“เอาล่ะ กินกันเสร็จแล้ว เรามาเริ่มเรียนกันเลยดีไหม”
“อื้อ เอาสิ ข้าพร้อมแล้ว” ลูซพยักหน้า
ข้าบังเอิญเหลือบไปเห็นเศษขนมปังกับซอสบนปากของเขาจึงหลุดหัวเราะออกมา “ฮ่าๆๆๆ ปากเ้ามีเศษขนมปังกับซอสอยู่น่ะ เช็ดก่อนไหม”
เขาหน้าแดงเล็กน้อยและใช้มือปาดเอาเศษอาหารบนปากออกแล้วมาเช็ดกับเสื้อแล้วเงยหน้าแดงๆ นั่นขึ้นมาหาข้า “ข้าพร้อมแล้ว”
ข้าอมยิ้มกับหน้าแดงๆของเขาและเดินไปหยิบกระดาษและหนังสือ 2-3 เล่ม มาวางตรงหน้าเขา
“แค่นี้เหรอเซีย?” เขาทำหน้าสงสัยและแน่นอนว่าคำตอบของข้าคือ...
“ไม่ ยังมีอีก” ถ้าเขาเห็นสิ่งที่เขาต้องเรียนทั้งหมดมีมากกว่า 10 เื่ จะเป็ยังไงกันนะ น่าตื่นเต้นดีนะว่าไหม
“เอ๊ะ แล้วทำไม...”
“อันนี้คือที่ต้องเรียนก่อนตอนนี้น่ะ ส่วนที่ลูซต้องเรียนทั้งหมดน่ะอยู่นี่!” ข้ายกแผ่นกระดาษขึ้นมาให้ลูซดูตรงหน้า “ลองอ่านดูสิลูซอ่านหนังสือออกใช่ไหมล่ะ”
“อ...อื้ม” เขายื่นมือมารับและเอาไปอ่านเอาล่ะข้าจะรอดูปฏิกิริยาเขาในอีก 32 1 “ด...เดี๋ยวนะเซีย นี่มัน...”
“ก็ข้าบอกแล้วไง ว่าจะสอนสิ่งที่เ้าจำเป็ต้องเรียนทั้งหมดให้น่ะ”ข้าแอบยิ้มในใจกับปฏิกิริยาที่เขามี ก็แหม หน้าเหวอๆ ของเขาน่ะมันตลกจะตายไป
“ต...แต่ทั้งหมดนี่”
“ถ้าลูซอยากจะเอาตัวรอดโดยไม่โดนเอาเปรียบน่ะ ความรู้เป็สิ่งจำเป็รู้ใช่ไหม” ข้าพูดด้วยท่าทางน่าเชื่อถือ แหม ก็ถ้า้าจะโน้มน้าวใครน่ะสิ่งที่จำเป็อย่างแรกเลยคือความน่าเชื่อถือนี่นะแล้วทั้งหมดนี่ก็คือสิ่งที่เขาควรเรียนไว้จริงๆ นั่นแหละ ข้าไม่ได้จงใจเขียนให้ดูเยอะๆเพื่อแกล้งเขาเลยจริงๆนะ หึๆๆ อุ๊บ— อะแฮ่ม
“อื้อ”
“ทั้งหมดที่ข้าจะสอนน่ะถึงแม้จะรับประกันไม่ได้ว่าลูซจะได้ใช้ทั้งหมดแน่หรือเปล่าแต่ว่ารู้ให้เยอะเข้าไว้ยังดีกว่าไม่รู้ใช่ไหมล่ะ อย่างน้อยก็อาจเอาไปประยุกต์ใช้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”
“...”
“จำเอาไว้นะลูซ อาวุธที่สำคัญที่สุดคือ ‘ความรู้’รู้ให้เยอะเข้าไว้จะได้สังเกตได้ง่ายเวลาถูกหลอกอะไรก็ตามแต่ความรู้ที่ว่าไม่ใช่แค่ในหนังสือหรือในบทเรียนที่เรียนไปเท่านั้นนะ”
“...”ลูซทำหน้าสงสัย
“ความรู้ที่ข้าพูดถึง รวมพวกข่าวสารต่างๆ และประสบการณ์ด้วย หากมีความรู้ข่าวสาร และประสบการณ์แล้ว จะสามารถวางแผนทำอะไรต่างๆ ได้ง่ายขึ้นและแน่นอนไม่ใช่แค่รู้แล้วจำเฉยๆ แต่ลูซจะต้องมีไหวพริบในการนำไปใช้ด้วย เช่นถ้าลูซจะไปคุยเื่การจ้างทำสินค้ากับโรงงานโรงงานหนึ่งแต่ลูซไม่รู้ราคาพื้นฐานของมันแล้วโดนเขาบอกราคาที่สูงกว่าราคาจริงขึ้นมาโดยบอกว่านี่เป็ราคาปกติจะเป็ยังไงล่ะ”
ลูซคิดตามสักพักก็ตอบออกมา“ข้าจะเสียเงินมากกว่าที่ควรเป็ ทำให้ที่นั่นได้กำไรเพิ่มแต่ข้าต้องเสียค่าต้นทุนเพิ่มทำให้ได้กำไรน้อยลง”
“ถูกต้อง ที่นี้เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมข้าถึงให้ลูซเรียนเยอะขนาดนี้”ถึงแม้ส่วนหนึ่งข้าจะอยากแกล้งก็เถอะ แต่ข้าก็จะตั้งใจสอนจริงๆนะ แหม การได้เห็นปฏิกิริยาของเขามันน่าสนุกจนข้าอยากแกล้งเรื่อยๆนี่นา
“เข้าใจแล้วล่ะเซีย แล้วเราจะเริ่มเรียนอะไรกันก่อนล่ะ”ลูซพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจ และเงยหน้าขึ้นมาพูดอย่ากระตือรือร้น
“นั่นสินะ เอาเป็ภาษาที่เราพูดกันอยู่ตอนนี้ก่อนแล้วกัน ‘ภาษาฝรั่งเศส’ ”
“ทำไมเราต้องเรียนสิ่งที่เราพูดอยู่ทุกวันด้วยล่ะข้าก็พูดอยู่ทุกวันอยู่แล้วทำไมต้องเรียนด้วย?” ลูซทำท่าแปลกใจ
“ใช่ลูชพูดอยู่ทุกวันแต่คำที่ลูชใช้น่ะลูชไม่สามารถนำไปใช้กับพวกขุนนางได้หรอกนะรู้ไหม”
“เอ๊ะ ทำไมล่ะ? อ๊ะ!เพราะว่ามันไม่สุภาพสำหรับพวกเขากันใช่ไหม”
“ใช่แล้วถึงแม้ลูซจะพูดทุกวันแต่ลูซก็ไม่ได้รู้ศัพท์ทุกคำหรือบริบทการพูดทั้งหมดหรอกใช่ไหมที่ฉันจะสอนคือสอนให้ลูซสามารถพูดกับพวกขุนนางด้วยคำสุภาพได้เท่านั้นไม่ได้สอนอะไรมากหรอก เพราะแม้แต่ข้าเองที่เสนอมาสอนลูซก็ไม่ได้รู้จักทุกคำหรอกนะ”
“เอ๊ะ! ข้านึกว่าคนที่จะมาสอนคนอื่นได้จะต้องรู้ทุกอย่างทั้งหมดก่อนมาสอนซะอีก”ลูกอุทานอย่างแปลกใจ
“ไม่เสมอไปนะลูซ คนที่จะมาสอนคนอื่นน่ะอย่างน้อยจำเป็ต้องรู้ในสิ่งที่จะสอนประมาณหนึ่งแต่ไม่จำเป็ต้องรู้ลึกทั้งหมดเสมอไป แหมถ้าทุกคนรู้ลึกในสาขาวิชาตัวเองทั้งหมดแล้วล่ะก็ โลกนี้คงไม่มีปริศนาหรอกจริงไหม”ใช่ เพราะแม้แต่พวกมนุษย์หลายคนที่บอกว่ารู้จักพวกเราดีหนักหนายังรู้ไม่ได้เสี้ยวของความเป็พวกเราเลยแม้แต่น้อย
“จริงด้วยสินะ” ลูซพยักหน้าหงึกหงัก
“นี่ยังไม่รวมถึงข้าไม่ใช่คนของประเทศนี้ ทำให้ข้ายังพูดภาษาของที่นี่ไม่ได้ทั้งหมดอีกนะ”แม้จริงๆแล้วจะฟังออกและพูดได้เพราะความสามารถพิเศษของเผ่าทำให้เรียนรู้ได้เร็วก็เถอะ
“หา! เซียไม่ใช่คนของประเทศนี้เหรอ!”เขาทำหน้าใอีกรอบเมื่อข้าพูดแบบนั้นออกไปวันนี้เขาทำหน้าใและประหลาดใจหลายรอบแล้วนะ มีอะไรให้ใเยอะขนาดนั้นเลยเหรอแต่เอาเถอะ ก็ตลกดีนะ
“ใช่สิ อ้าว ไม่ใช่ว่ารู้อยู่แล้วเหรอ”
เขาส่ายหน้าขวับๆ อย่างน่ารัก “ไม่รู้ข้าไม่รู้เลยก็เซียไม่เคยบอกนี่นา แล้วเซียมาจากที่ไหนเหรอ”
“ข้ามาจากประเทศข้างๆ น่ะที่นี่เป็ตรงชายแดนแค่ข้ามป่านี่ออกไปก็เจอหมู่บ้านที่ข้าอยู่แล้ว”
“แล้วที่นั่นเป็ยังไงบ้างเหรอ อยู่กันยังไง? พูดคนละภาษาใช่ไหมเขาเรียกภาษาอะไรน่ะ? แล้ว—” ลูซพูดรัวเร็วอย่างตื่นเต้น
แต่ถ้าข้าตอบหมดนี่มีหวัง...เอาเป็ว่าข้าต้องหยุดเขาก่อน “เดี๋ยวๆๆๆๆ หยุดก่อนนะลูซถ้าข้าตอบหมดที่เ้าถามมานี่ วันนี้คงไม่ต้องเริ่มเรียนกันพอดี”
“เอ๋! แต่ข้าอยากรู้นี่ ก็เซียไม่เคยบอก--- อ๊ะ! ขอโทษที”เขาตัดพ้ออย่างเสียดาย แล้วก็ขอโทษ ถึงข้าจะไม่รู้ก็เถอะว่าเขาขอโทษเื่อะไร
“ถึงข้าจะไม่รู้ว่าลูซพูดขอโทษเื่อะไร แต่ช่างเถอะ”ข้าปัดออกอย่างไม่ใส่ใจ และพูดต่อ“เดี๋ยวอีกสักพักข้าก็จะให้ลูซเรียนอดทนรอไปก่อนนะ”
“อื้ม!”ลูซพยักหน้าอย่างน่ารักอ่า...วันนี้ข้าพูดคำว่าน่ารักไปกี่ครั้งแล้วนะ
“ส่วนเื่ที่ข้าไม่ได้บอกลูซเลยไม่รู้น่ะข้าเคยบอกกับลุงร้านเนื้อย่างไปแล้วนะ เ้าไม่ได้ฟังเหรอ”
“ก...ก็ตอนนั้นข้ามัวแต่หลบอยู่อีกอย่างข้าก็ไม่แน่ใจด้วยว่าเซียพูดจริงหรือแค่พูดไปอย่างนั้นให้คุณลุงเขาหายสงสัยนี่นา”ลูซหน้าสลด ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เื่น่าสลดสักนิดน่ะนะเอาเถอะข้าเองก็ี้เีบอกให้เขาเลิกทำแบบนี้แล้วเดี๋ยวอยู่กับข้าไปสักพักก็เลิกนิสัยแบบนี้เองแหละ
“ถือว่าเก่งมากนะที่คิดได้ว่าข้าอาจจะโกหก” ใช่ถ้าเป็เด็กคนอื่นคงเชื่อไปโดยไม่ตะขิดตะขวงใจเลยด้วยซ้ำเหมือนคุณลุงร้านเนื้อย่างนั่นไง “แต่ลูซจำไว้นะ ข้อมูลข่าวสารต่างๆ น่ะไม่ใช่ว่าจะมาจากการบอกเล่าผ่านเ้าตัวอย่างเดียวแต่ต้องรู้จักสังเกตทั้งคำพูดและการกระทำด้วย อาจจะเป็อะไรเล็กๆ น้อยๆแต่ถ้าเอามารวมกัน ข้อมูลที่ลูชได้อาจไม่น้อยเลยก็ได้นะ”
“เห แบบนี้เองเหรอ งั้นที่เซียถามก่อนหน้านี้เื่คำที่พ่อข้าสอนน่ะเพราะเซียรู้อะไรสินะ เกี่ยวกับข้าด้วยใช่ไหม?” ลูซพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจและหันมาเอาคำตอบจากข้าสำหรับคนที่เพิ่งเรียนไปเมื่อกี้ถือว่าเรียนรู้ได้เร็วเลยทีเดียวนะ
“ใช่ อย่างน้อยข้าก็รู้แน่ๆ ว่า พ่อของลูซน่ะอาจไม่ใช่คนของประเทศนี้และลูซเองก็อาจไม่ใช่คนของประเทศนี้เต็มตัวก็ได้”
“ว้าว สุดยอดเลยเซีย ทั้งๆ ที่ข้าไม่ได้บอกเลยแท้ๆ”
“ก็นะ ถ้าลูซทำบ่อยๆ เข้าก็จะสังเกตและวิเคราะห์ได้เองโดยอัตโนมัติล่ะนะเอาล่ะเลิกเสียเวลาแล้วมาเรียนกันเถอะ วันนี้ก็จะไม่มีอะไรมากหรอกเพราะวันนี้จริงๆ ข้าเองก็สอนเ้าไปเยอะแล้วนี่จริงไหม?”
“อ๊ะ! จริงด้วยสิ วันนี้ข้าได้เซียสอนมาหลายเื่เลยนี่นา”
“ไว้ถ้ามีโอกาสข้าจะพาลูซไปลองเอาเื่ที่ข้าสอนมาใช้นะลูซจะได้ใช้เป็จริงๆ เร็วๆ หรือลูซจะลองเอาไปใช้ก่อนก็ได้เพราะจะมัวแต่รอข้าสอนตลอดทุกเื่ก็ไม่ได้นี่นะ”
“อื้อ! ข้าจะลองดูนะ!”
“เอาล่ะ บทเรียนวันนี้จะมาเริ่มกันที่...”
่เย็น
“เรียบร้อยแล้ว เก่งมากเลยลูซที่จำศัพท์ทั้งหมดนี่ได้”ข้าคิดไว้แล้วว่าลูซอาจจะตามทันที่ข้าสอน และอาจเรียนรู้ได้เร็วกว่าที่คิดแต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขนาดจำที่ข้าสอนไปทั้งหมดในวันนี้ได้ ถือว่าคุ้มค่ากับการสอนของข้าและมันก็ไม่เกินกว่าที่ข้าคาดเท่าไหร่นักแค่ต้องปรับมาตรฐานของลูซที่คิดเอาไว้ให้สูงขึ้นอีกนิดเท่านั้น
“เพราะเซียสอนดีเข้าใจง่ายด้วยแหละ ขอบใจนะ”
“เพราะเ้าหัวดี เรียนรู้ได้ไวด้วยต่างหากล่ะ เอานี่”ข้าหันไปหยิบหนังสือมาอีก 1 เล่มส่งหนังสือทั้งหมดไปให้ลูซและกระดาษอีกหนึ่งแผ่น“เ้าเอาพวกนี้ไปลองอ่านทบทวนดูนะถ้าสงสัยอะไรก็หาเขียนลงกระดาษหรือจำเอาไว้มาถามข้าหรือจะลองคิดเอาเองก็ได้ไว้พรุ่งนี้หรืออ่านจบเมื่อไหร่ค่อยมาคืนข้า”
“อื้อ ข้าจะรักษามันไว้อย่าวดี ไม่ให้ขโมยมันไปได้แล้ว...เซียจะกลับแล้วเหรอ” ลูซหยิบหนังสือไปกอดอย่างตื่นเต้นแล้วเงยหน้ามาถามข้าอย่างหงอยๆ
“นั่นสินะ เอายังไงดีนะ” ข้าแกล้งทำท่าคิด และเหลือบตามองลูซ
“...”ลูซจากที่ดูตื่นเต้นเพราะหนังสือ ก็ดูหงอยๆ ขึ้นมาหากมีหูหรือหางเหมือนข้าในร่างหมาป่าคงเห็นมันลู่ลงแล้วล่ะนะ
“หรือข้าจะพาลูซไปหาอะไรกินแล้วช่วยถือหนังสือไปส่งให้ดีไหมหนอ”ข้าแกล้งถามลูซ
“ก...ก็แล้วแต่เซียสิต...แต่ข้าอยากให้เซียรีบกลับนะเดี๋ยวตอนกลางคืนมันจะอันตราย” ดูสิไม่อยากให้ข้าไปแต่ก็เป็ห่วงข้า เป็เด็กดีจริงๆ เลยนะ
“นั่นสินะ ถ้าอย่างนั้นข้ากลับเลยแล้วกันนะพรุ่งนี้มาเจอกันที่เดิมเวลาเดิมนะ” เห็นเขาเป็ห่วงข้าก็จะกลับไม่ให้เขาเป็ห่วงข้ามากไปกว่านี้ถึงแม้จริงๆ แล้วข้าจะแข็งแกร่งในยามกลางคืนมากกว่ากลางวันก็เถอะนะ
“อื้อ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะเซีย”เขาบอกลาข้าอย่างร่าเริงกลบความเหงาหงอยที่มีเมื่อกี้ลงไป
“อื้อ ลูซก็เจอกันพรุ่งนี้นะ” ข้าโบกมือลาโดยทิ้งแซนด์วิชที่ห่อด่วยใบไม้ที่เหลือไว้ให้ลูซเก็บไปกินเป็อาหารเย็นเอาไว้และวิ่งออกมาพร้อมหันหน้าไปบอกกับลูช “หยิบของกลับไปให้หมด แล้วทานอาหารเย็นให้อร่อยนะลูซข้าไปละ!”
และข้าก็หันหลังวิ่งออกมาทิ้งคำพูดไว้ให้ลูซตีความเอาเองว่าจะทำอย่างไรกับอาหารที่ข้าทิ้งเอาไว้ให้วันนี้เองที่ข้าได้สอนเขาก็สนุกมากพรุ่งนี้คงต้องเตรียมบทเรียนมาให้เยอะกว่านี้แล้วสินะ