ตอนที่ 18 ขันข้าวเหล็ก เ้าต้องชดใช้ชีวิต
กลางถนนวงแหวนรอบที่สาม รถตำรวจสายตรวจสี่คันกระจายตัวแล่นเข้ามาหยุดที่มุมถนน ในขณะที่รถตู้ต่อสู้อเนกประสงค์เข้าจอดกลางสี่แยก เ้าหน้าที่ตำรวจเปิดประตูหลังโดดลงมาจากรถสิบกว่านาย และรถตู้ก็แล่นจากไปอย่างรวดเร็ว
ฉินหยู่นั่งอยู่ในรถหัวหน้าทีม เขาหยิบวิทยุรับส่งมาสั่งเบาๆ “เป้าหมายยังคงอยู่ภายใน เราจะเข้าจับกุมตามทีมบุกที่เพิ่งเข้าไปเมื่อกี้ มีชาวบ้านอาศัยอยู่ในซอยนี้ เพราะฉะนั้นพยายามอย่ายิงและให้เงียบที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าสภาพแวดล้อมภายในเป็ยังไง...”
“ทราบแล้วครับ!”
“เข้าใจแล้วครับ!”
“...!”
หลังจากได้รับคำแนะนำครบถ้วน ทีมจู่โจมหลายกลุ่มก็ตอบกลับทันที
ฉินหยู่ผลักประตูลงจากรถ ก้มลงตรวจสอบปืนที่ติดอยู่ที่เอวของเขา และกำลังจะออกไป จู่ๆ ฉีหลินวิ่งมาจากด้านหลัง “เฮ้ ฉันตามทันแล้ว”
ฉินหยู่หันกลับมาเมื่อเขาได้ยินเสียง “นายมาได้แล้วเหรอ?”
“ใช่ ฉันเพิ่งเสร็จเื่ของฉันแล้ว” ฉีหลินพูดด้วยเสียงหอบเล็กน้อย
ฉินหยู่ไม่มีเวลาคุยเื่ไร้สาระ ดังนั้นเขาจึงรีบสั่ง “ตามแผนเดิม นายขับรถหมายเลข 2 ไปรอที่สี่แยกถนนวงแหวนที่สามและถนนเฟิงหลิน หากการจับกุมสำเร็จ ฉันจะไปขึ้นรถนายทันที ถ้านายเห็นกองสนับสนุนของกลุ่มฟ้าคำรามผ่านทางนั้นนายรีบรายงานฉันทันทีนะ”
“เข้าใจแล้วครับ!” ฉีหลินกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณหัวหน้าทีมที่ดูแลฉันเสมอมา”
“อย่าพูดถึงมันเลย” ฉินหยู่ไม่มีเวลาแลกเปลี่ยนเื่น่ายินดีเหล่านี้ ฉินหยู่รีบเดินไปพร้ะโกนผ่านวิทยุรับส่ง
“แมวแก่ เตรียมพร้อมเคลื่อนเข้าใกล้ตรอก ทุกคนเดินหน้า!”
“ทราบแล้ว!”
...
สามนาทีต่อมา
แมวแก่ในชุดรบพิเศษสีเขียวอ่อนพร้อมเกราะเหล็กที่หน้าอกและสวมหมวกเคฟลาร์บนหัว เขารีบรุดนำทีมสิบคนย่องเข้าไปใกล้ ลงนั่งยองๆ ขนาบทางเข้าตรอกทั้งสองด้านเตรียมพร้อม และรอคำสั่งขั้นตอนต่อไป
ฉินหยู่เดินเร็วไปตามข้างถนนพร้อมกับยกวิทยุรับส่งขึ้นถามว่า “ตรงไหนเป็จุดยืนสูงบ้าง?”
“ไม่ครับ มีแค่บันไดด้านนอกเท่านั้น หัวหน้าน่าจะมองเห็นชั้นสองได้ชัดเจน”
“เอาล่ะ กลุ่มของนายเข้าควบคุมที่ชั้นสองเพื่อปกป้องทีม” ฉินหยู่สั่ง
“ทราบแล้ว”
หลังจากสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานแล้ว ฉินหยู่ก็เข้ามารวมในกลุ่มแมวแก่ข้างทางเข้าตรอก เขาเหลือบมองไปที่ถนนอันว่างเปล่าแล้วตบไหล่แมวแก่พร้อมสั่งการ “เหล่าเฮยและฉันเข้าไปข้างใน พวกนายเตรียมพร้อมอยู่ตรงนี้ก่อน”
“ตกลง” แมวแก่พยักหน้า
“ไป! เหล่าเฮย” ฉินหยู่ะโบอก
เหล่าเฮยอยู่ในชุดลำลอง เดินตามฉินหยู่เข้าไปในตรอกอย่างระแวดระวัง
ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันเข้าไปอย่างช้าๆ ทางด้านข้างของตรอก ฉินหยู่ถามเหล่าเฮยอย่างเรียบๆ “นายกังวลไหม”
“เหะเหะ ฉันชินแล้ว” เหล่าเฮยยิ้ม
“ไม่เป็ไร ผ่อนคลายกันหน่อย” ฉินหยู่เข้ากอดคอเหล่าเฮย แล้วทำเป็ขาสั่นอ่อนปวกเปียกเดินโซเซไปมาพร้ะโกน “พาฉันไปหาที่เล่นต่อกันเหอะ”
“นายดื่มมากเกินไป” เหล่าเฮยเข้าใจทันทีว่าฉินหยู่พยายามทำอะไร
ในใจกลางซอย ชายวัยกลางคนสองคนนั่งเก้าอี้ไม้ทรุดโทรมตัวหนึ่ง ได้ยินเสียงคนแว่วมา เขาหรี่ตาหันไปทางต้นเสียงข้างตรอก
ฉินหยู่เดินโซเซมาเป็ระยะทางกว่า 30 เมตรโดยมีเหล่าเฮยอยู่ในอ้อมแขน เขาก็หันหัวถ่มน้ำลายอย่างแรงไปไกล “ให้ตายเถอะ เป็วันที่น่าเศร้าจริงๆ”
น้ำลายของเขาบังเอิญกระเด็นไปตกบนไหล่ของชายผู้แข็งแรง
“ไอ้เหี้ยเอ๊ย!” เพื่อนข้างชายผู้แข็งแรงยืนขึ้นพรวดพราดทั้งหน้าบึ้งและกำลังจะด่าสาปแช่ง แต่ชายผู้แข็งแรงยกมือห้ามไว้
“โอ้พระเ้า มีใครอยู่ที่นี่อีกไหม?” ฉินหยู่แสร้งทำเป็เมาและค่อยๆ หันกลับมาและถามว่า “โทษทีพี่ชาย ขอถามหน่อย...คลับเฮาส์ดูโอดูโอไปทางไหน...?”
ในตอนแรกชายที่แข็งแรงคิดว่าฉินหยู่เป็คนขี้เมา แต่เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาใกล้เขา เขาหยีตามองและเอามือไพล่หลังโดยสัญชาตญาณพร้อมตอบ “ฉันไม่รู้”
“โอ๊ะ!”
ฉินหยู่ทำท่าจะอาเจียนถอยออกมาและทำเป็ไม่รู้ตัวเซเข้าไปข้างชายผู้แข็งแรง
“พับผ่าสิ นายไม่เห็นมีกลิ่นแอลกอฮอล์เลย...” ชายผู้แข็งแรงผงะถอยและกำลังจะชักปืน และเพื่อนของเขาก็เอื้อมมือไปกดปุ่มที่หูฟังทันที
“บูม!”
ฉินหยู่ ยกขาเท้าขวาขึ้นเตะออกไปว่องไวดุจสายฟ้าแลบ
“โครม!”
ชายผู้แข็งแรงเซถอยหลังไปสองก้าวและร่างของเขากระแทกเข้ากับกำแพงอย่างจัง
“พลั่ก!”
ฉินหยู่คว้าแขนของคู่ต่อสู้เหวี่ยงไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว ชายผู้แข็งแรงเซถลาล้มลงกับพื้น แล้วเข่าของฉินหยู่ก็พุ่งกระแทกลงหัวของชายผู้แข็งแรงอีกทีจนเขาฟุบกับพื้น ฉินหยู่ใช้เข่ากดทับชายผู้แข็งแรงไว้ และมือซ้ายกดปืนที่เอวของเขาเตรียมชัก เขาคำรามด้วยเสียงต่ำ “อย่าะโ ไม่งั้นตาย!”
“มีคน...!” ชายผู้แข็งแรงไม่กลัวฉินหยู่เลย และเขาพยายามชูคอขึ้นะโร้อง ฉินหยู่ทำอะไรไม่ถูก เขาต้องปล่อยมือที่ล็อกแขนของชายผู้แข็งแรง แล้วเอาปิดปากเขาแทนทันทีพร้อมขู่ “หุบปาก”
“พฟฟ!”
ชายผู้แข็งแรงรู้สึกเกรี้ยวกราดมากเพราะเขาไม่สามารถขยับร่างกายได้ ดังนั้นเขาจึงกัดมือของฉินหยู่อย่างแรงจนได้เื
ฉินหยู่กลายเป็ต่อสู้กับชายผู้แข็งแรงเกลือกกลิ้งไปมาอยู่บนพื้นถนน ในอีกด้านหนึ่ง เหล่าเฮยก็เข้าจับพ่อค้ายาอีกคนที่เป็เพื่อนชายผู้แข็งแรง เหล่าเฮยพยายามปิดปากเขาเพื่อไม่ให้เขาะโบอกให้พวกรู้ตัว แล้วก็กลายเป็ต่อสู้กันพัลวันไปอีกคู่
ฉินหยู่เห็นว่าควบคุมสองคนนี้ได้ยาก เมื่อได้จังหวะระหว่างกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันนั้น เขาจึงหันกลับโบกมือทางปากตรอกทันที
“ตึก ตึก ตึก ตึก!”
แมวแก่เห็นสัญญาณมือ จึงรีบพาทีมวิ่งเข้าไปในตรอกทันที ทีมบุกจับทุกคนรีบวิ่งไปที่ด้านข้างของฉินหยู่และเหล่าเฮย ยกด้ามปืนขึ้น ทุบหัวของพวกอันธพาลทั้งสองร่วงลงพื้นหมดสติไป
“พวกมันรู้ตัวแล้ว”
ฉินหยู่ ยืนขึ้นและะโว่า “พังประตู”
“แคร่กก!”
เสียงปืนลูกซองเรมิงตันที่ตำรวจลั่นไกออกไปนั้นคมบาดแก้วหูทีเดียว
“ปัง ปัง ปัง...!”
เสียงปืนดังขึ้นสามนัด ประตูเหล็กแตกเป็เสี่ยงๆ แมวแก่โบกมือแล้วะโ “ใช้ยุทธวิธี บุกเข้าไป”
เมื่อได้ยินเสียง ฉินหยู่รีบเข้าไปในห้องพร้อมกับเ้าหน้าที่ตำรวจ 10 นายที่กำลังวิ่งไปข้างหน้า แต่เขาก็ตกตะลึงทันทีที่เขาเข้าไปในห้อง ทางเดินชั้นหนึ่งยาวและแคบ แสงสลัวๆ ที่สุดทางเดินมีบันไดเหล็กอยู่
“แย่จริง เคลื่อนไปข้างหน้าเร็วๆ คนคนนั้นต้องไม่อยู่ที่ชั้นหนึ่งแน่” ฉินหยู่ตรวจพื้นที่ภายในบ้านเพียงสั้นๆ และออกคำสั่งด้วยความรวดเร็ว
หลังจากได้คำสั่ง เ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองฝ่ายก็เดินหน้าต่อไปโดยไม่ลังเล
สามวินาทีต่อมา บนยอดอาคารเหล็กที่นำไปสู่ชั้นสอง คนสองคนหยิบปืนไรเฟิลอัตโนมัติของพวกเขา ยิงลงมาอย่างบ้าคลั่งโดยไม่แม้แต่จะทักทาย
“อย่าขึ้นไป กดมัน” ฉินหยู่ยืนพิงมุมบันไดหลบะุและกำหมัดขวาแน่น และยกวิทยุขึ้นพูด “กลุ่มสอง นายมีมุมยิงไหม?”
“ยิงได้ครับ”
“มุมบันได จัดการเ้าอัตโนมัติสองกระบอกนั่น”
“ปัง ปัง!”
กองกำกับการตำรวจมีสไนเปอร์ในมือน้อยมาก ดังนั้นปฏิบัติการนี้จึงไม่มีสไนเปอร์แท้คอยสนับสนุน อย่างไรก็ตาม สำหรับเ้าหน้าที่ตำรวจภาคสนามที่มีประสบการณ์ ความแม่นยำของการใช้ไรเฟิลอัตโนมัติในระยะประชิดยังคงรับประกันได้ กลุ่มสองที่ซุ่มอยู่ที่บันไดด้านนอก ยิงทะลุกระจกสองนัดและสังหารพวกคนร้ายที่หลบอยู่ทางเข้าชั้นสอง
ศพกลิ้งลงมาจากบันได ฉินหยู่โบกมือและะโ “เข้ามา!”
“ฮูเร่!”
ฉินหยู่นำทีมจู่โจมผ่านบันไดอย่างรวดเร็ว และรีบไปที่ชั้นสอง
แสงในห้องนั่งเล่นมืดสลัว มีเพียงดวงจันทร์ข้างนอกเท่านั้นที่สามารถส่องสว่างเห็นโครงร่างของบ้านได้บางส่วน ฉินหยู่เดินไปข้างหน้าสามหรือสี่ก้าวด้วยเหงื่อบนหน้าผาก และถามด้วยเสียงต่ำ “ทำไมไม่มีใคร กลุ่มที่สองเห็นคนะโตึกหนีไหม?”
“ไม่ครับ เรามองห้องนั่งเล่นไม่ชัดจากมุมของเรา” อีกฝ่ายตอบทันที
ฉินหยู่ขมวดคิ้วคิด
“แคล๊ง!”
ในขณะนี้ มีเสียงดังเล็กน้อยมาจากทางด้านซ้าย และแมวแก่ที่เพิ่งวิ่งเข้ามาหยุด ก็ะโอย่างกระวนกระวาย
“ฉินหยู่...ฉินหยู่...ฉันถูกลอตเตอรี่ และฉันเหยียบกับะเิ”
เมื่อฉินหยู่ได้ยินเสียงและหันไปมอง เห็นเ้าหน้าที่ตำรวจลูกทีมของแมวแก่กำลังนั่งหมอบอยู่บนพื้น และเอื้อมมือช้าๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ ไปที่ลวดที่ติดอยู่ที่ขาแมวแก่
“อย่าขยับ อย่าขยับ...” แมวแก่ะโด้วยขาขวาที่สั่นเทา “มันไม่เกี่ยวกับลวด ฉันเหยียบกับะเิ”
ทุกคนสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงนั้น จึงรีบถอยห่างและลูกทีมบางส่วนไปเฝ้าระวังทางเข้าห้องนั่งเล่นทันที เพราะกลัวว่าจะยังมีคนซ่อนอยู่ในห้อง
ฉินหยู่ดึงไฟฉายที่เอวของเขาออกมาอย่างรวดเร็ว นั่งยองๆ บนพื้น ส่องไฟฉายกวาดมองไปที่กับดักที่หน้าประตูห้องน้ำและพูดสั้นๆ ว่า “แมวแก่ถ้านายถอยหลัง ขาขวานายกระเด็นแน่นอน …นายไม่ต้องถอยยกเท้าขึ้น ฉันจะใช้ปืนยิงกับดักให้กระเด็นไป”
“นายจะยิงมันถูกจุดมั้ย?”
“มันพูดยาก ไม่แน่ใจว่ากับดักมันจะกระเด็นไป หรือะเิ…”
“นายล้อเล่นหรือไง? พูดยาก หมายความว่าไงวะ? ถ้านายไม่ถูก ชีวิตฉันก็ไม่เหลือนะสิ...” แมวแก่คำรามพร้อมกับเบิกตากว้าง
“นายบินได้ นายไม่จำเป็ต้องเสียขา” ฉินหยู่ถามโดยถือไฟฉายอย่างมั่นคงด้วยมือขวา “ถ้างั้นนายจะเอาไง? บอกฉันสิ”
แมวแก่เงียบไปครู่หนึ่ง และรอยยิ้มตามปกติก็หายไป “เก็บขาของนายไว้”
“นับถึงสาม นายยกขาขึ้น” ฉินหยู่หยิบปืนไรเฟิลอัตโนมัติขึ้นมาและะโ “คนอื่นๆ ถอย!”
“3!”
“2!”
“1 ยก!” ฉินหยู่คำรามเสียงดัง
แมวแก่ไม่กล้ารีรอเมื่อได้ยินเสียง เขายกขาขึ้นและถลาถอยกลับไปเร็วอย่างไม่คิดชีวิต
“ควับ!”
ฉินหยู่เหวี่ยงด้ามปืนเหมือนกำลังเล่นกอล์ฟ ด้ามไรเฟิลตีโดนกับะเิใต้เท้าของแมวแก่อย่างจัง
“เพล๊ง!”
กับะเิกระเด็นทะลุกระจกหน้าต่างแตกออกไปจากห้อง
แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาที ข้างนอกก็ไม่มีเสียงใดๆ เกิดขึ้น
แมวแก่หมอบลงกับพื้นอย่างอ่อนแรงเล็กน้อย “เวร...ห่าเอ๊ย...ทำไมไม่ะเิ”
“ของปลอม” ฉินหยู่กัดฟันและตอบว่า “มันเป็ะเิปลอม กลุ่มสอง ตรวจดูว่า
มีสิ่งผิดปกติอะไรอยู่รอบๆ ไหม?...”
“หมดเวลา ติ่งต่อง!” ลูกทีมคนหนึ่งพูดหยอกเสียดสีสถานการณ์อย่างอารมณ์ดี
ทันทีที่สิ้นเสียง ลูกทีมคนหนึ่งทางด้านซ้ายกำลังจะก้าวไปข้างหน้า เขาเดินชนเข้ากับตู้ข้างกำแพงโดยไม่ได้ตั้งใจ ในตู้กลับส่งเสียงแปลกๆ
ทุกคนตะลึงเมื่อได้ยินเสียง
“ให้ตายห่า นี่มันเื่จริง” แมวแก่คำรามเสียงในลำคอ “หมอบลง สวมโล่กันะเิ!”
เ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายพร้อมโล่ป้องกันการะเิคุกเข่าลงและเพิ่งสวมโล่เมื่อเห็นเปลวไฟจำนวนมาก
“บึมม!!”
เสียงะเิดังสนั่น ตำรวจสามนายที่หนีไม่ทันก็ถูกแรงะเิกับเศษขยะนับไม่ถ้วนกวาดลงไปกองกับพื้น เสียชีวิตทันทีโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องขอความช่วยเหลือ
ฉินหยู่นอนหมอบบนพื้น หูของเขาอื้อและะโ “ต้องไม่มีใครอยู่ในบ้าน พวกมันออกไปกันหมดแล้ว กลุ่มสอง กลุ่มสอง จับตา...”
...
บริเวณภายนอก
อาหลงแห่งแก๊งฟ้าคำราม กับลูกน้องอีกหนึ่งคน วิ่งวนไปมาในลานบ้านพร้ะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว “ระยำจริงๆ พวกหมามันมาที่นี่หลังจากได้กลิ่นม้าแก่* ชายคนนี้ไม่เป็มืออาชีพเลยจริงๆ”
“เป็ไปได้ไหมที่มันจะขายเรา”
“เป็ไปไม่ได้ เขายังชวนฉันไปกินภัตตาคารด้วยซ้ำ” อาหลงโบกมือแล้วะโ “โทรหาเซี่ยผาจื่อ แล้วขอให้เขามารับ รีบหน่อย ไม่งั้นแกจะไม่ได้ออกไปด้วย!”
……………………………………………………………
*ม้าแก่ = ผู้เฒ่าหม่า เป็การเล่นสำนวน หม่าหรือหมาในภาษาจีนแปลว่าม้า