ในยามราตรีดึกสงัดผ้าห่มที่ธาวินทร์ห่มอยู่ค่อยๆเลื่อนลงมาที่ปลายเท้า จนหนุ่มหน้าตี๋รู้สึกตัวตื่นขึ้น แต่ด้วยความเข้าใจว่าคงเพราะเขาใช้เท้าถีบมันออกจึงหลับต่อ
“คลิๆ” เสียงหัวเราะสดใสเหมือนเด็กลอยแว่วมา ทิ้งเวลาไม่นานยังไม่ทันหลับสนิท ผ้าห่มปลายเท้าก็ถูกเปิดลอยขึ้น จนััได้ถึงความเย็นของเครื่องปรับอาหาร หนุ่มหน้าตี๋จึงต้องชักเท้าขึ้น งัวเงียลุกนั่งมือขยี้หัวอย่างหงุดหงิด
รอบห้องมีแสงจันทร์ส่องสว่างทำให้มองเห็นทุกอย่างได้เลือนลาง ที่หางตาเหมือนเห็นเงาเล็กเดินผ่านไป พอหันไปมองก็พบเพียงความว่างเปล่า ถ้าให้มองโลกในแง่ดีมันคงเป็ลมพัดม่านจนทำให้เกิดเงา ธาวินทร์ปลอบใจตัวเอง แล้วข่มตาหลับลง
“หื่อๆๆอย่าๆ ป้าใจร้าย” ธาวินทร์ที่ยังไม่หลับสนิท ได้ยินเสียงร้องให้ของเด็กเริ่มชัดเจนขึ้น
“ดึกขนาดนี้ป้าหลานที่ไหนมาทะเลาะกันอยู่ได้ จะได้นอนไหมคืนนี้” ทันทีที่ลืมตาขึ้นก็ต้องดีดตัวลุกนั่งอย่างกับติดสปริง จนตัวลีบเล็กแทบจะหายไปในหัวเตียง เพราะที่ปลายเตียง
“คุณพิมพ์” ธาวินทร์เรียกชื่อหญิงสาวผมยาวเลยเอวดำขลับ แต่นางรำหาได้สนใจต่อเสียงเรียกไม่ ในมือมีโซ่ตวัดไปพันตัวเด็กหัวจุกที่ไม่สวมเสื้อมีสังวาลประดับสองเส้นส่วนด้านล่างสวมโจงกระเบนสีแดงประกายทอง สวมกำไรข้อเท้าทั้งสองข้าง
“ป้าอย่าทำ เจ็บแล้วๆ” เด็กน้อยหัวจุกร้องให้เหมือนเ็ป พยายามแกะโซ่ออก แต่ยิ่งแกะก็เหมือนจะยิ่งแน่นขึ้น
“ออกไปจากที่นี่ประเดี๋ยวนี้”
“ไม่ไปก็พี่เขาบอกว่าหนูน่ารัก ชวนหนูมาอยู่ด้วย ให้หนูเข้าบ้านแล้ว หนูไม่ไป” พูดจบก็ร้องให้งอแง แว๊บแรกธาวินทร์มองภาพนั้นอย่างหวาดกลัว สักพักก็แปลเปลี่ยนเป็ความสงสาร เหมือนจะรับรู้ความรู้สึกได้โดยไม่ต้องบอก คุณพิมพ์หันหน้ามามองธาวินทร์ ธาวินทร์สะดุ้งเฮือก
“อะเอ่อคะคุณพิมพ์ ขอเรียกคุณพิมพ์เฉยๆนะครับ”
“เ้าจะให้มันอยู่ด้วยรึ” คุณพิมพ์ไม่ได้พูดแต่เสียงที่เปล่งออกมาชัดเจน
“ขออยู่ด้วยนะ จันทร์จะดูแลคุณอย่างดี ไม่ดื้อ ไม่ซนไม่แกล้งอย่างตะกี้ด้วย จันทร์ไม่อยากไปอยู่วัด ให้จันทร์อยู่ด้วยนะคุณนะๆ”
“ชื่อจันทร์หรอ” ธาวินทร์มีแก่ใจถาม
“ใช่ชื่อจันทร์เ้า”
“ถ้าจะอยู่ด้วยกันก็ต้องอยู่กันดีๆนะ ถ้าอยู่ไม่ดีจะให้คุณพิมพ์จัดการ” เด็กน้อยยกมือป้อมๆขึ้นไหว้หลายครั้ง
“เ้าข้า ขอบคุณเ้าข้า”
เมื่อธาวินทร์บอกเช่นนั้น โซ่ที่ล่ามคุณจันทร์ไว้ก็เลือนหายไปพร้อมกับร่างของคุณพิมพ์พิลาศ ด้วยความดีใจเนื้อเต้นที่มีที่อยู่แล้ว คุณจันทร์ะโพุ่งใส่ธาวินทร์นั่งตักเ้านายคนใหม่ สองแขนเล็กวาดคล้องคอกอดไว้แน่น
“ขอบคุณนะขอรับ” ธาวินทร์ไม่ได้กลัวเด็กหัวจุกตัวอ้วนคนนี้ ตรงข้ามกลับรู้สึกเอ็นดูผิดปกติ
หรือพวกเขาเคยมีชะตาร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน ความบังเอิญไม่มีในโลกอย่างที่ใครเขาว่ากัน
ธาวินทร์กอดตอบคุณจันทร์ ก่อนสะดุ้งตื่น
“อ้าวฝัน ฝันอีกแล้วไอ้วิน แต่ทำไมเหมือนจริงจังว่ะ” ท่าที่ตื่นคือท่าเดี่ยวกับที่กอดคุณจันทร์
เช้านี้ธาวินทร์ลงไปใส่บาตรกับแม่อย่างเคย เื่ราวถูกถ่ายทอดให้ผู้เป็แม่ได้ฟัง
“ลูกเห็นคุณพิมพ์พิลาศแล้วหรอ”
“แม่ก็เคยเห็นหรอครับ มิน่าคราวก่อนที่หลวงพ่อบอกว่าให้ระลึกถึงเขาด้วย ดูแม่ไม่แปลกใจเลย”
“ก็มีฝันเห็นบ้าง พ่อเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนตอนสร้างบ้าน พ่อได้รับไม้ท่อนหนึ่งมาเป็ไม้ตะเคียน จึงใช้ทำเสาเอกของบ้าน บางคืนคุณพิมพ์ก็ร้องเพลงกล่อมนอน มีหลายครั้งที่คุณพิมพ์ช่วยวินให้รอดพ้นจากอันตราย คุณพิมพ์เธอเป็คนใจดี วินกลัวหรือเปล่าลูก”
“ตอนแรกก็กลัวครับแม่ แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนคุณพิมพ์เป็ญาติผู้ใหญ่ไปแล้วเพราะเื่เมื่อคืน” ธาวินทร์เล่าเื่จันทร์เ้าให้ผู้เป็แม่ฟัง
“ถ้าวินอนุญาติให้จันทร์เ้าอยู่ ก็ต้องดูแลเขาด้วยนะลูก เพราะเขาคือกุมาร เขาอยู่ในร่างเด็กถ้าเจอคราวหน้าวินก็อย่าลืมถามเขาด้วยว่าอยากได้อะไรนะ”
“ครับแม่”
วันนี้เป็วันหยุดธาวินทร์ไม่ได้ไปไหน ในห้องนอนจึงอ่านหนังสือก่อนคล้อยหลับไป
“รถไฟ” เสียงแว่วใสลอยมาในภวังค์ หากมีตาทิพย์จะเห็นว่าเ้าเด็กอ้วนนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงข้างธาวินทร์ที่กำลังหลับสนิท ใช้นิ้วป้อมจิ้มแก้มนุ่มของธาวินทร์ส่วนมือป้อมอีกข้างท้าวคางตัวเอง ก้มลงมามองหน้า
“อยากได้รถไฟ”
“อื้ออย่ากวนได้ไหมเดี๋ยวซื้อให้” สิ้นคำพูดการก่อกวนก็หายไป ธาวินทร์ที่นอนได้สักพัก
ดวงดาราก็ขึ้นมาเรียกเมื่อได้เวลาทานอาหารเย็น ก่อนขอตัวออกไปข้างนอกเพื่อตามหาสิ่งที่จันทร์เ้าอยากได้ รถไฟขนาดเท่าฝ่ามือสีเหลืองสวย ธาวินทร์นำมันมาวางข้างหัวเตียง
“นี่คุณจันทร์เอามาให้แล้วๆก็ห้ามก่อกวนเวลานอนอีก ไม่งั้นจะไม่ให้อยู่ด้วยแล้ว”
มีเพียงอากาศเท่านั้นที่ธาวินทร์พูดด้วย
เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ ธาวินทร์ไม่ปรากฏเห็นเงาแว๊บๆของจันทร์เ้าอีกเลย จนกระทั่งในฝันคืนหนึ่ง
“อ้าวคุณจันทร์หายไปไหนมา ไม่เห็นตั้งหลายวัน”
“คุณวิน จันทร์ขี่รถไฟไปเที่ยวมาขอรับ”
“อะเมซิ่งขี่รถไฟไปเที่ยว นี่ถ้ารู้ว่าคุณจันทร์จะไปเที่ยวคงจะซื้อสปอร์ตหรือแลมโบให้หรอก ถ้าสาวเห็นสาวต้องกรี๊ดแน่นอน”
ในฝันธาวินทร์หัวเราะเล่นกับจันทร์เ้าสนุกสนาน เสียงใสดังจนได้ยินมาถึงต้นลั่นทม ที่คุณพิมพ์นั่งอยู่ พลอยมีรอยยิ้มปรากฏขึ้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปยังห้องธาวินทร์
...............................................................................
เื่นี้คือเื่จริงที่ครั้งหนึ่งผู้เขียนได้ฟังจากเพื่อน
จึงอยากถ่ายทอดให้ Reader ได้ฟังเพื่อความบันเทิง
สนุกหรือไม่ คอมเม้นเป็กำลังใจให้หน่อยนะ
เลิฟ-เลิฟ