บ้านยายจางเมิ่งท่านยายของหลันฮวาในพื้นที่อำเภออี้ ตั้งอยู่ไม่ห่างไกลจากตัวอำเภออี้มากนักหมู่บ้านในชนบทปลูกบ้านเรือนอยู่ประปรายสลับกับพื้นที่ทำการเกษตร ห่างออกไปสองลี้จากบ้านท่านยายเป็โรงหมอหวังที่ตั้งอยู่ในตัวตลาดใกล้กับที่ว่าการอำเภอ โรงหมอหวังสถานที่แห่งนี้นอกจากเป็ที่พึ่งพารับรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้ชาวบ้านแล้วยังเปิดรับซื้อสมุนไพรจากชาวบ้านที่เข้าป่าหาสมุนไพรล้ำค่าจากูเาผิงซาน ก่อนจะถูกนำมาตากแห้งและบางส่วนถูกบดเป็ตัวยาสมุนไพรและตัวยาที่ได้ส่วนใหญ่จะถูกส่งเข้าไปขายในร้านยาชื่อดังทั่วเมืองเยี่ยนโจวเมืองหลวงของแคว้นเยี่ยนที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น เนื่องจากได้ราคาดีและมีความ้าสูงตามความเนืองแน่นของผู้คน
หลันฮวากำลังขะมักเขม้นบดยาสมุนไพรส่วนท่านแม่ของนาง จางเหลียนอู้ หรืออดีต หลี่เหลียนฮู้ฮูหยินเอกจวนรองเ้าเมืองหานโจว ที่กลับมาใช่แซ่เดิมหลังหย่าร้าง สองแม่ลูกกำลังช่วยหมอหวังคัดแยกสมุนไพรเพื่อนำไปตากแห้งต่อไปพวกนางสองคนรับจ้างช่วยทำงานในโรงหมอแห่งนี้ั้แ่เดินทางกลับเข้ามาอาศัยแคว้นเยี่ยนด้วยค่าแรงต่อวันคนละ 6 อีแปะ ไม่มากมายสองคนรวมกันพอซื้ออาหารประทังชีวิตทั้งครอบครัว
ส่วนเหอชุนเทียนมักเข้าป่าไปช่วยท่านลุงหู ผู้เป็ญาติของหลันฮวา เพื่อล่าสัตว์และเก็บสมุนไพรออกมาขายในตลาดแต่คนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็คุณชายในตระกูลคหบดีแห่งหานโจว เมืองหลวงแคว้นหาน อย่างเหอชุนเทียนเข้าป่าไปนอกจากจะไม่อาจเป็ลูกมือช่วยเหลือท่านลุงหูได้แล้ว ยังเกือบจะเรียกได้ว่าเป็ภาระแก่ท่านลุงหูยิ่งนักเหอชุนเทียน จึงตัดสินใจทำงานรับจ้างแบกหามในตลาดแทนแต่เขามักทำได้ไม่ดีนักเหตุเพราะเส้นเอ็นที่ควบคุมแขนทั้งสองข้างของเขาาเ็ ั้แ่ครั้งที่ต่อสู้เพื่อปกป้องนางจากโจรป่าในคราวที่เดินทางอพยพหลบหนีาจากแคว้นหานมายังแคว้นเยี่ยน
ถึงแม้เหอชุนเทียนจะเป็คุณชายที่ว่างงานแห่งหานโจว แต่เขาอ่านออกเขียนได้ครอบครัวพร่ำสอนให้เขาตรวจนับบัญชีจึงนับว่าพอมีความสามารถอยู่บ้างหากเทียบกับชาวบ้านธรรมดา จึงได้งานรับจ้างตรวจนับและจดบัญชีสินค้าให้แก่รถม้าขนสินค้าที่จะส่งเข้าไปขายในตัวเมืองเยี่ยนโจวได้ค่าจ้างคันรถละ 15 อีแปะ นับว่ามากกว่าเงินที่หลันฮวาและจางเหลียนอู้ รับจ้างทำงานในโรงหมอทั้งวันแต่ด้วยอำเภอเล็ก ๆอย่างอำเภออี้ นอกจากรถม้าส่งยาของหมอหวังที่วิ่งเพียง 3วันครั้งแล้ว ยังมีรถม้าขนส่งสินค้าทั่วไปของเถ้าแก่ตงเพียง 2 คัน ที่วิ่งสลับกันไปกลับเข้าเมืองเยี่ยนโจววันละรอบเท่านั้น
หากแต่เถ้าแก่ตงเ้าของรถม้าขนส่งสินค้ายื่นข้อเสนอให้เหอชุนเทียน ติดไปกับรถม้าด้วยในบางรอบที่มีการขนส่งสินค้าหลายรายการ เพื่อคอยช่วยตรวจนับและจดบัญชีสินค้าขากลับมาด้วยเถ้าแก่ตงจะจ่ายค่าจ้างรวมให้เขามากถึง 40 อีแปะ แม้หักค่าโรงเตี๊ยมชั้นเลวยามต้องพักค้างคืนในตัวเมืองเยี่ยนโจวแล้วเขายังเหลือเงินถึง 35 อีแปะ เหอชุนเทียน จึงรีบตอบรับข้อเสนอในทันทีเงินที่เหลือทุกอีแปะเขามอบให้แก่หลันฮวาผู้เป็ฮูหยินของเขาทั้งหมด
คราวที่ทั้งสามชีวิตเดินทางจากแคว้นหานมาถึงแคว้นเยี่ยนเหอชุนเทียน เกือบต้องสูญเสียหลันฮวาไปตลอดกาล จากเหตุการณ์ที่นางตกเืแท้งบุตรกลางป่าระหว่างทางที่วิ่งหนีตายจากโจรป่า เหอชุนเทียน แม้าเ็สาหัสแต่ยังคงเพียรพยายามอุ้มฮูหยินของเขามาจนถึงโรงหมอหวังจนเขาและนางแน่นิ่งสลบอยู่ตรงหน้าโรงหมอนั้น หลันฮวาเสียเืมากนางต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงหมอหวังนานนับเดือนจำเป็ต้องใช้ยาสมุนไพรหายากและราคาสูงหลายตัวในการประคับประคองรักษาชีวิตนางไว้
ท่านยายของหลันฮวาจึงเอาที่ดินบ้านและที่ทำการเกษตรของลุงหูไปวางไว้กับเถ้าแก่ตงเพื่อนำเงินมาหาซื้อยารักษาชีวิตนาง หนี้สินที่ติดค้างเถ้าแก่ตงทั้งหมดรวมดอกเบี้ย5 ตำลึงเงิน หลันฮวาได้ทยอยจ่ายเงินคืนเถ้าแก่ตงไปตกเดือนละ 50 อีแปะ ส่วนเงินที่เหลือเก็บเพียงเล็กน้อยนางสะสมไว้เตรียมซ่อมแซมบ้านและซื้ออาหารแห้งไว้สำหรับหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นาน
“เ้าบดยาไปใจลอยไปถึงไหนแล้ว ลูกแม่” เสียงหวานของผู้เป็มารดาเอ่ยขึ้นจางเหลียนอู้ ที่เพิ่งตากสมุนไพรเสร็จแล้ว หันมาบรรจงจัดเรียงฝู่หลิง(รากโป่งสน) ที่ตากแห้งพร้อมเก็บเข้าชั้นใกล้ ๆกันกับบุตรสาวที่กำลังตั้งใจบดยาเถาเหริน(เมล็ดท้อ) อย่างขมีขมัน
“ท่านแม่ ข้าสะสมเงินได้เพียงพอไปไถ่ถอนบ้านท่านยายและที่ดินปลูกผักของลุงหูคืนแล้วเ้าคะ”
“ตั้งเกือบ 5 ตำลึงเงินเ้าเก็บสะสมได้ไวถึงเพียงนี้เชียวเหรอ เห็นทีต้องยกความดีความชอบให้ลูกเขยข้าเหอชุนเทียน ที่ขยันทำงานยิ่งนัก ได้ยินว่าตอนไปพักค้างคืนในเมืองหลวงเขาไปรับจ้างกับเถ้าแก่โรงเตี๊ยมด้วยคงทำงานทั้งวันทั้งคืนถึงให้เงินเก็บแก่เ้าได้มากถึงเพียงนี้”
ความรู้สึกของหลันฮวาราวถูกน้ำเย็นจัดราดใส่กลางศีรษะอยากจะร่ำไห้แต่น้ำตากลับคั่งค้างอยู่ในอก ยามที่ท่านแม่เอ่ยชม เหอชุนเทียนมีเพียงแต่นางเท่านั้นที่รู้ว่าเขาไปทำงานอะไรยามค้างคืนในเมืองหลวง และเงินทั้ง 5ตำลึงเงินที่ใช้ไถ่ถอนนั่นหาใช่ของเหอชุนเทียน หากแต่เป็ของผู้มีพระคุณในชุดดำท่านนั้นแต่นางมิอาจบอกมารดาได้ถึงที่มาของเงินที่บังเอิญได้มาขณะที่ติดอยู่ในอารามร้างกับชายแปลกหน้าทั้งคืน
“เ้าเป็อะไรไป ข้าเห็นเ้าสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนักั้แ่พวกเ้ากลับมาจากเยี่ยนโจว”
“ข้าเพียงแค่เหนื่อยจากการเดินทางเ้าคะท่านแม่อย่าได้กังวลไป”
“ไม่กังวลได้อย่างไร แต่ไหนแต่ไรมาพวกเ้าสองคนรักใคร่กันยิ่งนัก ข้าเองไม่รู้หรอก ว่าระหว่างพวกเ้าทะเลาะอะไรกันแต่ ฮวาเอ่อร์ เ้าจงฟังแม่ ไม่มีบุรุษผู้ใดในโลกนี้ที่จะดีและประเสริฐกว่าสามีของเ้าแล้วเขาทำทุกอย่างได้เพื่อเ้า แม้ตายแทนเ้าก็ย่อมได้เช่นนั้นไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นเ้าห้ามปล่อยมือจากเขา”
“เ้าค่ะ ท่านแม่” แพขนตาหลันฮวาหลุบลงก่อนจะลืมตาขึ้นดวงตานิ่งมองความว่างเปล่าจุดหนึ่งในอากาศเบื้องหน้า
ยามเย็นในบ้านยายจางเมิ่ง ท่านยายของหลันฮวาทุกคนพร้อมเพรียงนั่งล้อมโต๊ะกินอาหารค่ำ จานเด่นเป็ปลาสามรสและน้ำแกงหัวปลาที่ท่านลุงหูจับมาได้จากแม่น้ำวันนี้ท่านลุงหูและท่านยายมีความสุขที่สุด เพราะหนี้ของเถ้าแก่ตงได้จ่ายชำระคืนจนหมดแล้วรอยยิ้มและแววตาปลาบปลื้มชื่นชมของท่านยายและท่านลุงหูมองไปที่ เหอชุนเทียนอย่างปิดไม่มิด
“หลานเขยเหอ เ้าลองชิมปลาสามรสนี่ซิเหลียนอู้กับภรรยาของเ้าตั้งใจปรุงให้เ้าสุดฝีมือเลยนะ” ลุงหูคีบเนื้อปลาส่วนที่ดีที่สุดให้แก่เหอชุนเทียนเขารับมา แล้วส่งสายตาสื่อความหมายมายังฮูหยินคนงาม
“รับน้ำแกงหัวปลาร้อนๆ นี่ไปด้วย” ท่านยายเมิ่งบรรจงตักน้ำแกงใส่ถ้วยยื่นให้แก่เหอชุนเทียน
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็ไปอย่างชื่นมื่นครอบครัวเปี่ยมสุขทุกคนรักใคร่กลมเกลียว มีเพียงแต่หลันฮวาที่รู้สึกแตกต่างออกไปนางกลับรู้สึกอึดอัดที่ต้องคอยแสร้งปั้นหน้าประหนึ่งว่าระหว่างพวกเขาสามีภรรยาช่างรักใคร่ปรองดองกันยิ่งนักทั้งที่ภายในใจนางช่างทุกข์ระทม
“ท่านลุงอีกสองเดือนใกล้จะเข้าหน้าหนาวแล้วข้าว่ารีบซ่อมแซมหลังคาและผนังบ้านดีไหมเ้าค่ะ” หลันฮวาเอ่ยขึ้น
“ย่อมดี แต่อาจต้องใช้เงินค่าซ่อมแซมมากถึง50 อีแปะ” ลุงหูตอบอย่างเป็กังวล
“หลานได้กันเงินส่วนนั้นไว้แล้วเ้าค่ะส่วนพวกข้าวสารอาหารแห้งควรตระเตรียมเอาไว้แต่เนิ่น ๆ หากเริ่มเข้าหน้าหนาวข้าวของจะแพงขึ้นเป็เท่าตัว”หลันฮวาที่คิดคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าเอ่ยขึ้น
“เช่นนั้น พวกเ้าสองคนสามีภรรยาเข้าเมืองหลวงไปจัดการซื้อข้าวสารอาหารแห้งและสิ่งของที่ต้องเตรียมไว้สำหรับหน้าหนาวพรุ่งนี้เลยดีหรือไม่” จางเหลียนอู้ เสนอความเห็น
“่นี้เป็เทศกาลซีซี พวกเ้าหนุ่มสาวไปเที่ยวพักผ่อนค้างคืนสักคืนเลยยิ่งดีนางจะได้เปิดหูเปิดตา ดีหรือไม่หลานเขยเหอ” ท่านยายเมิ่งเอ่ย แล้วส่งยิ้มมองมาที่หลันฮวาสลับกับมองเหอชุนเทียน อย่างคาดหวังให้พวกเขาได้มีคืนวันที่สุขสำราญด้วยกัน