BIRDROCK 2 : สู่าครั้งใหญ่
เบิร์ดเริ่มร้องไห้น้ำตาของเขาหยดลงบนไหล่ของแม่ขณะที่เขากอดแม่ไว้แน่นราวกับ้าหาที่พึ่งพิงใน่เวลาที่ความทุกข์เข้าครอบงำ
"มันไม่ยุติธรรมเลยครับแม่ทำไมต้องดูถูกพวกเราด้วย" เบิร์ดสะอื้นถาม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความคับแค้นและสับสน
แม่ของเขาลูบหลังอย่างอ่อนโยนปลอบโยนราวกับพยายามจะปลดปล่อยภาระในใจของลูกชาย"บางครั้งพวกเขาก็ชอบทำสิ่งที่ไม่มีเหตุผล ลูกไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาว่ามาหรอกนะในวันที่แม่คลอดลูกออกมา แม่ฝันว่าลูกจะเป็คนพิเศษเกิดมาเพื่อทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่"
แต่เพียงชั่วครู่เสียงปืนดังสนั่นกลางความสงบที่เกิดจากคำปลอบใจ เบิร์ดหันกลับมาด้วยความใแม่ของเขาถูกลูกหลง เืไหลออกมาจากท้องอย่างรวดเร็วทำให้เขายืนตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
ต่อมาแม่ของเบิร์ดนอนอยู่บนเตียงพยาบาลมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น มือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะที่เธอพยายามจะพูดออกมา "เบิร์ด แม่รักลูกนะ"เสียงนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้ง แม้จะเป็คำพูดที่เรียบง่ายแต่มันเต็มไปด้วยน้ำหนักที่เบิร์ดไม่เคยลืม
วันหนึ่งขณะที่เขายืนอยู่คนเดียว โทรศัพท์ของเขาดังขึ้นการแจ้งข่าวจากโรงพยาบาลทำให้โลกของเขาพังทลายลงทันทีปลายสายบอกว่าแม่ของเขาเสียชีวิตแล้ว เบิร์ดยืนนิ่งความช็อกทำให้เขารู้สึกเหมือนเวลาหยุดลงความทรงจำเกี่ยวกับแม่เริ่มหลั่งไหลเข้ามาในหัวเหมือนคลื่นที่ไม่สิ้นสุด
"ทำไมทุกคนถึงเอาแต่มองไม่มีใครคิดจะช่วยเขาเลยเหรอ เขาเป็แค่คนแก่นะ"เบิร์ดะโใส่ฝูงชนที่ยืนเฉยเมยต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นขณะที่แก๊งอันธพาลสามคนกำลังทำร้ายชายชรา "ลองคิดดูสิ ถ้าพวกเหี้ยนี่ยังอยู่คนที่โดนทำร้ายอาจจะเป็ครอบครัวเรา ลูกเรา พ่อเรา แม่เรา หรือคนรักของเราทำไมทุกคนไม่ช่วยกันล่ะ" ความโกรธพุ่งขึ้นในใจของเขาเบิร์ดควักปืนออกมา และในชั่วพริบตาเขายิงใส่แก๊งฮาคิคนหนึ่งะุพุ่งตรงเข้าที่หัว ทำให้ชายคนนั้นล้มลงกับพื้นทันที เืสาดกระจายไปทั่วฝูงชนแตกตื่นและเสียงกรีดร้องดังขึ้นทั่วตลาด
จากเหตุการณ์นั้นเบิร์ดได้กลายเป็ผู้นำการลุกฮือ "ปฏิวัติ ปฏิวัติ"เสียงะโดังก้องในอากาศ ผู้คนหลายร้อย หลายพันคนรวมตัวกันหน้าสถานีตำรวจพวกเขามองไปที่เบิร์ดด้วยความคาดหวังเบิร์ดยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่เต็มไปด้วยความโกรธและความหวัง เขารู้สึกถึงพลังที่เกิดขึ้นรอบตัวสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่เขาฝันมานานกำลังจะเกิดขึ้นจริง
เขากำหมัดขวาแน่นด้วยความมุ่งมั่นแล้วชูขึ้นฟ้า สัญลักษณ์ของการลุกฮือ ทุกคนรอบๆ เขาพากันทำตามเสียงของฝูงชนดังกึกก้องไปทั่ว แต่แล้วเขาก็ตื่นขึ้นมาจากความฝันมันไม่ใช่แค่ความฝันธรรมดา แต่มันคือความจริงที่เขาเคยเผชิญในอดีต
เบิร์ดได้กลายเป็สัญลักษณ์ของการปฏิวัติในภาคใต้ของประเทศไทยนับั้แ่วันที่เขาตัดสินใจลุกขึ้นสู้เขาไม่ได้เป็เพียงแค่คนธรรมดาที่เคยถูกกดขี่แต่ตอนนี้เขาคือผู้นำกลุ่มก่อการร้ายที่รู้จักกันในชื่อ BIRDROCKสำหรับผู้คนที่ยอมรับและสนับสนุนเขาเบิร์ดคือวีรบุรุษผู้ลุกขึ้นมากำจัดนักการเมืองทุจริต ตำรวจที่คดโกงและอันธพาลที่กดขี่ประชาชนในเมืองไชยาและพื้นที่ใกล้เคียงเขาใช้วิธีที่รุนแรงและไม่ปราณีต่อผู้ที่เขามองว่าเป็ภัยต่อสังคม
ทุกการเคลื่อนไหวของBIRDROCK คือการล้างแค้นและการชำระล้าง เมืองไชยาที่เคยเต็มไปด้วยคนเลวตอนนี้แทบไม่มีเหลือแล้วผู้คนในเมืองที่เคยถูกข่มเหงตอนนี้สามารถหายใจได้อย่างอิสระแต่ราคาที่ต้องจ่ายคือความหวาดกลัวที่ปกคลุมทุกมุมเมืองผู้ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายของ BIRD ROCK ไม่มีทางรอดหลายคนถูกสังหารอย่างโเี้กลุ่มนักการเมืองทุจริตและตำรวจที่เคยครองอำนาจต่างล้มตายอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามความสำเร็จนี้กลับไม่ได้นำมาซึ่งความสงบสุขที่แท้จริงสำหรับเบิร์ดรัฐบาลเริ่มมองเขาและกลุ่มของเขาว่าเป็ภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศเบิร์ดและ BIRD ROCK ไม่ใช่แค่กลุ่มก่อการร้ายที่ท้าทายอำนาจในเมืองไชยาและจังหวัดสุราษฎร์ธานีอีกต่อไปศัตรูของเขาในปัจจุบันคือทั้งประเทศ ประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็รัฐบาล กองทัพหรือหน่วยงานความมั่นคง ทั้งหมดมองว่าเบิร์ดคือศัตรูที่ต้องถูกกำจัด
BIRD ROCK กำลังจะเผชิญกับการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่สุดไม่ใช่เพียงแค่การต่อสู้เพื่อปลดปล่อยเมืองเล็กๆ อีกต่อไปแต่เป็การต่อสู้เพื่อยึดครองทั้งประเทศความหวังและความฝันของเบิร์ดที่เคยมีเพื่อประชาชนกำลังถูกทดสอบด้วยพลังอำนาจของทั้งชาติ
ภายในห้องประชุมที่มืดสลัวโต๊ะไม้ยาวเก่า ๆ เป็ศูนย์กลางของการสนทนาที่กำลังจะเกิดขึ้น กลุ่มคนสำคัญของBIRD ROCK นั่งเรียงรายกันรอบโต๊ะสายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่เบิร์ดที่นั่งอยู่หัวโต๊ะใบหน้าของเขาเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น รอบๆห้องมีเงามืดสลับกับแสงไฟนีออนสลัวทำให้บรรยากาศยิ่งเพิ่มความกดดันและความเคร่งเครียด
เบิร์ดกวาดตามองทุกคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมอุดมการณ์แต่พวกเขาคือคนที่เชื่อในแผนการและการปฏิวัติของเขามาตลอด เบิร์ดสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเริ่มพูด
"เวลาของเรามาถึงแล้ว"เสียงของเขาหนักแน่น แต่แฝงด้วยความตื่นเต้น"เราได้กำจัดพวกมันเกือบหมดในเมืองไชยา ไม่มีอันธพาล ไม่มีตำรวจเลวไม่มีนักการเมืองทุจริตเหลืออยู่ในนี้อีกต่อไป"
ทุกคนในห้องพยักหน้าบางคนยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ แต่มันเป็เพียงความสงบก่อนพายุ
"แต่ศัตรูของเราไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่นี่อีกแล้ว"เบิร์ดกล่าวต่อ น้ำเสียงของเขาเริ่มเข้มข้นขึ้น"รัฐบาลมองเราว่าเป็ภัยคุกคามที่ใหญ่ขึ้น พวกมันกำลังรวมพลังเพื่อจัดการเราพวกเขาจะไม่ปล่อยให้ BIRD ROCK คงอยู่ในภาคใต้หรือที่ไหนก็ตามอีกต่อไป"
กล้าหนึ่งในทีมงานคนสำคัญ ซึ่งเป็คนที่ใกล้ชิดกับเบิร์ดมากที่สุดขมวดคิ้วด้วยความกังวล เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย "แล้วเราจะทำยังไงเบิร์ดเราจะรับมือกับรัฐบาลทั้งประเทศได้ยังไง"
เบิร์ดยิ้มบางๆซึ่งเป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น "เราไม่ได้แค่รับมือเราจะลุกขึ้นสู้ เราจะทำให้พวกเขาเห็นว่าเราไม่ใช่แค่กลุ่มก่อการร้ายเล็ก ๆแต่เราเป็ขบวนการที่จะเปลี่ยนแปลงทั้งประเทศ"
ทุกคนในห้องเงียบลงความตื่นเต้นผสมกับความกังวล ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กำลังรออยู่ตรงหน้า
"แผนของเราคือการขยายอิทธิพลจากเมืองไชยาไปสู่ทั้งภาคใต้จากนั้นก็ไปทั่วประเทศ ทุกคนจะต้องเลือกว่าจะเข้าร่วมกับเรา หรือจะเป็ศัตรู"เบิร์ดพูดอย่างมั่นคง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้
กล้าพยักหน้าอย่างเข้าใจแต่สายตาของเขายังคงมีความกังวล "แต่มันจะไม่ง่ายนะ พวกเรายังมีศัตรูอีกมากและตอนนี้เรากำลังต่อสู้กับทั้งประเทศ"
เบิร์ดยืนขึ้นจากที่นั่งมองตรงไปที่กล้าและทุกคนในห้อง "เราเคยกลัวไหมตอนที่เริ่มจากศูนย์ เราก็เคยผ่านความยากลำบากมาแล้วครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน"
ทุกคนในห้องเริ่มรู้สึกถึงพลังที่เบิร์ดแผ่ออกมาความมุ่งมั่นที่ไม่สั่นคลอนของเขาทำให้พวกเขารู้สึกถึงความเป็ไปได้ที่จะชนะการปฏิวัติครั้งนี้
"ตอนนี้ไม่ใช่แค่เมืองไชยา หรือสุราษฎร์ธานีอีกแล้ว ศัตรูของเราอยู่ทั่วทั้งประเทศและเราจะต่อสู้จนกว่าจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งที่เคยกดขี่พวกเรา"เบิร์ดกล่าวด้วยเสียงดังและหนักแน่น"ใครที่พร้อมจะลุกขึ้นสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง ก็อยู่ต่อ ใครที่ไม่พร้อมก็ถอยออกไปได้"
ทุกคนในห้องเงียบกริบไม่มีใครลุกขึ้น ไม่มีใครถอยทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความมั่นใจและความมุ่งมั่นในสิ่งที่พวกเขาเลือก
เบิร์ดพยักหน้า"งั้นก็ลุกขึ้น และเตรียมตัวให้พร้อม การปฏิวัติของเรายังไม่จบมันเพิ่งเริ่มต้น"
ฉากตัดมาที่เบิร์ดหรือที่ทุกคนรู้จักในชื่อ BIRD ROCK ผู้นำกลุ่มก่อการร้ายผู้แข็งแกร่งและโเี้เขาเดินไปท่ามกลางเหล่าผู้คนที่เข้าร่วมกับเขาคนกลุ่มนี้มาจากทั่วเมืองไชยาและบริเวณรอบๆต่างคนต่างแสวงหาความหวังในสิ่งที่เบิร์ดเรียกว่า "การปฏิวัติ"เขามองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่แฝงความเ็า เหล่าคนที่เคยกลัวตอนนี้กลับเปลี่ยนมาเป็เครื่องจักรแห่งาพร้อมทำตามคำสั่งของเขาอย่างไม่ลังเล
เบิร์ดเดินผ่านกล้าคนสนิทที่เป็มือขวาของเขากล้ายืนคุมคนกลุ่มใหม่ที่ถูกเกณฑ์เข้ามาเพื่อเข้าร่วมกับกองทัพBIRD ROCK คนเ่าั้มีทั้งชายและหญิงที่ยังคงมีแววตาแห่งความกลัวและไม่มั่นใจในอนาคตที่รออยู่ข้างหน้า
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ยอมรับโชคชะตานี้ข้างหน้าของเบิร์ด มีคนอยู่ 5 คนที่ยืนเรียงกันถูกมัดมือและปิดตา คนเหล่านี้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับกองทัพของเบิร์ดพวกเขาสั่นด้วยความกลัว บางคนกำลังน้ำตาไหลพรากขณะที่เสียงสะอื้นของบางคนสั่นสะท้านไปทั่วอากาศน้ำมูกไหลจากใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
กล้าเดินมาข้างเบิร์ดหันหน้าไปมองผู้นำของเขา "เราจะทำยังไงกับพวกนี้ดี"เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเหมือนเป็เื่ปกติเบิร์ดไม่พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ
สายตาของกล้าชัดเจนเขาเข้าใจคำสั่งนี้ทันที กล้ายกมือขึ้นส่งสัญญาณเหล่าลูกน้องที่ยืนเรียงกันถือปืนยาวทุกคนชูปืนขึ้นอย่างพร้อมเพรียงปากกระบอกปืนเล็งตรงไปยังกลุ่มคนทั้งห้าที่ถูกมัดไว้
เสียงสะอื้นดังขึ้นอีกครั้งหนึ่งในพวกเขาพยายามร้องขอชีวิต "ได้โปรด…อย่าทำแบบนี้เลย"แต่ไม่มีใครฟัง ไม่มีความเมตตาในดวงตาของเหล่าลูกน้องของเบิร์ด
"ยิง"กล้าสั่งเสียงดังชัดเจน
ทันใดนั้นเสียงปืนดังกึกก้อง ะุพุ่งทะลุเข้าหัวของทุกคนพร้อมกัน เืกระเซ็นเต็มพื้นคนทั้งห้าล้มลงกับพื้นทันที เสียงทุกอย่างเงียบลงเหลือเพียงลมที่พัดผ่านกลางทุ่งโล่ง
เบิร์ดยืนมองภาพนั้นอย่างเ็าไม่มีอารมณ์ใดปรากฏบนใบหน้าของเขา เพราะสำหรับเขาแล้วนี่คือสิ่งที่ต้องทำเพื่อรักษาอำนาจและขับเคลื่อนการปฏิวัติของเขาไปข้างหน้าผู้ที่ไม่เห็นด้วยจะไม่มีที่ยืนในเมืองนี้
หลังจากการสังหารคนที่ไม่ยอมเข้าร่วมในกองทัพBIRDROCK ความหวาดกลัวในอำนาจของเบิร์ดได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งเมืองไชยาข่าวการปฏิวัติและการใช้ความรุนแรงของ BIRD ROCK แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วผู้คนต่างรู้ดีว่าการขัดขืนไม่ใช่ทางเลือกและผู้ที่ไม่ยอมก้มหน้ารับคำสั่งต้องพบกับจุดจบที่โหดร้าย
เบิร์ดและกล้าเริ่มการเกณฑ์ผู้คนจำนวนมากจากเมืองไชยาและพื้นที่รอบๆไม่ว่าจะด้วยความสมัครใจหรือความกลัวทุกคนถูกเรียกเข้ามาจับอาวุธเพื่อเสริมกำลังในกองทัพ BIRDROCK กลุ่มคนที่เคยเป็ชาวบ้านธรรมดา ชาวนา และคนทำงานธรรมดากลายเป็นักรบภายในเวลาอันสั้น พวกเขาถูกฝึกอย่างเร่งรีบ ถูกให้ถือปืนและเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น
เบิร์ดไม่ได้หยุดเพียงแค่ในเมืองไชยาเขาเริ่มขยายอาณาเขตการปกครองไปทั่วจังหวัดสุราษฎร์ธานีภายใต้คำสั่งที่แน่วแน่และโเี้ของเขา เมืองต่างๆถูกยึดครองอย่างรวดเร็วด้วยการบังคับให้ยอมจำนนหรือการกำจัดผู้ที่ขัดขืนเมื่อจังหวัดสุราษฎร์ธานีตกอยู่ในมือของ BIRD ROCK เบิร์ดก็ไม่หยุดเพียงเท่านั้น
เป้าหมายต่อไปคือจังหวัดนครศรีธรรมราชกองทัพของเบิร์ดเคลื่อนตัวไปยังนครศรีธรรมราชอย่างรวดเร็ว แผ่ขยายอำนาจไปทีละเมืองเมืองต่างๆ ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของ BIRD ROCK ในเวลาอันสั้น การต่อสู้กับกองกำลังท้องถิ่นและตำรวจเกิดขึ้นตลอดทางแต่พวกเขาไม่สามารถต้านทานความโเี้และการจัดการที่เด็ดขาดของเบิร์ดได้
เมื่อ BIRDROCK ยึดนครศรีธรรมราชได้สำเร็จ เบิร์ดก็มุ่งหน้าไปยังจังหวัดกระบี่ต่อด้วยชุมพร ระนอง และพังงา ทุกจังหวัดที่เบิร์ดและกองทัพของเขาผ่านไปล้วนตกอยู่ในเงื้อมมือของการปกครองที่เข้มงวดของเขาผู้คนต่างต้องเลือกข้างอย่างรวดเร็ว – ยอมรับ BIRD ROCK หรือจบชีวิตลง
ในแต่ละจังหวัดที่เขายึดครองเบิร์ดสั่งให้สร้างกองกำลังใหม่ เกณฑ์ผู้คนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆเพื่อต่อสู้กับศัตรูที่ใหญ่กว่า ศัตรูที่ไม่ใช่แค่ท้องถิ่นอีกต่อไปแต่เป็กองทัพของรัฐบาล กองทัพไทยเริ่มส่งทหารเข้ามาปราบปรามการปฏิวัติของ BIRDROCK ความขัดแย้งระหว่างกองกำลังรัฐบาลและกลุ่ม BIRD ROCK เริ่มปะทุขึ้นทั่วภาคใต้การสู้รบที่รุนแรงเริ่มแพร่กระจายไปพร้อมกับการขยายอาณาเขตของ BIRD ROCK
แม้กองทัพจะพยายามปราบปรามแต่เบิร์ดก็ยังคงลุกขึ้นต่อสู้ศัตรูที่เคยเป็ตำรวจท้องถิ่นและอันธพาลในเมืองเล็กๆกลายเป็กองทัพเต็มรูปแบบของประเทศ แต่เบิร์ดไม่ยอมถอยเขายึดทั้งจังหวัดภูเก็ตเป็ฐานที่มั่นสำคัญและใช้เป็จุดเริ่มต้นของการรุกเข้าสู่พื้นที่อื่นๆต่อไป
การปะทะกันกับกองทัพกลายเป็าขนาดใหญ่ความสูญเสียเกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย แต่ BIRD ROCK กลับยิ่งแข็งแกร่งขึ้นด้วยการสนับสนุนจากผู้คนที่ยอมจำนนต่ออำนาจของเบิร์ดกองทัพรัฐบาลไทยพยายามสกัดกั้น แต่กลับพ่ายแพ้ในหลายสนามรบสถานการณ์ของประเทศเริ่มเข้าสู่ความวุ่นวายอย่างไม่เคยมีมาก่อน
เบิร์ดหันหน้ามองดูอาณาเขตที่เขายึดครองได้เขารู้ดีว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้น ายังไม่จบ ศัตรูยังอยู่ทั่วทั้งประเทศแต่ความมุ่งมั่นในสายตาของเขาบอกให้รู้ว่า BIRD ROCK จะไม่หยุดจนกว่าจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยทั้งประเทศ
ฉากตัดมาที่ห้องแถลงข่าวนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่หน้ากล้อง บนใบหน้าเขามีร่องรอยของความกังวลท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ปัจจุบันเสียงแฟลชจากกล้องนักข่าวดังสลับกับเสียงซุบซิบในห้องประชุม นายกฯสูดลมหายใจลึกก่อนจะเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"รัฐบาลตระหนักถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้และผมยืนยันว่าเราจะไม่ยอมให้กลุ่มก่อการร้ายเข้ามาแทรกแซงการปกครองหรือทำลายความสงบสุขของประเทศเราได้มีการส่งกำลังเ้าหน้าที่ไปปราบปรามแต่ขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจว่าเราจะจัดการเื่นี้โดยไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนทั่วไป"
หลังจบการแถลงนายกฯ ก็ลุกขึ้นจากโต๊ะด้วยความเร่งรีบ เสียงนักข่าวยังคงถามคำถามต่อไม่ขาดสายแต่เขาไม่หันกลับไปตอบ ทันทีที่เขาออกจากห้องประชุม เหล่าพลเอกทั้งกองทัพบกกองทัพเรือ และกองทัพอากาศรอเขาอยู่ในห้องประชุมส่วนตัวหน้าตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
หนึ่งในพลเอกของกองทัพบกเริ่มพูดขึ้นก่อน"ท่านต้องออกคำสั่งที่เด็ดขาดแล้วนะครับ นี่ไม่ใช่เื่เล่นๆถ้าปล่อยไว้แบบนี้ กลุ่มก่อการร้ายพวกนั้นจะยึดประเทศนี้ได้ในไม่ช้า"
นายกฯหันกลับไปมองหน้าพวกเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ"ก็บอกให้พวกนายส่งคนไปปราบพวกมันแล้วไง ทำไมยังไม่ได้ผล"
พลเอกของกองทัพเรือตอบทันที"พวกมันสู้แบบกองโจรครับ มันรู้จักพื้นที่ดีและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วพวกเราเองก็ไม่สามารถใช้อาวุธเต็มรูปแบบได้ ท่านไม่อนุญาตให้เราใช้รถถังเครื่องบินรบ หรือเรือรบเลย ถ้าเราสามารถใช้ทุกอย่างที่เรามีเราจะชนะพวกมันได้สบายๆ ท่านต้องประกาศภาวะานะครับ"
นายกรัฐมนตรีขมวดคิ้วหันกลับมามองหน้าพลเอกทั้งหลาย เขาเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความกังวล "ถ้าประกาศภาวะานักลงทุนต่างชาติจะไม่เข้ามาลงทุน เศรษฐกิจทุกวันนี้ก็แย่อยู่แล้วถ้าเศรษฐกิจยิ่งแย่ลงใน่ที่ผมยังเป็นายกฯ เลือกตั้งครั้งหน้าผมจะได้เสียงน้อยแล้วเราจะอยู่รอดได้ยังไง"
พลเอกของกองทัพอากาศก้าวขึ้นมาพูด"ท่านครับ แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ กลุ่มก่อการร้ายจะมีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆจนท้ายที่สุด มันไม่ใช่แค่การสูญเสียทางเศรษฐกิจเท่านั้นแต่ประเทศนี้อาจจะถูกพวกมันยึดครองทั้งหมด"
นายกรัฐมนตรีถอนหายใจหนักๆเขารู้ดีว่าการตัดสินใจในครั้งนี้อาจเป็การเปลี่ยนแปลงประเทศไปตลอดกาลทั้งในแง่การเมือง เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของประชาชน
ในขณะที่สถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นทั่วประเทศการชุมนุมของผู้คนจำนวนมากเกิดขึ้นกลางเมืองผู้ชุมนุมต่างะโเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไขสถานการณ์ความโกรธแค้นและความผิดหวังสะสมก่อตัวขึ้นเสียงะโดังกึกก้องไปทั่วพื้นที่บริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลทุกคนคาดหวังการเปลี่ยนแปลงจากผู้นำที่พวกเขามองว่าไร้ประสิทธิภาพ
ในเวลาเดียวกันนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับบ้านพักหลังจากจบการแถลงข่าวและประชุมกับกองทัพเขารู้สึกเหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยความเครียดจากสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะไม่มีทางออกเมื่อกลับถึงบ้าน เขาเดินเข้ามากอดภรรยาของเขาหวังจะหาที่พึ่งในยามที่หัวใจหนักอึ้ง
"ทุกอย่างจะเรียบร้อยใช่ไหม"ภรรยาของเขาถามอย่างห่วงใย
นายกฯยิ้มเล็กน้อย แม้ในใจจะยังคงว้าวุ่น "ทุกอย่างจะเรียบร้อย อย่ากังวลเลย"เขาตอบอย่างอ่อนโยน
หลังจากนั้นเขาเดินเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำและเตรียมอาบน้ำเพื่อผ่อนคลาย เปิดเพลงเสียงดังและเริ่มร้องตามเพลงอย่างคลายเครียด เสียงเพลงที่ดังก้องไปทั่วบ้านทำให้นายกฯรู้สึกปลดปล่อยจากภาระที่แบกรับไว้
แต่ในขณะเดียวกันกองทัพได้เริ่มเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆ ทหารพร้อมอาวุธหนัก รถถังและกองกำลังพิเศษต่างมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของนายกรัฐมนตรีด้วยคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเพื่อทำการรัฐปะา
รถถังและทหารติดอาวุธเข้าล้อมบ้านพักของนายกฯอย่างรวดเร็ว ทุกเส้นทางรอบบ้านถูกปิดล้อม ทหารเข้าประจำตำแหน่งอย่างเคร่งครัดท่ามกลางความเงียบสงบที่ปกคลุมรอบตัว เสียงของเพลงที่นายกฯเปิดฟังในบ้านยังคงดังไปทั่ว แต่มันกลับตัดกับความเงียบรอบๆ อย่างน่ากลัว
ในขณะเดียวกันสถานที่สำคัญอื่นๆในเมืองอย่างรัฐสภาและทำเนียบรัฐบาลถูกปิดล้อมโดยกองกำลังของทหารอีกชุดทุกจุดยุทธศาสตร์ของประเทศถูกยึดครองอย่างเป็ระบบ ภายในเวลาไม่นานการรัฐปะาก็เสร็จสิ้น
นายกฯยังคงไม่รู้ตัวว่าอะไรเกิดขึ้นนอกบ้าน เขาร้องเพลงและอาบน้ำอย่างสบายใจโดยไม่รู้เลยว่าภายนอกบ้านของเขาถูกปิดล้อมเต็มรูปแบบและชะตากรรมของเขากำลังจะเปลี่ยนไป
พลเอกผู้เป็หัวหน้ากองทัพบกยืนอยู่เบื้องหน้ากล้องหลายสิบตัวที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อถ่ายทอดการแถลงข่าวที่ทุกคนรอคอยบรรยากาศในห้องแถลงข่าวเงียบสงบและตึงเครียดสายตาของประชาชนทั่วประเทศจับจ้องมาที่หน้าจอทุกคนต่างรอคอยคำตอบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้
พลเอกมองไปรอบๆก่อนจะสูดลมหายใจลึกและเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคงแต่หนักแน่น"พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน ในฐานะหัวหน้ากองทัพผมขอแถลงข่าวต่อท่านทั้งหลาย เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้"
เขาหยุดเล็กน้อยเพื่อเน้นย้ำความสำคัญของคำพูด"หลังจากที่รัฐบาลชุดปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขปัญหาความวุ่นวายและการก่อการร้ายในภาคใต้ของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพและปล่อยให้ความไม่สงบลุกลามไปถึงระดับที่ไม่สามารถควบคุมได้ทางกองทัพจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้ามายุติสถานการณ์ดังกล่าว"
เสียงกล้องถ่ายรูปดังขึ้นขณะที่นักข่าวจดบันทึกคำแถลงพลเอกกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่กว่าเดิม "เราตัดสินใจดำเนินการรัฐปะาเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศและเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ถูกคุกคามจากกลุ่มก่อการร้ายเราได้ทำการปิดล้อมสถานที่สำคัญหลายแห่งรวมถึงทำเนียบรัฐบาลและบ้านพักของนายกรัฐมนตรีเพื่อให้แน่ใจว่าการยึดอำนาจดำเนินไปอย่างเรียบร้อยโดยไม่มีความรุนแรง"
เขามองตรงไปยังกล้องถ่ายทอดสดและส่งข้อความถึงประชาชนทั้งประเทศ"ทหารและเ้าหน้าที่ทุกคนของกองทัพมุ่งมั่นที่จะปกป้องชาติและประชาชนอย่างเต็มความสามารถ เราขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ ร่วมมือกับกองทัพและไม่เข้าร่วมในการชุมนุมหรือการก่อความวุ่นวายอีกต่อไป"
พลเอกเน้นย้ำอย่างจริงจัง"ต่อจากนี้ทางกองทัพจะเข้ามาจัดการและฟื้นฟูประเทศให้กลับมาสู่ความสงบเรียบร้อยเราจะเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความมั่นคงที่กำลังวิกฤติเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้"
เขาจบคำแถลงด้วยท่าทางสง่างาม"ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนมั่นใจในกองทัพเราจะนำพาประเทศชาติกลับมาสู่ความสงบสุขโดยเร็วที่สุด ขอบคุณครับ"
เมื่อจบการแถลงพลเอกก้าวถอยหลังและเดินออกจากห้องแถลงข่าวทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความตึงเครียดที่ยังคงลอยอยู่ในอากาศ
ฉากตัดมาที่เบิร์ดหรือBIRD ROCK ผู้นำกลุ่มก่อการร้าย กำลังนั่งอยู่ในห้องที่มืดสลัวท่ามกลางแผนที่ขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนัง แสงไฟจากหลอดไฟเก่าๆ กระพริบเป็จังหวะ เผยให้เห็นสีหน้าของเขาที่เคร่งเครียดเสียงวิทยุจากลูกน้องดังขึ้น ข้อมูลที่เพิ่งได้รับทำให้เขาหยุดคิดชั่วครู่
"ท่านBIRD ROCK พวกเขา...ทำรัฐปะาแล้วครับ"เสียงลูกน้องสื่อสารผ่านวิทยุ น้ำเสียงตื่นเต้นแต่เต็มไปด้วยความกังวล
เบิร์ดชะงักทันทีดวงตาของเขาหรี่ลงและจ้องไปที่วิทยุราวกับไม่เชื่อหูตัวเองเขาลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างช้าๆ หันไปมองหน้ากล้าที่อยู่ใกล้ๆซึ่งเป็หนึ่งในผู้ที่ไว้ใจมากที่สุด กล้าเองก็รับรู้ข่าวนี้แล้วสายตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกังวลไม่ต่างกัน
"รัฐบาลล้มลงแล้วเหรอ"เบิร์ดถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยคำถามและแผนการที่หมุนวน
กล้าพยักหน้า"ใช่ ทหารทำรัฐปะาพวกเขาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลและยึดสถานที่สำคัญไว้ทั้งหมดตอนนี้ทหารคุมทุกอย่าง"
เบิร์ดนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งดวงตาของเขาจ้องมองออกไปในความมืด ความคิดเริ่มไหลเวียนในหัว"นี่เป็โอกาสของเรา" เขาพูดขึ้นมาเบาๆ แต่แฝงด้วยความมุ่งมั่น
"โอกาสอะไร"กล้าถามด้วยความสงสัย แต่ก็พอเดาได้ว่าเบิร์ดหมายถึงอะไร
"เมื่อรัฐบาลอ่อนแอที่สุดมันคือเวลาที่เราจะเคลื่อนไหว" เบิร์ดตอบน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเยือกเย็น"ทหารอาจจะคิดว่าพวกเขาคุมสถานการณ์ได้ แต่พวกเขาประมาทเกินไปพวกเขามัวแต่คิดเื่ควบคุมประชาชน คิดเื่เศรษฐกิจ คิดแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวแต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่าเรากำลังรออยู่ในเงามืด"
กล้าพยักหน้ารู้ดีว่าเบิร์ดมีแผนการอยู่เสมอ และตอนนี้เป็เวลาที่สำคัญที่สุด
"เราจะทำยังไงครับ"กล้าถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
เบิร์ดยิ้มมุมปากเล็กๆความมุ่งมั่นในสายตาของเขาเริ่มส่องแสง"เราเตรียมพร้อมสำหรับาครั้งสุดท้ายแล้ว แต่ตอนนี้เราจะใช้ความวุ่นวายนี้เป็โอกาส ยึดครองเมืองที่ยังไม่ถูกกองทัพจับตาขยายอาณาเขตของเรา และเมื่อถึงเวลา เราจะเผชิญหน้ากับกองทัพโดยตรง"
กล้าเริ่มยิ้มตามความมั่นใจกลับมาเต็มเปี่ยม "ฉันจะไปเตรียมคนของเรา"
เบิร์ดพยักหน้า"ไปเถอะ พวกเราจะไม่ปล่อยโอกาสนี้หลุดมือ เราจะไม่หยุดจนกว่าทั้งประเทศนี้จะอยู่ภายใต้การปกครองของ BIRD ROCK"
เสียงวิทยุยังคงรายงานข่าวรัฐปะาอย่างต่อเนื่องแต่ในใจของเบิร์ด นี่คือโอกาสทองที่จะทำให้การปฏิวัติของเขาสำเร็จ
เมื่อแผนเริ่มเดินหน้าเบิร์ดสั่งให้กองทัพของ BIRD ROCK เคลื่อนพลไปทางทิศใต้โดยเริ่มจากจังหวัดตรัง พัทลุง สตูล และสงขลา
เสียงรถบรรทุกขนาดใหญ่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วไปตามถนนเล็กๆที่ตัดผ่านป่าเขียวชอุ่มรอบเมืองตรังรถบรรทุกเหล่านี้บรรทุกทั้งอาวุธหนักและทหารของ BIRD ROCK ทุกคนต่างพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ที่กำลังรออยู่เสียงปืนกลและเครื่องยิงจรวดดังลั่นไปทั่วเมื่อพวกเขาบุกเข้าสู่ตรังเป็ที่แรกฝ่ายทหารรัฐบาลที่พยายามต้านทานการโจมตีของพวกเขากลับไม่ทันตั้งตัว กองกำลังBIRD ROCK โจมตีด้วยความเร็วและความรุนแรงจนทหารรัฐบาลต้องถอยร่น
รถถังของทหารรัฐบาลพยายามยิงสวนกลับแต่ก็ไม่สามารถสู้กับการโจมตีที่รวดเร็วและหลากหลายของBIRD ROCK ได้ จรวด RPG ที่ถูกยิงจากกลุ่มกองโจรพุ่งทะลุรถถังอย่างแม่นยำและะเิออกเป็ชิ้นๆเสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วพื้นที่ ขณะที่ทหารรัฐบาลพยายามตั้งหลักใหม่แต่กลับถูกยิงสวนเข้ามาเรื่อยๆ ทุกย่างก้าว
“เข้าประจำที่อย่าปล่อยให้พวกมันผ่านเข้ามาได้” เสียงของผู้บังคับบัญชาฝ่ายรัฐบาละโแต่ก็ไร้ผล ทหารของ BIRD ROCK ที่เคยถูกฝึกฝนมาอย่างเข้มข้นใช้ทักษะการต่อสู้ในป่าพื้นที่ของตนเองให้เป็ประโยชน์พวกเขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ยิงแล้วถอย ทำให้กองกำลังรัฐบาลสับสน
เมื่อชัยชนะในตรังเป็ของพวกเขาเบิร์ดไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น เขาสั่งการให้กองทัพเคลื่อนพลต่อไปยังพัทลุงเสียงปืนกลและะเิดังสนั่นข้ามพรมแดนระหว่างสองจังหวัด เมื่อพวกเขามาถึงพัทลุงการต่อสู้กลับยิ่งดุเดือดขึ้น ทหารรัฐบาลที่คาดการณ์ถึงการโจมตีของBIRD ROCK เริ่มตั้งหลักและใช้กำลังทหารมากขึ้นเพื่อปกป้องพื้นที่แต่พวกเขายังไม่สามารถต้านทานการโจมตีที่รุนแรงของฝ่ายเบิร์ดได้
เสียงะเิดังสนั่นเมื่อเครื่องยิงจรวดRPGของ BIRD ROCK ทำลายฐานทหารสำคัญในพัทลุง รถถังและยานพาหนะของรัฐบาลถูกทำลายเป็ชิ้นๆ ท่ามกลางเปลวไฟที่ลุกโชน พื้นดินะเือย่างรุนแรงจากการะเิครั้งใหญ่เสียงปืนดังไปทั่วเมือง ไม่มีที่ไหนปลอดภัยการสู้รบระหว่างสองฝ่ายกลายเป็าที่ดุเดือดและรุนแรงจนผู้คนในเมืองพัทลุงต้องอพยพหนีเพื่อเอาชีวิตรอด
หลังจากได้รับชัยชนะในพัทลุงBIRDROCK ขยายการโจมตีต่อไปยังสตูลและสงขลา ที่นั่นการต่อต้านจากกองทัพรัฐบาลยิ่งเข้มข้นกว่าเดิมทหารรัฐบาลเพิ่มกำลังทหารอย่างมหาศาล แต่ทหาร BIRD ROCK ที่ได้รับการฝึกฝนเพื่อการสู้รบในพื้นที่ภูมิประเทศที่ยากลำบากไม่ว่าจะเป็ในป่าหรือูเา ก็ยังคงมีความได้เปรียบพวกเขาเคลื่อนที่ไปตามทางป่าและใช้กลยุทธ์กองโจรเพื่อทำให้กองทัพรัฐบาลต้องพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า
ในสงขลาการต่อสู้ยิ่งดุเดือดที่สุด ทหารรัฐบาลจัดกำลังอาวุธหนัก รถถังและเครื่องบินรบออกมาเต็มกำลังเพื่อต่อกรกับ BIRD ROCK บนท้องฟ้า เสียงเครื่องบินขับไล่กรีดผ่านอากาศขณะที่ภาคพื้นดินเสียงปืนกลและปืนใหญ่ยังคงดังไม่ขาดสายรถถังของกองทัพรัฐบาลยิงะุขนาดใหญ่เข้าหาฝ่าย BIRD ROCK แต่กลับถูกจรวดRPG พุ่งใส่จนรถถังะเิกลางสนามรบ
เสียงะเิรุนแรงกึกก้องไปทั่วขณะที่ฝ่าย BIRD ROCK บุกเข้าสู่สงขลารถบรรทุกเต็มไปด้วยอาวุธหนักและทหารของพวกเขาถูกขนเข้ามาเรื่อยๆฝ่ายรัฐบาลไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป ทหารของ BIRD ROCK ยิงต่อเนื่องไม่หยุดแม้ะุจะเริ่มหมด พวกเขายังคงใช้มีดและอาวุธระยะประชิดเข้าต่อสู้เหล่าทหารรัฐบาลต่างหวาดกลัวต่อการโจมตีอย่างไม่ยั้ง
ทุกย่างก้าวที่พวกเขาก้าวผ่านการทำลายล้างตามมาด้วย เสียงของะเิและการต่อสู้ดังไปทั่ว ทุกครั้งที่ฝ่ายBIRD ROCK ก้าวผ่านหมู่บ้านหรือฐานทัพทหารฝ่ายรัฐบาลต้องถอยร่นจนไม่มีที่ยืน
ในที่สุดเบิร์ดและกองกำลังของเขาก็ยึดครองจังหวัดตรัง พัทลุง สตูล และสงขลาได้อย่างสมบูรณ์แต่การต่อสู้ยังไม่จบ
จากชัยชนะในหลายจังหวัดทางภาคใต้เบิร์ดและ BIRD ROCK ไม่ได้เพียงแต่ขยายอาณาเขตเท่านั้นแต่การยึดครองเหล่านี้ทำให้พวกเขาได้เปรียบอย่างมหาศาลในการต่อสู้กับรัฐบาลไทยเมื่อกองกำลัง BIRD ROCK โจมตีค่ายทหารในแต่ละจังหวัดพวกเขาไม่เพียงแต่สังหารศัตรูและยึดพื้นที่แต่ยังยึดเอาอาวุธยุทโธปกรณ์สำคัญของกองทัพไทยกลับมาใช้งานให้กับพวกเขาเอง
เสียงโซ่ล่ามรถถังและยานพาหนะหนักดังขึ้นขณะที่ทหารBIRD ROCK ขนย้ายอาวุธที่ยึดได้จากค่ายทหารในสงขลารถถังรุ่นล่าสุดที่เคยเป็เครื่องมือสำคัญของกองทัพรัฐบาลไทยตอนนี้ถูกขับเคลื่อนโดยทหารของ BIRD ROCK ทหารที่เคยมีเพียงอาวุธเบาและยุทธวิธีการโจมตีแบบกองโจรตอนนี้มีทั้งปืนใหญ่ รถถัง และแม้แต่เครื่องบินรบที่พวกเขายึดมาจากสนามบินทหาร
เบิร์ดยืนอยู่บนเนินเขามองดูการเคลื่อนไหวของกองกำลังตัวเองที่กำลังเตรียมตัวสำหรับการโจมตีครั้งถัดไปการยึดค่ายทหารไม่ได้เป็เพียงแค่ชัยชนะในทางยุทธวิธีแต่ยังเป็การเสริมกำลังให้กับกองทัพของเขาอย่างมหาศาลรถถังที่ครั้งหนึ่งเคยเป็อาวุธของศัตรู ตอนนี้กลับกลายเป็พลังหลักของBIRD ROCK เครื่องบินรบที่เคยใช้ในการโจมตีพวกเขาตอนนี้กลับถูกขับโดยนักบินของพวกเขาเองที่เคยถูกฝึกฝนอย่างลับๆ
"เรามีทั้งอาวุธหนักและยานพาหนะแล้วนะ"กล้ารายงานเสียงดังด้วยความตื่นเต้น "พวกเรามีรถถัง เครื่องบินรบและยุทธอุปกรณ์ที่เพียงพอจะบุกยึดพื้นที่เพิ่มเติมได้อีกหลายจังหวัด"
เบิร์ดพยักหน้าด้วยความพอใจสายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "เราจะใช้มันในการล้างแค้นรัฐบาลพวกมันคิดว่าพวกมันแข็งแกร่งแต่ตอนนี้เรามีทุกอย่างที่จำเป็ในการสู้กับพวกมันในระดับเดียวกัน"
เขาหันมามองกล้าที่เตรียมพร้อมออกคำสั่ง"เตรียมพร้อมกองกำลังของเรา เราจะเริ่มบุกต่อไปยังจังหวัดอื่นๆเราจะไม่หยุดจนกว่าพื้นที่ทั้งหมดในภาคใต้จะตกอยู่ในมือของเรา"
เสียงเครื่องยนต์ของรถถังดังลั่นไปทั่วค่ายทหารที่ถูกยึดทหารของBIRD ROCK ขับเคลื่อนรถถังอย่างมั่นใจเสียงเครื่องบินรบที่เพิ่งถูกซ่อมแซมจากค่ายทหารในสงขลาเริ่มทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ากองกำลังของ BIRD ROCK ตอนนี้ไม่ใช่แค่กลุ่มกองโจรที่ใช้ยุทธวิธีพื้นฐานแต่กลายเป็กองทัพที่มีอาวุธหนัก รถถัง เครื่องบินรบ และยุทธอุปกรณ์ที่เพียบพร้อม
จากการยึดครองค่ายทหารเหล่านี้กองทัพBIRD ROCK ได้รับอาวุธและยานพาหนะที่ทำให้พวกเขามีศักยภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดความพร้อมในยุทโธปกรณ์ที่ยึดมาได้ทำให้พวกเขามีขีดความสามารถในการต่อสู้กับกองทัพรัฐบาลในทุกมิติไม่ว่าจะเป็ทางบกหรือทางอากาศ
"ศัตรูของเราจะต้องรู้สึกถึงความรุนแรงที่แท้จริง"เบิร์ดกล่าวเสียงเบาแต่ทรงพลังขณะที่เขามองดูกองทัพของเขาที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับาที่กำลังจะเกิดขึ้น
าระหว่างBIRD ROCK และรัฐบาลไทยได้ยกระดับขึ้นสู่การต่อสู้ที่ดุเดือดและโเี้มากยิ่งขึ้นทั้งสองฝ่ายต่างพร้อมที่จะสู้จนถึงที่สุด
เมื่อกองกำลังBIRD ROCK เริ่มมุ่งหน้าสู่จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาสเบิร์ดคาดหวังว่าจะได้รับชัยชนะที่รวดเร็วเช่นเดียวกับจังหวัดก่อนหน้านี้แต่สถานการณ์กลับไม่เป็ไปตามที่คิดพื้นที่เหล่านี้เคยมีกลุ่มก่อการร้ายท้องถิ่นที่ต่อสู้กันมาอย่างยาวนานแต่แทนที่พวกเขาจะเข้าร่วมกับ BIRD ROCK ในการต่อต้านรัฐบาลกลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้กลับตัดสินใจร่วมมือกับกองทัพไทย
การบุกยึดพื้นที่กลายเป็เื่ยากมากขึ้นกองกำลังของ BIRD ROCK ถูกขัดขวางและต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากทั้งกองทัพรัฐบาลและกลุ่มก่อการร้ายท้องถิ่นที่หันไปจับมือกับศัตรูเบิร์ดเริ่มรู้สึกถึงความตึงเครียดที่แทรกซึมเข้ามาในกลุ่มของเขาแต่เขายังคงยืนหยัดต่อสู้ต่อไป
ท่ามกลางความสับสนและแรงกดดันเสียงวิทยุดังขึ้นอีกครั้ง ลูกน้องของเบิร์ดวิ่งเข้ามาด้วยความเร่งรีบใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
“ท่าน BIRDROCK ครับ มีข่าวด่วนจากชุมพร กองทัพบกเริ่มบุกเข้ามาแล้วครับและยังมีการยกพลขึ้นบกที่สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลาด้วย”
ข่าวนี้ทำให้เบิร์ดชะงักไปชั่วขณะใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและความผิดหวังเขารู้ว่าการโจมตีของกองทัพรัฐบาลได้เริ่มต้นขึ้นแล้วและมันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในจังหวัดเดียว แต่เป็การบุกยึดหลายจังหวัดพร้อมกัน
เบิร์ดกัดฟันแน่นความตึงเครียดะเิออกมาภายในจิตใจเขามองไปที่กล้าและทีมงานคนสนิทที่ยืนอยู่รอบตัว ทุกคนต่างเงียบรอคำสั่งจากเขาเบิร์ดสูดลมหายใจลึก แล้วตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
“ถอยทัพไปป้องกันพื้นที่แทน"เบิร์ดสั่งเสียงดัง "เราจะไม่บุกต่อไปแล้วตอนนี้เราต้องกลับไปรักษาฐานที่มั่นของเราเองจัดกำลังทหารให้พร้อมในทุกจังหวัดที่ยังเหลืออยู่พวกเราจะไม่ปล่อยให้กองทัพรัฐบาลยึดทุกอย่างไปจากเราได้ง่ายๆ”
กล้าพยักหน้าอย่างรวดเร็วและเริ่มสั่งการไปยังทุกพื้นที่ทหารของBIRD ROCK ที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจในชัยชนะต้องเริ่มถอยทัพกลับไปป้องกันฐานที่มั่นของตัวเองในสุราษฎร์ธานีนครศรีธรรมราช และสงขลา พวกเขารู้ดีว่าศัตรูไม่ได้มาเพียงกองกำลังเล็กๆ อีกต่อไปแต่เป็กองทัพขนาดใหญ่ที่พร้อมจะบดขยี้พวกเขาให้หมดสิ้น
เสียงปืนใหญ่และการสู้รบในพื้นที่เริ่มดังขึ้นจากทุกทิศทุกฝ่ายต่างเตรียมพร้อมรับมือกับศึกที่ไม่คาดคิด การปะทะกันระหว่างBIRD ROCK และกองทัพรัฐบาลเริ่มเข้มข้นขึ้นในทุกพื้นที่ที่กองทัพบกได้ยกพลขึ้นบกเบิร์ดและทีมงานรู้ดีว่าการสู้รบในครั้งนี้อาจเป็ศึกสุดท้ายที่พวกเขาต้องเผชิญแต่เบิร์ดยังคงมุ่งมั่นที่จะสู้จนถึงที่สุด
ณ เมืองไชยาแสงไฟสลัวสาดส่องไปทั่วห้องคุกเก่าๆ ที่เงียบสงัด ประตูเหล็กถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงก้าวเดินหนักๆของBIRD ROCK ผู้ที่เคยเป็ทั้งศัตรูและผู้ทำลายล้างเมืองนี้เขาก้าวเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับและความเย็นเยียบของเหล็กที่กักขังอยู่เบื้องหน้าเขาคือชายหนุ่มอ้วนที่นั่งอยู่ในมุมห้อง ชายคนนั้นก็คือ นายน้อย อดีตมือซ้ายคนสำคัญของแป๊ะปาไลยก์หัวหน้าแก๊งที่เคยครองอำนาจในเมืองไชยา แต่ตอนนี้ถูก BIRD ROCK สังหารไปแล้ว
นายน้อยนั่งพิงกำแพงเหล็กสายตาที่มองดู BIRD ROCK เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและริมฝีปากบางของเขายิ้มออกมาด้วยความไม่แยแส
“มีอะไร หน้าดูเครียดๆนะ" นายน้อยพูดขึ้น เสียงของเขาแฝงไปด้วยความท้าทาย
BIRD ROCK มองนายน้อยด้วยสายตาเ็า ก่อนจะเอ่ยขึ้น "กูอยากให้มึงช่วย"
คำพูดนั้นทำให้นายน้อยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแววตาของเขาดูสนใจขึ้นเล็กน้อย "ช่วยมึง ช่วยทำอะไร"
BIRD ROCK ยืนกอดอก ใบหน้าของเขาเรียบนิ่ง“ได้ยินมาว่ามึงคือคนวางแผนกลยุทธ์ให้แก๊งปาลิไลยก์ จากแก๊งเล็กๆ ที่ไม่มีใครสนใจจนสามารถขยายอำนาจและครองเมืองไชยานี้ได้”
นายน้อยหัวเราะออกมาเบาๆแต่เป็เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความเ็ปและความขมขื่น "ใช่...กูคือคนที่วางแผนทั้งหมด แก๊งปาลิไลยก์มันยืนหยัดได้ก็เพราะกูแต่สุดท้ายก็ไม่วายต้องล่มสลายเพราะมึง เพราะมึงทำลายแก๊งกู...ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่กูสร้างขึ้นมา"
เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วจ้องตรงไปที่ BIRD ROCK อย่างดุดัน"และมึง... มึงก็ฆ่าไอแป๊ะ เพื่อนรักกูที่เคยเป็หัวหน้าแก๊งทำไมกูต้องช่วยมึงด้วยวะ"
BIRD ROCK ไม่ตอบกลับในทันที เขาจ้องมองนายน้อยนิ่งๆเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจ"เพราะมึงรู้ว่าตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว กองทัพรัฐบาลบุกเข้ามาและพวกมันจะไม่หยุดจนกว่าจะกำจัดพวกเราให้หมด แต่กูรู้ว่ามึงยังมีความสามารถมึงยังสามารถช่วยพวกเราเอาชนะพวกมันได้"
นายน้อยส่ายหัว"แล้วถ้ากูไม่อยากช่วยล่ะ"
BIRD ROCK มองเขาด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความจริงจัง "ถ้ามึงช่วยมึงจะได้มีชีวิตใหม่ กูจะให้โอกาสมึงได้เริ่มต้นใหม่ไม่ใช่แค่เป็นักโทษที่ถูกลืมในคุกนี้แต่ถ้ามึงไม่ช่วย…มึงรู้ดีว่ากูทำอะไรได้"
เมื่อBIRD ROCK จ้องนายน้อยอย่างแน่วแน่และรอคำตอบสายตาของนายน้อยกลับไม่เปลี่ยนไปจากเดิม เขายิ้มเยาะออกมาอย่างเย้ยหยันก่อนจะส่ายหัวเบาๆ
"ไม่...กูไม่ช่วยมึง" นายน้อยพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นแววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง "กูไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ขอบคุณมึงที่ทำลายทุกอย่างไปหมด แป๊ะปาไลยก์ เพื่อนรักของกู แก๊งที่กูสร้างขึ้นมากับมือมึงฆ่ามันไปหมดแล้ว"
BIRD ROCK ขมวดคิ้ว มือกำแน่น เขาไม่คาดคิดว่านายน้อยจะปฏิเสธเช่นนี้
"ฟังนะนาย" BIRD ROCK พยายามควบคุมอารมณ์ "นี่ไม่ใช่แค่เื่ของแก๊งปาไลยก์อีกต่อไปนี่คือเื่ของประเทศทั้งประเทศ ถ้าพวกกูแพ้ รัฐบาลจะเอาชีวิตมึงไปด้วยมึงคิดว่าพวกมันจะไว้ชีวิตนักโทษแบบมึงเหรอ"
นายน้อยหัวเราะเยาะเย้ย"กูไม่แคร์ว่ารัฐบาลจะทำอะไร กูไม่สนแล้วถ้าจะต้องตายเพราะพวกมึงหรือเพราะรัฐบาล มันก็ไม่ต่างกันมึงเป็คนทำให้กูหมดสิ้นทุกอย่างไปแล้ว แล้วทำไมกูต้องช่วยมึงอีก เพื่ออะไร ให้กูช่วยพวกที่ทำลายชีวิตกูงั้นเหรอ"
BIRD ROCK รู้สึกถึงความโกรธที่เดือดพล่านขึ้นในใจ เขาก้าวเข้ามาใกล้นายน้อยจ้องมองเขาด้วยสายตาดุดัน "มึงกำลังเลือกทางที่จะตายโดยไม่มีเกียรติมึงเลือกที่จะปล่อยให้โอกาสที่มึงจะได้แก้แค้นหายไป มึงอยากตายในคุกนี้เหรอ"
นายน้อยจ้องกลับโดยไม่กลัว"ใช่ กูเลือกแล้ว กูจะไม่ช่วยมึง กูจะไม่เป็ส่วนหนึ่งของสิ่งที่มึงสร้างขึ้นกูตายยังดีกว่าช่วยคนอย่างมึง"
BIRD ROCK เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเยือกเย็น "งั้นก็ตามใจมึงมึงจะได้ในสิ่งที่มึง้า"
เขาหันหลังเดินออกจากห้องคุกปล่อยให้นายน้อยอยู่คนเดียวในความเงียบงันและความมืดมิด ขณะที่เสียงก้าวเท้าของ BIRDROCK ค่อยๆ ห่างออกไป นายน้อยนั่งลงกับพื้น พยายามสงบจิตใจแม้เขาจะปฏิเสธความช่วยเหลือแต่เขาก็รู้ดีว่านี่อาจจะเป็การตัดสินใจสุดท้ายของเขา
BIRD ROCK ออกจากห้องคุก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธที่ถูกกดไว้"ถ้ามันไม่อยากช่วย งั้นเราจะเดินหน้าเอง" เขาพูดเบาๆ กับตัวเองขณะที่เขากำลังเตรียมตัวสำหรับศึกครั้งใหญ่ที่จะมาถึง
สามเดือนผ่านไปายังคงดำเนินอย่างดุเดือด สลับกันรุกรับระหว่างกองทัพรัฐบาลและBIRD ROCK สิ่งที่เคยเป็เมืองที่สวยงาม บ้านเรือนที่รุ่งเรืองและป่าไม้ที่เขียวชอุ่ม บัดนี้กลายเป็ภาพความเสียหายที่แทบไม่เหลือเค้าเดิมถนนที่เคยเป็เส้นทางหลักสำหรับผู้คนบัดนี้เต็มไปด้วยหลุมะเิและซากรถที่ถูกทำลายบ้านเรือนที่เคยมีชีวิตชีวากลับกลายเป็ซากปรักหักพังตึกสูงที่เคยเป็สัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองพังทลายลงทีละหลังป่าไม้ที่เคยเขียวชอุ่มกลายเป็ลานกว้างที่เต็มไปด้วยรอยะเิและลวดหนาม
ท่ามกลางความรุนแรงที่ไม่เคยหยุดนิ่งการสู้รบกลับทวีความดุเดือดยิ่งขึ้น ฝ่าย BIRD ROCK ที่เคยมีอำนาจเหนือพื้นที่ในตอนแรกเริ่มสูญเสียอาณาเขตไปทีละน้อยพวกเขาถูกกดดันจากการบุกของกองทัพรัฐบาลที่ใช้ทั้งรถถัง เครื่องบินรบและกำลังทหารจำนวนมาก
สงขลาและสตูลซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็ฐานที่มั่นของ BIRD ROCK บัดนี้ถูกทหารรัฐบาลยึดกลับคืนมา กองกำลังของ BIRD ROCK ที่เคยถืออำนาจเหนือพื้นที่อย่างมั่นคง ตอนนี้ต้องถอยกลับอย่างต่อเนื่องพื้นที่เหล่านี้กลายเป็เขตการปะทะอย่างดุเดือด ทุกย่างก้าวที่ถอยร่นหมายถึงการสูญเสียทหารผู้กล้าที่พยายามยืนหยัดเพื่ออุดมการณ์ของพวกเขา
ในพัทลุงและตรังสถานการณ์กลับเลวร้ายลงอีก ความหวังที่จะรักษาพื้นที่เหล่านี้เริ่มจางหายไปเมื่อฝ่ายรัฐบาลยกพลเข้ามาด้วยกำลังทหารที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆป่าไม้และพื้นที่ชนบทที่เคยเป็พื้นที่ซ่อนตัวของกองกำลังBIRD ROCK บัดนี้กลับกลายเป็ลานกว้างที่ถูกทำลายจากะเิและการโจมตีทางอากาศบรรยากาศเงียบสงัดถูกแทนที่ด้วยเสียงปืนกลและเสียงะเิที่ดังสนั่นไปทั่ว
เบิร์ดมองดูแผนที่ที่แขวนอยู่บนผนังในห้องบัญชาการเส้นขอบอาณาเขตของเขาที่เคยขยายออกไปอย่างมั่นคง บัดนี้ถูกตีวงแคบลงเรื่อย ๆสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและความหงุดหงิด ขณะที่เขากำหมัดแน่นเขารู้ดีว่าสถานการณ์กำลังย่ำแย่ลงทุกขณะ
“พวกเรากำลังเสียพื้นที่ไปเรื่อยๆ” กล้ารายงานด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "สงขลา สตูล พัทลุงและตรังถูกยึดกลับไปแล้ว พวกมันมีทั้งรถถัง เครื่องบินรบ และทหารจำนวนมากเรากำลังเสียเปรียบอย่างหนัก"
เบิร์ดเงียบไปครู่หนึ่งดวงตาของเขาจับจ้องที่แผนที่เหมือนกำลังหาทางออกแต่ในใจของเขารู้ดีว่ากำลังทหารที่เขามีอยู่เริ่มลดน้อยลงทุกวันเสบียงและอาวุธก็เริ่มร่อยหรอการต่อสู้ที่ยืดเยื้อมาถึงสามเดือนทำให้กำลังพลของเขาหมดลงอย่างช้าๆ
“เราจะไม่ถอยอีก”เบิร์ดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขาหันไปหากล้าและเหล่าทหารที่อยู่รอบตัว“ถ้าพวกมันจะยึดพื้นที่เหล่านี้กลับไป เราจะต้องยืนหยัดให้ถึงที่สุดต่อสู้จนกว่าทุกคนจะหมดลมหายใจ เราจะไม่ยอมแพ้ แม้ว่าพวกเราจะเหลือเพียงไม่กี่คนก็ตาม”
เสียงปืนใหญ่ยังคงดังไปทั่วพื้นที่ขณะที่ายังคงดำเนินต่อไป
BIRD ROCK เดินทอดน่องออกไปบนท้องถนนที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและความเงียบสงัดท่ามกลางความพังทลายของเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยสวยงามเขาพยายามลดความเครียดที่ก่อตัวขึ้นภายในจิตใจความรู้สึกสิ้นหวังเริ่มคืบคลานเข้ามา แม้เขาจะไม่เคยยอมให้ใครเห็น แต่ในใจลึกๆเขาเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่เขาทำลงไป
ขณะที่เขาเดินไปเรื่อยๆเสียงสะอื้นเบาๆ ลอยมาตามสายลม เขาหยุดชะงักและหันไปมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ตรงข้างถนนใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยน้ำตาและความเ็ปเธอเงยหน้าขึ้นมองเขาเมื่อรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้อง
“ทำไมต้องทำเื่แบบนี้ด้วย”เสียงของเธอสั่นเครือ เต็มไปด้วยความโกรธและความทุกข์
BIRD ROCK ยืนนิ่ง มองเธอด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ตีขึ้นมาในหัวใจ เขาไม่ตอบอะไรแต่สายตาของเขาเริ่มแข็งกระด้าง
หญิงสาวหันมามองเขาอีกครั้งคราวนี้ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธเกลียด"ทั้งหมดนี้มันเป็เพราะคุณ"
BIRD ROCK สงสัยในคำพูดของเธอ เขาเอ่ยถามเสียงเบา “เพราะฉัน”
หญิงสาวพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและเต็มไปด้วยความเ็ป“พ่อแม่ฉันต้องมาโดนลูกหลงจากการสู้รบ ตายไปก็เพราะคุณทุกคนที่นี่ต้องมาตายเพราะคุณ”
BIRD ROCK นิ่งงันกับคำพูดนั้น หัวใจเขาเริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ “เพราะฉัน...”
หญิงสาวะโด้วยความโกรธ“ใช่ คุณมันสารเลว คุณมันไอปีศาจ ถ้าไม่มีคุณ ทุกคนคงไม่ต้องเจอเื่แบบนี้ชีวิตของพวกเขาคงไม่ถูกทำลาย”
คำพูดเ่าั้เหมือนคมมีดที่บาดลึกลงไปในจิตใจของเขาเขารู้สึกถึงความเ็ปที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เขาไม่สามารถปฏิเสธสิ่งที่เธอพูดได้ความจริงที่แสนโหดร้ายได้ตอกย้ำเข้ามา
BIRD ROCK คุกเข่าลงตรงหน้าเธอ น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาที่เคยแข็งกร้าว“ฉันมันสารเลว... ฉันมันปีศาจ... เธอพูดถูก ฉันทำอะไรลงไป...ทุกคนต้องมาตายเพราะฉัน ฉันแค่้าเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ อยากช่วยทุกคน...แต่ตอนนี้ทุกอย่างพังหมดแล้ว”
เขาร้องไห้อย่างหนักน้ำตาของเขาหยดลงบนพื้นดินที่เคยเป็ถนนที่ราบเรียบและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาแต่ตอนนี้กลายเป็ซากปรักหักพัง
“ได้โปรด...ฆ่าฉันที...” BIRD ROCK พูดอย่างหมดแรงน้ำเสียงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “ฉันเหนื่อยมากแล้ว...ฉันไม่อยากแบกสิ่งนี้อีกต่อไป ฆ่าฉันที...”
หญิงสาวมองดูเขาอย่างช็อกไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นผู้นำกองกำลังก่อการร้ายที่เคยแข็งแกร่งและเย่อหยิ่งร้องไห้คุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธออย่างคนที่หมดสิ้นแล้วทุกอย่าง
เบิร์ดเดินต่อไปข้ามถนนที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังสายตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความเศร้าหมองและสิ้นหวังในใจเขารู้สึกถึงความพ่ายแพ้ที่ทับถมจนยากจะทนไหว เขามุ่งหน้าไปยังคุกที่เคยขัง นายน้อยไว้ ห้องคุกเย็นเฉียบและเงียบงันเหมือนครั้งก่อน แต่คราวนี้บรรยากาศกลับแตกต่างออกไป เบิร์ดเปิดประตูเหล็กเข้าไปด้วยสีหน้าหมดหวัง ไม่ใช่ความโกรธหรือการข่มขู่เหมือนครั้งก่อน
นายน้อยที่ยังคงถูกขังอยู่ในห้องนั้นหันไปมองเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามา เขามองเบิร์ดด้วยความสงสัยแต่ก็ยังคงเย้ยหยันด้วยน้ำเสียงเดิม "ไม่คิดว่าจะได้เจอมึงอีก"เขาพูดพร้อมหัวเราะเบาๆ “มึงจะมาบังคับหรือทรมานกูอีกเหรอ กูบอกแล้วว่ากูไม่ช่วยมึงหรอก”
เบิร์ดยืนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบเสียงแ่เบา“ไม่ได้มาบังคับหรือทรมานแกหรอก...”
นายน้อยเลิกคิ้วขึ้น"แล้วมีอะไรวะ" เขาถามด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย
เบิร์ดก้มหน้าลงเขาหายใจลึกก่อนจะพูดออกมาอย่างเหนื่อยล้า "กูแค่...สิ้นหวังนะกับาที่ไม่มีวันชนะ พอคิดดูดีๆ ฉันคงไม่มีวันชนะหรอก"
นายน้อยฟังเงียบๆ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ไม่มีอะไรเป็ไปไม่ได้หรอกหากเรากล้าลงมือทำ"
เบิร์ดยิ้มบาง ๆแต่รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่น "งั้นเหรอ รู้ไหม...ฉันเจอกับหญิงสาวคนหนึ่ง เธอกำลังร้องไห้ เพราะฉันทำให้เธอเสียครอบครัวไปเพราะฉันทำให้คนมากมายต้องมาตาย... เพราะฉันทำลายทุกอย่างที่เธอรัก"เขาพูดอย่างเงียบงัน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและสิ้นหวัง
“ฉันมันสารเลวฉันมันเป็ปีศาจ ทั้งที่ฉันแค่้าเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ แค่อยากช่วยทุกคน...แต่ตอนนี้ทุกอย่างพังหมดแล้ว ไม่มีอะไรเหลือให้ฉันสู้เพื่อมันอีก ฉันแพ้แล้วแกอยากจะว่าฉันยังไงก็เชิญ ฉันยอมรับแล้วว่าฉันแพ้”น้ำเสียงของเบิร์ดสั่นไหวเล็กน้อยขณะที่เขาพูดคำสุดท้ายออกมา
นายน้อยมองเบิร์ดอย่างเงียบๆแววตาที่เคยเต็มไปด้วยความเกลียดชังค่อยๆ เปลี่ยนไปเขารู้สึกถึงความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ในผู้นำที่ครั้งหนึ่งเคยแข็งแกร่งและทรงพลังเขาไม่เคยเห็นเบิร์ดในสภาพแบบนี้มาก่อน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรในทันที
นายน้อยนั่งเงียบไปสักพักก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่คาดคิด “มึงรู้ไหม...กูเองก็เคยคิดว่าไม่มีทางออกจากวงจรนี้ได้เหมือนกัน แต่ถ้ามึงยอมแพ้จริงๆงั้นก็ไม่มีใครเหลือที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรแล้ว”
เบิร์ดนิ่งฟังรู้สึกถึงความขัดแย้งในจิตใจของตัวเอง ขณะที่นายน้อยมองเขาด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง
เบิร์ดหยิบกุญแจออกจากกระเป๋าและไขประตูห้องขังของนายน้อยเสียงเหล็กกระทบกันดังก้องในห้องคุกที่เย็นเฉียบ ประตูเปิดออกอย่างช้าๆและนายน้อยมองเบิร์ดด้วยความงุนงง
“มึงทำอะไร”นายน้อยถามด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น
เบิร์ดสบตาเขา“กูไม่ได้ทำเพราะหวังให้แกช่วยหรอกนะ แต่แกเป็อิสระแล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความหนักอึ้ง
นายน้อยมองดูเบิร์ดอย่างเงียบๆเขายืนขึ้นช้าๆ ก้าวออกมาจากกรงขัง แม้จะเต็มไปด้วยความแค้นในอดีตแต่ตอนนี้นายน้อยเห็นบางสิ่งในตัวเบิร์ดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ความสิ้นหวังความอ่อนแอ ที่ซ่อนอยู่ใต้ภาพลักษณ์ของผู้นำกองกำลังที่เคยแข็งแกร่ง
“บางทีกูอาจมองมึงผิดไป...”นายน้อยพูดเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป ไม่หันกลับมามองอีก
เบิร์ดมองตามนายน้อยไปจนกระทั่งเขาหายลับไปในเงามืดจากนั้นเขาก็หันหลังเดินออกไปสู่ถนนที่พังทลายความคิดวนเวียนอยู่ในหัวของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถสลัดออกได้เขาเดินไปเรื่อยๆท่ามกลางซากปรักหักพังของเมืองที่ครั้งหนึ่งเขาตั้งใจจะเปลี่ยนแปลง แต่ทุกสิ่งกลับกลายเป็เพียงความสูญเสีย
เมื่อมาถึงจุดหนึ่งเบิร์ดหยุดเดิน เขาหยิบปืนออกมาจากกระเป๋าปืนที่เคยใช้ในาครั้งนี้ที่ฆ่าคนมากมาย เขามองปืนในมือมันหนักอึ้งราวกับแบกความผิดบาปทั้งหมดที่เขาทำไว้
เขาเล็งปืนไปที่หัวของตัวเองมือของเขาสั่นเล็กน้อย ขณะที่เขาปิดตาลง น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาตามแก้ม“ฉันมันสารเลว ฉันมันปีศาจ... ทุกคนต้องมาตายเพราะฉัน” เขาพึมพำกับตัวเอง
เมื่อเขากำลังจะลั่นไกเสียงฝีเท้าดังก้องขึ้นอย่างรวดเร็ว หญิงสาวคนที่เขาเคยเจอมาก่อนหน้านี้วิ่งเข้ามาและทันใดนั้น เธอปัดปืนออกจากมือของเบิร์ด จนะุลั่นออกไป แต่ไม่โดนหัวของเขาะุเฉียดไปทางอื่น
เบิร์ดลืมตาขึ้นทันทีมองไปที่หญิงสาวด้วยความตกตะลึง ขณะที่เธอยืนหอบหายใจอยู่ข้างหน้าเขา
“ทำไม”เบิร์ดถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ทำไมเธอไม่ปล่อยให้ฉันตาย”
หญิงสาวมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาและความเ็ป"เพราะคุณอาจจะทำเื่ผิดพลาดมาแล้วมากมาย แต่การหนีจากมันไม่ใช่คำตอบทุกอย่างที่คุณทำจะต้องได้รับผล แต่ไม่ใช่ด้วยการฆ่าตัวตายคุณต้องเผชิญหน้ากับมัน"
เบิร์ดยืนมองเธอด้วยความสับสนรู้สึกถึงความหนักอึ้งที่ยังคงทับถมในใจแต่คำพูดของเธอทำให้เขาหยุดคิดถึงการยอมแพ้ และเริ่มเผชิญหน้ากับความจริง
หญิงสาวมองเบิร์ดด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาความเ็ปสะท้อนผ่านสายตาของเธอ เมื่อเธอพูดคำต่อไป เสียงของเธอสั่นเครือแต่หนักแน่น
“พ่อแม่ของฉันเข้าร่วมาฝ่ายคุณ...พวกเขาเชื่อในอุดมการณ์ของคุณ และพวกเขาเสียชีวิตในสนามรบเพื่อมันถ้าคุณมายอมแพ้ตอนนี้... พวกเขาก็จะตายเปล่า คุณอย่าทำให้พวกเขาตายเปล่าสิ” หญิงสาวเอ่ยด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความสิ้นหวังในเวลาเดียวกัน
เบิร์ดจ้องมองเธอด้วยดวงตาที่สั่นไหวความจริงในคำพูดของเธอทิ่มแทงเข้าไปในใจเขาอย่างลึกซึ้ง
"พวกเขารบเพื่อจะให้อุดมการณ์ของคุณเป็จริงเพื่อสร้างโลกที่ฉันจะได้อยู่อย่างมีความสุข... โลกที่พวกเขาฝันไว้ถ้าคุณยอมแพ้ตอนนี้ พวกเขาจะเสียชีวิตไปโดยไม่มีความหมาย คุณต้องชนะ...ต้องชนะเพื่อพวกเขา" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่น้ำตายังไหลลงมาจากแก้มของเธอ แต่ความมุ่งมั่นในสายตาของเธอไม่เคยลดลง
เบิร์ดยืนนิ่งน้ำตาเริ่มไหลลงมาจากดวงตาของเขาอย่างไม่อาจห้ามได้ เขารู้สึกถึงความเ็ปความผิดบาป และความหวังที่ผสมปนเปกัน เขาไม่สามารถหนีจากความจริงนี้ได้อีกต่อไป
ทันใดนั้นเขาร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เขาทรุดลงกับพื้น และกอดหญิงสาวไว้แน่นราวกับพยายามหาที่พึ่งพิงจากความสิ้นหวังในใจเขาเสียงสะอื้นของเขาดังก้องไปทั่วถนนที่เงียบงัน หญิงสาวกอดเขาตอบด้วยความอ่อนโยน
“ฉันขอโทษ...ฉันขอโทษ...” เบิร์ดพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ฉันไม่ควรทำให้ทุกคนต้องมาตายแบบนี้... ฉันสัญญา ฉันจะสู้เพื่อพวกเขาฉันจะไม่ยอมแพ้ ฉันจะทำให้พวกเขามีความหมาย”
หญิงสาวกอดเบิร์ดแน่นขึ้นน้ำตาของทั้งสองคนไหลรินลงบนถนนที่พังทลาย แต่ภายในหัวใจของเบิร์ดเริ่มเกิดประกายไฟเล็กๆ ขึ้นอีกครั้ง
เบิร์ดกอดหญิงสาวไว้แน่นน้ำตาของเขายังคงไหลริน แต่หัวใจของเขาเริ่มรู้สึกอบอุ่นขึ้นทีละน้อยความอ่อนโยนที่หญิงสาวมอบให้เขาในยามที่เขาสิ้นหวังทำให้เขารู้สึกถึงบางสิ่งที่เขาไม่เคยััมานานความรู้สึกที่ใครบางคนยังเชื่อมั่นในตัวเขา
เบิร์ดค่อยๆคลายอ้อมกอดของเขา และเงยหน้าขึ้นมองเธอ ใบหน้าของเธอยังคงมีน้ำตาไหลอยู่แต่เธอยิ้มบางๆ ให้กับเขารอยยิ้มนั้นทำให้เขารู้สึกถึงความหวังและกำลังใจที่ยังเหลืออยู่ในโลกที่ดูเหมือนจะพังทลาย
เขาพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบาแต่จริงใจ "เธอชื่ออะไร"
หญิงสาวยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงเบา "ฉันชื่อยา..."
เบิร์ดมองเธอด้วยแววตาที่อบอุ่นราวกับว่าเขาพบแสงสว่างท่ามกลางความมืดมนของาที่โหดร้าย "ขอบคุณนะ ยา...ขอบคุณที่ช่วยฉัน" เขากล่าวอย่างจริงใจ
ยาเงยหน้าขึ้นมองเบิร์ดดวงตาของเธอสบกับสายตาของเขาอย่างแน่วแน่ "คุณยังไม่แพ้หรอกค่ะคุณยังมีเวลาที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น... ฉันเชื่อในตัวคุณ"
คำพูดนั้นของเธอทำให้หัวใจของเบิร์ดรู้สึกอุ่นขึ้นราวกับว่าความหวังที่เคยเลือนลางกลับมาอีกครั้ง เขาจับมือของยาขึ้นมาจับเบาๆมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ รู้สึกถึงความจริงใจและความมุ่งมั่นในสายตานั้น
"ยา..."เบิร์ดพูดด้วยเสียงนุ่มนวล “ฉันสัญญาว่าฉันจะสู้ต่อไปเพื่อพ่อแม่ของเธอเพื่อทุกคนที่เชื่อในอุดมการณ์นี้ และเพื่อเธอ”
ยาหลบสายตาเล็กน้อยด้วยความเขินอายแต่เธอยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น "ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณค่ะไม่ว่าคุณจะเลือกทำอะไร"
ทั้งสองคนยืนมองกันในความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกโรแมนติกและอบอุ่น บนถนนที่เต็มไปด้วยความพังทลาย แต่ในหัวใจของพวกเขากำลังเริ่มก่อกำเนิดความหวังใหม่ที่จะนำพาพวกเขาก้าวข้ามความมืดมิดไปสู่แสงสว่างอีกครั้ง
วันต่อมาเบิร์ดยืนมองรอบๆ ผู้คนที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาทุกคนดูเหนื่อยล้าและสิ้นหวัง สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความสับสนและความกังวลบางคนสูญเสียครอบครัว บางคนสูญเสียเพื่อนรักบางคนเ็ปจากการรบที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่เบิร์ดรู้ดีว่านี่คือ่เวลาสำคัญเขาต้องเรียกความเชื่อมั่นและกำลังใจกลับมาให้ทุกคน
เขาเดินขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดที่ทุกคนสามารถมองเห็นได้ท่ามกลางความเงียบสงัด เขามองพวกเขาแต่ละคนด้วยความรู้สึกหนักแน่นในใจเขาต้องพูดอะไรบางอย่างที่จะจุดไฟในใจของพวกเขาขึ้นมาอีกครั้ง
เบิร์ดสูดลมหายใจลึกก่อนจะพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพลัง
“พวกเราผ่านอะไรมามากมายแล้ว...เราสูญเสียกันไปมาก ทุกคนที่นี่ล้วนแต่เสียบางสิ่งไปในาครั้งนี้ พ่อแม่พี่น้อง เพื่อนสนิท ครอบครัว แต่สิ่งหนึ่งที่เรายังมีอยู่ก็คือ ‘ความเชื่อมั่น’ความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ที่พวกเราสู้เพื่อมัน”
เขามองไปรอบๆเห็นทุกสายตาจับจ้องมาที่เขา ความเงียบยังคงปกคลุมแต่แววตาเ่าั้เริ่มเปลี่ยนไป
“ผมรู้ว่าพวกคุณเหนื่อยล้าผมเองก็เคยรู้สึกว่ามันยากที่จะไปต่อ แต่ผมมารู้วันนี้ว่าเราไม่สามารถหยุดเพียงแค่นี้ได้ พ่อแม่ ครอบครัว คนที่เรารักทุกคนที่เสียชีวิตไปไม่ได้เสียชีวิตเปล่าพวกเขาสู้เพื่อเราจะได้เห็นวันที่ประเทศนี้เปลี่ยนแปลง วันที่เราจะได้อยู่ในโลกที่ดีกว่า”
เสียงของเบิร์ดเริ่มกึกก้องขึ้นดังกระหึ่มไปในใจของทุกคน
“ถ้าเราหยุดตอนนี้พวกเขาจะตายเปล่า เราจะต้องสู้ต่อไป สู้เพื่ออนาคตของคนรุ่นต่อไป สู้เพื่อให้การเสียสละทั้งหมดนี้มีความหมายพวกคุณพร้อมไหมที่จะลุกขึ้นอีกครั้ง”
เสียงผู้คนเริ่มกระซิบเบาๆและค่อยๆ ดังขึ้น
“พวกคุณพร้อมไหมที่จะสู้ต่อเพื่อทุกคนที่เชื่อในเรา”เสียงเริ่มก้องกังวานขึ้นเรื่อยๆ
“ถ้าใช่เราจะลุกขึ้นอีกครั้ง เราจะไม่ถอย เราจะเดินหน้าสู่ชัยชนะเพื่ออนาคตที่เราเชื่อมั่น”
เสียงเชียร์ดังสนั่นผู้คนเริ่มยืนขึ้นด้วยพลังที่กลับคืนมาในหัวใจสายตาของพวกเขาเปล่งประกายไปด้วยความเชื่อมั่น
เบิร์ดยืนอยู่ท่ามกลางพลังแห่งความมุ่งมั่นและความหวังที่กลับมาอีกครั้งจากนั้นเขายิ้มอย่างมั่นใจ "ถ้าพร้อมแล้ว...เราจะเดินหน้าสู่ชัยชนะไปด้วยกัน"
เสียงเชียร์กึกก้องขึ้นทั่วทั้งบริเวณพร้อมกับการเตรียมการสำหรับการบุกครั้งใหม่ BIRD ROCK นำกองทัพของเขาเดินหน้าสู่การต่อสู้
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดหลังจากคำพูดปลุกใจของ BIRD ROCK กองทัพของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นพวกเขารุกหน้าเข้าสู่สนามรบด้วยความรวดเร็วและกล้าหาญโจมตีแบบฉับพลันไม่ให้ศัตรูทันตั้งตัวรถถังและกำลังพลของฝ่ายรัฐบาลที่เคยยึดครองพื้นที่เริ่มถูกบุกทะลวง กองกำลังของBIRD ROCK พุ่งเข้าทำลายแนวป้องกันอย่างรุนแรงเสียงปืนกลและะเิดังก้องไปทั่วท้องฟ้า ความสำเร็จใน่แรกทำให้ฝ่ายของBIRD ROCK ได้เปรียบอย่างชัดเจน
"พวกเรากำลังชนะ"เสียงะโดังขึ้นจากทหารแนวหน้า ความเชื่อมั่นในชัยชนะกลับคืนมาอีกครั้งพวกเขาฝ่าด่านศัตรูเข้ามาได้อย่างรวดเร็วปืนใหญ่และเครื่องยิงจรวดถูกใช้อย่างเต็มกำลังทำลายแนวป้องกันของฝ่ายรัฐบาลหลายคนเริ่มเชื่อว่าครั้งนี้พวกเขาจะชนะ
แต่เมื่อการต่อสู้ดำเนินไปนานขึ้นสถานการณ์เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วฝ่ายรัฐบาลเริ่มรวบรวมกำลังและจัดการตั้งแนวป้องกันใหม่พวกเขาตอบโต้ด้วยกำลังที่แข็งแกร่งกว่ารถถังและเครื่องบินรบที่ถูกส่งมาจากแนวหลังเริ่มเข้ามาเสริมทัพฝ่ายรัฐบาลใช้ประโยชน์จากการสนับสนุนทางอากาศและยุทโธปกรณ์หนักเพื่อบดขยี้การโจมตีของBIRD ROCK
เสียงะเิดังสนั่นเมื่อหนึ่งในรถถังของBIRD ROCK ถูกทำลายลงโดยจรวดนำวิถีของฝ่ายรัฐบาล ทหารของBIRD ROCK ที่เคยโจมตีอย่างรวดเร็วต้องหยุดชะงักการสนับสนุนทางอากาศของรัฐบาลทำให้พวกเขาเสียเปรียบเครื่องบินรบยิงจรวดและทิ้งะเิลงบนแนวรบของ BIRD ROCK ท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้นพวกเขาเริ่มถอยร่นอย่างเร่งด่วน
“เรากำลังเสียเปรียบ”เสียงของทหารผู้หนึ่งะโขึ้นขณะที่พวกเขาพยายามตั้งแนวป้องกันเพื่อรับมือกับการโจมตีที่รุนแรงขึ้นจากฝ่ายรัฐบาลแต่จำนวนและยุทโธปกรณ์ที่เหลืออยู่ของพวกเขาเริ่มลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว
เบิร์ดยืนมองภาพความพ่ายแพ้ที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเครียดเขารู้ว่าหากไม่รีบหาทางพลิกสถานการณ์ พวกเขาจะถูกบดขยี้อย่างสิ้นเชิงการโจมตีที่เคยได้เปรียบใน่แรกกลับกลายเป็การต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความสูญเสียและความสิ้นหวัง
ท่ามกลางเสียงะเิและความโกลาหลของสนามรบที่กำลังดุเดือดเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังเข้ามาในทิศทางของ BIRD ROCK เขาหันไปมองด้วยความประหลาดใจ และตรงหน้าของเขาไม่ใช่ใครอื่น นายน้อยมือขวาอดีตแก๊งปาลิไลยก์ที่เขาเคยคิดว่าไม่สนใจช่วยเหลืออีกแล้ว
“อย่าพึ่งถอดใจสิ”นายน้อยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงด้วยความมั่นใจ
“นายน้อย...”BIRD ROCK เอ่ยชื่อเขาด้วยความสงสัย "มาทำอะไรที่นี่"
นายน้อยยักไหล่เล็กน้อยรอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏบนใบหน้า “กูบอกแล้วไงว่าถ้ากล้าลงมือ ไม่มีอะไรเป็ไปไม่ได้มึงยังไม่แพ้... แค่ยังไม่เจอกลยุทธ์ที่ใช่"
เบิร์ดมองนายน้อยด้วยความหวังริบหรี่สถานการณ์ในสนามรบแย่ลงเรื่อยๆ ฝ่ายรัฐบาลกำลังโถมเข้ามาอย่างรุนแรงและทหารของเขากำลังเสียเปรียบในทุกด้าน
นายน้อยมองรอบๆก่อนจะหันมาสั่งการอย่างเด็ดขาด “รายงานสถานการณ์มา แล้วเรียกทุกคนถอยมาก่อนกู้าแผนที่ด้วย เราจะไม่ปล่อยให้มันจบแบบนี้”
ทหารวิ่งไปแจ้งคำสั่งการถอยบรรดากองกำลังของ BIRD ROCK ที่กำลังเหนื่อยล้าจากการต่อสู้เริ่มถอยกลับมาตั้งหลักที่แนวหลัง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเริ่มเดินหน้าบุกเข้ามาเรื่อยๆด้วยความมั่นใจว่าชัยชนะอยู่ในมือ
เมื่อแผนที่ถูกนำมาวางตรงหน้านายน้อยกวาดสายตามองอย่างรวดเร็วคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นพื้นที่ที่ยังสามารถใช้เป็ประโยชน์ได้"พวกมันคิดว่ามันกำลังชนะ...แต่มันไม่รู้เลยว่ามันกำลังเดินเข้ามาในกับดัก" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
เบิร์ดยืนมองนายน้อยที่กำลังวางแผนกลยุทธ์ของนายน้อยเต็มไปด้วยความช่ำชองในาแบบนี้เขาจัดการให้ฝ่ายรัฐบาลรู้สึกว่าเป็ฝ่ายได้เปรียบและกำลังบุกยึดพื้นที่แต่ความจริงแล้วเป็การล่อให้พวกมันเข้ามาในพื้นที่ที่ทหารของBIRD ROCK สามารถซุ่มโจมตีได้
นายน้อยเริ่มสั่งการทันที“ให้พวกเราถอยไปตั้งหลักที่แนวป่า พื้นที่แคบ ๆพวกมันจะไม่สามารถใช้จำนวนคนที่มากกว่าเราได้ มึงเห็นนี่ไหม” เขาชี้ไปที่แผนที่“ตรงนี้คือจุดสำคัญ ตรงที่เป็ทางตัน ให้ทหารของเราแยกกันไปซ่อนตัวในจุดนี้อย่าลงมือจนกว่าพวกมันจะเข้ามาเต็มที่ ใจเย็น อย่าเคลื่อนไหวจนกว่าพวกมันจะคิดว่าชนะแล้ว”
เบิร์ดเริ่มเข้าใจกลยุทธ์ของนายน้อยนี่คือการล่อศัตรูเข้ามาในพื้นที่ปิดล้อมและโจมตีจากด้านหลังเมื่อพวกมันไม่ทันตั้งตัว
“และเมื่อพวกมันบุกเข้ามาเต็มที่แล้ว”นายน้อยพูดต่อด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น "ให้ลูกน้องของเราโจมตีจากด้านหลังตัดการถอยของพวกมัน ปิดล้อมไว้ทั้งหน้าและหลังพวกมันจะติดกับและหนีไปไหนไม่ได้"
BIRD ROCK พยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเขาเริ่มมีประกายแห่งความหวังกลับคืนมา“แล้วพวกมันจะไม่รู้ว่าอะไรโดนเข้า”
นายน้อยยิ้มบางๆ"ใช่ พวกมันจะไม่มีทางรู้ว่าโดนอะไรจนกว่าจะสายเกินไป"
การสั่งการถูกส่งไปอย่างรวดเร็วกองทัพBIRD ROCK ถูกจัดให้แยกย้ายไปยังจุดซุ่มต่างๆ ในป่าพวกเขาซ่อนตัวในความเงียบ รอคอยให้ศัตรูเข้ามาอย่างไม่รู้ตัวขณะที่ฝ่ายรัฐบาลที่เริ่มบุกเข้ามาเต็มพื้นที่ ยิ่งพวกมันบุกเข้ามาก็ยิ่งคิดว่าชัยชนะอยู่ในมือ
เมื่อฝ่ายรัฐบาลเข้ามาลึกในพื้นที่ที่นายน้อยได้กำหนดไว้พวกเขาเริ่มติดกับโดยไม่รู้ตัว ทหารของ BIRD ROCK ที่ซ่อนตัวไว้อย่างใจเย็นเริ่มเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆปิดล้อมศัตรูจากทุกทิศทาง
“ได้เวลาแล้ว”นายน้อยพูดเบาๆ และส่งสัญญาณให้เปิดฉากโจมตี
ทันใดนั้นทหารของBIRD ROCK ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าทุกจุดเปิดฉากยิงใส่ศัตรูจากด้านหลังเสียงปืนกลดังสนั่น ศัตรูที่คิดว่าตนเองได้ชัยชนะกลับถูกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวการปิดล้อมเกิดขึ้นในทันที พวกมันหันไปทางไหนก็เจอแต่การโจมตีทหารของรัฐบาลเริ่มสับสนและแตกตื่น
“พวกมันถูกล้อมแล้ว”เบิร์ดะโขึ้นอย่างมั่นใจ ทหารของเขาเร่งโจมตีจากทั้งสองด้านพวกมันไม่สามารถถอยหนีได้อีกต่อไปความสับสนและความโกลาหลเริ่มแผ่ขยายในกองทัพของรัฐบาล
นายน้อยยิ้มออกมาเมื่อเห็นแผนที่เขาวางไว้ได้ผล“ศัตรูจะชนะก็ต่อเมื่อเรายอมแพ้ แต่ถ้าเราสู้จนถึงที่สุด พวกมันก็ไม่มีทางชนะ”เขาพูดขึ้นด้วยความพอใจ
ฝ่ายรัฐบาลถูกปิดล้อมอย่างสมบูรณ์การโจมตีอย่างฉับพลันทำให้พวกมันแตกตื่นและถอยร่นกลับไม่ได้ พวกมันเริ่มหมดกำลังใจเสียงปืนและการโจมตีจากทุกทิศทางทำให้ฝ่ายรัฐบาลล้มตายลงอย่างรวดเร็ว
“เราชนะแล้ว”ทหารของ BIRD ROCK ะโขึ้นเมื่อเห็นศัตรูเริ่มถอยหนีไปทีละคนความมั่นใจและกำลังใจของพวกเขากลับมาเต็มเปี่ยม
เบิร์ดหันไปมองนายน้อยด้วยแววตาขอบคุณ“แกทำได้จริงๆ นายน้อย แผนของแกทำให้พวกเรารอด”
นายน้อยเพียงยิ้มบางๆ แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย “กูบอกแล้วไง... ไม่มีอะไรเป็ไปไม่ได้ถ้าเรากล้าทำ”
เบิร์ดและนายน้อยกำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมหลังจากการต่อสู้ครั้งสำคัญที่พวกเขาเพิ่งคว้าชัยชนะมาได้ทหารทุกคนเริ่มกลับมามีความหวังแต่ต่างก็เหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัดจากการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ กล้ายืนอยู่ใกล้ๆมือของเขาจับโทรศัพท์แน่น ขณะที่หน้าจอแสดงสายเข้าจากรัฐบาลทหารที่บริหารประเทศอยู่
"พวกมันติดต่อมา"กล้าพูดขึ้นพร้อมกับสายตาที่สงสัยเล็กน้อย
เบิร์ดและนายน้อยหันมามองเขากล้าพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเปิดลำโพงโทรศัพท์ให้เสียงของปลายสายดังขึ้นในห้องทุกคนเงียบรอฟังสิ่งที่ฝ่ายรัฐบาลจะพูด
เสียงจากปลายสายเป็เสียงของนายพลผู้รับผิดชอบการบริหารประเทศในตอนนี้น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเด็ดขาดแต่แฝงด้วยความระมัดระวัง “BIRDROCK เรารู้ว่าเวลานี้ทุกฝ่ายต่างเสียหายจากานี้มากเกินไปแล้วเราไม่้าให้การนองเืนี้ดำเนินไปอีก เรา้าเจรจา”
เบิร์ดนั่งเงียบฟังขณะที่นายน้อยจ้องมองไปที่โทรศัพท์ด้วยความสงสัย
“เราพร้อมที่จะยอมรับเงื่อนไขบางอย่างเพื่อหยุดานี้”เสียงของนายพลกล่าวต่อ“ทางรัฐบาลจะยินยอมให้ทั้งภาคใต้เป็เขตปกครองพิเศษภายใต้การควบคุมของ BIRDROCK แต่คุณต้องสัญญาว่าจะไม่บุกหรือขยายอำนาจเข้ามาในพื้นที่อื่นของประเทศอีก”
เบิร์ดขมวดคิ้วเล็กน้อยกับข้อเสนอที่ได้ยินขณะที่นายน้อยหันมามองเขา พวกเขาทั้งคู่รู้ว่าข้อเสนอนี้มีความสำคัญแต่ก็เป็กับดักในเวลาเดียวกัน
นายน้อยกระซิบเบาๆข้างหูเบิร์ด "พวกมันกำลังพยายามดึงเราให้หยุดพวกมันรู้ว่าเราจะเอาชนะได้มากกว่านี้ แต่ตอนนี้คนของเราก็เหนื่อยเราไม่พร้อมจะสู้ต่อทันทีหรอก"
เบิร์ดพยักหน้าเบาๆก่อนจะตอบกลับไปที่ปลายสายด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น“พวกแกจะให้ทั้งภาคใต้เป็เขตปกครองพิเศษของเรา…แล้วให้เราหยุดบุกต่อไปแค่นั้นใช่ไหม”
“ใช่”นายพลตอบทันที “ถ้าคุณยอมรับข้อตกลงนี้ เราจะหยุดการสู้รบและปล่อยให้คุณปกครองภาคใต้ได้ตาม้า คุณจะมีอำนาจในเขตนี้อย่างเต็มที่แต่ห้ามบุกเข้ามาอีก นี่คือข้อเสนอที่ดีที่สุดที่เราสามารถมอบให้คุณได้”
เบิร์ดเงียบไปครู่หนึ่งคิดถึงการตัดสินใจที่จะส่งผลกระทบต่อทุกคนในกองทัพของเขานายน้อยจ้องมองเขาเหมือนกำลังรอฟังการตัดสินใจ
"เราจะยอมรับข้อเสนอนี้"เบิร์ดพูดในที่สุด เสียงของเขาแฝงไปด้วยความหนักแน่นแต่ก็มีความระวัง"แต่จำไว้...ถ้าพวกแกคิดจะเล่นเกมอะไร เราจะไม่ลังเลที่จะตอบโต้พวกเรา้าพักและสร้างใหม่ ตอนนี้ทุกคนเหนื่อยเกินไป"
เสียงจากปลายสายหยุดไปครู่หนึ่งก่อนที่นายพลจะตอบกลับ“ตกลง เราจะถือว่าข้อตกลงนี้มีผลทันทีพวกเราจะหยุดการโจมตีในทันทีและให้คุณปกครองภาคใต้ตามที่ตกลงกันขอให้ทุกอย่างสงบลงได้ในเร็ววัน”
เมื่อสายตัดไปเบิร์ดถอนหายใจยาว นายน้อยเดินเข้ามาใกล้ "มึงจะทำตามข้อตกลงนี้จริงเหรอ"
เบิร์ดส่ายหัวเล็กน้อย"ไม่... กูคิดจะยึดทั้งประเทศอยู่แล้ว แต่ตอนนี้กูต้องทำแบบนี้ก่อนเพื่อให้ทุกคนได้พักฟื้น เราต้องสงบศึกก่อน เราเหนื่อยมากแล้ว"
นายน้อยพยักหน้าอย่างเข้าใจ"กูเห็นด้วย ทุกคน้าเวลาพักแต่เราจะไม่ปล่อยให้พวกมันคิดว่าเรายอมแพ้จริงๆ"
เบิร์ดมองนายน้อยด้วยรอยยิ้มเบาบาง"ใช่... เราจะสงบศึกเพื่อให้ทุกคนได้พัก แต่เราจะไม่ลืมเป้าหมายของเราพวกมันจะได้รู้สึกว่าชนะแต่พวกมันไม่รู้หรอกว่าเรากำลังรอเวลาที่จะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม"
ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุกสนานเบิร์ด นายน้อย กล้า และเหล่าทหารของ BIRD ROCK ต่างนั่งล้อมวงกันกินเหล้าและฉลองชัยชนะหลังจากที่พวกเขาได้หยุดาชั่วคราวเสียงกระทบแก้วดังเป็จังหวะและเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นเรื่อยๆทุกคนต่างรู้สึกโล่งใจที่ได้มีเวลาพักผ่อนหลังจากการต่อสู้ที่ยาวนาน
“ไงวะเบิร์ด” นายน้อยพูดขึ้นพร้อมยกแก้วเหล้าขึ้นมาทักทาย“นานแค่ไหนแล้วที่กูไม่ได้ฉลองแบบนี้ มึงดูเหนื่อยนะ มานั่งพักกับพวกเราเถอะ”
เบิร์ดหัวเราะเบาๆยกแก้วขึ้นตามน้ำเสียงที่ผ่อนคลาย ก่อนจะนั่งลงข้างๆ นายน้อยและกล้าพวกเขาดื่มกันอย่างมีความสุข กล้าพูดคุยแซวกันไปเรื่อย ๆทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็กันเอง
ขณะที่เบิร์ดกำลังดื่มอยู่เขาก็สังเกตเห็นใครบางคนเดินผ่านไปในระยะไกล เขาหันไปมองและพบว่ายาคือคนที่เดินอยู่ เธอดูสงบและเรียบง่ายท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงฉลองเบิร์ดรู้สึกถึงบางสิ่งที่ดึงดูดเขาให้หันไปหายาเขาตัดสินใจลุกขึ้นจากที่นั่งและเดินไปหายา
“ยา”เบิร์ดเรียกเธอเบาๆ เมื่อเข้ามาใกล้ “มานั่งกับพวกเราสิ”
ยาเหลือบมองเบิร์ดด้วยสายตาที่อบอุ่นเธอยิ้มบางๆ และเดินมานั่งกับเขา
ขณะที่ยานั่งลงทุกสายตาของนายน้อยและกล้าก็จับจ้องมาที่เบิร์ด พวกเขายิ้มเ้าเล่ห์เล็กๆก่อนที่กล้าจะเริ่มแซวด้วยน้ำเสียงขี้เล่น “ไงวะ เบิร์ดสงสัยจะเจอคนสำคัญในชีวิตแล้วใช่ไหมเนี่ย? ชวนมานั่งด้วยแบบนี้มีอะไรในใจหรือเปล่า”
นายน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆไม่ยอมแพ้ในเื่การแซว “ใช่แล้วเว้ย เบิร์ดนี่ใช่คนที่มึงไปเจอในวันนั้นหรือเปล่า ดูเหมือนจะพิเศษมากเลยนะ”
เบิร์ดหันไปมองพวกเขาแสร้งทำเป็ไม่สนใจ แต่ใบหน้าของเขายิ้มเบาๆ พร้อมกับตอบแบบขี้เล่นกลับ“มึงสองคนเงียบไปเลย อย่าทำให้ทุกคนเข้าใจผิด”
กล้าและนายน้อยหัวเราะเสียงดัง“เข้าใจผิดเหรอ ดูเหมือนเราจะไม่ได้คิดไปเองนะ”กล้าพูดพร้อมตบไหล่เบิร์ดอย่างสนิทสนม
ยานั่งอยู่ข้างๆแอบหัวเราะเล็กน้อยกับการแซวของพวกเขา เธอมองเบิร์ดด้วยสายตาที่อ่อนโยน“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ”
เบิร์ดยิ้มบางๆขณะที่เขาจ้องตายา ทั้งสองคนต่างรู้สึกถึงความเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะและการแซวของเพื่อนๆ
เมื่อเวลาผ่านไปเบิร์ดเริ่มรู้สึกถึงอาการเมาหลังจากที่ดื่มไปหลายแก้วเสียงหัวเราะและบรรยากาศรอบๆ ยังคงสนุกสนาน แต่สำหรับเขารู้สึกเหมือนโลกหมุนไปช้าๆ เขาพยายามจะลุกขึ้นยืนแต่ร่างกายของเขาเริ่มไม่ค่อยมั่นคง
ยาเห็นว่าเบิร์ดเริ่มไม่ไหวจึงลุกขึ้นมาพยุงเขาด้วยความห่วงใย “ฉันว่าคุณดื่มพอแล้วนะให้ฉันช่วยพยุงไปที่ห้องดีกว่า”
เบิร์ดพยายามยิ้มบางๆแต่ก็ไม่ปฏิเสธความช่วยเหลือของเธอ “อ่า... ฉันคิดว่าฉันคงต้องพึ่งเธอหน่อยแล้ว”เขาพูดด้วยน้ำเสียงเมาๆ แต่ยังคงความอ่อนโยนในแววตา
ยาค่อยๆพยุงเบิร์ดออกจากกลุ่มเพื่อนๆ ที่ยังคงนั่งดื่มและหัวเราะกันอยู่กล้ากับนายน้อยยังแซวตามหลังพวกเขา แต่เบิร์ดไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ยิ้มอ่อนๆให้กับทุกสิ่งรอบตัว เขาไม่สนใจการแซวอีกแล้วเพราะตอนนี้ทั้งสติและหัวใจของเขาถูกยาพยุงไปทั้งหมด
เมื่อทั้งสองคนเดินมาถึงห้องพักยาค่อยๆ ประคองเบิร์ดนั่งลงบนเตียงอย่างเบามือ เบิร์ดนั่งเอนหลังพิงหัวเตียงขณะที่ยาหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่หน้าผากของเขา เขามองเธอด้วยสายตาอบอุ่นราวกับว่าความเหนื่อยล้าทั้งหมดถูกลบหายไปเมื่อมีเธออยู่ใกล้
“ขอบคุณนะ...”เบิร์ดพูดเบาๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจและอบอุ่น“ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครมาดูแลฉันแบบนี้”
ยาหยุดเช็ดหน้าผากของเบิร์ดและนั่งลงข้างๆเขา เธอยิ้มเล็กๆ และพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ไม่เป็ไรค่ะ คุณทำเพื่อคนอื่นมากมายถึงเวลาที่คุณจะได้รับการดูแลบ้าง”
เบิร์ดหลับตาลงช้าๆขณะที่ความรู้สึกของความอบอุ่นจากคำพูดของเธอซึมซับเข้ามาในหัวใจเขาเอื้อมมือขึ้นมาเบาๆ จับมือของยา “เธอรู้ไหม ั้แ่ฉันเริ่มทำสิ่งนี้ฉันไม่เคยรู้สึกสงบเลย… จนได้เจอเธอ”
ยารู้สึกถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านจากมือของเบิร์ดเธอไม่ตอบอะไร เพียงแค่จับมือเขาไว้แน่นและส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับเขา
“คืนนี้…อยู่กับฉันได้ไหม” เบิร์ดพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความหวังในสายตา
ยาไม่พูดอะไรแต่พยักหน้าเบาๆ พร้อมรอยยิ้มอบอุ่น เธอค่อยๆ ปรับหมอนให้เขานอนสบายขึ้นและนั่งอยู่ข้างๆ เขาเบิร์ดมองเธอด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความรักและความรู้สึกขอบคุณ
ในห้องที่เงียบสงบมีเพียงแสงไฟสลัวและความอ่อนโยนที่แผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศโรแมนติกที่เกิดขึ้นในคืนนั้นทำให้เบิร์ดรู้สึกถึงความสงบสุขที่เขาไม่เคยััมาก่อนแม้แต่ในาที่เต็มไปด้วยความสูญเสีย แต่ในคืนนี้เขารู้สึกว่าเขามีเธออยู่เคียงข้าง ทำให้ทุกอย่างดูจะผ่านไปได้
End CreditScene
ในห้องยิมเล็กๆที่ค่อนข้างมืด PALMER46กำลังออกกำลังกายดึงข้อ เสียงหายใจหนักของเขาดังสะท้อนในห้องร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เขายกตัวขึ้นอย่างง่ายดายแต่ยังคงคิดถึงเื่ราวต่างๆ ที่ผ่านมา
PALMER46 "ไอ้ BIRD ROCK มันทำได้จริงๆ เหอะ...ฉันมีอิสระสักทีในพื้นที่ของมัน ไม่ต้องหลบซ่อนอีกแล้ว" เขาหยุดพักหายใจลึกๆ"แต่ฉันได้ยินมาว่าเพื่อนแกอย่างนายน้อย ก็ดูจะช่วยมันอยู่เหมือนกันนะ"
กล้องตัดไปที่ม้าขาวนั่งพิงกำแพงอีกฝั่งหนึ่งของห้อง มือกำลังถือสูบยาไอซ์ควันลอยขึ้นเป็เส้นคดเคี้ยวในอากาศ สายตาของเขาดูเมามาย แต่ยังคงมีสติอยู่
ม้าขาว(ยกคิ้ว) "นายน้อยมันยังไม่ตายเหรอ" เขายิ้มบางๆ อย่างไม่ใส่ใจ "ถ้าแกรู้เื่นี้ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้วะ"
PALMER46 (หันมายิ้มเยาะเล็กๆ) "ก็...นายไม่ได้ถามนี่"เขาไหวไหล่เล็กน้อยก่อนจะกลับไปดึงข้ออีกครั้ง
ม้าขาวหัวเราะเบาๆแล้วสูบยาอีกครั้ง ควันหนาลอยขึ้นคลอเคลียรอบใบหน้าของเขา"ไว้ว่างๆ ค่อยไปหามันก็แล้วกัน...คงมีเื่ต้องคุยกันบ้างละ"
กล้องซูมเข้าที่ใบหน้าของPALMER46ยิ้มเล็กน้อย แต่ดวงตายังคงเยือกเย็นและเต็มไปด้วยความคิดเื้ั
PALMER46 (พึมพำเบาๆ) "อิสระของฉัน มาถึงสักที"
ฉากจบลงที่ควันจากยาไอซ์ของม้าขาวลอยผ่านกล้องขณะที่ PALMER46 ยังคงออกกำลังกายท่ามกลางเสียงหายใจที่ดังถี่และแสงไฟสลัวในห้อง