“ตงฟาง~!”
“เดี๋ยวก่อน มีอะไร เกิดอะไรขึ้น” ตงฟางแสดงท่าทางตกใจกับผู้คนนับหมื่นวิ่งเข้ามาปิดล้อม เขาจึงพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังมากๆ เพื่อให้คนที่อยู่รอบๆหันมาสนใจ เขาเชื่อว่าตัวเองจะไม่มีทางตายเพราะในเมืองมีกฎห้ามฆ่ากัน ต่อให้จะเป็นตระกูลใหญ่ก็ยากที่จะฆ่าเขาแบบโจ่งแจ้ง
“ตอบมา แกเป็นคนฆ่าจงหูใช่ไหม….ตอบ!!!”
ผู้นำตระกูลจงที่ตงฟางคุ้นหน้านำแผ่นหยกที่แตกออกเป็นสองส่วนชูให้ตงฟางดู เขาไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรจึงทำหน้างุนงง
“จงหู ไม่นะ ข้าไม่ได้ฆ่าใครเลย”
“ทำไมจะไม่ใช่เจ้า ในเมื่อเจ้ามีเรื่องกับจงหูลูกชายข้า ทำไมเจ้าถึงไม่ใช่คนฆ่าเขา”
“อ้าวตาแก่ พูดแบบนี้ก็สวยสิ ลูกตัวเองตายแท้ๆแล้วโทษคนอื่น แล้วนี่มันอะไร หยกง่อยๆนี่เหรอจะใช้กล่าวหาข้าคนนี้เนี๊ยนะ กลับไปหาหลักฐานดีๆกว่านี้มาก่อน หากจะกล่าวหากันจริงๆตาแก่” ตงฟางพับแขนเสื้อ จากท่าทางนอบน้อมก็เปลี่ยนไปเป็นท่าทางชาวบ้านอวดดี ชี้หน้าผู้นำตระกูลจง
“ลูกตาแก่ตายในประตูเทพธิดายังไงก็ไม่มีใครรู้ แล้วจู่ๆก็มาบอกว่าข้าเป็นคนฆ่า จะบ้าหรือเปล่า”
“เหลวไหล ”
“หรือจะบอกว่าลูกของตาแก่พูดเอาไว้ว่าจะไปฆ่าไอ้ตงฟางในประตูเทพธิดา แล้วบังเอิญว่าข้าไม่ตายแต่มันตายจึงพุ่งเป้ามาหาข้า แบบนี้ก็ได้เหรอตาแก่ ไม่ใช่ว่ามันถูกปีศาจฆ่าตายหรือถูกสัตว์อสูรฆ่าตายเหรอ”
“เหลวไหล งั้นข้าจะทำให้เจ้ายอมรับสารภาพ วันนี้เจ้าจะต้องตายเพื่อสังเวยให้กับลูกชายข้า”
ตงฟางมองไปยังชายคนหนึ่งเดินแหวกผู้คนของตระกูลจงมายืนข้างๆผู้นำตระกูล จากเสื้อผ้าหน้าผมเขาจำได้ว่ามันเป็นศิษย์สายในที่รวมกลุ่มกับพี่เยว่สือ
“เล่ามา เกิดอะไรขึ้น” ผู้นำตระกูลจงบอกให้มันเล่าเรื่อง
“ในช่วงที่พึ่งเข้าไปในประตูเทพธิดา ศิษย์พี่จงหูเขา…”
บรึ้มบรึ้มบรึ้มบรึ้มบรึ้ม~!
เสียงระเบิดบนท้องฟ้า ทำให้การเล่าเรื่องหยุดลงไป ตงฟางจึงมองดูคนที่เดินทางมาถึงด้วยสายตาสงสัยในตัวของชายทั้ง 5 ที่ปรากฎตัว
“พวกท่านเป็นใคร” ผู้นำตระกูลจงที่สัมผัสได้ถึงพลังระดับราชาจากอาจารย์ทั้ง 5 เอ่ยออกมาทันที จากเข็มขัดที่สวมใส่นี้บ่งบอกว่าเป็นคนของสถาบันเฟยเทียน มันจึงกลัวคนเหล่านี้จะพาตงฟางไป
“พวกข้ามาหาตงฟางเพื่อขอคำอธิบาย แล้วจะจับมันไปลงโทษ” ตงฟางทำหน้าสงสัยในทันที
“เขาทำอะไรผิด ทำไมพวกท่านถึงต้องจับเขา” ผู้นำตระกูลจงมองจ้องไปยังอาจารย์ทั้ง 5 ด้วยความสงสัย
“ศิษย์ของพวกข้าทั้ง 5 คนตายในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ก่อนจะเดินเข้าไปในประตูเทพธิดาพวกเขาบอกว่าจะรวมกลุ่มกัน”
“ท่านอาจารย์ ในกลุ่มของท่านมีศิษย์ที่ชื่อจงหูหรือไม่”
“มี” ผู้นำตระกูลจงแสดงท่าทางดีใจออกมาเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ข้างเดียวกับมัน
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะเป็นคนทำให้มันยอมรับเอง จงหูคือลูกของข้า”
ผู้นำตระกูลจงยิ้มด้วยความโหดเหี้ยม หลังจากรู้ว่าอาจารย์สถาบันเฟยเทียนทั้ง 5 อยู่ข้างเดียวกับมัน ทางฝั่งตงฟางที่คิดเรื่องนี้มาก่อนแล้วกลับไม่แสดงท่าทางวิตกกังวลเลยสักนิด แม้จะผิดแผนไปเล็กน้อยไม่คิดว่าคนในตึกยาและสมุนไพรจะมีคนของตระกูลจงอยู่ก็ตาม แต่เพื่อให้ทุกอย่างไหลลื่น เขาจะให้มันเป็นคนแฉเขา เพื่อเขาจะได้สร้างหลักฐานชิ้นใหม่ที่ฟังดูครบถ้วนน่าเชื่อถือกว่าเดิม
“เล่าต่อ” ผู้นำตระกูลจงสั่งให้คนของมันเล่า
“ในวันนั้นพวกเราไปเจอค่ายกลวิญญาณกลางบึงน้ำ มันตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ”
“ใช่ ข้าเองเป็นคนพาทุกคนไป”ตงฟางพูดแทรก
“หลังจากเราทำอาหารกินกันแล้วจัดเตรียมสร้างค่ายเพื่อดูดซับพลัง ศิษย์พี่จงหูและคนจากตระกูลจงที่เป็นศิษย์สถาบันทั้ง 3 ก็ปรากฎตัวใกล้ๆ แล้วยังมีศิษย์หลักอีก 5 คน ทันใดนั้นตงฟางก็วิ่งหนีเพราะรู้ว่าตัวเองมีโอกาสถูกฆ่าสูงมากๆ มันเป็นช่วงสุดท้ายที่ข้าเห็นศิษย์พี่จงหูและคนอื่นๆ”
“นี่ก็ยืนยันได้แล้วว่าเจ้าเป็นคนฆ่า เพราะหลังจากนี้ไปไม่นานหยกแผ่นนี้ก็แตก หมายความว่าเกิดการต่อสู้กันขึ้นแล้วเจ้าก็เป็นคนฆ่าพวกเขาทั้งหมด”
บรึ้ม~!
พลังระดับราชากดทับร่างของตงฟางจนเขาลงไปนอนบนพื้นที่แตกละเอียด หลังจากอาจารย์ทั้ง 5 ระเบิดพลังกดทับร่างของเขา ถึงอย่างนั้นตงฟางกลับยังคงยิ้มเช่นเดิม
“เหลวไหล วันนั้นข้าต่างหากที่เกือบถูกฆ่า พวกเขาไล่ล่าข้าไม่หยุดหย่อน ข้าต้องนำสัตว์อสูรออกมาใช้จนหมดเพื่อวิ่งหนี แต่แล้วจู่ๆพวกเราก็วิ่งเข้าไปในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูร”
“เจ้ายังจะมาแก้ตัวอีก” ผู้นำตระกูลจงตะโกนด้วยความโกรธ
“ก็ข้าไม่ได้เป็นคนฆ่า ไอ้บ้าเอ๊ย ใส่ร้ายกันชัดๆ พ่อแม่พี่น้อง ข้ากำลังถูกใส่ร้าย ลูกของไอ้คนพวกนี้ถูกสัตว์อสูรฆ่าแท้ๆ พวกมันกลับหาว่าข้าเป็นคนฆ่า พ่อแม่พี่น้องมองมาทางนี้”
ตงฟางร้องตะโกนเสียงดังโดยเสียงของเขาส่งตรงไปถึงหัวสมองของทุกๆคน เหล่าคนที่กำลังยุ่งอยู่กับการรักษาต่างหันมองจ้องไปยังกลุ่มของตระกูลจงที่ปิดล้อมใครบางคนเอาไว้ แล้วด้านบนยังมีระดับราชาวิญญาณ 5 คนลอยตัวปลดปล่อยพลังกดทับ ทุกคนจึงสนใจคนกลุ่มนี้
“ผู้นำตระกูลจงกำลังกล่าวหาว่าข้าเป็นคนฆ่าลูกของมัน อาจารย์สถาบันเฟยเทียนก็กำลังกล่าวหาข้าเช่นกัน โดยหลักฐานก็ไม่แน่น แค่เห็นข้าวิ่งหนีลูกและศิษย์ของพวกเขาก็หาว่าข้าฆ่าแล้ว ใช่ข้าใช้พิษ แต่พิษของข้าตอนนั้นยังไม่แรงด้วยซ้ำ เป็นพวกมันเองต่างหากที่ไล่ข้าไม่ยอมปล่อย ข้าจึงวิ่งเรื่อยๆจนเข้าไปในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูร สุดท้ายเราก็พลัดหลงกันเพราะกำลังหาทางหลบหนีออกจากพื้นที่สัตว์อสูร”
“รังแกเด็ก หลักฐานก็ไม่แน่น เจ้าเมืองหลงไห่ก็อยู่ด้วย ทำไมไม่ให้เขาตัดสินล่ะ”
เสียงดังกังวานมาตามซอกซอย โดยไม่รู้ว่าใครเป็นคนเปล่งเสียง แต่สำหรับตงฟางเขาทำได้เพียงฉีกยิ้ม เพราะเสียงนี้เป็นของพี่ซิงเยียนที่กำลังแอบมองดูเขาอยู่ห่างๆ
“ใช่ เจ้าเมืองหลงไห่ช่วยข้าด้วย~!” ตงฟางร้องตะโกนให้เจ้าเมืองหลงไห่ช่วย ซึ่งเขาก็ตอบรับด้วยการเดินมุ่งหน้ามาหา
“เจ้าเมืองหลงไห่ คนพวกนี้มันกำลังใส่ร้ายว่าข้าฆ่าคน ทั้งๆที่ตอนออกมาจากประตูเทพธิดา ข้าเป็นคนช่วยทุกคนออกมาแท้ๆ ถ้าข้าไม่ใช้พลังที่เก็บสะสมไว้นะ ป่านนี้ศิษย์สายในของทั้ง 4 สถาบันคงออกมาไม่ถึงพันคน”
ตงฟางพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ภายในใจของเขาต่างหัวเราะเยาะเพราะตอนนี้การปูทางหนีของเขาสำเร็จไปอีกขั้นแล้ว
“ไหนเล่าให้ข้าฟังเรื่องมันเป็นมายังไง” การเล่าเรื่องเริ่มต้นอีกครั้ง แล้วจบลงตรงที่ตงฟางและคนที่ไล่ล่าเขาเข้าไปในพื้นที่สัตว์อสูร จากนั้นพวกเขาต่างฝ่ายต่างเอาชีวิตรอด ซึ่งจุดนี้มีหลายส่วนแปลกไปเพราะหลายคนคิดว่าตงฟางอาจวางกับดักใช้พิษฆ่าคนที่ไล่ล่าเขาแล้วโทษสัตว์อสูร
ทันใดนั้นเอง นายน้อยหานและนายน้อยลู่ก็ปรากฎตัว จากการถูกตงฟางฝังพลังจิตในวันที่พวกเขาเจอกัน ให้พวกมันมาเป็นพยาน ซึ่งพวกเขาทั้งสองปรากฎตัวในตอนที่เขาฆ่าจงหูพอดี
“อ้าว นั่นมันตงฟางนี่ ไปทำอะไรตรงนั้น”
“มาพอดีเลย ข้านี่โชคดีจริงๆ นายน้อยหาน นายน้อยลู่ ท่านบอกพวกเขาทีว่าวันนั้นที่พวกเราเจอกัน ข้ากำลังหนีจากสัตว์อสูร”
“อ๋อ วันที่เราเจอกันก่อนจะไปเจอปีศาจสินะ” นายน้อยหานพยักหน้าหลังจากนึกไปถึงวันที่พวกเขาเจอกัน
“งั้นข้าเป็นพยานให้เจ้าเองตงฟาง ในวันนั้นพวกเราสองกลุ่มกำลังเดินสำรวจหาค่ายกลวิญญาณ ปรากฎว่าไปเจอตงฟางเข้า เขาอยู่ในสภาพบาดเจ็บหนัก จากการถูกสัตว์อสูรไล่ล่า”
“เจ้าทั้งสองเห็นคนอื่นไหมนอกจากเขา” จงหูถามด้วยความวิตก ตอนนี้ทางฝั่งตงฟางมีพยานแล้วก็เป็นศิษย์ของสถาบันดาราและสถาบันชิงอี้ ทำให้พวกมันเล่นงานได้ยากขึ้น
“คนอื่นเหรอ เห็นสิ แต่ไม่เห็นตัวนะ ข้าเห็นแค่พลังของพวกเขาระเบิดอยู่ในป่าไกลออกไป ถ้าจำไม่ผิดมีระดับจารึกวิญญาณ 6 คน แล้วนอกนั้นอีกร้อยกว่าคนเป็นระดับผสานวิญญาณ ส่วนต่ำกว่านี้ข้าสัมผัสไม่ได้ พวกเขาดูเหมือนกำลังจะสู้กับอะไรบางอย่างที่แข็งแกร่งมาก พวกเราที่กลัวว่ามันจะเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากๆจึงพากันหนี” นายน้อยหานเล่าทุกอย่างที่เห็น ส่วนนายน้อยลู่พยักหน้า
“หลังจากนั้นพวกเราก็ไปเจอค่ายกลวิญญาณ ปรากฎว่ารอบๆค่ายกลมีสถาบันอี้หมิงร้อยกว่าคนนอนตายเกลื่อน ทางเราจึงเข้าไปสำรวจจนพบเข้ากับร่างปีศาจ แล้วก็เป็นครั้งแรกที่พวกเราถูกปีศาจโจมตี ทางฝั่งตงฟางได้จุดพลุ 2 ดอก จากเรื่องที่เราเจอไม่แน่กลุ่มคนที่ผู้นำตระกูลจงพูดถึง อาจจะถูกปีศาจฆ่าก็ได้”
“เห็นไหมตาแก่ ข้าไม่ได้ฆ่า ท่านเจ้าเมืองให้ความเป็นธรรมกับข้าด้วย”
ตงฟางพยายามร้องขอให้เจ้าเมืองช่วยเขา ตอนนี้เขามีทั้งพยานถึง 2 สามารถระบุตำแหน่งของเขาได้ ไม่เพียงเท่านั้นคนของนายน้อยทั้งสองอีกเกือบร้อยยังพยักหน้าพูดเป็นเสียงเดียวกัน ทำให้ตงฟางรอด
“ข้าคิดว่าหลักฐานที่กล่าวหาว่าเขาเป็นคนฆ่ายังคงน้อยเกินไป แต่หลักฐานที่แสดงว่าเขาไม่ได้ฆ่าเยอะกว่า ข้าจึงสรุปว่า เขาไม่ใช่คนที่ฆ่าลูกชายและศิษย์ของพวกท่านทั้ง 5 คน”
“ขอบคุณท่านเจ้าเมือง ขอบคุณ ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ได้ฆ่า”
ตงฟางพยายามลุกขึ้นยืนหลังจากพลังกดทับของระดับราชาวิญญาณหายไป
“ขอบคุณนายน้อยหานและนายน้อยลู่ ข้ารอดเพราะพวกท่านอีกแล้ว”
“ไม่เป็นไร การที่พวกเราสองคนเจอกันนับว่ามีวาสนาต่อกัน ข้าขอตัวก่อน”
นายน้อยทั้งสองเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงแค่กลุ่มคนที่ไม่ยอมรับคำตัดสินของเจ้าเมือง ตงฟางที่รู้ว่าตัวเองรอดแล้วจึงพยายามเดินแทรกตัวกลับไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ กลัวว่าจะมีใครมาหาเรื่องเขาอีก
ทางฝั่งผู้นำตระกูลจงที่ได้ยินคำตัดสินพวกมันต่างยืนกัดฟันยอมทนไปก่อน พวกมันจะไม่ยอมให้ตงฟางรอดแน่นอน อาจารย์ทั้ง 5 ที่คิดจะจับตงฟางกลับไปลงโทษพวกเขาต่างกัดฟันโกรธแล้วบินกลับไป ไม่มีใครกล้าจับตัวตงฟางเพราะเจ้าเมืองหลงไห่ตัดสินแล้ว
“ศิษย์พี่เยว่สือ เป็นยังไงบ้าง”
“ตอนนี้ทุกคนพ้นขีดอันตรายแล้ว” ตงฟางเข้ามาดูอาการของศิษย์ที่บาดเจ็บจากการถูกพลังของปีศาจ ส่วนตัวของเขาก็ใช้มือลูบจมูกเป็นพักๆเพราะกำลังรู้สึกหอมกับกลิ่นเลือด แต่ยังไม่ทันที่เขาจะอยู่สงบถึง 5 นาที ชายคนหนึ่งจากสถาบันอี้หมิงก็ร้องตะโกนขึ้น จนทุกคนหันมองมายังตงฟาง
“จำได้แล้ว เขาเอง เป็นเขานี่เอง เขาเป็นผู้สืบทอดของนิกายโบราณ!!!”
กลุ่มคนมากมายหันหน้ามองจ้องมายังตงฟาง ทางฝั่งอาจารย์ของทั้ง 3 สถาบันล้วนเดินมาด้วยท่าทางกดดันหวังจะเข้ามาหาตงฟางให้ได้ ทันใดนั้นผู้นำนิกายสถาบันเฟยเทียนก็ได้เดินมายืนข้างๆตงฟาง พลางส่งยิ้มไปให้ทุกๆคนที่เดินเข้ามาหา ซึ่งเขารู้ตัวว่าคนกลุ่มนี้กำลังคิดอะไร
“ให้ตายสิ ทำไมมันรู้เรื่องนี้วะ” ตงฟางสบถภายในใจ ไม่นึกว่าคนของเมืองหลงไห่จะรู้ข่าวนี้ เดิมทีมีเพียงแค่กลุ่มคนจากเมืองหลวงที่ไล่ล่าเขา แต่เมื่อตงฟางเห็นชุดของคนที่ร้องตะโกนชี้หน้า เขาก็รู้ได้ในทันทีว่าทำไมมันถึงรู้จักเขา
“ที่แท้มันก็เป็นศิษย์หลักแล้วยังมีพลังระดับผันแปรวิญญาณขั้น 1 ไม่แปลกที่มันจะไปถึงวิหารนิกายโบราณ เอาไงดีนะ ยังแต่งเรื่องไม่เสร็จเลย”
ตงฟางขมวดคิ้ว เขาแต่งเรื่องเอาไว้เพียงแค่เรื่องเดียวเท่านั้น คือการเตรียมพยานนำเขาออกมาจากการกล่าวหาว่าฆ่าจงหู เขามัวตามหาหนิงเหอและซูฮวาจึงแต่งเรื่องยังไม่เสร็จเพราะคิดว่าข่าวจากเมืองหลวงกว่าจะส่งมาถึงเมืองหลงไห่คงใช้เวลาหลายวัน น่าจะมีเวลามากพอให้เขาแต่งเรื่องโกหก แต่ตอนนี้กลับมีศิษย์ของสถาบันอี้หมิงรู้จักเขา