
สร้อยทิพย์ขี่มอเตอร์ไซค์มาตอน่สายเพราะเมื่อวานจักรยานจอดทิ้งไว้ที่นี่และวันนี้หญิงสาวตั้งใจจะทำความรู้จักเขาให้มากขึ้น
“มาทำไมนังสร้อยอยู่บ้านไม่ได้หรือไง”
“เบื่อ”
“มาหาหนุ่มเหรอป้าก็บอกว่าเมียเขาเด็กกว่าเอ็ง”
“น้องสาวจ้ะป้า มีอะไรกินมั่งหนูหิวพ่อกับแม่ออกไปแต่เช้ามืดเลยไม่มีอะไรกิน”
“ไปดูสิหากินเองโตจนจะได้ผัวอยู่แล้ว”
สร้อยทิพย์เดินกลับมาหน้าบ้านพร้อมจานข้าวและก็หันไปเจอพลาธิปเดินไปทางลำธารหญิงสาวตักข้าวกินไม่กี่คำก็ขี่มอเตอร์ไซค์ตามเขาไป
“เฮ้ย”เขาเดินหลบเมื่อรถมอเตอร์ไซค์จะเฉี่ยวเข้าให้
“ขอโทษค่ะ รีบไปหน่อยนั่งไปด้วยกันไหมสร้อยขี่เอง”
“ก็ได้”เขายิ้มตอบเมื่อสร้อยทิพย์ยิ้มให้และก็นั่งนิ่งจนถึงลำธารทั้งคู่พูดคุยและก็นั่งมองลำธารสร้อยทิพย์เป็ฝ่ายชวนคุยส่วนพลาธิปได้แต่นั่งฟังบ้างไม่ฟังบ้างแต่คนอย่างสร้อยทิพย์เมื่อรู้ว่าเขาเริ่มไม่สนใจตนก็หาทางให้เขาสนใจจนได้
“ไปเดินเล่นตรงโน้นดีกว่าค่ะพี่ธิปสร้อยจะเล่าเื่ลึกลับให้ฟังว่าที่นี่มีอะไรบ้าง”
“ไปสิ” เขาลุกและเดินตามหลังสร้อยทิพย์ไปเพราะรู้สึกเบื่อที่ต้องนั่งฟังหญิงสาวคุยจ้อไม่หยุด
ในขณะเดียวกันทางด้านของบดินทร์ก็ยังตามหาน้องสาวไม่เจอเขาไปแจ้งความให้เ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือพร้อมให้ข้อมูลเท่าที่มีและตัดสินใจจะไปหาหญิงสาววัยรุ่นที่เขาชนแต่ก็ไม่รู้ว่าจะติดต่อยังไงเพราะไม่ได้ขอเบอร์ติดต่อไว้เลยได้แต่รอให้ทางนั้นติดต่อกลับมาแต่ก็เพิ่งนึกได้ว่าโทรศัพท์มือถือของตนบุญชญาเอาติดตัวไปด้วย
ทางด้านของนางพิรานั่งมองหลานสาวที่นอนหลับก่อนจะไล่ดูเบอร์ติดต่อที่เคยโทรหาคนที่ชนเพลงพิณแต่พอโทรไปก็ติดต่อไม่ได้เพราะโทรศัพท์ของบดินทร์ถูกปิดเครื่องเอาไว้ซึ่งพลาธิปโยนไว้ที่เบาะด้านหลังคนขับนางพิรารู้สึกเป็กังวลเพราะชะล่าใจเกินไปตอนนี้จะติดต่อเขากลับก็ทำไม่ได้เลย
ในขณะที่บดินทร์ก็พยายามสอบถามเื่รถชนคนกับทางเ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีใครมาแจ้งความไว้หรือเปล่าเพราะเขาบริสุทธิ์ใจ้ารับผิดชอบด้วยตัวเองและก็ด้วยความบังเอิญที่นางพิรามาแจ้งความไว้ที่นี่ทำให้เขาได้เบอร์ติดต่อนางพิรา
“สวัสดีครับ ผมชื่อบดินทร์ที่ชนหลานคุณครับพอดีผมมาติดต่อที่สถานีตำรวจเลยได้เบอร์คุณน้า” บดินทร์ใช้โทรศัพท์มือถือของไหมฟ้าในการโทรติดต่อธุระ
“คุณจะมาเยี่ยมหลานฉันหรือยัง”
“ครับผมเสร็จธุระแล้วว่าแต่อยู่ที่ไหนครับ”
“โรงพยาบาลรัฐในตัวจังหวัดนี่ล่ะมาเลยนะคะอยู่ไม่ไกลจากสถานีตำรวจค่ะ ” นางพิราบอกเส้นทางแล้วก็เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ
ไหมฟ้าวิ่งตามคนรักไปติดๆเมื่อถึงโรงพยาบาลและตรงไปยังห้องที่เพลงพิณรักษาตัวอยู่
“ขอบคุณที่มานะคะ” นางพิรายิ้มเพราะตอนแรกก็กลัวเขาจะหนีไปอย่างที่พลาธิปว่าจริงๆ
“ผมมีกล้องหน้ารถอยู่ครับไม่ต้องห่วงถ้าผมผิดก็รับผิดชอบอยู่แล้ว”
“หลานฉันความจำหายไปหมดขาก็หักคุณจะเยียวยายังไงล่ะ” นางพิราถามเขาด้วยความสงสัย
“รับผิดด้วยการจ่ายค่ารักษาจนหายดีและส่งให้เรียนจนจบปริญญาตรีและให้เงินเป็ค่าใช้จ่ายเดือนละห้าพันในระหว่างที่ยังเรียนอยู่แต่ถ้าเจ็บป่วย่นั้นผมก็จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดทำร่างเอกสารเป็หลักฐานก็ได้นะครับแต่ก็ต้องรอน้องก่อน”
“ขอบคุณมากเลยค่ะ”
“ครับ”
เ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำบดินทร์เพิ่มเติมที่โรงพยาบาลซึ่งเขาก็ให้ความร่วมมือและเอาหลักฐานรูปถ่ายจากโทรศัพท์มือให้ตำรวจดูว่าเขาติดงานศพจริงในส่วนของพยานอย่างไหมฟ้าก็ยืนยันว่าทั้งหมดเกิดจากอุบัติเหตุแฟนหนุ่มไม่ได้ขับรถเร็วเกินกำหนดแต่อย่างแต่ทุกอย่างก็ต้องยืนยันอีกครั้งด้วยหลักฐานจากกล้องหน้ารถแต่ปัญหาคือรถไม่รู้อยู่ที่ไหน
“เื่น้องสาวที่หายตัวไปพร้อมรถยนต์คันนั้นผมแจ้งความไว้แล้วครับน้องสาวเอารถไปและหายไปเลยถึงแม้ไม่มีใครเห็นแต่ก็มั่นใจว่าน้องเป็คนขับรถไปเพราะมีคนโทรมาหาก่อนที่เขาจะหายไปพร้อมรถครับ”
“ครับตอนนี้ได้ก็ต้องเร่งหาตัวน้องสาวคุณและถ้าเจอรถก็จะได้ดูกล้องหน้ารถด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ครับผมต้องออกตามหาน้องสาวอีกทางคงรอแค่ทางตำรวจไม่ได้ผมเป็ห่วงน้อง”
“พอทราบไหมใครโทรหาน้องสาวคุณ”
“เขาโทรมาหาผมแต่น้องสาวรับซึ่งผมไม่ได้คุยกับเขาแต่ได้ยินแค่น้องสาวบอกว่าเื่รถชนว่าแต่คุณได้โทรหาผมไหมล่ะ” เขาพูดพลางหันมาถามนางพิรา
“ไม่ได้โทรค่ะแต่พี่ชายเพลงพิณโทรตอนนี้ก็หายไปเช่นกัน”
“งั้นขอข้อมูลทั้งหมดเลยครับ”เ้าหน้าที่ตำรวจบันทึกข้อมูลจากคำบอกเล่าของนางพิราและบดินทร์เพื่อเป็หลักฐานและหาทางตามหาบุญชญา
นางพิราเอามือทาบอกเพราะเกรงว่าการหายตัวไปของน้องสาวบดินทร์หลานชายจะเกี่ยวข้องจริงๆเลยตัดสินใจโทรไปถามเพื่อความแน่ใจ
“มีอะไรครับน้า”
“ตาธิปผู้ชายคนนั้นเขามารับผิดชอบยัยเพลงแล้วนะแต่เขากำลังออกตามหาน้องสาวอยู่หายไปพร้อมรถตำรวจ้าดูกล้องหน้ารถว่าเกิดอะไรขึ้นลูกเกี่ยวข้องหรือเปล่า” นางพิราถามด้วยความเป็กังวล
“อะไรนะน้า คนขับเป็ผู้ชายและอยู่ที่นั่นกับน้าเหรอ”
“ใช่ก็นามบัตรก็เป็ชื่อเขาอยู่แล้วนี่”พลาธิปฟังแล้วก็ใและคุยอยู่ไม่กี่นาทีก็รีบให้สร้อยทิพย์พากลับไปที่พักเพื่อหานามบัตรที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุมของเขา
ทางด้านของบุญชญาก็รอไม่ไหวเพราะไม่รู้ว่าตนจะต้องเจอกับอะไรบ้างเลยงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาด้วยการเตะผนังห้องนอนปาข้าวของเสียงดังและส่งเสียงร้องเผื่อว่าจะมีใครได้ยินและมาหาที่บ้านพัก
“ไม่นะ! ช่วยด้วย ช่วยด้วย!”เสียงร้องดังนานหลายนาทีลุงกวีที่สงสัยเป็ทุนเดิมอยู่แล้วตัดสินใจเดินมาที่หน้าประตูะโถามด้วยความสงสัย
“หนูมีอะไรหรือเปล่าบอกลุงได้นะลุงเป็เ้าของที่นี่”
“หนูไม่ได้เป็อะไรกับเขาช่วยหนูออกไปด้วยค่ะหนู้าเจอครอบครัว”
“จริงเหรอหนู ลุงก็ว่าแปลกๆ” ลุงกวีรีบหาลูกกุญแจสำรองมาไขแล้วก็หันซ้ายขวามองต้นทางส่วนบุญชญามองกุญแจรถที่พลาธิปลืมหยิบไปด้วยรีบคว้าแล้ววิ่งไปที่รถเขาแม้จะปวดข้อเท้าก็ตามแต่หากช้าคงไม่อาจหนีไปได้เวลานี้น่าจะเหมาะที่สุด
“หนูไปนะลุงขอบคุณมากค่ะ”
“หนูขับเป็เหรอ”
“คิดว่าได้ค่ะ” ร่างเพรียวหันมายิ้มด้วยความดีใจเพราะคิดว่ายังไงก็หนีเขาได้อยู่แล้ว
ทางด้านของพลาธิปมาถึงบ้านพักก็ใเมื่อประตูเปิดอ้าไว้และก็ตรงไปที่เสื้อคลุมที่เก็บนามบัตรไว้เพื่อดูให้แน่ชัดว่าเ้าของนามบัตรชื่ออะไรกันแน่
“ไม่ใช่เธอจริงๆด้วย เป็ผู้ชายชื่อบดินทร์”
ลุงกวีเห็นท่าทีของพลาธิปก็รีบหลบไปก่อนส่วนสร้อยทิพย์ก็ยังคงงงว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ไม่ทันไรพลาธิปก็ขอยืมรถมอเตอร์ไซค์ของหญิงสาวเพื่อขับตามรถยนต์ของเขาไป
“เดี๋ยวเอามาคืน”
“ขี่ดีๆนะทางไม่ค่อยดี”สร้อยทิพย์ก็อดเป็ห่วงไม่ได้เพราะฝนฟ้าจู่ๆก็ตั้งเค้ามาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
“นังสร้อยเขาไม่ได้เป็ผัวเมียหรือพี่น้องกันนะเด็กคนนั้นขอร้องให้ลุงช่วย”
“จริงเหรอลุงเอาไงดีพี่ธิปลักพาตัวเขามาหรือไง”
“แจ้งตำรวจไหมวะ”
“แต่ว่าเราไม่รู้อะไรเลยนะหรือเขาโกรธอะไรกันหรือเปล่าลุง”
“ลุงไม่รู้แต่ก็ช่วยเขาไปแล้วเอางี้ถ้ามีอะไรผิดปกติค่อยแจ้งตำรวจลุงมีข้อมูลเขาอยู่บ้านตอนจองบ้านพัก”
“จ้ะลุง”สร้อยทิพย์ชักใจคอไม่ดีหากเขาไม่ใช่คนดีตนก็คงเสียใจมากที่ไปหลงชอบเขาเข้าอย่างจัง
พลาธิปบิดมอเตอร์ไซค์จนทันรถยนต์ที่บุญชญาขับหนีไปเขาพยายามะโสุดเสียงเพื่อให้เด็กสาวหยุดรถเพราะเขา้าจะบอกความจริงที่เขาเพิ่งรู้
“หยุด! เธอไม่ชำนาญทางหยุดเดี๋ยวนี้!” เขาะโโดยที่ไม่รู้ว่าบุญชญาจะได้ยินไหมแต่คนด้านในรถที่กำลังเหยียบคันเร่งเริ่มเห็นแล้วว่าเขาตามมาติดๆ