ปฐมบท : ราชันย์าคืนชีพ
บทที่ 1.1 ความผิดพลาดของนรก
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาอย่างกระทันหันหลังจากหลับมานานภาพเงาร่างของผู้คลุมชุดดำทั่วร่างปรากฏแก่สายตาของเขา
'นี่ข้าตายไปแล้วใช่หรือไม่? ข้าจำได้ว่าตอนนั้นก่อนสติของข้าจะดับไปข้าได้ตัดศีรษะของขุนพลเทพ์ตนหนึ่ง หลังจากนั้นข้าสมควรถูกเหล่าราชันย์เทพ์ชั่วช้าเ่าั้ลอบโจมตีจนทำให้ข้าถึงแก่ชีวิตและตายตกลงมาที่แห่งนี้'
ชายหนุ่มใช้สายตากวาดมองรอบด้านก็ได้พบเห็นผู้คนเบื้องหน้าของตนสองถึงสามคนพวกมันต่างเดินเรียงแถวกันไปและเขาก็เป็คนที่สามในแถวนั้นและเบื้องหน้านั้นกลับมีประตูอยู่สองบานเป็คลื่นหมุนวนราววังวนน้ำอันบ้าคลั่ง
บานหนึ่งสีดำด้านในประตูนั้นส่งเสียงโหยหวนทรมานออกมาอย่างน่าหวาดกลัวชวนอาเจียนบรรยากาศรอบบานประตูเองก็ชวนขนลุกยิ่งบานที่สองสีขาวบุริสุทธ์มีเสียงบรรเลงบทเพลงอ่อนโยนดังก้องออกมาอย่าแ่เบาบรรยากาศของประตูบานนี้ช่างเงียบสงบไร้กลิ่นอายของสิ่งชั่วร้ายอันใด
'นี่สมควรเป็นรกกระมังประตูบานที่หนึ่งสมควรเป็คุกอเวจีไว้ใช้คุ้มขังพวกที่ทำผิดบาปตอนมีชีวิตอย่างมิต้องสงสัยส่วนบานที่สองนั่นคงเป็การส่งผ่านสังสารวัฏจักรเพื่อไปเกิดใหม่ต้องเป็อย่างนี้แน่นอน'
ชายหนุ่มคิดขึ้นหลังจากมองสำรวจรอบทิศทางรอบด้านแล้วท้องฟ้ากลับเป็สีครามเจือจางไร้มวลของก้อนเมฆใดๆเื้ัของเขายังมีผู้คนต่อแถวตามมาอย่างยาวมิสิ้นสุด ส่วนที่หน้าประตูสองบานนั้นก็มีพวกเหล่าคนสวมชุดสีดำคลุมทั่วทั้งตัวและใบหน้าเองก็หาได้เห็นไม่
'ข้าสมควรถูกส่งไปคุกอเวจีอย่างแน่นอนแต่ก็ช่างหาเป็ไรไม่ อย่างไรเสียข้าก็ได้สังหารเหล่าเทพและราชันย์เทพ์ที่หยิ่งยโสโสมมพวกนั้นไปมากมายแล้ว'
ชายหนุ่มยังคงมิได้มีอารมณ์หวาดกลัวต่อนรกแม้แต่น้อยการที่เขาบรรลุจุดประสงค์ก่อนตายนั้นมันทำให้เขามิมีห่วงใดตอนมีชีวิตอยู่ ถึงแม้จะมีอยู่หนึ่งเื่ราวที่เขายังคงค้างคาอยู่ก็ตามทีแต่เขาก็เลือกที่จะมิสนใจมันและยอมรับผลที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าในยามนี้
ตอนที่ชายหนุ่มยังคงมีชีวิตอยู่นั้นเขาได้ฝึกฝนตนเองไปถึงเขตแดนพระเ้าระดับสูงสุดเขากลายเป็ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของมวลมนุษย์ แม้แต่เหล่าราชวงศ์ผู้คนชนชั้นระดับจักรพรรดิทั้งหลายก็ต้องแหงนมองเขาจากเบื้องล่างเขาได้กลายเป็ตัวตนอันสูงส่งที่สุดในดินแดนของเหล่ามวลมนุษย์ในเวลานั้น
ชายหนุ่มได้พบกับวิธีเปิดประตูสู่ภพของเหล่าทวยเทพอย่างบังเอิญขณะไปสำรวจซากวิหารโบราณแห่งหนึ่งและด้วยความเบื่อหน่ายเขาได้ฝืนเปิดประสู่ภพแห่งทวยเทพเ่าั้เพียงเพื่อหวังพูดคุยคบค้าสมาคมกับเหล่าทวยเทพเ่าั้สักคราทว่าสิ่งที่เขาคิดว่าสามารถเป็สหายกับเหล่าทวยเทพได้นั้น
เขากับคิดผิดอย่างมหันต์ทันทีที่เขาเปิดประตูสู่ภพแห่งทวยเทพสำเร็จสิ่งที่รอเขาอยู่นั้นกับเป็กองทัพเทพขนาดใหญ่พุ่งเข้าจู่โจมเขาอย่างมิอาจกล่าวคำใดได้
ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้สังหารเหล่าเทพ์ไปราวห้าหมื่นตนและบุกฝ่าไปจนถึงตำหนักราชันย์เทพ์ยามที่เขาได้ตัดศีรษะขุนพลเทพตนสุดท้ายสำเร็จเขากับถูกราชันย์เทพ์ลอบโจมตีจนทำให้เขาตายและมาอยู่ในนรกในยามนี้
เพียงเวลาไม่นานหลังจากสองคนข้างหน้าเขาเข้าประตูสีขาวไปทั้งสองคนก็มาถึงรอบของตัวเขาเองยมทูตชุดดำพลันเรียกหนังสือสีเืขึ้นมาเปิดอ่าน
"เ้ามารร้าย!!บาปกรรมที่เ้าก่อไว้ล้วนมากมายมหันต์นัก! สังหารมนุษย์ไปสิบล้านกว่าคนและก่อนตายยังท้าทาย์โดยการสังหารเหล่าเทพ์ไปอีกห้าหมื่นหนึ่งร้อยหนึ่งตนจน์ปั่นป่วนแทบพังพินาศบาปกรรมของเ้าโดนจองจำในคุกอเวจีชั้นที่หนึ่งพันห้าร้อยซึ่งเป็ชั้นที่ต่ำที่สุดมิได้ผุดได้เกิดอีก มิได้ออกมาเห็นเห็นเบื้องนอกจนกว่าดวงิญญาของเ้าจะสูญสลายไป!!!"
สิ้นคำพูดของยมทูตผู้ถือหนังสือสีเืก็มียมทูตอีกตนมาคว้าจับเข้าที่แขนขวาของเขาและลากไปทางประตูสีดำเขาหาได้ขัดขืนอันใดไม่
'จองจำข้าตลอดชีวิตรึ?อย่างไรก็เอาเถอะนอนเล่นในคุกอเวจีตลอดชีวิตก็มิเลวเท่าใดนัก เอ๊ะ! แต่ข้าตายไปแล้วนี่สมควรเรียกว่าตลอดิญญาดีกว่ากระมัง'
ชายหนุ่มยังคงหัวเราะในใจอย่างมิเกรงกลัวสิ่งใดแม้ต้องถูกจ้องจำตลอดชีวิตมิได้ผุดได้เกิดก็ตามสีหน้าของเขายังคงเรียบเฉยเช่นเดิม
ขณะที่เขากำลังจะถูกส่งเข้าประตูสีดำนั้นพลันมีเงาร่างหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบและพุ่งชนไปที่ร่างของเขาและยมทูตที่จับเขาไว้ร่างของเขาพลันปลิวกระเด็นละลิ่วไปทิศทางของประตูสีขาวและถูกดูดเข้าไปในที่สุดอย่างรวดเร็ว
ยมทูตผู้ถือหนังสือสีเืพลันนิ่งค้างตกตะลึงในทันทีมันจ้องมองไปที่ประตูสีขาวด้วยสายตาเหม่อลอยเป็เวลานาน
ส่วนยมทูตที่วิ่งมานั้นในใจของมันล้วนสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวสุดขีดมันรีบคุกเข่าอย่างรวดเร็ว
"ข้าพเ้าขออภัย...ขออภัยท่านยมทูตชั้นที่สามผู้ถือหนังสือสีเืแห่งประตูวิปโยค"
ยมทูตผู้ถือหนังสือสีเืล้วนยังคงนิ่งค้างเช่นเดิมมิอาจตอบสนองต่อสิ่งใดได้ยมทูตที่ถูกชนนั้นใบหน้าของมันตอนนี้ล้วนโมโหสุดเกินจะบรรยายออกมาได้ มันคว้าจับไปที่คอของยมทูตที่วิ่งมาชนด้วยความเกรี้ยวกราด
"เ้ายมทูตฝึกหัด!เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าว่าเ้าได้กระทำอันใดลงไป!!"
ร่างของยมทูตฝึกหัดสั่นด้วยความหวาดกลัวด้วยความเร่งรีบที่มันวิ่งมาเพื่อส่งสารแก่ยมทูตแห่งประตูวิปโยคเมื่อครู่นั้นส่งผลให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
"ขะ..ข้าพเ้าผิดไปแล้ว..ขะ...ขอท่านยมทูตชั้นที่สี่โปรดเมตตา"
พลันในบัดนั้นยมทูตผู้ถือหนังสือสีเืพลันได้สติกลับมามันถอนหายใจอย่างช่วยมิได้มองไปยังร่างของยมทูตฝึกหัดที่ถูกจับคอยกขึ้นพรางโบกมือแก่ยมทูตชั้นที่สี่ให้วางมันลง พอมันลงถึงพื้นก็ล้มคุกเข่าอย่างรวดเร็วแทบไร้สิ้นเรี่ยวแรงอันใด
"เ้ารู้ไหมว่าเ้าทำสิ่งใดลงไปยมทูตฝึกหัด?"
"ข้าน้อยทราบว่ากระทำผิดไปด้วยความเลินเล่อส่งผลให้คนบาปได้ไปเกิดแทนที่จะถูกบทลงโทษให้ชดใช้บาปกรรมของมัน...ขอรับ"
"เฮ้อ...มันมิใช่แค่เพียงเท่านั้นเ้าคนที่เ้าส่งมันไปเกิดเมื่อครู่นี้เพิ่งเกือบทำลาย์ลง ยังมีเมื่อครู่นี้อีกที่มันยังมิได้กลืนยาลบความทรงจำไป"
ร่างกายของยมทูตฝึกหัดสั่นเทาด้วยความกลัวอีกคราหลังจากมันทราบเื่ทั้งหมดมันก็รู้แล้วว่าตัวตนเช่นนั้นพอมันเติบใหญ่ขึ้นอีกครา มันล้วนต้องไปแก้แค้น์อีกครั้งแน่นอนยมทูตฝึกหัดได้แต่ร่างสั่นเทามิอาจพูดคำใดออกมาได้อีก แม้เพียงครึ่งคำก็ตาม
"เช่นนั้นก็แล้วกันไปเถอะเื่มันเกิดขึ้นแล้วคงแก้ไขอันใดมิได้อีกมันคงเป็โชคชะตาของมันผู้นั้นกระมัง"
ยมทูตผู้ถือหนังสือสีเืถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ก่อนจะเริ่มทำหน้าที่ของตนต่อเพราะเหล่ายมทูตนั้นมิอาจฝืนกฎข้อห้ามของนรกได้ ข้อห้ามที่ว่าห้ามขึ้นสู่ภพภูมิของมนุษย์โดยมิได้รับอนุญาต
____________________________________________________________________
บทที่1.2 กำเนิดใหม่
เขาหลุดเข้ามาในประตูสีขาวด้านในนั้นล้วนเป็ทางแห่งแสงสีขาวสายหนึ่งทอดยาวออกไปไกลและที่ปลายทางนั้นล้วนมีประตูสีขาวอีกบานหนึ่งรออยู่ในที่ห่างไกลออกไป
"นี้ข้าจะได้ไปเกิดใหม่รึ? ฮ่าฮ่า! ชะตาข้ายังมิขาดสินะเมื่อข้าได้โอกาสอีกครั้งแล้วล่ะก็ครั้งนี้แหละข้าจะไปกวาดล้างพวกเทพให้หมดสิ้นให้จงได้และยังมีผู้หญิงน่ารังเกียจสองผู้นั้นพวกเ้าต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเ้าได้กระทำไว้กับข้า!"
ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างอารมณ์ดีปนแค้นเคืองและจากนั้นก็ก้าวเดินตามทางแห่งแสงนั้นไปพอเดินไปหลายก้าว หลายก้าวขึ้นไปอีก แต่เขาก็ยังมิมีทีท่าว่าจะถึงประตูบานนั้นแม้แต่น้อย
"บัดซบ! นี้มันล้อข้าเล่นรึ? เหตุใดข้าถึงเดินไปมิถึงเสียที"
เขาสบถออกมาอย่างโมโหเมื่อเดินมาเป็เวลานานแม้แต่ใช้วิชาตัวเบาก็แล้ว ใช้ทักษะระดับสูงด้านความเร็วก็แล้วทว่าก็ยังมิอาจถึงจุดหมายได้เสียที
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงเดินต่อไปอย่างมิหยุดพักมิรู้เวลาในนี้ผ่านไปนานเท่าใดแล้ว เขายังคงวิ่งใช้ทักษะอย่างต่อเนื่องและบ้าคลั่งแต่ผลลัพธ์ก็ออกมาเช่นเดิมประตูนั้นยังคงห่างไกลออกไปเรื่อยๆ
เขาจึงได้นั่งลงอย่างโมโหและรู้สึกเหนื่อยล้าเมื่อเขานั่งลงสายตากลับทอดยาวจ้องมองไปยังประตูสีขาวที่เหมือนใกล้ ทว่ามันกลับไกลเหลือเกินจนเขามิอาจเดินไปถึง ทว่าในเวลานั้นได้มีเงาร่างหนึ่งเดินออกมาจากประตูบานที่อยู่ห่างไกลนั่นที่เขามิอาจไปถึงได้เสียที
เป็เด็กหนุ่มผู้หนึ่งอายุราวสิบสี่สิบห้าปีผมยาวสีดำมันรวบไว้ด้านหลัง ดวงตาสีดำทอแววมุ่งมั่น สวมชุดสีเทาหม่นเห็นได้ชัดว่ามันเก่าเป็อย่างมากคงผ่านการซักและใช้งานมานานปี ไม่นานเด็กหนุ่มผู้นั้นก็เดินมาถึงเบื้องหน้าของเขา
"เ้าหนู! เ้าเดินมาถึงนี้ใช้เวลาแค่นิดเดียวได้เยี่ยงไร? ไหนลองบอกข้า"
เขาถามออกมาอย่างปิติยินดียิ่งที่เห็นเด็กหนุ่มผู้นี้เดินมาหาเขาอย่างรวดเร็วได้เช่นนั้นเขาคิดว่าเด็กหนุ่มผู้นี้คงรู้วิธีเดินกลับไปจนถึงประตูได้อย่างง่ายดายแน่นอน
เด็กหนุ่มยิ้มให้แก่เขาแล้วเด็กหนุ่มก็นั่งลงข้างหน้าเขา สายตาพลันกลายเป็พร่ามัวและเด็กหนุ่มผู้นี้ก็หลั่งน้ำตาออกมาเขาดูจะใมากเมื่ออยู่ดีๆเด็กหนุ่มผู้นี้ก็ร้องไห้ออกมา เขาจึงรีบถามไถ่อย่างร้อนรน
"เ้าหนู! เ้าเป็อะไรรึ? ไหนลองเล่ามาให้ข้าฟังดู"
เด็กหนุ่มจึงเล่าเื่ของตนให้เขาฟังพอเขาฟังแล้วก็ต้องหน้าเคร่งเครียด
"ฮึ่ม...ชีวิตของเ้าช่างน่าอดสูจริงๆ โดนคู่หมั่นเหยียดหยามขอถอนหมั่น ทั้งยังโดนเหล่าพี่น้องรุมทำร้ายผลักไสไล่ส่งผู้เป็บิดาไม่สนใจเ้าเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำมันยังขับไล่เ้าออกจากตระกูล ดีที่ยังมีลุงกับป้าของเ้าผู้มีจิตใจเมตตาโอบอ้อมอารีรับเ้าไปเลี้ยงดูแต่ครอบครัวของลุงเ้ากับถูกกดดันต่างๆนาๆจากพี่น้องในเครือตระกูลเพราะพวกเขาคิดรับเลี้ยงเ้าสุดท้ายผู้เป็บิดาของเ้าเรียกเ้าเข้าพบและมันก็ให้เ้ากินยาพิษจนตาย เพียงเพื่อชื่อเสียงของตระกูลฮึ่ม!! พวกมันในตระกูลเ้ามันน่าฆ่าจริงๆ"
เขาพูดออกมาอย่างโมโหเมื่อรับฟังสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กหนุ่มผู้นี้มันช่างเป็ชีวิตที่โหดร้ายเสียจริง ตอนที่เขามีชีวิตอยู่นั้นเขาได้สังหารคนนับสิบล้านซึ่งผู้คนเ่าั้ล้วนต่ำช้าสามานเลวทรามสิ้นดี เขาจึงได้ฆ่าพวกมันอย่างเืเย็นโดยมิมีความเมตตาแม้แต่น้อย
"แล้วเ้าจะทำเช่นไรต่อไป"
เด็กหนุ่มทำเพียงนั่งร้องไห้มิได้ตอบคำถามของเขาเด็กหนุ่มนั่งร้องไห้เป็เวลานานมิมีทีท่าว่าจะสงบลงแม้แต่น้อย
"เฮ้อ...เ้าจะร้องไห้ไปทำไมกัน? เอาเช่นนี้เ้าบอกข้ามาว่าไปที่ประตูนั้นยังไงแล้วข้าจะให้พลังเ้าไปส่วนหนึ่งเพื่อไปแก้แค้นพวกมันเช่นนี้ดีหรือไม่?"
เขายื่นข้อเสนอหากเขาสามารถแลกพลังส่วนหนึ่งกับการไปเกิดใหม่ได้และยังได้ช่วยเด็กหนุ่มผู้นี้แก้แค้นด้วยเช่นนี้ล้วนนับว่าคุ้มค่ามากมายนัก
เด็กหนุ่มจึงหยุดร้องไห้พูดกับเขาอีกบอกว่าตนล้วนตายไปแล้วมิสามารถกับไปอยู่ในร่างของตนได้อีกและที่ตนมาที่นี้ล้วนเพื่อเดินผ่านไปยังนรกเขาพอฟังแล้วก็ถึงกับเอามือกุมขมับเลยทีเดียว เช่นนั้นเขาก็มิมีทางไปถึงน่ะสิ
เด็กหนุ่มพลันคิดอะไรออกและเริ่มถามกับเขาว่าเขาสามารถไปอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มได้หรือไม่ถ้าได้โปรดแก้แค้นให้ตนด้วย และช่วยตอบแทนบุญคุณของท่านลุงกับท่านป้าที่ช่วยดูแลเขามานานหลายปีด้วยมิอยากให้ท่านลุงกับท่านป้าต้องทนเจ็บซ้ำจากการถูกกดดันอีก
"เ้าช่างเป็เด็กที่มีจิตใจกตัญญูยิ่งนัก ตกลง! ข้าจะช่วยเ้าเอง ข้ามีวิธีไปอยู่ในร่างเ้าแน่นอนมิต้องกังวลไป"
พลันในเวลาที่เขาพูดจบเด็กหนุ่มก็ยิ้มออกมาและร่างกายของเด็กหนุ่มก็ค่อยๆเลือนหายไปอย่างช้าๆพอร่างของเด็กหนุ่มหายไปกับมีของสิ่งหนึ่งตกลงมาที่ทางแห่งแสง มันคือจี้ห้อยคอสีเงินรูปวิหคเพลิง
เขาเดินเขาไปหยิบขึ้นมามุมปากของเขาพลันยกขึ้นมือกุมจี้ห้อยคอแน่นนี้เป็สื่อนำพาที่เขาจะใช้เคล็ดวิชาย้ายจิติญญาข้ามภพ ขอมีเพียงแค่สื่อและร่างนั้นยังตายไปได้ไม่นานและอยู่คนละภพเขาก็สามารถใช้เคล็ดวิชาได้ถึงแม้เขาจะต้องสูญเสียพลังทั้งหมดที่เคยมีมาก็ตามทีหากเขาใช้เคล็ดวิชานี้
เคล็ดวิชาย้ายิญญาข้ามภพ!
พลันทั่วร่างของเขากลายเป็แสงสีฟ้ากระจ่างพุ่งเข้าหาประตูแห่งแสงและทะลุไปอย่างรวดเร็วเส้นทางแห่งแสงพลันกลับสู่ความเงียบงันในที่สุด
________________________________
"เฉินน้อย...เฉินน้อย"
เขาลืมตาขึ้นเมื่อถูกเขย่าร่างกายไปมาอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเสียงเรียกของหญิงสาวดังขึ้น ทันทีที่เขาลืมตาภาพขึ้น ภาพเบื้องหน้าเขากับเป็หญิงสาววัยกลางคนผู้หนึ่งใบหน้าของนางล้วนอาบไปด้วยหยาดน้ำตา
พอหญิงสาววัยกลางคนผู้นั้นเห็นเขาลืมตาขึ้นนางสวมกอดเขาไว้อย่างแแ่ทันที ทั่วร่างของนางต่างสั่นสะท้าน
"ขะ...ขอบคุณ์..เฉินน้อยของข้าไม่เป็อะไร...เขาไม่เป็อะไรจริงๆ"
หญิงสาววัยกลางคนพูดกับเขาอย่างนุ่มนวลเสียงของนางดูสั่นเล็กน้อย และตามมาด้วยเสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาว เพราะนางล้วนคิดว่าหลานชายตนตายไปแล้วเนื่องเพราะหยุดหายใจมานานเกือบสี่ชั่วยามแต่หญิงสาวล้วนมิอาจทำใจได้ นางจึงเขย่าตัวเขาเรื่อยมา จนเกิดปาฏิหาร์ขึ้นในที่สุด
"เฉินน้อยเ้าคงหิวแล้วเดี๋ยวป้าไปต้มข้าวต้มร้อนๆให้มาให้นะ"
หญิงสาววัยกลางคนผู้นั้นพูดจบก็เช็ดน้ำตาของตนเองยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน จากนั้นนางจึงเดินออกจากห้องไปด้วยความปิติยินดีสุดพรรณนา
เขามองสำรวจรอบหัวเตียงคราหนึ่งก็พบว่าตนอยู่ในห้องไม้ไผ่แสนเก่าแห่งหนึ่งภายในห้องมิได้มีขนาดใหญ่ และเตียงของเขายังคงเป็เตียงไม้ผุๆ พลันในชั่วเวลานั้นความทรงจำของเด็กหนุ่มหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเขา
____________________________________________________________________
บทที่1.3 จิวเฉิน
พอความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาเด็กหนุ่มที่เขาได้เข้ามาสิงร่างนี้มีนามว่าจิวเฉิน อายุสิบห้าปีเป็บุตรคนที่สี่ของผู้นำตระกูลจิวคนปัจจุบัน
ตระกูลจิวนั้นเป็หนึ่งในสี่ของตระกูลใหญ่แห่งเมืองหนานกงซึ่งมีอำนาจอย่างมากล้น ตระกูลจิวนั้นเป็ตระกูลนักสู้อันทรงเกียรติ์มีชื่อเสียงมานานนับพันปีแต่ชื่อเสียงเ่าั้ล้วนถูกสั่นคลอนเนื่องจากขยะผู้หนึ่งของตระกูล มันผู้นั้นมีนามว่าจิวเฉินเป็บุตรคนที่สี่ของผู้นำตระกูลจิวคนปัจจุบันอย่างจิวเฉิงเทียน
เมื่อห้าปีก่อนได้มีการทดสอบระดับพลังของเหล่าคนรุ่นเยาว์ของเมืองหนานกงขึ้นผลออกมาจิวเฉินนั้นมิได้มีพลังปราณติดตัวแม้แต่น้อย มันทำให้ผู้คนล้วนหัวเราะเยาะตระกูลจิวอันยิ่งใหญ่ว่าให้กำเนิดขยะผู้หนึ่งขึ้นมา
นับั้แ่นั้นมาจิวเฉินก็ถูกเหล่าพี่น้องรังแกข่มเห่งทำร้ายนับมิถ้วนหนำซ้ำคู่หมั่นของมันยังหยามิ่เกรียติ์ของมันอย่ามิไว้หน้าและขอถอนหมั่นไปในที่สุดทำให้จิวเฉิงเทียนอับอายจนเกินทานทนจึงสั่งเนรเทศจิวเฉินออกจากตระกูลไป
ยังดีที่เหล่าท่านลุงและท่านป้าของมันรับไปเลี้ยงดูท่านลุงนามจิวเฉียน ส่วนท่านป้านามจิวฮวา เวลาผ่านไปอีกห้าปี ห้าปีที่ผ่านมานั้นล้วนยาวนานและโหดร้ายสำหรับครอบครัวจิวเฉียนเพราะถูกกดดันจากคนในตระกูลจนในที่สุดได้หลบหนีไปใช้ชีวิตในป่าทว่ากลับมีคนของตระกูลมาส่งข่าวว่าผู้นำตระกูลให้อภัยแก่จิวเฉินและ้าพบมัน จิวเฉียนและภรรยาดีใจยิ่งรีบนำพาจิวเฉินเข้าไปพบในทันที
ทว่าพอไปถึงนั้นกลับแตกต่างจากที่จิวเฉิงเทียนพูดไว้มันจับตัวจิวเฉียนและจิวฮวาไว้ พวกมันจับจิวเฉินกรอกยาพิษลงท้องจนตายในที่สุด จิวเฉียนจิวฮวาเสียใจยิ่งพากันนำร่างไร้ิญญาของจิวเฉินกลับมายังกระท่อมไม้หลังเก่าและเจียนเฉียนนั้นก็ออกไปหาซื้อโลงศพเพื่อมาให้จิวเฉินได้จากไปอย่างสงบ
"พวกมันช่างเลวจริงๆ เ้าหนู!เ้าคอยดูเถอะ ข้าจะให้พวกมันได้ชดใช้เองต่อจากนี้ข้าคือเ้า-จิวเฉิน!"
สองมือกำแน่นขึ้นดวงตาของจิวเฉินทอแววเหี้ยมเกรียมอยู่บ้างพรางลุกขึ้นจากเตียงไม้อันเก่าและผุ เด็กหนุ่มยื่นมือขวาจับชีพจรที่มือซ้ายของตน สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดยิ่ง
"เส้นชีพจรถูกสกัดกั้น มิน่าเล่าเ้าหนูผู้นี้ถึงมิสามารถเข้าสู่ระดับหนึ่งเขตแดนมนุษย์ได้"
จิวเฉินพูดออกมาหลังจากตรวจชีพจรของตนเองเขาคิดว่าคงต้องมีใครบางคนที่หวังร้ายและมาสกัดจุดชีพจรของเขามิให้สามารถฝึกฝนพลังปราณได้อย่างแน่นอน
"เฮอะ! คอยดูไปเถอะภายในหนึ่งปีข้าจะไปตอบแทนพวกเ้าอย่างสาสม!"
จิวเฉินใช้มือขวาและมือซ้ายของตนจี้เข้าไปที่ตันเทียนของตนเองเม็ดเหงื่อเย็นปรากฏที่ใบหน้าของเขาอย่างมากมาย การจี้จุดรวบรวมลมปราณนั้นเป็เื่ยากเย็นแสนเข็ญนักแต่สำหรับเขาผู้เคยเป็ถึงอันดับหนึ่งของโลกในยุคานั้นล้วนง่ายดายดุจเดินบนพื้นน้ำแต่ทว่าในเวลานี้พลังของเขามิใช่จุดสูงสุดของโลกเช่นเดิมแต่กลับเป็จุดต่ำต้อยที่สุดมันจึงทำให้เขาลำบากอยู่บ้าง
"ฮ่าห์! สำเร็จ! ข้าทะลวงระดับหนึ่งเขตแดนมนุษย์ได้แล้ว"
จิวเฉินถอยตัวล้มลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยล้าด้วยการทะลวงสู่ระดับหนึ่งเขตแดนมนุษย์ได้นั้นล้วนสร้างความยินดีแก่จิวเฉิน พลันในเวลานั้นประตูไม้ไผ่ก็เปิดออกพร้อมกับร่างของจิวฮวาถือถ้วยข้าวต้มเข้ามา นางเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างเตียง และป้อนข้าวต้มให้จิวเฉินอย่างเอ็นดูรักใคร่
พอจิวฮวาออกไปแล้วจิวเฉินก็นอนหลับไปอย่างรวดเร็วเบื้องหน้าบ้านไม้จิวเฉียนกลับมาพร้อมกับโลงศพที่ทำจากไม้หนึ่งโลง ชายวัยกลางคนผู้นี้ล้วนมีใบหน้าที่เศร้าสร้อยอย่างมากพอประตูไม้เปิดออกเขากับเห็นภรรยาของตนเองแย้มยิ้มอย่างมีความสุขแทนที่จะร้องไห้เสียใจเหตุการณ์นี้ทำให้เขางงงันมิน้อย
"ท่านพี่เฉินน้อยฟื้นแล้ว!"
"หา!! เ้าว่ากระไรนะ!"
หลังจากที่เขาได้ฟังสิ่งที่ภรรยาพูดมันทำให้เขาร้องออกมาอย่างตื่นตระหนกมันเป็สิ่งที่เขาไม่เชื่อ เพราะตอนนั้นเขาเห็นเองกับตาและััด้วยมือตนว่าจิวเฉินนั้นสิ้นใจตายไปแล้วเพื่อความแน่ใจเขาได้เขาไปในห้องของจิวเฉินและตรวจสอบชีพจรและลมหายใจของจิวเฉิน
"ขอบคุณ์เฉินน้อย...เป็คนดีอย่างแท้จริงพระเ้าย่อมคุ้มครองให้อยู่รอดปลอดภัย"
จิวเฉียนพูดออกมาอย่างปิติยินดีก่อนเดินออกจากห้องมาทั้งน้ำตาชายวัยกลางคนสวมกอดภรรยาตนที่อยู่หน้าห้องอย่างแแ่
"เราจะให้คนเลวพวกนั้นรู้มิได้เป็อันขาดว่าเฉินน้อยยังมีชีวิตอยู่ มิเช่นนั้นมันคงตามมาฆ่าเฉินน้อยอีกแน่นอน"
จิวเฉียนพูดกับภรรยาตนอย่างจริงจังจิวฮวาพยักหน้ารับอย่างหนักแน่นจริงจัง ค่ำคืนได้ผ่านพ้นไปอย่างเงียบงัน ่เช้าได้มาเยือนวันนี้จิวเฉินตื่นแต่เช้าเพราะเขาต้องฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด เขาเดินออกจากบ้านไม้มาในเวลาเช้ามืดซึ่งเป็เวลาที่สองสามีภรรยายังไม่ตื่น
จิวเฉินกวาดสายตามองรอบด้านก็เห็นเพียงแต่ป่าเท่านั้นทันใดนั้นสายลมก็กระทบจมูกของเขา จิวเฉินหันขวับไปตามทางที่ลมพัดมาทันที
"กลิ่นนี้มันเป็ของสัตว์อสูรมิผิดแน่ แถมยังอยู่มิไกลสักเท่าใดด้วยเยี่ยมนับว่าดวงข้ายังดีอยู่บ้าง หากโชคดีข้าคงได้จิติญญาของมัน บางทีข้าอาจไปถึงระดับที่สองของเขตแดนมนุษย์ก็เป็ได้"
จิวเฉินพูดจบก็ทะยานร่างไปทางที่กลิ่นโชยมาร่างของเขาหายไปในความมืดยามเช้าอย่างรวดเร็ว…
จบทที่ 1