ชีวิตในแต่ละวันของเจียงโม่โฉวค่อนข้างลงตัว ตอนนี้เขากับโจวต้าเฝิงไม่ต้องเข้าไปขายของที่ตลาดมืดแล้ว เพราะมีคนมารับซื้อสินค้าของพวกเขาเอาไปขายต่อ พวกเขามีหน้าที่แค่เอาของไปส่งไว้ที่จุดนัดพบเท่านั้น หลังจากส่งของเสร็จพวกเขาก็จะไปที่บ้านเช่าเพื่อเอาของออกจากมิติมาเก็บไว้ให้จางปินเซ่อและลู่อิ๋งอิ๋งเอาออกไปขายที่ตลาดมืดในมณฑลอีกทอดหนึ่ง
ลู่อิ๋งอิ๋งอาศัยอยู่ที่บ้านเช่าหลังนี้ด้วย แต่เพราะเธอเป็ผู้หญิงและจางปินเซ่อก็เป็ผู้ชาย ทั้งอายุของพวกเขาก็ไม่เด็กแล้ว ลู่อิ๋งอิ๋งจึงจำเป็ต้องแต่งตัวเป็ผู้ชายตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา
จางปินเซ่อกับลู่อิ๋งอิ๋งขายของเก่งมากจนของที่เจียงโม่โฉวกับโจวต้าเฝิงเตรียมไว้แทบไม่พอขาย บางวันยังมีการสั่งจองสินค้าล่วงหน้าด้วย เพราะคูปองเป็ของหายาก ปีหนึ่งแต่ละครอบครัวจะได้รับแจกคูปองไม่กี่ใบ ดังนั้นของในตลาดมืดจึงค่อนข้างที่จะขายดี
เจียงโม่โฉวจึงไปหาเฮ่าซานเพื่อขอซื้อลูกไก่ ลูกเป็ด และลูกหมูเพิ่ม บางทีเขาอาจจะดูต้นกล้าผักและผลไม้อย่างอื่นเพิ่มด้วย
“อ้าว! น้องชาย ไม่เจอกันนานเลยนะ วันนี้อยากได้อะไรเพิ่มเหรอ” เฮ่าซานยิ้มทักทายก่อนจะกระซิบ “แต่อย่าพูดเสียงดังไปนะ พักนี้เมียของฉันอารมณ์ไม่ค่อยดี”
“ทำไมล่ะครับ” เจียงโม่โฉวถาม แต่ในใจกลับคิดว่าเมื่อไหร่กันที่ภรรยาของพี่อารมณ์ดี คราวที่แล้วพวกพี่ก็ทะเลาะกันเื่จักรยานไม่ใช่หรือ
“เฮ้อ...พูดไปแล้วมันก็เป็เพราะความลำเอียงของแม่ยายฉันเอง คราวนี้เมียฉันคงตัดขาดกับครอบครัวเดิมแล้วจริงๆ”
“ก็ตามคำโบราณว่าไว้นั่นล่ะครับ ลูกสาวไหนเลยจะสู้ลูกชาย พี่สะใภ้คงไม่เป็ที่รักของแม่ยายพี่เท่าไหร่ใช่ไหมล่ะครับ”
“มันไม่ใช่แค่ไม่รักน่ะสิ นายรู้ไหมแม้แต่ตำแหน่งงานของเมียฉัน แม่ยายยังบังคับให้เธอยกให้น้องชายไปด้วย ตอนนี้ทั้งครอบครัวต้องพึ่งพารายได้จากฉันคนเดียว เฮ้อ...” เฮ่าซานถอนหายใจอีกครั้ง “ฉันก็บ่นไปเรื่อยตามประสา นายอย่าเก็บไปใส่ใจเลย”
“แล้วการค้าของพี่เป็ยังไงบ้างครับ่นี้”
“ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะมีคนจับตาดูอยู่ไม่น้อย ฉันคิดว่าฉันจะเลิกขายของพวกนี้แล้วล่ะ” เฮ่าซานกระซิบ
“ตอนนี้พี่มีของอยู่เท่าไหร่เหรอครับ ถ้าไม่เยอะ ผมอาจจะซื้อมันกลับไปทั้งหมด”
เฮ่าซานยิ้มอย่างดีใจ “จริงเหรอ! ของฉันมีไม่เยอะหรอก มีแค่ลูกไก่กับลูกเป็ดอย่างละยี่สิบตัว ลูกหมู่อีกสิบห้าตัว แล้วก็เมล็ดพันธุ์ผักและต้นกล้าผลไม้อีกนิดหน่อย”
“ก็ไม่เยอะเท่าไหร่นะครับ ถ้างั้นผมรับซื้อไว้ทั้งหมดเลยก็แล้วกัน” เจียงโม่โฉวควักเงินออกมาจ่ายโดยไม่ต่อรองราคา
เจียงโม่โฉวหยุดคิดเล็กน้อย เขาคิดว่าเฮ่าซานต้องมีเบื้องลึกเื้ัอยู่พอสมควร ไม่อย่างนั้นเขาจะกล้าเอาสัตว์ทางการเกษตรมาขายได้ยังไง ทั้งๆ ที่ทางการจำกัดจำนวนการเลี้ยง
“พี่เฮ่าซาน ผมมีญาติผู้หญิงอยู่คนหนึ่งที่จะถูกพ่อกับแม่เอาไปขายให้กับคนงานที่ท่าเรือ ผมไม่สามารถออกหน้าช่วยเหลือเธอได้ เพราะยังไงความเป็ญาติก็ค้ำคออยู่ ถ้าผมอยากจะขอความช่วยเหลือจากพี่สักหน่อยได้ไหมครับ” เจียงโม่โฉวบอกอย่างไม่อ้อมค้อม
เฮ่าซานระวังตัวขึ้นมาทันที เขาเริ่มมองเจียงโม่โฉวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป “นายกำลังพูดอะไร นอกจากที่ฉันแอบขายของพวกนี้แล้ว ฉันก็ไม่เคยทำผิดกฎหมายเื่อื่น ยิ่งขายคนฉันไม่เคยทำ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมไม่ได้จะให้พี่ไปทำเื่ผิดกฎหมาย แต่ผมอยากถามพี่ว่าพี่พอจะรู้จักใครที่จะช่วยไปเล่นละครตบตา แล้วซื้อญาติของผมมาจากพ่อแม่ของเธอได้หรือเปล่า ผมมีค่าตอบแทนให้ด้วยนะครับ หรือบางที...” เจียงโม่โฉวพูดเสียงเบา “ผมอาจจะให้เขาร่วมธุรกิจกับผมได้ระยะหนึ่ง”
“นายอยากให้ฉันหาคนไปหลอกซื้อตัวญาติสาวของนายเพื่อช่วยหล่อน จากนั้นก็ให้ตัดสัมพันธ์กับครอบครัวให้หล่อนด้วยใช่ไหม แล้วเื่ที่นายบอกว่าสามารถร่วมธุรกิจได้มันคืออะไร”
“ที่ผมซื้อลูกไก่กับต้นกล้าผักและผลไม้ไปจากพี่ก็เพราะผมแอบปลูกของพวกนี้ไปขายต่อน่ะครับ ที่ตลาดมืดในอำเภอของเราและตลาดมืดในมณฑล ผมมีคนขายแล้ว แต่ผมคิดว่าคนงานตามโรงงานก็คงมีกำลังซื้อของพวกนี้เหมือนกัน ผมกำลังหาเข้าไปขายอยู่”
เฮ่าซานเริ่มคิดตาม ตอนนี้ภรรยาของเขาตกงาน และเขาก็ไม่กล้าเอาลูกไก่กับลูกหมูไปแอบเลี้ยงไว้ที่หลังบ้านอีกแล้ว หากมีคนมาตรวจสอบจะยุ่ง ส่วนเื่รายได้ เขาก็กำลังกลุ้มใจอยู่พอดี
“ของที่นายจะส่งไปขายมีอะไรบ้าง”
เจียงโม่โฉวก็เริ่มเล่าถึงสินค้าที่เขามีทันที
เฮ่าซานได้ฟังก็ตัดสินใจ “เื่นี้นายไม่ต้องไปว่าจ้างใคร ฉันจะทำเื่นี้เอง ยังไงฉันก็เป็ทหารเก่า ถึงแม้ขาของฉันจะเดินไม่ค่อยสะดวก แต่ฉันยังต่อสู้กับนักเลงได้หลายคน ส่วนเื่ค้าขาย นายเอาของมาส่งให้ฉันเท่าไหร่ ฉันก็จะเอาไปขายเท่านั้น ฉันขอค่าจ้างวันละหนึ่งหยวน ถ้านายตกลง ฉันก็ตกลง”
“ค่าจ้างวันละหนึ่งหยวนอะไรล่ะครับ ผมจะจ่ายค่าจ้างให้พี่วันละสองหยวนต่างหาก” เจียงโม่โฉวยิ้มอย่างพอใจ
จากนั้นเจียงโม่โฉวก็ควักเงินออกมาสามร้อยยี่สิบหยวน สามร้อยหยวนเป็ค่าซื้อตัวลู่อิ๋งอิ๋งมาจากพ่อแม่ของเธอ อีกยี่สิบหยวนเป็ค่าเหนื่อยให้กับเฮ่าซาน เมื่อตกลงกันเรียบร้อย เจียงโม่โฉวก็กลับหมู่บ้าน ส่วนเฮ่าซานก็รีบไปบ้านลู่ทันที
ไม่มีใครรู้ว่าเฮ่าซานใช้วิธีไหน พ่อกับแม่ของลู่อิ๋งอิ๋งถึงยอมตกลงและเขียนหนังสือตัดสัมพันธ์ ทั้งยังยอมให้ลู่อิ๋งอิ๋งย้ายทะเบียนออกไปอยู่ที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านก่อนได้ โดยผู้ใหญ่บ้านบอกว่าลู่อิ๋งอิ๋งสามารถมาทำเื่ขอย้ายออกได้ตลอดเวลา ผู้ใหญ่บ้านเต็มใจช่วยเหลือเธออย่างเต็มที่ เพราะผู้ใหญ่บ้านเห็นลู่อิ๋งอิ๋งถูกพ่อแม่ทำร้ายมานาน ไม่ว่าจะให้อดอาหารหรือให้ไปขอทาน เขาเห็นมันทั้งหมด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เข้าไปช่วยเธอไม่ได้ เพราะมันเป็เื่ภายในครอบครัวคนอื่น นอกจากนี้ยังมีเงินสิบหยวนที่เฮ่าซานมอบให้เขาอีก เขาจึงยิ่งช่วยเหลือลู่อิ๋งอิ๋งอย่างสุดกำลัง เงินสิบหยวนช่วยได้มากจริงๆ
“ตอนนี้เื่ค้าขายเราก็ไม่ต้องกังวลแล้ว เรามาตั้งใจอ่านหนังสืออยู่ที่บ้านกันเถอะ อีกอย่างนะ ฉันสังเกตว่า่นี้หลีไห่ชอบมาป้วนเปี้ยนแถวบ้านเรา ฉันไม่ค่อยไว้ใจ บางครั้งฉันยังรู้สึกว่าหลีไห่แอบตามเราเข้าไปในเมืองด้วยซ้ำ” โจวต้าเฝิงบอก
“เขาแอบตามเราเข้าเมืองจริงๆ นั่นล่ะครับ ที่ผ่านมาผมแค่สงสัย แต่เมื่อเช้านี้ผมเห็นเขาจริงๆ ถ้าพี่ไม่พูดเื่นี้ขึ้นมา ผมก็ลืมไปแล้ว” เจียงโม่โฉวหันไปถามภรรยา “ตอนที่ผมกับพี่ต้าเฝิงไม่อยู่ เขาได้มาวุ่นวายกับคุณบ้างหรือเปล่า”
“ไม่นะคะ ตอนที่คุณกับพี่ใหญ่ออกจากบ้าน ฉันก็ล็อกประตูไว้ตลอด ฉันจะเปิดประตูก็ตอนที่คุณกับพี่ใหญ่เคาะประตูเรียกเท่านั้นค่ะ คุณไม่ต้องเป็ห่วงฉันนะคะ นอกจากคุณกับพี่ใหญ่ ฉันก็ไม่เคยเปิดประตูรับใคร” โจวอ้ายเหม่ยตอบ
“ดีที่หลีไห่ยังจับเราไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเราต้องแย่แน่ แล้วพักนี้หลีหรงได้มาหาน้องบ้างหรือเปล่า” โจวต้าเฝิงถามน้องสาว
“ั้แ่ที่เธอมาบอกว่าจะเลิกเรียน เธอก็ไม่มาหาฉันอีกเลยค่ะ ตอนทำงานอยู่ที่ไร่ก็เห็นเธอซึมๆ ไป” โจวอ้ายเหม่ยเหมือนจะนึกขึ้นได้ “อ้อ...โม่โฉวคะ เมื่อเช้าสหายต้าเฉียงมาหาคุณด้วยนะคะ เขาไม่ได้บอกไว้ว่าเื่อะไร บอกแค่ว่าวันหลังจะมาหาคุณอีกที”
“เอาไว้ตอนเย็น ผมจะไปหาเขาที่บ้านพักยุวชนก็แล้วกันครับ” เจียงโม่โฉวขมวดคิ้ว
“ถ้าคุณจะไป คุณเอาผลไม้หรือไม่ก็เอาซาลาเปาไปฝากเขาด้วยนะคะ ฉันรู้สึกว่าสหายต้าเฉียงดูผอมไปมาก ฉันกลัวเขาจะไม่สบาย ยังไงเขาก็เป็เพื่อนสนิทกับคุณ เื่ไหนที่อภัยให้กันได้ คุณก็อภัยให้เขาเถอะนะคะ”
ต้าเฉียงเป็เพื่อนยุวชนที่มาจากปักกิ่งเหมือนเจียงโม่โฉว แต่ฐานะทางบ้านของต้าเฉียงไม่ดีเท่าไหร่ นอกจากที่บ้านจะไม่ส่งเงินมาให้แล้ว กลายเป็ต้าเฉียงเสียอีกที่ต้องส่งส่วนแบ่งธัญพืชกลับไปให้ที่บ้านด้วย
ส่วนเื่ที่ทำให้เจียงโม่โฉวกับต้าเฉียงทะเลาะกันก็คือเื่ที่เจียงโม่โฉวตัดสินใจที่จะแต่งงานกับโจวอ้ายเหม่ย ต้าเฉียงเห็นว่าโจวอ้ายเหม่ยเป็เพียงหญิงชนบท ส่วนเจียงโม่โฉวเป็คุณชายจากครอบครัวนักวิชาการ ไม่ใช่ว่าต้าเฉียงจะดูถูกคนชนบท แต่จากพื้นฐานครอบครัวของเจียงโม่โฉว สหายของเขาน่าจะได้แต่งงานกับผู้หญิงที่มีพื้นฐานครอบครัวที่เท่าเทียมกัน ในเมื่อต้าเฉียงเตือนสหายไม่ได้ เขาก็เลยเลือกที่จะไปคุยกับโจวอ้ายเหม่ยเป็การส่วนตัว
เื่นี้ทำให้เจียงโม่โฉวถึงขั้นวางมวยกับต้าเฉียงเลยทีเดียว จากนั้นทั้งสองคนก็ไม่ได้คุยกันอีก แม้แต่งานแต่งงานของเจียงโม่โฉว ต้าเฉียงก็ไม่ได้มาร่วมแสดงความยินดี ไม่ใช่ว่าต้าเฉียงไม่อยากมา แต่เป็เจียงโม่โฉวต่างหากที่ไม่ชวนสหายให้มาร่วมงาน
โจวอ้ายเหม่ยรู้ถึงความขัดแย้งของทั้งสองคนเป็อย่างดี เธอไม่เคยโกรธต้าเฉียง เพราะเธอเข้าใจว่าอีกฝ่ายหวังดีกับสามีของเธอ บ่อยครั้งที่เธอบอกให้สามีกลับไปปรับความเข้าใจกับสหาย แต่เจียงโม่โฉวยังทำใจแข็ง แม้ว่าต้าเฉียงจะเป็ฝ่ายมาขอโทษด้วยตัวเอง แต่เจียงโม่โฉวก็ยังไม่ยอมให้อภัยง่ายๆ ผ่านไปนานๆ เข้า ต้าเฉียงก็ไม่เคยมาหาเจียงโม่โฉวอีกเลย แต่วันนี้ต้าเฉียงเป็ฝ่ายมาหาเจียงโม่โฉวถึงบ้าน คาดว่าคงมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นกับเขาแน่ เจียงโม่โฉวจึงยอมลดทิฐิและจะกลับไปหาสหายสักครั้ง