แม่ทัพหวงเข้าวังหลวงแต่เช้าเพื่อประชุมงาน กว่าจะเสร็จสิ้นก็บ่ายคล้อย เขาจึงเข้าพบนางใน ได้เจอกับมารดาเข้า
“ท่านแม่ทัพ ไยเ้ามาถึงในนี้ได้” มารดาทักทายอบอุ่น
“ข้ามีเื่สำคัญอยากรบกวนท่านแม่ขอรับ” ฮูหยินหวงเจียวจินเลิกคิ้ว
“มีอันใดรึ”
“ข้า้าให้อาหลิงเข้าฝึกการอบรมมารยาทขอรับ ฝึกทุกอย่างได้ยิ่งดี” เขาเอ่ยขึ้นน้ำเสียงจริงจัง
“ทำไมล่ะ นาง'ไม่เป็'รึ ไม่น่าเชื่อ” ฮูหยินมือทาบอกเพราะนางเป็คนทาบทามคัดสรรมาเองกับมือ ถึงขนาดจองสะใภ้ล่วงหน้าเป็ปี รู้เห็นพฤติกรรมทุกอย่างและหลินเฟยหลิงคือผู้หญิงที่เพียบพร้อมเข้าตาหวงฮูหยินเพียงคนเดียว
“ข้ามีเวลาไม่มากขอรับ ข้าพูดคุยกับท่านพ่อไว้แล้ว”
“อย่างนั้นรึ เดี๋ยวแม่จัดการให้แล้วจะแจ้งข่าว” นางจับแขนบุตรชายอย่างอ่อนโยนยิ้มให้กำลังใจ
“ขอรับท่านแม่” เขาคำนับขอบคุณ รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับมารดา
ฮูหยิน หวงเจียวจิน นับว่าเป็บุคคลสำคัญของวังหลวง เคยเป็นางในมาก่อน ผ่านงานพระราชพิธีมากมาย คล่องแคล่วรู้งานทุกส่วน มีคุณสมบัติของความเป็กุลสตรีครบถ้วน ตอนนี้เป็หนึ่งในผู้ฝึกสอนนางในเข้ามาใหม่ ถึงจะแต่งงานมีครอบครัวกับเสนา หวงหลี่ เสนาบดีผู้ปราดเปรื่องของราชสำนักแล้ว แต่นางมักจะถูกเชิญเข้าวังบ่อยครั้ง ซึ่งหวงฮูหยินเต็มใจเสมอเพราะไม่อยากอยู่ว่างๆ ไปวันๆ นางจัดการบ้านเรือนเป็ระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว มีความสวยสง่าโดดเด่น สร้างความภาคภูมิใจแก่เสนาหวงและแม่ทัพหวงเป็อย่างยิ่ง เป็หลังบ้านที่แข็งแกร่ง อ่อนหวานแต่เด็ดเดี่ยว แม่ทัพหวงฟู่เฉินคิดเสมอว่าหากมีภรรยา เขาอยากได้คนที่คล้ายมารดามากที่สุด ถึงแม้จะผิดหวังแต่เขาก็พยายามอย่างเต็มที่ ที่จะหาทางปรับปรุงฮูหยินของเขาและต้องอยู่กับมารดาของเขาเท่านั้น ถึงจะมั่นใจว่านางจะดูเป็ผู้เป็คนมากกว่านี้
หวงฟู่เฉินร่ำลามารดาแล้วเตรียมตัวเดินทางกลับจวน ขณะที่เดินอยู่ริมระเบียงจวนจะถึงประตูใหญ่
พลั่ก!!!
เขาชนกับหญิงสาวสวยนางหนึ่งล้มลงกองกับพื้น
“ขอโทษแม่นาง ข้าไม่ทันระวัง เจ็บหรือไม่” เขารีบเข้าไปนั่งใกล้ๆ ถามไถ่ ไม่กล้าแตะตัว หญิงสาวช้อนตามองตกตะลึงกับใบหน้าคมสันหล่อเหลา นางก้มหน้าเอียงอาย
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ” นางตอบเสียงเบาเนิบนาบแล้วค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น
“ขอโทษเ้าค่ะ ข้าไม่ทันระวัง ท่านเจ็บหรือไม่” นางถามเอียงหน้ายิ้มๆ แม่ทัพหวงรู้สึกเก้อๆ
“เอ่อ ข้าไม่เป็ไร ขอโทษอีกครั้ง ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัว” เขาโค้งตัวเล็กน้อยอย่างสุภาพให้หญิงสาวสวย แล้วรีบเดินจากไป สาวนางนั้นยืนมองเขาจนลับตา ผู้ชายอะไร หล่อเข้ม สูงสง่า ร่างกายกำยำแล้วยังเป็สุภาพบุรุษ นางคิดไปว่าเจอชายในฝันเข้าให้แล้ว
“เ้ายืนดูสิ่งใดกันเหมยเหม่ย” เสียงสาวน้อยร้องทักขึ้นทำให้นางตื่นจากภวังค์
“ข้าเจอเนื้อคู่แล้ว” เหมยเหม่ยบอกกับเพื่อนรัก พลางชะเง้อมองตามหลังชายหนุ่ม
“เ้านี่…ไม่งามเลย” เพื่อนสาวตำหนิแต่เหมยเหม่ยไม่สนใจ
“ดูจากการแต่งตัว ข้าว่าเขามีตำแหน่งสูง รูปงาม เสียงเพราะ สุภาพ” นางพูดเหมือนตกลงในห้วงแห่งความฝันอีกครั้ง เพื่อนสาวรีบจูงนางเข้าห้องฝึกกิริยามารยาทต่อ
หลินเฟยหลิงนั่งขัดสมาธิกางแขนพาดม้านั่งยาว มองปลาในบ่อน้ำ แม่ทัพหวงกลับมาเจอสภาพของภรรยา อดทอดถอนใจไม่ได้
เขาเดินมานั่งลงข้างๆ นาง แจ้งข่าวให้เตรียมตัว หลินเฟยหลิงรีบเอาขาลงนั่งห้อยขามือประสานกันดูเรียบร้อย ทำตัวตรง
“เ้าต้องเตรียมตัวไว้นะ”
“เตรียมตัวอะไร” นางเอียงคอทำหน้าสงสัย
“ข้าจะพาเ้าเข้าฝึกในวัง”
“ฝึก! ฝึกอะไรหรือ?”
“ฝึกทุกอย่าง เ้าความจำเสื่อมแล้วต้องฝึกใหม่หมด มีท่านแม่คอยดูแล”
นางรีบลุกขึ้นยืนโบกไม้โบกมือพร้อมส่ายหัว
“ไม่เอาอ่ะ ไม่เอา ข้าจะกลับบ้าน” เขาลุกขึ้นยืนตาม
“อย่างอแงได้ไหม เ้าแต่งงานมีครอบครัวแล้ว” เขาพยายามอธิบาย
“ข้าต้องกลับบ้าน ข้ามีเื่สำคัญต้องทำจริงๆ เข้าใจหรือไม่” นางไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนเขาถึงจะเข้าใจ
“มีเื่ใดสำคัญไปกว่านี้อีก เ้าไม่เห็นบอกข้าเลย” เขาท้วงติงหน้าตึงเหมือนเป็คนไม่สำคัญ
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก มันมีวิธีเดียวที่ข้าจะได้กลับบ้าน ข้าต้องออกจากร่างนี้เท่านั้น” นางนึกขึ้นมาได้อีกหน
“หยุดการกระทำและความคิดเกี่ยวกับเื่ตายสักที ไม่ว่าอย่างไรเ้าจะต้องรับผิดชอบชีวิตให้ตัวเองให้ดี วันๆ คิดแต่จะตาย ไม่คิดว่าพ่อแม่รักเ้าเป็ห่วงเ้าบ้างหรือคิดเอาแต่ใจตัวเองเป็เด็กมีปม ไร้เหตุผลสิ้นดี”
เขาเริ่มเหลือทนพูดกับนางเป็เชิงสั่งสอนจริงจัง หลินเฟยหลิงเถียงไม่ขึ้น นางคงไม่สามารถตายรอบสองได้และไม่มั่นใจว่าจะกลับไปได้อีก มีเพียงความเชื่ออย่างเดียวที่คอยสะกดให้สมองคิดอย่างนั้น
นางกอดอกกระแทกก้นนั่งลงบนม้านั่งทำหน้าเซ็ง แม่ทัพหวงเห็นนางนิ่งขึ้นไม่เถียงสักคำก็นั่งลงข้างๆ อีกครั้ง พยายามโน้มน้าว
“ข้าขอร้องจะได้หรือไม่ ในเมื่อเราก็แต่งงานกันแล้ว ข้าไม่อยากมีปัญหาเื่ครอบครัว”
นางมองเขาตรงๆ พูดจริงจัง
“ข้าไม่เคยแต่งงาน ข้าทำตัวไม่ถูก”
“เราก็ต้องเรียนรู้กันใหม่ และข้ากำลังจะส่งเ้าไปฝึกกับท่านแม่ ข้าเชื่อว่าเ้าทำได้”
เขาโอบไหล่นางพูดให้กำลังใจ หลินเฟยหลิงมองหน้าแม่ทัพหวงทำตาปริบๆ
“เป็พี่ชายข้าได้หรือไม่” นางขอ เพราะคิดว่าร่างนี้ยังดูเด็ก เขาเลิกคิ้วกระตุกยิ้มขำจ้องดวงหน้าใสซื่อ
“ข้าเป็สามีของเ้า ไม่ใช่พี่ชาย จำไม่ได้รึ” นางทำปากจู๋สีหน้ากังวล
“เอาล่ะเตรียมตัวเอาไว้ ต้องไปพักในวังหลวง ข้าต้องออกคุมการฝึก รอบนี้ไปนานคงหยุดทะเลาะกับเ้าอีกหลายเดือน”
เขาขยี้หัวนาง หมั่นเขี้ยวขึ้นมาดื้อๆ
“ทำไมต้องฝึกล่ะ” นางก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
“ข้าบอกแล้วจำไม่ได้หรือ จะเล่นไปวันๆ เหมือนเด็กๆ ไม่ได้ เ้าคือฮูหยินของหัวหน้าแม่ทัพไม่ใช่หญิงสาวธรรมดา อีกหน่อยอาจจะต้องมีหน้าที่อื่นด้วย ถ้ามีลูกก็ต้องอบรมได้”
“มีลูก!” นางเสียงดังตาเหลือกขึ้นมาอีก เขายิ่งงงเข้าไปใหญ่
“แต่งงานก็ต้องมีลูกไว้สืบสกุล เ้านี่ยังไงกัน” เขามองเป็เื่ธรรมดา
“ข้ายังเด็กอยู่เลย” นางย้ำชัด ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเหมือนตอกย้ำ
“ใครบอก เ้าเป็สาวแล้วต่างหาก” เขายิ้มกรุ้มกริ่มแกล้งนางเล่น
“ไม่ต้องเลย อย่ามาทะลึ่ง ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือน”
นางทำตาค้อนตาขวาง เขาหัวเราะร่าอารมณ์ดี ไม่ได้กลัวคำขู่นั้นสักนิด ฮึ่มฮั่มในลำคอเ้าเล่ห์ ‘ระวังตัวให้ดีเถอะ’
จะว่าไปั้แ่แต่งงานมา ชีวิตของเขาก็ดูมีสีสันดี ถึงนางจะมีอาการเลอะเลือน กิริยาแปลกๆ ไปบ้าง ก็ถือว่าได้เรียนรู้ความเป็ตัวเองของนางอีกด้านหนึ่ง ซึ่งน้อยนักที่ชีวิตของเขาจะเจอเื่ราวน่าปวดหัวได้ขนาดนี้ ควบคุมได้ยากกว่าทหารในกองทัพก็ภรรยาสาวของเขานี่แหละ ได้แต่หวังว่า่ที่เขาไม่อยู่นางคงไม่ก่อเื่น่าอับอายกับผู้อื่นขึ้น เขาไม่อยากมีอนุภรรยามเพิ่มขึ้นมาอีก เพราะอยากให้เกียรตินางมากกว่า ถึงได้ดิ้นรนทำวิธีนี้ก่อนสิ่งอื่น แม่ทัพหวงเริ่มมีความหวังเล็กๆ ให้ใจชื้นขึ้นมาบ้างแม้จะยังไม่เต็มร้อย