มนุษย์มักตั้งคำถามในสิ่งที่ตนไม่เข้าใจ หากไม่ได้รับคำตอบและเมื่อสิ่งนั้นก้าวข้ามสามัญสำนึกทั่วไปแล้วความสงสัยนั้นจะแปรเปลี่ยนไปสู่ความหวาดกลัวในที่สุด กระทั่งมันเพิ่มขึ้นจนถึงจุดปะทุก็เกิดการอ้างว่าอำนาจที่ชายผู้นั้นครอบครองอยู่เป็นพลังแห่งปีศาจอีกทั้งหลบหลู่เทพเจ้า ผู้คนเริ่มไล่ต้อนเขา นักรสายนเวทในตำนานจึงเป็นฝ่ายยอมทิ้งโลกเดิมที่ถือกำเนิดเพื่อเลี่ยงปัญหาที่นับวันยิ่งหนักข้อขึ้น เขาสร้างประตูมิติเพื่อเดินทางสู่โลกใหม่ที่เรียกกันว่า "อีโทเรีย"
จาก "ซีน" โลกเดิมสู่ดินแดนใหม่ที่เขารู้จักมันน้อยนิด ชายผู้เป็นตำนานปลีกตัวจากผู้คนโดยเลือกอาศัยอยู่ในปราสาทกลางป่ากับบรรดาเหล่าสิ่งมีชีวิตที่เขาสร้างขึ้น อาณาจักรขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตพิศดารจึงกำเนิดขึ้น
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไป...
นีเน วาเลเรีย รอสคิน ทายาทของนักเล่นแร่แปรธาตุในตำนานผู้นั้น นอกจากทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลและเหล่าอมนุษย์ทั้งหลายผู้เป็นข้ารับใช้แล้ว เด็กสาวที่เพิ่งย่างเข้าอายุสิบห้าปียังได้รับสืบทอดพรสวรรค์จากต้นตระกูลอย่างเต็มเปี่ยม เธอกุมอำนาจที่สามารถสั่นคลอนโลกทุกภพภูมิไว้ในมือ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของพลังเหล่านั้นเลย
ย้อนกลับไปไม่นาน หมู่บ้านติดชายป่าแห่งหนึ่งถูกโจมตีจากสัตว์ปริศนา นอกจากจะมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก บ้านเรือนและสิ่งก่อสร้าง รวมไปถึงเรือกสวนไร่นาของผู้คนก็ถูกทำลายจนแทบไม่เหลือ ผู้รอดชีวิตต่างก็หวาดกลัวจึงทะยอยหนีตายกันไปคนละทิศละทาง
ความรู้สึกผิดเกาะกุมจิตใจของสาวน้อย ปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะเธอ ดิเอโกและบรรดาบริวารเสนอทางเลือกต่าง ๆ กับนีเน ทั้งการมอบเงินช่วยเหลือ การจัดตั้งกลุ่มนักล่าสัตว์ประหลาด ระบบความปลอดภัยโดยการติดตั้งกับดักและอาวุธ และวิธีการอีกมากมายเท่าที่จะนึกออกตอนนั้นเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านโดยไม่ต้องข้องเกี่ยวกับพวกเขามากเกินไป แต่ไม่ว่าจะเป็นทางใดนีเนก็ปฏิเสธ
เพราะเป้าหมายของเธอไม่ใช่แค่การช่วยเหลือ เธอต้องการให้ชาวบ้านเหล่านั้นย้ายมาอยู่ใกล้ ๆ กับบ้านของเธอเพราะเป็นโอกาสอันดีในการหามิตรสหายนั่นเอง
นีเนชักชวนชาวบ้านไปอยู่ที่หมู่บ้านใหม่กับเธอโดยสัญญาว่าจะสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้ รวมถึงให้ความคุ้มครองไม่ให้พวกเขาต้องกังวลจากการรุกรานของสัตว์ปริศนาอีก ชาวบ้านเมื่อรู้ว่าเธอคือเจ้าของผู้ครอบครองปราสาทลึกลับกลางป่าก็แทบจะปฎิเสธในทันที มีเพียงไม่กี่คนที่ตอบรับข้อเสนอนี้เท่านั้น
“ตกลงข้าจะไปด้วย ที่นี่ข้าไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ทั้งบ้าน ทั้งครอบครัว คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว" หนึ่งในชาวบ้านโอดครวญทั้งน้ำตา ในมือมีเพียงกล่องเก็บสิ่งของต่างหน้าของภรรยาและลูกสาว ตอนแรกเขาเกือบจะคิดสั้นเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นการเริ่มต้นใหม่ที่นีเนเสนอจึงฟังดูน่าสนใจสำหรับเขา
"เอาวะ ไปตายเอาดาบหน้าก็แล้วกัน" แม้รายนี้จะไม่ได้เสียครอบครัวไป แต่ไร่ปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงทั้งหมดที่มีกลับถูกทำลายในคืนเดียว อีกทั้งหนี้สินจากการลงทุนก็แทบทำให้หนทางเบื้องหน้ามืดบอด การตัดสินใจไปกับนีเนน่าจะเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดี
“บางทีที่นั่นอาจจะปลอดภัยกว่าจริง ๆ ก็ได้นะ" เด็ก ๆ ในหมู่บ้านผู้หวาดผวาทุกค่ำคืนต่างขอร้องให้บิดามารดาของตนอพยพหนีจากที่นี่
กระทั่งในที่สุดเมื่อรู้ว่าไม่สามารถห้ามปรามได้ เหล่าอมนุษย์ผู้เป็นข้ารับใช้จึงต้องยอมตามใจเธอ
“ต้องอย่าลืมเด็ดขาดนะครับ ถึงท่านจะเป็นมนุษย์แต่ก็ไม่ใช่ชาวอีโทเรียเหมือนคนอื่น กรุณาอย่าแสดงอะไรที่ทำให้ใครสงสัยจะดีกว่านะครับ" ดิเอโกเตือนเธอเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ยิ่งเขาเห็นท่าทีของผู้เป็นนายที่ไม่ได้สนใจคำของเขานักก็ยิ่งพูดย้ำแล้วย้ำอีก ดูคล้ายกับคนขี้บ่นไปแล้ว
“ท่านดิเอโก กังวลเกินไปแล้วล่ะค่ะ" นีเนยิ้มตอบด้วยใบหน้าไร้เดียงสาแบบทุกครั้ง สำหรับเธอโลกนี้ไม่ได้น่ากลัวโหดร้ายอย่างที่ทุกคนกังวลเกินจริง เผลอทำใครตายก็คืนชีพได้ไม่ยากเย็น เงินทองใช้ไปแค่ไหนก็หากลับมาได้โดยแทบไม่ต้องเปลืองแรง โลกนี้มันมีอะไรที่เธอต้องกังวลขนาดนั้นเลยเหรอ
“ท่านนีเนกังวลน้อยเกินไปต่างหากครับ ถ้าถูกบังคับให้แสดงการ์เดียนล่ะก็มีหวังได้ความแตกกันพอดี มนุษย์ที่เกิดบนโลกนี้เมื่ออายุถึงกำหนดจะต้องเข้าพิธีทำสัญญากับการ์เดียนเพื่อเชื่อมจิตวิญญาณเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ว่าการจะทำแบบ... เฮ้ย! หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"
นีเนแอบย่องออกมาเพราะขี้เกียจฟังเขาร่ายยาวเรื่องประวัติของโลกนี้ เรื่องของการ์เดียนและอีกสารพัดเรื่องที่มักจะพล่ามออกมาไม่หยุดจนแทบหลับ เธอรู้ดีว่าทุกคนในปราสาทสีงาช้างนี้รักและเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน แต่เธอเองก็มั่นใจว่าสามารถดูแลตัวเองไม่ให้ได้รับอันตรายได้
แต่ระหว่างทางเธอพบกับหญิงรับใช้คนสนิทผู้หนึ่งทักเข้าพอดี
“จะไปไหนเหรอคะท่านนีเน” ยูนิตีนั่นเอง เท้าทั้งสี่ก้าวกระทบพื้นดังกุบกับเข้ามาหา
“ท่านยูนิตีมาพอดีเลยค่ะ กำลังว่าจะไปตรงนั้นแล้วรบกวนให้ท่านยูนิตีช่วยเขียนนั่นวาดนี่นิดหน่อยค่ะ” เด็กสาวตอบ
สาวครึ่งม้าขมวดคิ้วสงสัย มีแต่คำที่ไม่เข้าใจเต็มไปหมด
“ให้ช่วยอะไร จะมากหรือน้อยข้ายินดีช่วยเสมอ” ยูนิตีว่าพลางค้อมตัวลงต่ำอย่างจงรักภักดี ก่อนจะเงยหน้าเกาหัว “ว่าแต่ท่านนีเนกำลังจะไปไหนนะคะ ตรงนั้นคือตรงไหน”
“ก็ตรงนั้นไงคะ” นีเนทำท่าบรรยาย กางแขนออกกว้าง ๆ ก่อนจะทำท่าวิ่งกับที่และวาดแขนขึ้นลง “ตรงที่เราเคยเล่นด้วยกันแล้วระเบิดน่ะค่ะ”
“อ๋อ...” หญิงรับใช้ลากเสียงยาว เธอรู้ทันทีว่าคือแห่งใด
จากนั้นทั้งสองก็เดินทางไปยังพื้นที่โล่งกว้างที่อยู่ไม่ห่างจากปราสาทนัก เป็นทุ่งหญ้าโล่งกว้างสลับเนินสูงต่ำ ณ ใจกลางของเนินกว้างมีหลุมขนาดใหญ่ซึ่งกว่าสิบปีที่ผ่านมามันได้กลายเป็นบึงที่มีสัตว์น้อยใหญ่แวะเวียนมาอยู่อาศัย ที่นี่คือสถานที่ที่เธอตั้งใจจะให้เป็นหมู่บ้านแห่งใหม่
แม้จะมีพลังเนรมิตสิ่งต่าง ๆ ได้เกือบจะทุกสิ่ง แต่นีเนก็รู้ดีว่างานสถาปัตยกรรมต้องใช้ความรู้เฉพาะทางซึ่งเธอไม่ชำนาญ หน้าที่ในการวางแปลนหมู่บ้านรวมถึงสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ จึงเป็นหน้าที่ของยูนิตีผู้พอจะมีทักษะด้านนี้อยู่บ้าง เมื่อเขียนแปลนเสร็จงานปรับสภาพพื้นที่ก็เริ่มขึ้น
เริ่มจากการปรับพื้นที่ส่วนใหญ่ให้เท่ากัน แรงงานอมนุษย์อันล้นเหลือร่วมกันย้ายต้นไม้และหินขนาดใหญ่ที่ขวางออก วางแผนผังหมู่บ้านและขุดคลองดึงน้ำจากแม่น้ำกระจายให้ทั่วถึง นำหินดินทรายมาผสมกันอัดให้แน่นทำเป็นถนน และปูด้วยอิฐบล็อกสีสันสวยงาม
พวกเธอจัดสรรเมืองเป็นเขตต่าง ๆ อย่างมีระเบียบแบบแผน มีพื้นที่สาธารณะ ทั้งสวนกลางเมืองที่เต็มไปด้วยพืชพรรณแปลกประหลาด ทั้งตลาดและท่าน้ำสำหรับการค้า มีพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยและบริเวณสำหรับปศุสัตว์และการเกษตร ทั้งคู่วางแผนต่อเติมมันเริ่มจากจินตนาการหมู่บ้านขนาดเล็กของเด็กสาว ยูนิตีรังสรรค์แปรเปลี่ยนเป็นเมืองขนาดย่อม แม้แต่แหล่งกักเก็บน้ำยามฉุกเฉิน สถานพยาบาล บ่อบำบัดน้ำทิ้ง และโรงกำจัดขยะก็ยังมี เมืองในอุดมคติซึ่งมีทุกอย่างพร้อมสรรพล้วนแต่มีเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกคน
ด้วยทุนทรัพย์ของเธอที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าเจ้าของประเทศเล็ก ๆ เมื่อนำมาผนวกเข้ากับศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุ หมู่บ้านเคทเทิลวิลเลจจึงถือกำเนิดขึ้นในชั่วข้ามคืน
เคทเทิลวิลเลจ คือชื่อของหมู่บ้านที่เธอตั้งขึ้น
“เคทเทิลวิลเลจเหรอคะ แต่เมืองกว้างขนาดนี้น่าจะเรียกว่าเคทเทิลทาวน์ได้แล้วนะคะ” สาวรับใช้แย้งขณะก้มมองเมืองที่พวกเธอสร้างขึ้น ตอนนี้ขนาดของเมืองนั้นกว้างกระทั่งต้องยืนดูจากยอดปราสาทจึงจะเห็นกำแพงเมืองทั้งสี่ทิศ
“ชื่อนี้ฟังดูกะทัดรัดน่ารักกว่านี่นา หมู่บ้านแมวเหมียวเคทเทิลวิลเลจ” นีเนยิ้มอย่างเป็นสุข
ยูนิตีเกาแก้มแบบไม่ค่อยเข้าใจในตัวนายเท่าไหร่นัก เพราะสิ่งที่นายหญิงตัวน้อยของเธอสั่งการมานั้นมีแมวเหมียวรวมอยู่ด้วยจริง
ระบบขนส่งสาธารณะเป็นสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นของเคทเทิลวิลเลจ นอกจากรถรางที่ใช้พลังงานเวทมนตร์ในการขับเคลื่อน ที่วิ่งผ่านส่วนสำคัญของเมืองแล้ว เธอยังสร้างสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับแมวตัวใหญ่ทำหน้าที่ลากเลื่อนเกวียนอีกด้วย
“ทำไมถึงต้องเหมือนแมวล่ะครับ" ดิเอโกถามนีเนอย่างไม่เข้าใจ เขามองไปยังสิ่งมีชีวิตที่เหมือนกับตุ๊กตาแมวยัดนุ่นขนาดตัวเท่ากับม้าอย่างไม่เข้าใจ "ใช้ม้าหรือสัตว์ลากเลื่อนอย่างอื่นก็ได้นี่นา ทำไมต้องสร้างสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาด้วย อีกอย่างมนุษย์ปกติไม่น่าจะใช้สัตว์แบบนี้ในการเดินทางนะครับ"
“อ้าวเหรอคะ ไม่ใช้แมวกันเหรอ ทั้ง ๆ ที่มันน่ารักเสียขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นต้องเปลี่ยนเป็นม้าสินะคะ" นีเนทำท่าผิดหวัง ยูนิตีถลึงตาใส่พ่อบ้านอย่างเอาเรื่องเหตุเพราะทำให้นายหญิงเสียใจ
“ไม่ต้องหรอกครับ เมืองอื่นจะเป็นอย่างไรก็ช่างแต่เมืองนี้เป็นเมืองของท่านนีเน ไม่ว่าอะไรก็มีได้ครับ” พ่อบ้านหนุ่มรีบกลับคำทันที เขาเป็นคนที่มักจะหาเหตุผลให้กับทุกสิ่งเสมอ จนบางครั้งดูกังวลมากเกินไป
“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นเราสร้างลานน้ำพุสายรุ้งใหญ่ ๆ กลางหมู่บ้านด้วยก็แล้วกัน” เด็กหญิงกล่าวต่ออย่างกระตือรือร้น “มีคุณสมบัติพิเศษที่น้ำจะไม่มีวันเหือดแห้ง แต่ก็จะไม่ล้นออกมานอกบ่อ และผู้ที่ดื่มน้ำจากน้ำพุนี้ร่างกายจะเปล่งประกายเจ็ดแสงวิบวับเลย”
“เอ่อ...” ดิเอโกนึกภาพตามแล้วรู้สึกว่าสภาพคนในหมู่บ้านอาจจะน่ากลัวกว่าพวกเขาอีก
“ที่ดินว่างเปล่าส่วนนี้ท่านนีเนจะทำอย่างไรคะ” ยูนิตีเปลี่ยนเรื่อง เธอกางแปลนหมู่บ้านแล้วชี้ไปยังบริเวณโล่งกว้างแถบที่อยู่อาศัย
“สร้างบ้านหลังเล็ก ๆ ก็แล้วกันค่ะ” นีเนตอบ
นีเนเข้าใจดีว่าหน้าที่การสร้างบ้านสร้างเรือนควรจะเป็นของผู้คนที่ย้ายเข้ามาและเธอก็จัดสรรที่ดินไว้ให้พวกเขาอย่างเพียงพอแล้ว แต่เธอก็ยังใจดีจัดการเตรียมบ้านไว้ให้สำหรับชาวบ้านที่ไม่มีงบเพียงพอ เหลือเพียงตัวคนเดียว คนส่วนใหญ่ที่ยอมย้ายมาที่นี่เนื่องด้วยเหตุผลที่พวกเขาสิ้นเนื้อประดาตัวจากเหตุร้ายที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้ นีเนจึงคิดว่าการเตรียมที่อยู่ให้ด้วยก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องจุ้นจ้านจนเกินไปนัก
ชาวบ้านกลุ่มแรกมาถึง พวกเขามองสิ่งก่อสร้างตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา อยู่แถวนี้มาหลายชั่วรุ่นก็ไม่เคยได้ยินว่ามีเมืองใดตั้งอยู่บริเวณนี้เลย มันทั้งใหม่ ทั้งสะอาดสะอ้าน น่าอยู่ เหตุใดจึงไม่มีใครอยู่อาศัยเลยนอกจากพวกตนที่เพิ่งมาถึง คำถามมากมายผุดขึ้นเต็มหัวไปหมด เมื่อสบกับรอยยิ้มของเด็กหญิงผู้อ้างตนว่าเป็นเจ้าของปราสาทลึกลับก็ได้แต่กลืนข้อสงสัยนี้กลับลงไปหมด
ดิเอโกผู้อยู่ในชุดพ่อบ้าน เขาถอดขาแมลงออกแล้วสภาพตอนนี้จึงเหมือนมนุษย์ปกติ เขากำลังพาคณะชาวบ้านชมเมือง ปั้นเรื่องต่าง ๆ มากมาย สร้างเหตุผลให้ชาวบ้านเชื่อว่าที่นี่คือหมู่บ้านที่ได้รับการบูรณะใหม่จากสงครามในอดีต
“ส่วนตรงนี้คือบ้านของพวกคุณ มันไม่มีใครเป็นเจ้าของ ดังนั้นเชิญเลือกอยู่ตามสบาย”
บ้านหลังกะทัดรัดแต่สวยงามพร้อมกับเครื่องเรือนครบครันถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ที่แบ่งไว้ ตอนแรกนีเนประเมินว่าจะมีเพียงไม่กี่ครอบครัวที่ยอมรับน้ำใจที่เธอมอบให้ แต่ผลปรากฏว่าชาวบ้านจับจองบ้านทุกหลังอย่างรวดเร็ว
ทุกคนล้วนกล่าวขอบคุณนีเน และชื่นชมเมืองของเธอ
“ยินดีค่ะที่เห็นทุกท่านชอบ เราอยากมีเพื่อนเยอะ ๆ การสร้างเมืองแห่งนี้ไม่ได้ลำบากอะไรเท่าไหร่เลย แค่วันสองวันก็เส..”
“ถ้าอย่างนั้นทุกคนตามสบายเถอะ ขอให้อยู่และช่วยดูแลที่นี่เสมือนบ้านหลังเดิมของพวกท่าน ก่อนจากกันขอกล่าวต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เคทเทิลวิลเลจอีกครั้งครับ” ดิเอโกรีบตัดบทก่อนจะพานายหญิงกลับปราสาท ทิ้งให้ชาวบ้านยืนยิ้มค้างด้วยความพิศวงต่อไป
เมื่อหลายครอบครัวย้ายมา มันก็ยิ่งเพิ่มแรงดึงดูดให้กับผู้ที่ไม่เคยสนใจที่นี่ ตลาดเริ่มคึกคักจากทั้งผู้อยู่อาศัย ผู้สัญจรที่แวะเวียนมา รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าต่างถิ่นที่มองเห็นเม็ดเงินจำนวนมากที่พวกเขาจะเก็บเกี่ยวได้ ยิ่งคนมากขึ้น ธุรกิจต่าง ๆ ก็ผุดตามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว รวมทั้งโรงเรียนแห่งแรกที่มีนีเนเป็นผู้ออกทุนให้
เพียงระยะเวลาสั้น ๆ เคทเทิลวิลเลจก็กลายเป็นหมู่บ้านอย่างสมบูรณ์
ดรากอนสไลม์ หนึ่งในผู้คุ้มกันปราสาทสีงาช้าง