทำอย่างนี้พะย่ะค่ะแม้กระหม่อมจะเป็พระอาจารย์ก็ไม่ควรจะทำอย่างนี้” ราชวงศ์จะไม่คำนับแบบสามัญชนจะไม่คุกเข่า แค่กล่าวทักทายทำความเคารพปกติ แต่เด็กสาวตรงหน้ากลับคุกเข่าให้พวกเขาแม้แต่องค์ชายสามลี่เฉินยังไม่ทำเคารพพวกเขาขนาดนี้
“มิได้เ้าค่ะ ศิษย์เป็ศิษย์ต่อไปนี้ท่านอาจารย์ทั้งสองไม่ต้องทำความเคารพศิษย์เวลาเจอหน้าเป็ศิษย์ที่ต้องเคารพท่าน ถึงเป็ราชวงศ์แล้วอย่างไรท่านเป็อาจารย์ที่คอยสอนสั่ง” ฮ่องเต้พยักหน้าอย่างพอใจเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว อ่อนน้อมถ่อมตน หลานของเขาคนนี้ต้องไปได้ไกลอย่างแน่นอน
“เอาล่ะ เอาเป็ว่าเวลาฝึกของลี่หมินฝึกอาวุธร่วมกับองค์ชายสามั้แ่ยามซื่อจนถึงยามอุ้ยที่ลานหลงหวนส่วนยามเซินจนสิ้นสุดยามอิ๋วศึกษาตำรา ไหวหรือไม่หลานตา” ฮ่องเต้เอ่ยถามหลานสาวด้วยเป็ห่วงมันค่อนข้างหนักไปหรือไม่สำหรับเด็กผู้หญิง
“ไหวเพค่ะ นี้ก็ใกล้ยามซื่อแล้วเราไปกันเลยหรือท่านอาจารย์วันนี้ข้าแต่งตัวมาพร้อมแล้ว” ครูฝึกหนุ่มยิ้มอย่างเอ็นดูเด็กสาวตรงหน้าดูมุ่งมั่นไม่น้อยวันนี้คงจะให้แค่ฝึกร่างกายก่อน
ลี่หมินมาถึงลานฝึกก็เห็นเด็กชายที่อายุน่าจะมากกว่าตนนิดหน่อยยืนรออยู่นางเดาว่าคงจะเป็องค์ชายสามที่ฝึกการต่อสู้ร่วมกันกับนาง
“ท่านคือองค์ชายสามงั้นเหรอ” ลี่หมินเอ่ยถามเด็กชายแต่ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมคุยกับนาง
“ท่านเป็ใบ้เหรอ ท่านอาจารย์เขาเป็ใบ้ล่ะเขาไม่ตอบข้า!!” นางะโบอกท่านอาจารย์ที่กำลังเตรียมของให้นางกับเขาฝึกอยู่ทำเอาเด็กชายหน้านิ่งถลึงตาใส่นางอย่างโมโห
“ข้าคือองค์ชายสาม แล้วเ้าคือใครกัน” ลี่เฉินมองอีกฝ่ายอย่างจับผิด
“ข้าคือเมิ่งลี่หมินเป็หลานของเสด็จตาฮ่องเต้” เสียงหวานเอ่ยด้วยน้ำเสียงอวดๆตามประสาเด็ก
“อ๋อ ลูกสาวของอดีตเหมยอี้กงจื่อสินะ หลานสาวคนใหม่ของเสด็จพ่อแสดงว่าข้าเป็อาเ้าไหนเรียกเสด็จอาสิ” องค์ชายสามดูอวดดีจนลี่หมินเริ่มหมั่นไส้
“ไม่!! ไม่มีวันเสียล่ะ” ก่อนที่เด็กทั้งสองจะเถียงกันต่อเฟยเหมินก็ให้ทหารหอบถุงทรายมาช่วยพันขาและแขนและเด็กน้อยทั้งสองครั้งนี้เป็ถุงเล็กไว้ฝึกกำลังแขนและขา โดยให้พันแขนขาเอาไว้แล้วให้เดินไปรอบๆลานฝึก จากนั้นค่อยให้วิ่ง
“พวกท่านคงจะรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไงกับมันจะวิ่งหรือจะเดินตอนไหนก็แล้วแต่ทั้งสองพระองค์จะตัดสินพระทัยแต่ห้ามหยุดนิ่งเด็ดขาดจนกว่ากระหม่อมจะสั่ง” ลี่หมินกับลี่เฉินเริ่มต้อนด้วยการเดินก่อนที่จะออกวิ่งพร้อมๆกัน ถุงทรายที่ถ่วงขาเอาไว้ทำให้เด็กทั้งสองวิ่งได้ไม่ถนัดนักจนเกือบจะหกล้มหลายครั้งแต่ก็ไม่ละความพยายามผ่านมาหนึ่งชั่วยามองค์ชายสามถึงกับล้มลงเพราะหมดแรงวิ่งแม้จะเดินก็ยังไม่ค่อยไหวเพราะมีน้ำหนักครึ่งกิโลกว่าถ่วงที่ขาและแขนเด็กสาวร่างเล็กเองก็หยุดวิ่งแต่ยังคงเดินต่อปฏิบัติตามคำสั่งอาจารย์อย่างเคร่งครัด
“ไทเฮา ฮองเฮาเสด็จ!!!” เสียงขันทีประจำพระองค์ขานตำแหน่งของผู้มาเยือนเด็กน้อยทั้งสองรีบทำความเคารพทันที
“ลี่หมินยายนำอาหารคาวหวานและของว่างมาให้หลาน ฝึกมาครึ่งวันแล้วคงจะหิวแล้วมาเถอะมากินกันลี่เฉินก็ด้วยมานั่งกินเถิด” ฮองเฮาเอ่ยเรียกหลานสาวตัวน้อยด้วยความเอ็นดู
“มาสิลี่เฉิน ลี่หมินมาหาทวด” ไทเฮาเอ่ยเรียกเด็กๆที่ยังไม่ยอมมาหาพวกตน เมื่อลี่เฉินเห็นไทเฮาทรงเรียกก็รีบเข้าไปหาทันทีเสด็จแม่ของตนสอนเอาไว้ว่าสตรีวังหลังไม่ควรไว้ใจใครแม้แต่ฮองเฮายกเว้นไทเฮาพระองค์เดียวที่ทรงไว้ใจได้
“ทำไมลี่หมินไม่มาล่ะ กลัวทวดกับย่าหรือ” ไทเฮาเอ่ยถามเด็กสาว
“หามิได้เพค่ะ เพียงแต่หลานรับคำสั่งจากอาจารย์ให้ฝึกอยู่อย่างนี้จนกว่าจะมีคำสั่งให้หยุด หลานไม่อยากขัดคำสั่งไม่งั้นจะเป็การไม่เคารพท่านอาจารย์”เฟยเหมินเมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบเอ่ยอนุญาตทันทีไม่คิดว่าพระนัดดาจะเคร่งครัดสั่งถึงเพียงนี้เชื้อพระวงศ์พระองค์อื่นล้วนทำตามใจตัวเองไม่ค่อยฟังใคร
“ฮ่าๆ หลานทวดชั่งซื่อตรงนัก เก่งจริงๆมาเถอะในเมื่ออาจารย์เ้าบอกให้หยุดแล้วเ้าก็มานั่งทานข้าวกับทวดที่อุทยานข้างๆนี้เถิด” สองสตรีสูงศักดิ์แห่งวังหลังจูงมือพาเด็กทั้งสองไปที่อุทยานด้านข้างนั่งกินอาหารไปได้ซักพักเหมือนเ้าตัวน้อยจะคิดได้ว่าลืมมารดาตัวเองไป
“เสด็จย่าเพค่ะ ท่านแม่ของหม่อมฉันล่ะเพค่ะ”
“เหมยอี้ลากลับไปแล้ว เห็นว่ามีเื่ที่จวนต้องจัดการ เ้าเองก็ตั้งใจเรียนแต่อย่าได้หักโหมว่างๆ ก็มาหายายบ้าง” ฮองเฮาลูบหัวหลานรักเบาๆ
“หาทวดด้วยนะหมินเอ๋อร์” ไทเฮาเองก็ไม่ยอมกัน
“หลานขอไปเดินเล่นนะพะย่ะค่ะ” ลี่เฉินเห็นว่าตนเองไม่ได้เป็ที่สนใจนักก็เลยขอออกไปเดินเล่นให้พวกเขาได้คุยกัน
“หลานขอไปด้วยนะเพคะ” ไทเฮาและฮองเฮาพยักหน้าเป็เชิงอนุญาต
“เ้าทำไมถึงได้เงียบจัง” เด็กสาวเริ่มชวนคุยแต่อีกคนก็ทำเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ เท่านั้น
“ข้าไม่รู้จะพูดอะไร”
“ชั่งเถอะวันนี้เรียนเสร็จไปเที่ยวตลาดกับข้ารึไม่” ลี่หมินเอ่ยชวนไหนๆ ก็เรียนด้วยกันเป็มิตรไว้ก่อนย่อมเป็การดี
“ท่านแม่ย่อมไม่ให้ข้าไป ตลาดเป็ยังไงข้ายังไม่เคยเห็น”
“เพ่ย!!! เป็ไปได้ยัง ไม่ต้องห่วงแอบหนีไปข้าข้าจะพาเ้าออกไปเอง”
“เอ๊ะเ้าที่สระบัวมีอะไรอยู่” เด็กทั้งสองรีบวิ่งไปดูเห็นมือของเด็กคนหนึ่งกำลังตะเกียกตะกายให้ขึ้นจากน้ำลี่หมินไม่รอช้ารีบะโลงไปช่วยไปทันที
“นางไม่หายใจ อาเฉินเ้าไปเรียกคนมาช่วยเร็วระหว่างนี้ข้าจะปฐมพยาบาลให้นาง” สองมือเล็กรีบกดที่อกของอีกฝ่ายอย่างเป็จังหวะองค์ชายน้อยเองก็รีบวิ่งไปที่ศาลาเพื่อหาคนมาช่วยทันที
แค่ก แค่ก เด็กสาวผู้โชคร้ายสำลักน้ำออกมา ลี่หมินเห็นดังนั้นก็ค่อยโล่งใจจึงอุ้มเด็กสาวไปทางศาลา หากมีคนมาช่วยคงได้เจอกันกลางทางเวลานี้เด็กสาวคงทรมานจากความเย็นมากแน่ๆ
“ท่าน” เสียงร่างในอ้อมแขนเรียกอย่างอ่อนแรง
“อย่าพูดเลย เวลานี้ร่างกายเ้าอ่อนแรงยิ่งนักทั้งยังถูกความหนาวเย็นอย่างหนัก”
เดินมาไม่ไกลไทเฮา ฮองเฮาและบรรดาทหารก็เเห่กันมาทันทีลี่หมินจึงส่งนางให้แก่ทหารองครักษ์ได้ไปดูแลต่อ ส่วนตนจะกลับไปฝึกเพราะพักนานแล้ว
“ลี่หมินไปตำหนักของทวดเถอะ ไปเปลี่ยนชุด ให้หมอได้ตรวจเ้าด้วยลงไปช่วยนางในน้ำที่เย็นแบบนั้น เดี๋ยวเ้าก็จะจับไข้เอา ทวดจะให้เฟยเหมินกลับไปก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาเรียนกันใหม่”