"ไปจับตัวพวกมันมาซะ!"
เกรเธอร์ตะโกนสั่งอย่างเสียงดัง
"พี่เรฟ!"
ราฟตะโกนขึ้นมาเมื่อได้เห็นชายร่างใหญ่สามคนซึ่งเป็นลูกน้องของมันกำลังเดินเข้าไปจับ
กุมตัวของพวกเขาที่เหลืออย่างรวดเร็วเลวีนที่พยายามขัดขืนนั้นเสียเปรียบนิดหน่อยหญิงสาวที่ชื่อเรฟก็กำลังหลบอยู่ด้านหลังของ
เอลิออสส่วนเขากำลังมองชายหนุ่มร่างกำยำ
สองคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นนักรบระดับสี่ดาวขั้นสูงก็เถอะแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เอลิออสสะเทือนอะไรเลย
มีแต่เลวีนที่กำลังสู้กับชายหนุ่มตรงหน้าพร้อม
กังวลและเป็นห่วงเอลิออสไปด้วยทันใดนั้นแท่งน้ำแข็งสามแท่งที่กำลังเคลื่อนที่ออกไปจากฝ่ามือของเขาอย่างรวดเร็วจนทำให้ไม่มีใครมองเห็นพวกมันได้แท่งน้ำแข็งยาวประมาณ50ซม.เคลื่อนที่ไปปักลงบกอกข้างซ้ายของพวกมันซึ่งพวกมันไม่ทันที่จะได้ร้องโอดครวญออกมาเลยด้วยซ้ำพวกมันก็ล้มลงไปและกลายเป็นก้อนน้ำแข็งไปอย่างรวดเร็วจนผู้คนรอบข้างต่างก็สัมผัสได้ถึงความเย็นขีดสุดจากอากาศในตอนนี้เอลิออสพยายามรีบจบเรื่องพวกนนี้ให้โดยเร็วที่สุดเพราะเขาไม่ได้มีเวลามาเล่นกับเจ้าพวกนี้มากถึงขนาดนั้นเขายังจะต้องเดินทางกลับไปจับตัวคนร้ายที่กล้าลอบสังหารท่านพี่และเซลีนให้ได้!
เอลิออสเดินไปหาเกรเธอร์ที่เข่าทรุดจนทำให้ต้องล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้นด้วยตัวที่สั่นเทา
"นายท่าน! ได้โปรดอย่าพึ่งฆ่าเขาเลย.."
เกรเกอร์รีบพูดขึ้น
"ท่านพี่~"
เกรเธอร์หันมามองเกรเธอร์ด้วยความซึ้ง
"นี่ยังพยายามปกป้องมันอีกงั้นรึ?"
"ลืมไปแล้วหรือยังไงว่ามันทำอะไรพวกเจ้าบ้าง?!"
เลวีนรีบพูดขึ้นแทรกด้วยความไม่พอใจ
"ไม่ใช่อย่างนั้น.."
"ข้าเพียงต้องการให้มันได้ใช้ชีวิตอยู่ในคุกอย่างทุกข์ทรมานก่อนเพียงเท่านั้นเอง!"
เกรเกอร์กำหมัดแน่นในขณะที่พูด
"จ.เจ้า!"
เกรเธอร์พยายามพุ่งตัวไปหาเกรเกอร์แต่ก็โดนเลวีนจับเอาไว้ก่อนเกรเธอร์ไม่ได้มีคลื่นพลังเมื่อมันต้องงัดข้อกับเลวีนแน่นอนว่ามันเป็นฝ่ายที่แพ้
"งั้นก็เอาตามที่คุณว่าล่ะกัน"
ผู้คนที่ได้เห็นว่าเรื่องคลี่คลายลงแล้วนั้นต่างก็
สบายใจกันขึ้นมาพร้อมเดินไปขอบคุณเอลิออสกัน
"พี่เรฟ! ข้านึกว่าจะไม่ได้เจอท่านอีกแล้ว.."
ราฟพูดขึ้นพร้อมน้ำตา
"ทีหลังเจ้าก็อย่าได้พูดอะไรไม่ดีแบบนั้นสิ~"
เรฟพูดเชิงหยอกล้อที่เห็นน้องชายร้องไห้ออกมาและนางก็หันมาหาเอลิออสพร้อมโค้งตัว
"ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะที่อุตส่าห์ช่วยข้าเอาไว้~"
หน้าตาของนางสวยอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่องนั้นต่างกับเลวีนราวฟ้ากับเหวเพราะเลวีนนั้นสวยแบบเจ้าเล่ห์และยั่วยวนซะมากกว่าเอลิออสแค่พยักหน้าให้เล็กน้อยเพียงเท่านั้นแต่เรฟก็ยังคงจ้องมอเอลิออสไม่หยุดจนทำให้เลวีนที่กำลังมองอยู่นั้นรีบเดินไปควงแขนของเขาขึ้นทันทีพร้อมพูดเชิงสนิทสนม
"เรารีบกลับไปพักผ่อนที่ห้องของเราเถอะค่ะเอล~"
เรฟที่ได้เห็นฉากนั้นจนต้องทำให้นางรีบหันหลังกลับไปพร้อมเดินไปหาเกรเกอร์ทันที
"ทำอะไรของเจ้า?"
เอลิออสถามขึ้นพร้อมเอาแขนออกจากมือของนาง
"เชอะ! ไม่มีอะไรหรอกเพคะ"
เลวีนสะบัดหน้าหันไปทางอื่นทีนึง
หลังจากได้โยนเจ้าชั่วเกรเธอร์เข้าไปในคุกแล้วนั้นเอลิออสก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งกับตำแหน่งบริหารหมู่บ้านแห่งนี้เลยเขาปล่อยให้้พวกเกรเกอร์จัดการกันเอง
ณ ห้องวีไอพี..
"ทำไมเจ้าถึงได้มาอยู่ที่นี่อีกล่ะ?!"
เอลิออสขมวดคิ้วถาม
"ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินว่าพวกมันจัดเตรียมห้องให้กับพวกเราสองคนนะเพคะ~หรือว่าท่านลำบากใจ?"
เลวีนพูดขึ้นพร้อมถามกลับอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม
'ข้าสมรสแล้ว แล้วจะให้ข้าไปนอนกับหญิงสาวนางอื่นได้อย่างไรกัน?! ให้ตายเถอะ!'
เอลิออสกำลังเดินออกไปจากห้องพร้อมคิดพลาง
"เอ๋~ ท่านจะไปไหนน่ะ?"
เลวีนถามขึ้นด้วยความสงสัย
แต่เขาก็ไม่ได้ตอบคำถามอะไรนางไป
เอลิออสเดินไปยังจุดให้บริการหรือเคาท์เตอร์
เขาเช่าห้องๆนึงพร้อมจ่ายเงินผู้ดูแลออกไป
และในที่สุดก็ได้มาพักผ่อนที่ห้องของเขาสักที~
"ป.โปรด..ไว้ชีวิต...ข้าด้วย"
"ช่างเป็นคนที่ไร้ค่าซะจริงๆ!"
อ๊ากก--
แอ้กก--
วันต่อมาข่าวการตายของอดีตผู้นำหมู่บ้านเกรเธอร์ก็ได้ถูกแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านอย่างไว
ชาวบ่้านเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรกับผู้นำหมู่
บ้านคนใหม่นั้นก็คือเกรเกอร์ผู้เป็นพี่ชายของอดีตผู้นำหมู่บ้านนั้นเองซึ่งไม่พบหลักฐานคนที่สังหารมันเลย
"นายท่านจะไปแล้วจริงๆงั้นเหรอ?"
"ถ้าอยู่พักอีกสักวันนึงก็คงจะดีไม่น้อย"
เกรเกอร์ถามขึ้นด้วยความเสียดาย
เอลิออสพยักหน้าให้เล็กน้อย
"ข้าไม่รู้จะตอบแทนพวกท่านยังไงเลยที่พวกท่านอุตส่าห์ช่วยพวกเราจากเหตุการณ์ร้ายๆนี้แถมยังทำให้ข้าได้เป็นผู้นำหมู่บ้านแห่งนี้อีกด้วย.."
"ข้าต้องขอบคุณพวกท่านมากๆ!"
เกรเกอร์พนายามจะก้มลงไปบนพื้นแต่ถูก
เอลิออสจับให้ยืนขึ้นซะก่อน
"ข้าเป็นเพียงคนที่ได้บังเอิญมาเห็นเหตุการณ์นี้ก็เท่านั้นถ้าคนอื่นมาเจอเหตุการณ์เดียวกับข้าคนผู้นั้นก็ต้องช่วยพวกเจ้าอย่างที่ข้าทำแน่นอน"
"เพราะฉะนั้นก็จงปกครองหมู่บ้านให้ดีๆล่ะ"
เอลิออสพูดขึ้นพร้อมกระโดดขึ้นม้าไป
เลวีนก็ไม่รอช้านางก็กระโดดขึ้นไปทันที
"ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพกันนะ~
แล้วอย่าลืมแวะมาเยี่ยมกันบ่อยๆล่ะ!"
เกรเกอร์ตะโกนพูดขึ้นก่อนที่ม้าทั้งสองตัวจะเคลื่อนตัวออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆในขณะนั้นเกรเกอร์ก็พลันนึกอะไรขึ้นได้สีหน้าเขาดูไม่ดีเป็นอย่างมาก
"อ้อ! ระวังป่าวงกตข้างหน้ากันด้วย!"
แต่พวกเขาจะไปได้ยินได้อย่างไรเพราะตอนนี้พวกเขาได้เคลื่อนตัวไปไกลกันแล้วทำให้พวกเขาได้ยินเสียงของเกรเกอร์แต่พวกเขาไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรพวกเขาคิดในใจแค่ว่าเกรเกอร์คงจะเป็นห่วงพวกเขามากเพียงเท่านั้นถึงได้ตะโกนออกมาแบบนั้น
ห้าชั่วโมงต่อมา...
แฮ่กกๆๆ--
"ข้าคิดไปเองหรือเปล่าว่าเราหลงกันอ่ะ?
เพราะข้าจำได้ว่าที่แห่งนี้พวกเราผ่านไปแล้วนี่?"
เลวีนพูดขึ้นพร้อมหอบด้วยความเหนื่อย
เอลิออสก็ได้หยุดม้าลงจริงๆเขาก็กำลังเรื่องนี้ตั้งนานแล้วแต่เขาก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมาเพียงสังเกตุรอบๆสถานที่แห่งนี่มาโดยตลอดเท่านั้นเขากระโดดลงจากม้าทันทีเมื่อมองออกไปป่าแห่งนี้ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากป่าทั่วๆไปเลยเพียงแต่ตอนที่พวกเขายังคงขี่ม้าไปเรื่อยๆอยู่นั้นเอลิออสก็พลันรู้สึกได้ถึงหมอกสีดำนั้นก็คือหมอกแห่งความตาย
จางๆทำให้เขารู้สึกสงสัยอยู่บ้างพอเขาเริ่มย้อนไปคิดถึงหมอกสีดำนั้นแล้ว
'ป่าธรรมดาคงจะไม่มีหมอกแบบนี้แน่นอน!'
"เจ้าเป็นอะไรไหม?"
เอลิออสหันมาถามเลวีนเพราะนางก็คงจะสูดดมหมอกสีดำนั้นไปมากพอสมควรอยู่ถึงหมอกจางๆแค่นี้จะทำอะไรเขาไม่ได้แต่ก็ไม่ใช่กับนาง
"ตอนนี้ข้ารู้สึกเหนื่อย ปวดหัว อยากจะนอนเพคะ"
เลวีนพูดขึ้นด้วยความยากลำบากเพราะหนังตาของนางเริ่มที่จะหนักขึ้นเรื่อยๆแล้ว
"เจ้าอย่าได้หลับไปเป็นอันขาด!"
เอลิออสขมวดคิ้วขึ้นมาเพราะถ้านางหลับไปนางก็จะไม่มีวันได้ตื่นขึ้นมาอีกเลยหรือก็คือตายนั้นเองแต่เลวีนก็ไม่ได้เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้สักเท่าไหร่เมื่อนางได้ยินว่าเอลิออสห้ามไม่ให้หลับนางก็นึกบ่นอยู่ในใจอยู่บ้างเพราะตอนนี้นางเหนื่อยขนาดนี้แค่จะขอหลับนิดเดียวเขาก็ยังไม่ให้?!นางจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเขกำลังจะช่วยนางอยู่!
ในขณะนั้นเองร่างของเลวีนก็ได้ล้มลงไปเพราะนางได้หมดสติจริงๆแล้วแต่ยังดีที่เอลิออสรองมือไปรับร่างของนางเอาไว้ทันเขาเห็นแบบนั้นก็ขมวดคิ้วขึ้นมาอีกครั้งด้วยความไม่สบายใจในขณะนั้นเองเอลิออสก็ได้ฉีกอาภรณ์ของนางออกมาจนหมดจนทำให้เขาได้เห็นปทุมถันที่ใหญ่โตสองลูกของนางพร้อมกับผิวขาวราวกับหยกชั้นดีเขาไม่ได้มีเวลามานั่งชื่นชมรูปร่างของนางหรอกนะเขาเอามือไปแตะตรงท้องน้อยของนางเล็กน้อยก่อนที่จะ
รวบรวมสมาธิเอาไว้ที่มือจากนั้นก็เริ่มดูดหมอกสีดำที่อยู่ในร่างกายของนางออกมาเรื่อยๆจนผ่านไปได้หนึ่งชั่วโมงหมอกสีดำนั้นก็ได้หายไปจากร่างของนางไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วได่ย้ายมาอยู่ในร่างของเอลิออสนั้นเองถึงหมอดสีดำนี้จะไม่เป็นอันตรายกับเขาแค่การดูดซับออกมานั้นค่อนข้างใช้พลังไปจำนวนมากเลยทีเดียวเพราะว่าเขาไม่ถนัดนั้นเอง
เอลิออสเดินไปหาใบไม้ใหญ่ๆและวางตัวของเลวีนลงไปสาวนตัวเองก็ไปนั่งพักตรงโขดหินใกล้ๆนั้นโดยที่หันหลังให้กับนางนั้นเอง
หลายชั่วโมงผ่านไป...
ถึงแม้ว่าเอลิออสจะมั่นใจว่าเลวีนนั้นไม่ได้เป็นอะไรแล้วแต่ในตอนนี้นางก็ยังคงไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกทำให้เขากังวลใจในเรื่องนี่อยู่พอสม
ควรแต่ในขณะนั้นเองเลวีนก็ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นที่เกินจะหยั่งถึงนางที่กำลังนอนอยู่นั้นก็ยันตัวลุกขึ้นมานั่งแล้วนางก็ได้เห็นเสื้อผ้าของนางที่ถูกฉีกออกอย่างไม่ใยดีนี้?นางก็รีบหันไปมองรอบๆทันทีด้วยความตกใจในตอนนั้นดวงตาของนางก็ได้ไปเห็นแผ่นหลังของเอลิออสที่กำลังนั่งอยู่บนโขดหินโดยที่กำลังหันหน้าไปอีกฝั่ง
"รู้ตัวหรือไม่ว่าเจ้าหลับไปนานแค่ไหนกัน?"
เสียงเอลิออสดังขึ้นมาถึงเขาจะไม่ได้หันไปมองว่าเลวีนตื่นแล้วก็เถอะแต่เขาก็ได้ยินเสียงอยู่ดี
"เสื้อผ้าของข้าท่านเป็นคนทำงั้นรึ?"
เลวีนถามด้วยความแปลกใจเพราะเขาไม่ได้มีนิสัยลอบทำอะไรตอนนางกำลังนอนหรอกนะ
"อย่าได้เข้าใจผิดไป"
"ตอนนั้นเจ้ากำลังป่วยข้าจึงรักษาให้เพียงเท่านั้น"
"ข้าเนี่ยนะป่วย?! ตอนไหนกัน?"
เลวีนถามขึ้นด้วยความตกใจเพราะนางไม่ได้มีความทรงจำเกี่ยวกับตอนที่นางป่วยเลยแม้แต่น้อย
"ท่านไม่ต้องมาแก้ตัวหรอกเพคะ.."
"ทั้งๆที่ข้าก็ยอมมอบให้ท่านแต่โดยดีอยู่แล้ว~"
"รีบเปลี่ยนเสื้อซะ"
เอลิออสสั่งขึ้นโดยที่ไม่ได้สนใจคำพูดของนางเลย
ในขณะที่เลวีนกำลังนอนหมดสติอยู่เอลิออสก็ไม่ได้เดินออกไปสำรวจแต่อย่างใดเพราะเขารู้ว่าถ้าเขาเดินออกไปเขาก็คงจะหานางไม่พบอีกแน่นอนเพราะป่าแห่งนี้คงจะเป็นป่าที่ทำ
ให้นักเดินทางต่างก็หลงกันและตายลงในที่สุดจำนวนไม่น้อยเลยล่ะเอลิออสไม่ได้อธิบายเรื่องการมีอยู่ของหมอกสีดำให้ลวีนได้ฟังแต่อย่างใดเพราะถ้านางถามกลับมาว่าแล้วทำไมเขาถึงไม่เป็นอะไรล่ะ?คำถามนี้เป็นคำถามที่ยากเกินกว่าเขาจะอธิบายเหตุผลให้นางได้เพราะถ้านางรู้นางคงจะคิดว่าเขาเป็นปีศาจอย่างแน่นอนแต่เอลิออสก็ยังคงต้องบอกความชั่วร้ายของป่าแห่งนี้กับนางออกไปอยู่เพราะถ้าจู่ๆนางเดินออกไปจากตัวของเขานั้นจะเป็นปัญหาหนักเลยล่ะเพราะเขาก็คงจะต้องหาตัวเลวีนไปด้วยพร้อมหาทางออกไป
ด้วยมันคงเป็นเรื่องยากเกินไปในป่าแห่งนี้
เอลิออสและเลวีนต่างก็เดินทางหาทางออกด้วยกันอย่างช้าๆเพราะพวกเขาจะต้องคิดวิเคราะห์ในแต่ละเส้นทางที่ได้เคยผ่านไปแล้วอย่างละเอียดรอบคอบมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหาทางออกจากป่าวงกตแห่งนี้เพราะทางแยกช่างมากมายเหลือเกินแต่มันก็มีเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ตรงไปยังทางออกได้เลยพวกเขาจึงต้องลองผิดลองถูกกันอยู่บ่อยครั้งและแน่นอนเจ้สหมอกสีดำก็ยังคงเป็นปัญหาสำหรับเลวีนอยูาในทุกๆวันทำให้เอลิออสต้องคอยแก้ปัญหาอยู่แบบเดิมอยู่บ่อยครั้งหลังๆมานี้เขาก็ไม่ได้ฉีกเสื้อผ้าของนางแต่อย่างใดเพราะถ้าเขายังคงฉีกอยู่เรื่อยๆแบบนี้สักวันนางอาจจะไม่มีเสื้อผ้าใส่อย่างแน่นอนเขาจึงเปลี่ยนวิธีการมาเป็นถอดเสื้อผ้าของนางแทนเท่านั้นและแน่นอนเขาก็ยังคงต้องอดทนข่มใจตัวเองเพราะเขาเองนั้นก็เป็นเพียงผู้ชายคนนึงเมื่อได้เห็นร่างอันยั่ว
ยวนของหญิงสาวตรงหน้าใครมันจะไปอดทนไหวได้ล่ะแต่เขาก็พยายามอย่างหนัดหน่วงจริงๆ
หนึ่งเดือนผ่านไป...
เลวีนที่กำลังนั่งอยู่บนม้าของเอลิออสส่วนเขาก็กำลังจูงม้าของตัวเองเดินทางต่อไปเรื่อยๆเพราะม้าของนางได้หนีหายไปไหนก็ไม่รู้การที่จะไปตามหามันก็คงจะเป็นเรื่องไร้สาระเกินไปป่าวงกตแห่งนี้เอลิออสจึงเสนอให้นางได้ขึ้นไปนั่งบนม้าของตนเองโดยที่เขานั้นก็เดินจูงม้าของตนเองแทนเลวีนก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับความคิดนี้ของเขาสักเท่าไหร่หรอก
แต่ใครมันจะไปขัดคำสั่งของเขาได้กัน
'กลิ่นอายนั้นค่อยๆหายไปแล้ว?'
เอลิออสที่กำลังเดินไปพร้อมไม่ได้รู้สึกถึงหมอกสีดำนั้นอีกแล้วทำให้เขาเริ่มมีความหวังมากขึ้นและมันก็เป็นไปตามที่เขาได้คิดเอาไว้ไม่มีผิดเพราะเส้นทางข้างหน้าเป็นพื้นที่ราบโดยที่ไม่ได้มีต้นไม้อะไรเลยซึ่งมันแตกต่างจากป่าที่พวกเขาเดินทางมาอย่างยาวนานแห่งนี้เป็นอย่างมาก
"พวกเราออกกันมาได้แล้วเพคะ!"
เลวีนพูดขึ้นด้วยความดีใจเอลิออสก็ได้แต่ยิ้มเพียงเล็กน้อยเพียงเท่านั้นเพราะเขาก็ดีใจเหมือนกัน
'ใช้เวลาตั้งหนึ่งเดือนเลยอย่างนั้นรึ?'
เอลิออสขบคิดอยู่ในใจเพราะเขานั้นไม่ได้ลืมที่จะจดจำวันในวันที่เขานั้นกำลังติดอยูาในป่าแห่งนั้นอย่างแน่นอนจะบอกว่าพวกเขาทั้งสองเป็นคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ออกจากป่าวงกตแห่งนั้นได้เพราะส่วนมากก็ตายไปตั้งแต่วันแรกแล้วล่ะเพระการมีอยู่ของเจ้าหมอกสีดำนั้นเองแต่สำหรับเอลิออสถ้าเขาได้มาเยือนป่าวงกตแห่งนี้อีกครั้งเขาคงจะใช้เพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้นในการหาทางออกเพราะเส้นทางแต่ละเส้นทางที่ถูกต้องนั้นได้เข้าไปอยู่ใน
สมองของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วจ๊ะ...
เสันทางการเดินทางระหว่างเมืองฟรานซิสและเมืองแลคซัสอย่างถูกต้องนั้นก็ต้องใช้เวลาสองสัปดาห์
ส่วนการเดินทางอ้อมๆแบบพวกเขาที่พึ่งผ่านมันไปนั้นก็ใช้เวลาไปตั้งหนึ่งเดือน!คงสงสัยและงงกันใช่ไหมล่ะว่าถ้าอย่างนั้นมันจะเรียกว่าเส้นทางอ้อมได้อย่างไร?!เพียงแต่ว่าเส้นทางนี้จริงๆแล้วใช้เวลาเพียงสองวันเพียงเท่านั้น!ถ้าไม่ไปติดอยู่ในป่าวงกตนั่นอ่ะนะ
เอลิออสและเลวีนก็ได้หยุดพักตรองริมแม่น้ำกันอยู่เพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทางที่ไร้ทางสิ้นสุดอยู่ในป่าวงกตนั้นช่างหนักหนาซะเหลือเกินแล้วยังมีเหนื่อยทางสมองอีกด้วยเพราะพวกเขาใช้สมองในการคิดทบทวนวิเคราะห์แยกแยะกันจนสมองแทบจะระเบิดกันไปแล้ว