โม่อี้เฟิงเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจยาวๆออกมาเขาเดินไปหยิบเสื้อคลุมของตนแล้วโยนให้นางสายตาที่มองมาไม่ได้บ่งบอกว่ารู้สึกเช่นไรแต่ฟางซูซินก็รู้ว่าเขาก็คงจะไม่ได้อารมณ์ดีแน่นางหยิบเสื้อคลุมที่เขาอุตส่าห์มีน้ำใจขึ้นมาห่อร่างกายแทนเศษเสื้อผ้าพวกนั้นเขาไม่เอ่ยปากนางก็ไม่เอ่ยเช่นกันทั้งห้องจึงตกอยู่ในความเงียบ
นางเห็นเขานั่งลงที่ขอบเตียงเอาแต่จ้องมองมาทางนี้ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่จนในที่สุดเป็ก็เป็นางเองที่ทนไม่ได้บรรยากาศในห้องนี้มันน่าอึดอันเกินไปนางอยากออกไปจากที่นี่แล้วจึงเอ่ยขึ้นเสียงเบาว่า
“ข้ากลับเรือนได้หรือยัง...เ้าคะ?” นางค่อนข้างจะหวาดกลัวสายตาของเขามันเหมือนกับสายตาของหมาป่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อนางก็ไม่เคยเห็นว่ายามที่หมาป่าล่าเหยื่อมันเป็เช่นไรนางก็เคยจะอ่านเจอมาบ้างแต่ความรู้สึกของนางในตอนนี้มันบอกได้ว่าเป็เช่นนั้น
โม่อี้เฟิงมองเด็กสาวร่างบางที่พยายามขดตัวเป็ก้อนกลมๆภายใต้เสื้อคลุมตัวใหญ่ของเขา อันที่จริงเขาไม่ได้คิดว่าจะเจอนางเร็วเช่นนี้เพียงวันนี้เขาเข้ามาหยิบของบางอย่างในห้องหนังสือแล้วพบเจอนางเข้าพอดีเขาบอกกับคนในจวนว่าอีกสี่วันกว่าจะกลับแต่เลือกจะเดินทางก่อนกำหนดจึงได้กลับมาถึงจวนก่อนเวลาที่บอกไว้เื่นี้มีแต่คนของเขาเท่านั้นที่รู้คนในจวนยังไม่มีใครรู้แม้แต่ลี่ม่อมอที่เขาไว้ใจคอยให้ดูแลควบคุมคนในจวน
ทันทีที่เข้ามาในห้องหนังสือก็เจอกับเด็กสาวที่กำลังเก็บหนังสือเข้าชั้นนางคิดว่าเขาเป็บ่าวที่คอยเฝ้าอยู่หน้าห้องจึงไม่ได้หันมามองจนกระทั่งรู้ว่าไม่ใช่แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจก็คงจะเป็การที่นางพกมีดสั้นไว้กับตัวตลอดเวลานางเป็เพียงดรุณีน้อยที่เพิ่งจะผ่านพิธีปักปิ่นมามิใช่หรือการที่ต้องพกมีดติดกายไว้เช่นนี้ตลอดหมายความว่านางย่อมคิดว่าตนเองจะมีภัยได้เสมอ นางมีศัตรูมากมายถึงเพียงนั้นเชียว?
ครั้นพอได้พบหน้าภรรยาตัวน้อยที่ไม่เคยได้เห็นหน้ากันมาก่อนก็คิดว่านางที่อายุสิบห้าแล้วยังดูราวกับเด็กอายุสิบสองสิบสามอยู่เลยแต่พอลองได้ััอะไรต่อมิอะไรก็เปลี่ยนความคิดว่านางไม่ใช่เด็กแล้ว
ที่คิดว่าจะทำให้นางกลัวในตอนแรกก็กลายเป็เผลอไผลเขาไม่ได้คิดจะล่วงเกินนางแต่ไม่รู้เช่นกันว่าเหตุใดถึงหยุดตนเองไม่ได้ใช่ว่าเขาจะไม่เคยััสตรีใดมาก่อนเขาเป็บุรุษวัยฉกรรจ์ย่อมต้องมีการปลดปล่อยบ้างเขามักจะไปหอนางโลมเดือนละครั้งหรือสองครั้งแต่ััของนางมันกลับทำให้เขาทั้งแปลกใจทั้งหลงใหลดูเหมือนว่าเนื้อสาวของนางจะถูกปากของเขาอยู่บ้างแต่อย่างไรก็คงต้องรอดูนิสัยใจคอของนางไปก่อนใช่ว่าเป็บุตรสาวของขุนนางใหญ่แล้วจะดีงามไปเสียหมดทั้งนางยังเป็บุตรสาวของเ้าฟางหลีเว่ยนั่นอีกยิ่งต้องดูให้แน่ใจ
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบกลับเอาแต่จ้องมองอยู่เช่นนั้นฟางซูซินก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจนางกัดปากจนเจ็บทั้งแผลจากที่เขาเป็ผู้ทำอีก หรือว่าเขาคิดจะทำอะไรนางต่อจริงๆ เช่นนั้นหรือเพียงแค่คิดฟางซูซินก็เหงื่อตกแล้ว
เห็นอีกคนใบหน้าซีดลงเรื่อยๆ ก็คิดว่านางคงจะกลัวเขาจนคิดไปไกลแล้วเขาเอ่ยเสียงเข้มจนเด็กสาวในเสื้อคลุมตัวใหญ่สะดุ้งโหยง
“เ้าจะกลับทั้งสภาพเช่นนี้หรือ? ไม่กลัวว่าผู้อื่นจะนินทราหรืออย่างไร?”
ก็ไม่ใช่เพราะท่านหรอกหรือที่ทำให้ข้าเป็เช่นนี้
ฟางซูซินคิดในใจ ทำได้เพียงบริภาษเขาในหัวน้อยๆ ของนางเท่านั้นคนน่ากลัวเช่นเขาใครจะกล้าไปต่อปากต่อคำด้วย เขาใช้ฝ่ามือเดียวก็นางก็ตายได้แล้ว
“ทำไม? เ้ากำลังไม่พอใจข้าหรือ?”เหมือนว่าเขาจะเป็พวกอ่านใจคนได้ด้วยฟางซูซินรีบส่ายหน้าปฏิเสธอย่างรวดเร็ว“ข้าจะให้คนไปบอกให้สาวใช้เ้าเอาชุดมาให้เปลี่ยน” ว่าแล้วเขาก็เดินออกไปด้านนอกที่หน้าประตูมีคนของเขาที่ยืนเฝ้าอยู่ เขาสั่งสองสามประโยคก็เดินกลับเข้ามากลับมายืนจ้องหน้านางอีกครั้ง
ฟางซูซินเริ่มสงสัยแล้วว่าที่ใบหน้าของนางนั้นมีอะไรติดอยู่หรือไม่นางจึงยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตนแต่ก็ไม่พบว่ามีสิ่งใดติดอยู่ เช่นนั้นเขามองอะไร?
“เ้าชื่ออะไร?” เขารู้อยู่แล้วแต่ก็แค่อยากจะถามให้แน่ใจ
นี่ท่านไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของคนที่จะต้องแต่งานกันหรือแล้วคนที่ท่านให้เขาติดตามข้าเขาไม่เคยเอ่ยชื่อข้าให้ท่านทราบเลยเช่นนั้นหรือฟางซูซินได้แต่คิดว่าเขาช่างเป็บุรุษน่าตายที่สุดเท่าที่เคยพบเจอมาในชีวิตเลยทีเดียว
“ข้าถามก็ตอบ ไม่ใช่เงียบ” เขาดุนางอีกแล้วพูดกันดีๆไม่ได้หรืออย่างไร
“ฟางซูซิน...เ้าค่ะ” นางตอบเสียงเรียบอันที่จริงก็อยากจะเงียบต่อแต่ก็กลัวว่าจะถูกจับหักคอตายเสียก่อน
“ต่อไปหากจะยืมหนังสือให้มาบอกข้าก่อน”ก็ใช่ว่านางไม่บอกเขาเสียหน่อยก่อนหน้านี้ก็เคยฝากจดหมายให้ลี่ม่อมอส่งให้เขาไม่ใช่หรือหรือว่าลี่ม่อมอไม่ได้ส่งให้เขา
“ข้าเขียนจดหมายขออนุญาตท่านแล้วนี่เ้าคะ”ฟางซูซินอธิบายนางไม่อยากให้เขาคิดว่านางเป็คนที่ทำอะไรตามอำเภอใจ
“ข้ากลับมาแล้วก็ต้องมาบอกข้าก่อนหรือเ้าไม่คิดว่าไม่ควรเป็เช่นนั้น” เขาถามเสียงเข้ม
“เ้าค่ะ ข้าจะทำตามที่ท่านบอก” ฟางซูซินรับเสียงเบาอันที่จริงนางก็อยากจะพูดคุยเื่หย่ากับเขาวันนี้เสียเลยแต่ดูจากสภาพนางตอนนี้แล้วคงจะไม่เหมาะสมต้องรออีกสองสามวันค่อยหาโอกาสมาพูดคุยกับเขาให้รู้เื่เสียที
ไม่นานด้านนอกก็มีเสียงรายงานเข้ามาบอกว่าสาวใช้ของฮูหยินนำของที่สั่งไว้มาให้แล้วเขาเอ่ยอนุญาตให้นางเข้ามาได้ลี่ซือที่ไม่เคยเห็นท่านแม่ทัพตัวจริงมาก่อนพอได้เจอเข้าก็แทบเข่าอ่อนท่านแม่ทัพดูน่ากลัวราวกับจะสังหารคนได้ทุกเมื่อนางไม่กล้าเงยหน้าขึ้นยามที่ต้องเดินไปหานายหญิงของตนก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตากลัวว่าจะทำให้ท่านเพชฌฆาตผู้นี้ไม่พอใจเอาได้
ฟางซูซินเมื่อเห็นลี่ซือนำเสื้อผ้าเข้ามาให้ก็รู้สึกโล่งอกนางกลัวว่าเขาจะให้ผู้อื่นนำเอามาให้แทนนางไม่สนิทกับใครในจวนนี้หากเข้ามาเห็นนางในสภาพนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปพูดต่อกันอย่างไรบ้างนางที่กำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้าก็สังเกตุว่าอีกคนยังไม่ได้เดินออกไปนี่เขาจะดูนางเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยเช่นนั้นหรือ?
“ข้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเ้าค่ะ”นางเอ่ยเสียงเบาบอกให้อีกคนรู้ตัวว่าจะต้องออกไป
“ก็เปลี่ยนสิ”เขาเอ่ยเสียงเรียบใบหน้ายังนิ่งขรึมเช่นเดิม
ฟางซูซินได้แต่เม้มปากแน่นนางไม่เคยเจอคนที่รับมือได้ยากเช่นนี้มาก่อนดูไม่ออกว่าเขา้าอะไรจากนางกันแน่ต่อให้เมื่อครู่เขาจะเห็นอะไรต่อมิอะไรของนางไปแล้วก็เถอะนางก็ไม่สะดวกใจจะให้เขามาจ้องมองยามนางเปลื้องผ้าอีกรอบหรอกนะ
“ท่าน...ออกไปก่อนได้หรือไม่เ้าคะ?”
“ทำไม ในเมื่อครู่ข้า...”เขายังพูดไม่จบประโยคฟางซูซินก็รีบพูดแทรกขึ้นทันทีถึงจะเป็ลี่ซือนางก็ไม่อยากให้รับรู้เื่น่าอายเมื่อครู่หรอกนะเื่นี้จะต้องไม่มีใครอื่นนอกจากเขาและนางได้รับรู้อีกเป็คนที่สาม
“รบกวนท่านแม่ทัพออกไปรอข้าข้างนอกด้วยเ้าค่ะ” ฟางซูซินพูดประโยคนี้ด้วยเสียงดังฟังชัดเกือบจะกลายเป็ะโลี่ซือที่ได้ยินก็ถึงกับหน้าซีดตัวสั่นคุณหนูของนางไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหนกันถึงเป็เช่นนี้ไปได้
ร่างหนาที่ยืนกอดอกอยู่เขาไม่ได้พูดอะไรทำเพียงส่งสายตามาดร้ายมาให้ก่อนจะยอมเดินออกไปเสียอย่างนั้นบทจะง่ายก็ง่ายเสียเหลือเกินฟางซูซินที่เห็นอีกฝ่ายเดินออกไปแล้วก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างโล่งอกแต่ไม่ได้มีนางเพียงคนเดียวที่เป็เช่นนั้นลี่ซือเองก็ด้วยสองนายบ่าวต่างสบตากันก่อนที่จะช่วยกับผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วรีบออกไปด้านนอก
เมื่อเดินออกมาก็เห็นอีกคนนั่งหน้าตึงรออยู่ฟางซูซินทำได้เพียงเดินเข้าไปใกล้จากนั้นก็เตรียมจะเอ่ยปากขอตัวกลับเรือนแต่อีกฝ่ายดันเอ่ยออกมาก่อนว่า
“นั่งลง”
ฟางซูซินหันมองหน้าลี่ซือก็เห็นอีกฝ่ายหน้าซีดปากสั่นเสียแล้วเจอกันได้ไม่เท่าไรก็แทบจะซูบพลังชีวิตของลี่ซือไปจนหมด ฟางซูซินนั่งลงตามที่เขาบอกรอให้เขาเอ่ยเื่ที่้าจะพูดกับนาง
“จะหมดระดูเมื่อใด?” น้ำเสียงที่เขาใช้ราวกับถามเื่ดินฟ้าอากาศทั่วไป
ท่านมันคนหน้าไม่อาย!!!