บทที่ 22 การจัดกระดูก (ขั้นกลางถาวร)
[ยินดีด้วย โฮสต์สุ่มได้รับมวยภายในฝ่ามือแปดทิศท่องร่าง (เชี่ยวชาญ) กำลังทำการสกัด!]
ทันทีที่เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้น ฟางหานก็ััได้ถึงกระแสความร้อนสายหนึ่งที่ค่อย ๆ แผ่ซ่านออกมาจากบริเวณจุดตันเถียนส่วนล่าง ก่อนจะไหลเวียนไปตามเส้นสายทั่วร่างกาย ความรู้สึกเบาสบายอย่างบอกไม่ถูกทำให้ฟางหานอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงครางแ่ออกมา
"เฮ้อ สบายจัง!"
ใบหน้าของฟางหานปรากฏรอยยิ้มแห่งความผ่อนคลาย ทั้งร่างของเขาในยามนี้ ราวกับเพิ่งผ่านการนวดผ่อนคลายระดับวีไอพีมา แม้ว่าในชีวิตจริงฟางหานจะไม่เคยรู้เลยว่าบริการนวดระดับสูงที่ว่านั้น มันให้ความรู้สึกอย่างไรก็ตาม...
"จึ๊ ๆ สบายจริง ๆ เลยนะ!"
ประตูห้องพักถูกผลักเปิดออก อู๋เหล่ยและพรรคพวกเดินเข้ามา คนที่กล้าเย้าแหย่ฟางหานได้อย่างเป็กันเองขนาดนี้ นอกจากอู๋เหล่ยแล้วก็คงไม่มีใครอีก
ความจริงแล้วฟางหานไม่ได้เป็คนเ็าหรือเข้าถึงยาก เพียงแต่ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา สถานะของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รัศมีรอบตัวจึงดูเข้มข้นขึ้นตามไปด้วย
การแสดงฝีมืออันโดดเด่นของฟางหานทำให้นักศึกษาแพทย์รุ่นเดียวกันแทบจะยกย่องให้เขากลายเป็เทพเ้าไปแล้ว หลายคนเมื่อเห็นฟางหานจะรู้สึกประหม่าและต่ำต้อยโดยไม่รู้ตัวจนไม่กล้าทำอะไรบุ่มบาม หากวันใดฟางหานเป็ฝ่ายเอ่ยทักทายใครก่อน อีกฝ่ายจะรู้สึกตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก
รัศมีที่น่าเกรงขามนี้ไม่ใช่สิ่งที่ฟางหานตั้งใจสร้างขึ้น แต่มันคือสิ่งที่ผู้คนรอบข้างหล่อหลอมและยัดเยียดให้เขาเอง
มันคล้ายกับความรู้สึกที่บางคนเห็นคนรวยแล้วเผลอหดหัวลงโดยสัญชาตญาณ ทั้งที่ในความเป็จริงความมั่งคั่งของเขาก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับคุณเลย แล้วคุณจะไปหวาดเกรงทำไมกัน?
"จิบน้ำชาพลางคิดถึงพยาบาลสาว ชีวิตช่างดีงามเสียนี่กระไร"
ฟางหานกลอกตาใส่อู๋เหล่ย ใครจะไปอยากได้พยาบาลสาวกันล่ะ เขาถลึงตาใส่พลางถามว่า "พวกนายไม่มีงานมีการทำกันหรือไง?"
"ตอนนี้กำลังว่างน่ะ"
อู๋เหล่ยทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ สายตาจ้องเขม็งไปที่ถ้วยน้ำชาข้างกายฟางหาน เพราะเมื่อครู่พวกเขาทันเห็นพยาบาลหลินเดินถือถ้วยน้ำชาใบนี้เข้ามา
เป็นักศึกษาแพทย์เหมือนกันแท้ ๆ แต่ทำไมช่องว่างระหว่างตัวบุคคลมันถึงได้กว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้?
แม้แต่แพทย์ประจำบ้านหลี่ก็มีสีหน้าอิจฉาไม่แพ้กัน เขาตรากตรำอยู่ที่แผนกฉุกเฉินมาตั้งนาน อย่าว่าแต่ได้ดื่มน้ำชาจากมือพยาบาลสาวเลย แม้แต่เมล็ดทานตะวันสักเม็ดเขายังไม่เคยได้รับ ตรงกันข้าม เพื่อหาโอกาสเข้าใกล้สาว ๆ เขาต้องควักเงินซื้ออาหารเช้าและขนมไปกำนัลพยาบาลไปตั้งเท่าไหร่แล้ว
[ได้รับแต้มความชอบ +8]
ฟางหานยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาพิจารณาดูอย่างละเอียด น้ำชานี้ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ช่วยเขาเก็บแต้มความชอบไปได้ถึงแปดแต้มเชียวเหรอ?
"ถ้าว่างกันนักก็ไปศึกษาหน้างานกับหมอหลี่ต่อเถอะ อย่ามัวแต่มาป้วนเปี้ยนอยู่ที่นี่เลย"
ฟางหานจิบน้ำชาคำหนึ่งแล้วโบกมือไล่ เพราะเขายังไม่ได้ตัดสินใจเลือกทักษะที่ค้างไว้ ยิ่งมีคนมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ ๆ ยิ่งทำให้สมาธิในการขบคิดกระเจิดกระเจิง
แพทย์ประจำบ้านหลี่ยิ้มอย่างขื่นขม คุณเคยเห็นนักศึกษาแพทย์คนไหนไล่แพทย์ประจำบ้านบ้างไหม?
ในจินตนาการ เขาเคยวาดฝันว่าเมื่อได้เป็แพทย์ประจำบ้าน จะพานักศึกษาฝึกงานไปเดินตรวจวอร์ดด้วยท่าทางน่าเกรงขาม ถูกผู้คนเรียกว่าอาจารย์หลี่ มีคนคอยยกน้ำชามารองรับ แต่ในความเป็จริง... จินตนาการช่างแตกต่างจากโลกแห่งความจริงเหลือเกิน
หลินกวางเลี่ยงชำเลืองมองฟางหานั้แ่ต้นจนจบ แต่ฟางหานกลับไม่เคยชายตามองเขาเลยแม้แต่น้อย ในวันแรกของการฝึกงาน หลินกวางเลี่ยงยังเชื่อมั่นว่าฟางหานคือคู่แข่งเพียงหนึ่งเดียวที่จะกระตุ้นสัญชาตญาณการเอาชนะของเขาได้
ใครจะคาดคิดว่า เขาไม่มีแม้แต่คุณสมบัติที่จะเป็คู่แข่งของฟางหานด้วยซ้ำ มันเหมือนกับการเริ่มเกมใหม่ที่ทุกคนเห็นไอดีของคุณเป็ระดับทอง แต่กลับมีไอดีรองระดับาาปนอยู่ด้วย แบบนี้จะเอาอะไรไปสู้?
เมื่อห้องพักกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ฟางหานจึงเริ่มพิจารณาต่อว่าควรจะเลือกทักษะขั้นกลางไหนดี
'ระบบ ช่วยให้คำแนะนำหน่อยได้ไหม?' ในความจนแต้ม ฟางหานจึงเอ่ยขอความช่วยเหลือ
[โฮสต์สามารถทำการสุ่มเลือกได้]
'สุ่มเลือก?'
ฟางหานชะงักไป 'คุณหมายถึงให้พึ่งดวง เหมือนกับวงล้อเสี่ยงโชคเมื่อกี้เลยงั้นเหรอ หมุนได้อันไหนก็ต้องเอาอันนั้น?'
[ใช่]
'ให้ตายเถอะ'
ฟางหานสบถออกมาในใจ เขาโง่หรือไง ในรายการทักษะของระบบมีทั้งทักษะที่เจาะลึกเฉพาะทาง และทักษะที่แยกย่อยได้ชัดเจนมาก หากสุ่มไปโดนทักษะเฉพาะทางอย่างแปดวิธีจัดเส้นเอ็น... หรือการครอบแก้วขั้นกลางถาวร? มันจะไม่ดูไร้สาระเกินไปหน่อยเหรอ?
[ระบบเพียงแค่เสนอแนวทาง โฮสต์จะพิจารณาอย่างไรย่อมเป็สิทธิ์ของโฮสต์เอง]
ระบบตอบกลับอย่างไร้อารมณ์ ราวกับว่ามันไม่มีความรู้สึกนึกคิดใด ๆ ทั้งสิ้น
'งั้นผมขอระบุกลุ่มทักษะเพื่อทำการสุ่มได้ไหม?' ฟางหานรู้สึกว่า ข้อเสนอของระบบก็ไม่ได้แย่นัก ในเมื่อเลือกยาก การจับสลากก็นับเป็ทางออกที่ดี
ขอเพียงแค่คัดทักษะเฉพาะทางบางอย่างออกไป ที่เหลือสุ่มได้อันไหนเขาก็ยอมรับได้ทั้งนั้น
[ได้ โฮสต์สามารถกำหนดขอบเขตทักษะได้ตามความ้า]
ฟางหานนิ่งคิดครู่หนึ่ง 'งั้นเอาเป็การจัดกระดูก (ขั้นกลางถาวร) วิทยานิพนธ์ (ขั้นกลางถาวร) การเย็บแผล (ขั้นกลางถาวร) การฝังเข็ม (ขั้นกลางถาวร) สุ่มจากสี่ทักษะนี้ก็แล้วกัน'
ทักษะการปฐมพยาบาลขั้นกลางที่เขาอยู่เป็ทักษะแบบองค์รวม ซึ่งครอบคลุมทั้งการตรวจชีพจร การวินิจฉัย การมองลักษณะปราณ และทักษะพื้นฐานอื่น ๆ แม้จะไม่ได้เจาะลึกเท่าทักษะเดี่ยว แต่ก็นับว่าเพียงพอต่อการใช้งานเบื้องต้น
ในเมื่อประจำอยู่ที่แผนกฉุกเฉิน โอกาสที่จะได้เผชิญกับคนไข้กระดูกหัก เืออกรุนแรง หรือคนไข้ที่มีาแภายนอกย่อมมีสูงมาก ในทักษะการฝังเข็มมีการฝังเข็มห้ามเืและการฝังเข็มกู้ชีพซึ่งนำมาปรับใช้ได้ทันที
ส่วนการเย็บแผลไม่ต้องพูดถึง แม้โรงพยาบาลเจียงจงจะเป็โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนที่แผนกศัลยกรรมอาจจะไม่โดดเด่นเื่การผ่าตัดใหญ่ แต่สำหรับาแภายนอกที่ต้องเย็บในเบื้องต้น แผนกฉุกเฉินย่อมสามารถจัดการได้
เมื่อเทียบกับแนวทางการเติบโตของแพทย์แผนปัจจุบัน การแพทย์แผนจีนมีเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัวกว่ามาก
ในโรงพยาบาลทั่วไป หมอมักจะมุ่งเน้นไปที่ทิศทางใดทิศทางหนึ่งเพื่อความเป็เลิศ เช่น หมอแผนกศัลยกรรมจะพัฒนาทักษะการผ่าตัดจนถึงขีดสุด แม้จะเป็หมอผ่าตัดในแผนกฉุกเฉิน ความฝันสูงสุดก็คือการเป็แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านแผนกศัลยกรรม แผนกอายุรกรรม หรือแผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อ ซึ่งสาขาอื่น ๆ ก็ไม่ต่างกัน
ทว่า แพทย์แผนจีนมองร่างกายเป็หนึ่งเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็หมอในแผนกฉุกเฉินหรือแผนกใด เส้นทางเดินล้วนเป็หนึ่งเดียว คือการสั่งสมประสบการณ์และทฤษฎีเพื่อก้าวไปสู่การเป็หมอที่สามารถรักษาได้ทุกโรค วินิจฉัยได้ทุกอาการ กลายเป็ผู้รอบรู้ในทุกสรรพศาสตร์ ไม่ใช่เก่งกาจเพียงด้านเดียว อันที่จริง แพทย์แผนจีนที่เก่งเฉพาะด้าน หากไม่โดดเด่นถึงที่สุดในสาขาอย่างการจัดกระดูกหรือการฝังเข็ม ก็ยากที่จะก้าวขึ้นเป็หมอผู้มีชื่อเสียงระดับแนวหน้าได้
เป้าหมายของฟางหานที่มาประจำแผนกฉุกเฉินก็เพื่อเคี่ยวกรำตนเอง พร้อมกับการสร้างชื่อเสียงให้ขจรขจายเพื่อรับแต้มความชอบให้ได้มากที่สุด ดังนั้นสิ่งที่เขา้าในยามนี้คือทักษะที่แผนกฉุกเฉิน้าอย่างเร่งด่วน ซึ่งทั้งสี่ตัวเลือกที่เขาระบุไปล้วนเป็สิ่งจำเป็ทั้งสิ้น
[โฮสต์มีสิทธิ์เลือกทักษะขั้นกลางหนึ่งครั้ง (เลือกเอง) ยืนยันการสุ่มจากรายการการจัดกระดูก (ขั้นกลางถาวร) วิทยานิพนธ์ (ขั้นกลางถาวร) การเย็บแผล (ขั้นกลางถาวร) การฝังเข็ม (ขั้นกลางถาวร) ใช่หรือไม่?]
"ยืนยัน!"
ฟางหานกัดฟันตอบรับอย่างหนักแน่น
[ติ๊ง ยินดีด้วย โฮสต์สุ่มได้รับการจัดกระดูก(ขั้นกลางถาวร)!] เสียงระบบแจ้งเตือนกึกก้อง
"รวดเร็วขนาดนี้เลย?" ฟางหานชะงักไปเล็กน้อย การสุ่มในครั้งนี้ดูจะฉับไวกว่าทุกที
[โฮสต์้าสกัดทักษะตอนนี้เลยหรือไม่?] ระบบถามย้ำโดยไม่สนใจท่าทีของเขา
"สกัดเลย!"
สิ้นคำยืนยัน ข้อมูลมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของฟางหานทันที กระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นลงในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที
"การจัดกระดูกงั้นเหรอ?"
ฟางหานลองขยับมือทั้งสองข้าง ท่าทางเหมือนกำลังโอบประคองท่อนขาของคนไข้ เขาจินตนาการถึงการยื่นมือข้างหนึ่งออกไป อีกข้างหนึ่งดึงและบิดตามจังหวะเพื่อจัดตำแหน่งกระดูกให้เข้าที่ ก่อนจะลุกขึ้นยืนบิดี้เีเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
"นี่มันเหมือนหลอมรวมพลังจากทั่วร่างมาไว้ที่ฝ่ามือเลยแฮะ กลายเป็ยอดฝีมือด้านการจัดกระดูกไปเสียแล้วเหรอเนี่ย?" ฟางหานรู้สึกคันไม้คันมือ อยากทดสอบวิชานี้ใจจะขาด
"คุณหมอฟางคะ"
ประตูห้องพักถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ก่อนที่พยาบาลหลินจะยื่นหน้าเข้ามา แล้วพูดเสียงเบาด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน
"คุณหมอฟางคะ มีคนไข้ได้รับาเ็ เกิดอาการข้อเคลื่อน คุณหมอพอจะรักษาได้ไหมคะ?"
"ได้แน่นอนครับ"
ฟางหานชะงักไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกอยากจะพุ่งเข้าไปกอดและหอมแก้มหลินอวี่ซานสักที พยาบาลสาวคนนี้ช่างน่ารักเหลือเกิน เธอส่งเคสที่เขา้ามาให้ได้ถูกที่ถูกเวลาเสมอ
"ถ้าอย่างนั้น ฉันจะให้คนไข้ไปรอคุณที่ห้องรักษาที่สามนะคะ"
หลินอวี่ซานยิ้มหวานก่อนจะปิดประตูลง
ฟางหานขยับไหล่และแขนเบา ๆ เพื่อเตรียมพร้อม ก่อนจะก้าวเดินออกไปด้วยความมั่นใจ
เมื่อมาถึงห้องรักษาที่สาม ก็เห็นว่าแพทย์ประจำบ้านหลี่กำลังตรวจดูอาการของคนไข้อยู่ พอเห็นฟางหานเข้ามา เขาก็รีบเอ่ยขึ้นว่า "หมอฟาง พยาบาลหลินบอกว่านาย้ารับเคสนี้ไปดูแลเองเหรอ?"
เป็ที่รู้กันดีว่า ในแผนกฉุกเฉินไม่มีหมอคนใดที่เชี่ยวชาญด้านการจัดกระดูกอย่างแท้จริง ปกติหากมีเคสกระดูกหักหรือข้อเคลื่อน จะต้องรีบแจ้งแพทย์จากแผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อมาดำเนินการทันที เมื่อครู่แพทย์ประจำบ้านหลี่กำลังจะกดโทรศัพท์เรียกหมอเฉพาะทาง แต่หลินอวี่ซานกลับเดินเข้ามาแจ้งไว้ก่อนว่า
"คุณหมอฟางกำลังมาแล้วค่ะ พวกคุณอย่าเพิ่งทำอะไรนะ นี่คือเคสที่คุณหมอฟาง้าดูแลเอง"
"พอดีพยาบาลหลินบอกว่ามีคนไข้ข้อเคลื่อน ผมพอจะมีพื้นฐานด้านนี้อยู่บ้าง เลยอยากมาช่วยดูน่ะครับ"
ฟางหานชำเลืองมองแพทย์ประจำบ้านหลี่ "ว่าแต่ แผนกฉุกเฉินของเรามีคนอื่นที่ชำนาญเื่การจัดกระดูกอีกไหมครับ?"
"ไม่มีเลย ต้องพึ่งพาหมอจากแผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อเพียงอย่างเดียว" แพทย์ประจำบ้านหลี่ตอบตามตรง
"ถ้าอย่างนั้น วันหน้าถ้ามีเคสในลักษณะนี้ ผมจะรับผิดชอบจัดการเองครับ"
ฟางหานเอ่ยพลางล้างมือให้สะอาด
"เอ่อ..."
แพทย์ประจำบ้านหลี่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง "จะรับทำทุกเคสเลยเหรอ?"
สำหรับความสามารถของฟางหาน แพทย์ประจำบ้านหลี่เลิกสงสัยไปนานแล้ว หากฟางหานบอกว่ารักษาเคสข้อเคลื่อนได้ เขาก็พร้อมจะเชื่อ แต่การประกาศกร้าวว่าจะรับผิดชอบงานด้านนี้ทั้งหมด มันดูเหมือนว่าเขากำลังจะไปแย่งงานของแผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อมาทำเองเสียอย่างนั้น
"หมอหลี่ คุณจะใไปทำไมกัน เมื่อสองวันก่อนฟางหานยังโชว์การจัดกระดูกเคสกระดูกสันหลังเลื่อนที่แผนกศัลยกรรมกระดูกและเนื้อเยื่อาเ็มาแล้วเลยนะ"
อู๋เหล่ยหัวเราะในลำคอ ฝีมือการจัดกระดูกของเพื่อนเขาคนนี้ พวกเขาเห็นมากับตาจนชินเสียแล้ว
แพทย์ประจำบ้านหลี่มองไปทางอู๋เหล่ยสลับกับหลินกวางเลี่ยงและพยาบาลอีกคน ทว่า ทั้งสามกลับมีท่าทีที่สงบนิ่งเป็ปกติ
"ตกลง ตามที่นาย้าเลย"
แพทย์ประจำบ้านหลี่ถอนหายใจยาว โลกของอัจฉริยะช่างเป็สิ่งที่คนธรรมดาสามัญอย่างเขาไม่มีวันเข้าถึงได้จริง ๆ
ฟางหานล้างมือเสร็จก็เดินเข้าไปตรวจบริเวณข้อมือของคนไข้ คนไข้รายนี้เป็ชายหนุ่มวัยสามสิบเศษ เมื่อเห็นว่าหมอที่มาตรวจยังหนุ่มแน่นขนาดนี้ก็เริ่มมีท่าทีไม่มั่นใจ จึงเอ่ยถามด้วยความระแวงว่า "โรงพยาบาลนี้ไม่มีหมอคนอื่นแล้วหรืออย่างไร?"
"ที่นี่คือแผนกฉุกเฉิน หมอทุกคนมีงานล้นมือกันทั้งนั้น การที่มีหมอสักคนว่างมาดูแลคุณในตอนนี้ ก็นับว่าคุณโชคดีมากแล้วล่ะครับ"
ฟางหานตอบกลับพลางยื่นมือไปคว้ามือของคนไข้ เขาออกแรงดึงนิ้วให้เฉียงขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนจะบิดและผลักเข้าตำแหน่งอย่างรวดเร็วและรุนแรง
กึก!
เสียงกระดูกเข้าที่ดังแว่วมาเบา ๆ แล้วฟางหานก็ปล่อยมือคนไข้ทันที "เรียบร้อยแล้วครับ ภายในสามวันนี้ห้ามขยับข้อมือแรงเกินไป และงดทำงานหนักต่อเนื่องอย่างน้อยครึ่งเดือนนะครับ"
พูดจบเขาก็หันไปสั่งการแพทย์ประจำบ้านหลี่ว่า "จัดน้ำมันดอกคำฝอยให้คนไข้ไปทาที่บ้านขวดหนึ่งนะครับ"
"อา..."
แพทย์ประจำบ้านหลี่ยังคงยืนนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เรียบร้อยแล้วเหรอ? ทุกอย่างเสร็จสิ้นง่ายดายขนาดนี้จริง ๆ เหรอ?
ในขณะนั้นเอง ประตูห้องรักษาก็ถูกผลักเปิดออก หมอเหมียวเดินเข้ามาด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่าพร้อมกับเสียงหัวเราะร่า "ได้ข่าวว่าเสี่ยวฟางกำลังช่วยรักษาคนไข้ข้อเคลื่อนอยู่เหรอ?"
หมอเหมียวก้าวเข้ามาด้วยอารมณ์ที่เบิกบานอย่างยิ่ง ตอนนี้ฟางหานสังกัดอยู่ในทีมของเขา ความเก่งกาจของฟางหานย่อมส่งผลดีต่อเขาโดยตรง ในสถานะนักศึกษาแพทย์ฝึกงาน ฟางหานยังไม่มีสิทธิ์ทำการรักษาโดยลำพัง และไม่มีสิทธิ์ในการสั่งยา ดังนั้นทุกเคสที่ฟางหานรักษาจึงถูกบันทึกเป็ผลงานของหมอเหมียวทั้งหมด
ในระบบโรงพยาบาล นอกจากเงินเดือนพื้นฐานแล้วยังมีเงินโบนัส ซึ่งคำนวณจากจำนวนคนไข้ที่รักษาสำเร็จและอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่ต่ำ
หากสถานการณ์ยังเป็เช่นนี้ต่อไป เมื่อถึงสิ้นเดือนเขาคงได้รับเงินโบนัสก้อนโตเป็แน่ หมอเหมียวรู้สึกอิ่มเอมใจเหลือเกิน เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะร่ำรวยเป็เฉินป่ายว่านได้ หมอเองก็ต้องดิ้นรนเพื่อปากท้องและครอบครัวเช่นกัน