ตอนที่ 3 ลูกเซียนมาเกิด
ณ เมืองซากิ หัวเมืองใหญ่ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลผลิตทางการเกษตรและความมั่งคั่ง พ่อค้ามากมายต่างหลั่งไหลเข้ามาเพื่อทำการค้าในเมือง ผู้คนต่างอยู่กันอย่างสงบเรื่อยมา จนกระทั่งไม่นานมานี้มีนักบวชเดินทางผ่านมาพร้อมกับทำนายเอาไว้ว่าจะมีลูกเซียนมาเกิดภายใน 3 เดือน เป็เด็กที่มีบุญาธิการ จะส่งเสริมให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง มีคำพูดศักดิ์สิทธิ์ ชี้นกเป็นกชี้ไม้เป็ไม้
ตอนนี้สตรีท้องแก่ที่พอจะมีกำหนดคลอดภายใน 3 เดือนก็มีมากถึง 1,300 คน มีทั้งเศรษฐีไปจนถึงขอทาน ข่าวนี้จึงเป็ที่เล่าลือกันออกไปในวงกว้าง พ่อค้าที่ร่ำรวยบางคนถึงกับยอมประกาศรับซื้อเด็กที่เป็ลูกเซียนในราคาสูงถึง 500,000 เรียว ซึ่งราคานี้สามารถซื้อคฤหาสน์หรูได้มากกว่า 12 หลังเลยทีเดียว นับจากที่การทำนายของนักบวชผู้นั้นได้ถูกเล่าลือเวลาก็ผ่านมาแล้วกว่า 2 เดือน เด็กที่เกิดมาในระหว่างนั้นต่างก็เป็เด็กทารกธรรมดา ไม่ได้มีลักษณะการเป็ลูกเซียนดังที่ว่ามาเลย สตรีท้องแก่ในเมืองบัดนี้เหลือเพียง 250 คนแล้ว ชาวบ้านหัวใสบางคนถึงกับเปิดรับให้พนันว่าลูกเซียนจะไปเกิดที่บ้านใครกันอย่างครื้นเครง ยิ่งทำให้การค้าขายในเมืองสะพัดมากขึ้นด้วยผู้คนที่เดินทางมารอดูลูกเซียน
"ดูสิ ขนาดยังไม่เกิดมาก็ส่งเสริมบ้านเมืองถึงเพียงนี้ ข้าล่ะอยากให้มาเกิดเป็ลูกบ้านข้าเสียจริงๆ" พ่อค้าผ้าเอ่ย
"ลูกเ้าคลอดไปเมื่อเดือนก่อนแล้วนี่ หมดสิทธิ์แล้วล่ะ มาเป็ลูกบ้านข้าดีกว่า!" ช่างตัดเสื้อร้านข้างๆ ะโข่มทับ ตอนนี้ภรรยาของเขาท้องแก่ใกล้คลอดเต็มทีแล้ว
"ท่านเซียนคงไม่อยากไปเป็บุตรคนขี้โกงอย่างเ้าหรอก ฮ่าๆๆๆๆๆ!" พ่อค้าราเม็งที่เข็นรถผ่านมาพอดีได้ยินเข้าจึงรีบสวนช่างตัดเสื้อเข้าให้
บรรยากาศในเมืองจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแสนสุขสันต์
"การมาเกิดของเด็กคนหนึ่งมีอิทธิพลต่อคนมากมายถึงเพียงนี้เชียว...." เสียงใสของสตรีดังขึ้นที่ตรอกเล็กๆ ของตลาด นางแอบดูสถานการณ์ในเมืองมาพักใหญ่แล้ว นางผู้นี้ก็คือ "นาโอะ" นินจารับจ้างฝึกหัดวัย 11 ปี ด้วยรูปร่างเพรียวลมจึงทำในนาโอะซ่อนตัวในตรอกได้อย่างไม่เป็ที่น่าสงสัย นาโอะเดินทางมายังมาเมืองซากิเมื่อ 3 วันก่อนด้วยภารกิจลักพาตัวลูกเซียนตามคำสั่งของอาจารย์ หากทำไม่สำเร็จนางจะต้องกลับไปเรียนการเป็นินจาต่ออีก 5 ปีแล้วค่อยรอสอบในรอบถัดไป คนี้เีเรียนเช่นนางจึงไม่อาจทำภารกิจนี้พลาดอย่างเด็ดขาด ให้กลับไปเรียนอีก 5 ปีหรือ? หึ! ฝันไปเถิด!
"จะเกิดเป็ลูกใครก็ไปเกิดเถิด ข้าคนนี้จะขอรับไว้เอง" นางพึมพำ
หลังจากนั้นสตรีมีครรภ์ในเมืองก็ค่อยๆ พากันทะยอยคลอดบุตรกันไปวันละ 3 - 4 คน นาโอะต้องวิ่งวุ่นไปสืบข่าวตามหาบ้านที่คลอดลูกอยู่ทุกวัน วันไหนหนักหน่อยก็ต้องไปตามหาถึง 15 บ้านในวันเดียว แผนของนางไม่มีอะไรซับซ้อนเพราะขาดประสบการณ์ เพียงแค่รู้ตำแหน่งบ้านแล้วก็จะแอบไปขโมยในตอนกลางคืนก็เท่านั้น เงื่อนไขในการสอบผ่านเป็นินจารับจ้างแบบเต็มตัวของนางก็คือต้องขโมยลูกเซียนให้ได้หลังจากที่เด็กน้อยเกิดแล้วภายใน 2 เดือน หากนางไม่กลับไปในเวลากำหนดก็เตรียมตัวเรียนซ้ำอีก 5 ปีหรือถ้าอาจารย์อารมณ์เสียก็คงจะต้องโดนไล่ออกอย่างโต้แย้งไม่ได้
อีก 5 วันก็จะครบ 3 เดือนตามกำหนดคำทำนายแล้ว สตรีมีครรภ์เหลือกันอยู่ 20 คน การพนันขันต่อจึงเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ นาโอะที่ต้องคอยไปตามหาบ้านที่มีเด็กเกิดใหม่เองก็เหนื่อยล้าจนกลายเป็คนเกลียดเสียงเด็กร้องไปเสียแล้ว ใบหน้าที่เคยจิ้มลิ้มบัดนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าเกิดกว่าที่เด็กสาววัย 13 จะสามารถมีได้ นางมักจะแอบปลอมตัวไปเป็กำแพง สาวใช้ หรือแม้กระทั่งเป็สุนัขก็เคยมาแล้ว
ในคืนนั้นเอง เวลาประมาณยามค่ำ พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นกลางท้องนภา อาจเพราะเป็ฤดูใบไม้ผลิ อากาศจึงหนาวเย็นจนผู้คนต้องพากันห่มผ้าผืนหนา แต่ไม่ใช่กับ "คุณนายมิยะ" ภรรยาของเศรษฐีตระกูลซาคาอิ นางกำลังขดตัวขยับตัวเบาๆ ด้วยความเ็ป เหงื่อหลายเม็ดผุดขึ้นบนกรอบหน้าและตามข้อพับ ที่สำคัญนางกำลังท้อง! แต่ที่น่าแปลกคือนางเพิ่งจะท้องได้ 7 เดือนเท่านั้น อีกตั้ง 2 เดือนก่อนจะถึงกำหนดคลอด ทำไมวันนี้จึงได้เ็ปนัก
"ทะ...ท่านพี่.... ข้าปวดท้อง..." นางขย้ำมือหยิกไหล่สามีที่นอนอยู่ข้างๆ ตัวสามีเองเมื่อถูกปลุกกลางดึกก็ยังสลึมสลือ แต่พอได้สติจากสีหน้าเ็ปของภรรยาจึงรีบะโเรียกหาคนใช้ทันที "พ่อบ้าน! พ่อบ้าน! ตามหมอมาให้เมียข้า!" เขารีบวิ่งออกไปด้วยชุดนอนที่ยับย่นต่างจากท่าทางสุขุมของเขา ผู้เป็สามีคือผู้นำตระกูลซาคาอิคนปัจจุบัน "ซาโตมุ" เขากับภรรยาแต่งงานกันมา 15 ปีแล้ว ทั้ง 2 เป็พ่อค้าเกลือที่ร่ำรวย เด็กคนนี้จะเป็ลูกคนแรกของพวกเขา เขาจึงไม่อาจเสียลูกน้อยที่เฝ้ารอมาตลอด 15 ปีนี้ไปได้
"มาแล้วขอรับนายท่าน! แม่หมอเชิญเข้าไปด้านใน" ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจแม่หมอผู้ชำนาญการทำคลอดก็มาถึง นางเป็หญิงชราอายุราว 80 มือคู่นี้ของนางทำคลอดมาแล้วไม่ต่ำกว่าหมื่นครั้ง จึงไม่ต้องกังวลเื่ประสบการณ์เลย
"คุณนาย ขอข้าจับท้องท่านหน่อย" แม่หมอยอบตัวลงนั่งข้างๆ คุณนายที่งอตัวเป็กุ้ง เมื่อเหี่ยวแต่แข็งแรงพลิกร่างอุ้ยอ้ายให้กลับมานอนหงาย ท่ามกลางเสียงโอดครวญอย่างเ็ป มือของแม่หมอคลำท้อง 3 - 4 จุดแล้วจึงเลื่อนไปถ่างขาคุณนายดูจุดกำเนิด ก่อนจะเบิกตาโพลงด้วยความใ
"เตรียมเครื่องมือทำคลอดเดี๋ยวนี้ คุณนายจะคลอดแล้ว!" นางหันไปบอกพ่อบ้านที่ทำท่าลนลาน
"กระไรนะ!? เมียข้าเพิ่งท้องได้ 7 เดือนเองจะคลอดได้อย่างไร!" ซาโตมุโวยวายเสียงดัง
"จะคลอดตอนนี้ หรือปล่อยให้ตายทั้งแม่ทั้งลูกท่านก็เลือกเอา" หญิงชราเสียงแข็ง นางไม่เคยไว้หน้าใครที่ไหนอยู่แล้ว
"........." นอกจากเสียงหายใจและเสียงร้องอย่างเ็ปของคนจะคลอดก็ไม่มีเสียงใดลอดออกมาอีก
หญิงชราและเ้าของบ้านจ้องตากันราวกับจะกินเืกินเนื้ออยู่สักพัก
"พ่อบ้าน เตรียมเครื่องคลอด!"
"ขอรับ!" สิ้นเสียงสั่งพ่อบ้านรีบวิ่งไปสั่งสาวใช้ทันที
"หากเมียกับลูกข้าเป็อะไรเ้าคอขาดแน่" ซาโตมุกัดฟันพูด
"ไม่ต้องรอให้ใครมาสั่งอีกไม่กี่ปีข้าก็แก่ตายแล้วล่ะน่า" ปากพูดไปมือก็คอยจัดแจงท่าคลอดไปด้วยอย่างชำนาญ
"มาแล้วขอรับนายท่าน" เหล่าสาวใช้ 5 คนเข้ามาในห้องพร้อมกับอ่างน้ำร้อนและผ้าสะอาดมากมาย
"เอามาวางข้างข้า คุณนาย ท่านต้องคลอดแล้ว ไม่เช่นนั้นลูกท่านจะตายในท้องไปพร้อมท่าน ได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่?" หญิงชราพูดเสียงดังแข่งกับเสียงกัดฟันของคนเจ็บ มิยะพยักหน้าพร้อมกับริมฝีปากซีดเขียวที่โดนกัดแน่นจนช้ำเื
"เบ่ง!"
"อ๊า-----------------" มิยะออกแรงเบ่งจิกมือบนฟูกแน่นจนแทบขาดคามือ
"ท่านอย่าเกร็ง หายใจให้ลึก" หญิงชราปลอบ
"ข้าเจ็บ........." เหงือผุดเต็มหน้าผาก เส้นผมเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ
"นี่ลูกที่ท่านคอยมา 15 ปีมิใช่หรือ? อดทนหน่อย อีก.... เบ่งอีก... อีก..."
"อ๊า------------------------------" เสียงปลอบกับเสียงร้องดังสลับกันเช่นนั้นไปอีกหลายครั้ง
ทายาทบ้านซาคาอิให้กำเนิดแล้ว!
แต่น่าแปลกนัก....
ทันทีที่เด็กคลอดออกมาเขาร้องไห้เบามากต่างจากทารกทั่วไปจนคนที่อยู่ห้องข้างๆ ก็คงจะไม่ได้ยิน ขนาดตัวก็เล็กมากอาจจะเป็เพราะคลอดก่อนกำหนด แต่สิ่งที่น่าแปลกที่สุดกลับเป็กำไลข้อเท้าที่ติดมากับเขา เด็กเพิ่งคลอดออกจากท้องมารดาจะมีกำไลข้อเท้าติดมาได้อย่างไร!
"มะ...ไม่จริง..." ยายเฒ่าอุ้มเด็กมือสั่น
"เป็อะไรไปยายเฒ่า ลูกข้าเป็อย่างไร?" ซาโตมุถามหน้าตื่นเมื่อเห็นหน้าตาที่เคยเ็าของหญิงชราถอดสี
"ละ...ลูกเซียน... ไม่ผิดแน่ เด็กคนนี้เป็ลูกเซียนมาเกิด!" หญิงชรายื่นขาน้อยๆ ที่มีกำไลทองสวมอยู่ให้พ่อของเด็กดู
นอกจากเสียงร้องเบาๆ ของเด็กน้อยแล้ว ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาอีกเลย