ไฉ่หงนั้นล่องลอยไปจนพบกับบรรยากาศรอบๆ ที่ส่องสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ นางยังอยากอยู่ในความมืดมิดที่มีแต่ดวงดาวระยิบระยับเช่นเดิมอยู่เลย เหตุใดท้องฟ้ากลับเปลี่ยนไป ทั้งยังรู้สึกอุ่นร้อนขึ้นจากที่หนาวเย็นก่อนหน้านี้ แม้จะแปลกใจแต่ก็รู้สึกสบายตัวมากขึ้น ไม่ทรมานเหมือนกับก่อนที่จะดับวูบไป หรือว่านางจะได้ขึ้น์ชั้นฟ้าแล้ว!
ในใจนางได้แต่คิดว่าตนเองนั้นคงหมดลมหายใจที่หลุมลึกนั้นแล้ว ตอนนี้คงได้แต่วนเวียนหาทางไปสู่ภพภูมิอื่น โดยไม่รู้ตัวเลยว่าร่างกายตนเองถูกใครทำอะไรบ้างแล้ว
“ครบ 3 วันแล้วนะตาเฒ่า มาช่วยข้าแบกนางขึ้นล้อลากที ข้าจะเอานางไปทิ้งไว้ที่เดิมเอง!”
ขณะที่คนทั้งคู่กำลังพยายามยกตัวของไฉ่หงขึ้นกลับได้ยินเสียงบางอย่างจนต้องหยุดชะงัก
“ช่วย…ด้วย”
ไฉ่หงลืมตาขึ้นมาหลังจากมีแสงสว่างประหลาดส่องวูบใส่ตัวนางขึ้นอย่างกะทันหันจนแสบตา เมื่อนางลืมตาขึ้นกลับเห็นชายหญิงชรา 2 คนกำลังพยายามจะยกตัวนางอยู่ สงสัยพวกเขาคงมาช่วยนางออกไปจากหลุมลึกนี้กระมัง...
นางเอ่ยบอกให้พวกเขาช่วยเหลือนางจากความทรงจำสุดท้ายของตนที่คิดว่าตนเองยังนอนอยู่ในหลุมลึกนั้น
คนทั้งคู่หยุดมือแล้วค่อยๆ หันมองหน้าซีดเซียวของสตรีตรงหน้าที่พวกเขากำลังช่วยกันพยุงตัวนางขึ้น ก่อนจะค่อยๆ วางนางลงที่เดิมในกระท่อมของพวกเขา
“เ้ายังไม่ตายรึ!?”
สตรีสูงอายุเอามือแตะที่หน้าผากของไฉ่หงเบาๆ อย่าง้ารู้ว่าตัวนางร้อนหรือเย็นพลางถามนางออกไปอย่างใ หญิงชราคิดว่าสตรีตรงหน้านี้คงเกินเยียวยาแล้ว แต่อยู่ดีๆ นางกลับฟื้นตื่นขึ้น
ไฉ่หงคอแห้งผาก นางได้แต่พยักหน้ายืนยันว่านางยังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้นางรู้สึกกระหายน้ำมาก นางไม่รู้เลยว่าผู้เฒ่าทั้งสองคนนี้คือใคร พวกเขากำลังจะพานางไปที่ใด เมื่อมองดูดีๆ เหมือนกับว่านางอยู่ในที่พักของพวกเขาแล้ว หรือว่าพวกเขาจะพานางไปหาหมอกันแน่นะ อาการของนางคงจะแย่มากจริงๆ แม้แต่แรงจะเอ่ยปากแต่ละคำยังยากเย็น
“ข้า...หิว...น้ำ”
หญิงชรารีบไปเทน้ำชาใส่จอกเล็กๆ มาให้นางทันที ด้วยรู้สึกดีใจที่พานางกลับมาดูแลแล้วไม่เสียเปล่า
“อ่ะ! นี่ๆ เ้าดื่มซะ ดีขึ้นบ้างแล้วใช่ไหม?”
ไฉ่หงจิบน้ำชาช้าๆ พลางมองดูหญิงชายวัยชราคู่นี้ไปมาอย่างสงสัย พวกเขาเป็ใครกัน เหตุใดจึงพานางมาที่นี่ ทั้งที่ไม่รู้จักกันสักนิด แม้จะสงสัยแต่ก็ยังไร้เรี่ยวแรง คอของนางนางตอนนี้รับรู้ได้ว่ามันเจ็บแสบแห้งผาก แม้จะได้น้ำชาเข้าไปช่วยให้ดีขึ้นชั่วคราวแล้วแต่ก็ไม่ได้ทำให้อาการที่มีจางหายไปมากนัก
“เ้าฟื้นก็ดีแล้ว พักผ่อนก่อนเถิด มีอะไรค่อยคุยกัน ข้าจะไปต้มโจ๊กให้เ้านะ จะได้กินยา”
ชายชราเห็นท่าทางของสตรีวัยแรกแย้มผู้นี้เหมือนอยากจะพูดแต่อ้ำอึ้ง เขาจึงคิดว่าทำดีกับนางสักหน่อยนางคงจะกล้าพูดคุยมากขึ้นก็เป็ได้
ไฉ่หงได้ยินเช่นนั้นได้แต่พยักหน้าตอบรับ นางไม่รู้จะเอ่ยคำใด ด้วยยังไม่รู้ว่าเื่ราวเป็มาเช่นไร นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วพวกเขามาช่วยนางอย่างไรกัน หลุมนั่นลึกมาก ทั้งยังห่างไกลผู้คน พวกเขาไปทำอะไรในที่แบบนั้นกัน! ยิ่งคิดไฉ่หงก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ แต่ร่างกายนางตอนนี้อ่อนแอนัก ยิ่งคิดกลับยิ่งปวดหัว อีกทั้งยังอ่อนเพลียอยู่มาก คงต้องพักผ่อนเช่นท่านผู้เฒ่าตรงหน้าบอกก่อนกระมัง
แต่เมื่อหันมามองยังที่ๆ ตนเองกำลังนั่งกึ่งนอนอยู่กลับเห็นเพียงกองฟางหนาๆ ไร้ฟูกนอนหรือผ้าห่มใดๆ นี่นางนอนบนกองฟางอย่างนั้นหรือ? ในใจเกิดความสงสัยจึงกวาดสายตามองไปรอบๆ กระท่อมกลับเห็นมีเพียงห้องที่มีประตูกั้นเล็กๆ อีกห้องเท่านั้น ทั้งสองคนนี้คงจะยากจนมากกระมัง แต่ก็ยังมีน้ำใจช่วยเหลือนาง ช่างใจดียิ่งนัก แม้แต่ตัวเองยังเอาตัวไม่รอดกลับช่วยคนใกล้ตายเช่นนางมาด้วย
ไฉ่หงค่อยๆ เอนตัวลงนอนช้าๆ นางไม่อยากเื่มาก ขอเพียงแค่ตอนนี้นางยังมีลมหายใจอยู่ก็เพียงพอแล้ว ท่านพ่อท่านแม่ยอมตายเพื่อนางและท่านคงคิดว่าคุ้มค่าแล้ว ตัวนางเองก็ต้องพยายามมีชีวิตต่อไปให้ได้ ก่อนหน้านี้นางคิดว่าตนเองนั้นคงตายไปแล้ว ทั้งยอมตายดีกว่าจะทนใช้ชีวิตอยู่ในหอนางโลมแห่งนั้น กว่านางจะกล้าทำร้ายตนเองเช่นนั้นก็คิดอยู่นานจึงยอมเอาชีวิตเข้าแลก บิดามารดาของนางก็คิดเห็นไม่ต่างกันกับนางเมื่อเห็นว่าเป็หนทางสุดท้ายแล้วที่น่าจะดีที่สุดในยามนั้น ในเมื่อนางยังมีโอกาสอยู่รอด นางจะไม่ปล่อยมันไปง่ายๆ แล้ว ตอนนี้นางรักชีวิตของนางมากกว่าสิ่งใด เพราะชีวิตของนางแลกมาด้วยชีวิตของบิดามารดา
ตอนนี้นางปลอดภัยแล้ว ได้ออกมาจากหอนางโลมแห่งนั้นแล้ว ต่อไปนางจะค่อยๆ บำรุงร่างกายนี้ให้ดีขึ้นก่อน และต้องตอบแทนบุญคุณผู้ที่ช่วยชีวิตนางทั้งสองคนนี้ด้วย
เมื่อไฉ่หงหลับไปแล้ว สามีภรรยาวัยชราทั้งสองคนจูงมือกันเดินออกมานอกกระท่อมพลางมองซ้ายทีขวาทีเหมือนกับมีความลับบางอย่าง
“นางฟื้นแล้ว เราจะทำอย่างไรต่อไปดีตาเฒ่า?”
หญิงชราเอ่ยถามผู้เป็สามี นางยังไม่รู้ว่าจะจัดการกับสตรีที่พามานี้อย่างไร แม้คราแรกจะคิดไว้บ้างแล้ว แต่พอเห็นนางฟื้นตื่นขึ้นมากะทันหันก็ทำตัวไม่ถูก จึงคิดปรึกษาผู้เป็สามีก่อน
“เ้าจะคิดมากอะไร นางอยากตอบแทนบุญคุณอย่างไรก็ปล่อยนางทำไป”
“แต่ว่าเราจะเลี้ยงนางไหวหรือ? นางฟื้นแล้วคงกินอาหารมากกว่าตอนที่สลบอยู่ นางคงจะไม่รู้หรอกนะว่าเราเอาน้ำต้มโจ๊กป้อนนางเท่านั้นก่อนหน้านี้ มาตอนนี้ข้าไม่รู้ว่าจะหาอะไรให้นางกินแล้ว หรือเราจะขายนางเป็ทาสให้ผู้อื่นไปเลี้ยงดู อย่างน้อยเรายังพอได้เงินอีแปะนะ ขายทั้งที่นางยังไม่แข็งแรงเช่นนี้แหละ ไม่เช่นนั้นนางจะหนีเราไปได้”
ชายชราได้ยินสิ่งที่ภรรยาของตนเองกล่าวได้แต่คิ้วขมวดครุ่นคิด เขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะจัดการสตรีที่พามาจากสุสานไร้ญาตินี้อย่างไรเช่นกัน แม้จะคิดไว้คร่าวๆ แต่พอจะจัดการจริงๆ กลับดูยุ่งยากไม่ใช่น้อย
“ข้าว่ารอดูสถานการณ์ไปก่อน เ้าก็ดูแลให้นางแข็งแรงขึ้นก่อนดีกว่า จะขายจะทำอะไรก็น่าจะดีกว่า ทั้งยังได้ราคาด้วย เื่อาหารข้าจะไปล่าสัตว์ไปขายแลกข้าวสารอาหารแห้งดู เ้าไปเก็บผักป่ามาทำอาหารให้นางก่อน ไว้นางแข็งแรงดีค่อยว่ากัน”
ชายชรารู้สึกว่าถึงรีบร้อนขายนางไปก็ไม่น่าจะขายได้ สู้ทำให้นางใช้การได้ก่อนดีกว่า ทั้งเขายังอยากรู้ว่านางจะสามารถตอบแทนบุญคุณพวกเขาด้วยวิธีใดหรือไม่ ได้แต่เสี่ยงดวงดูเท่านั้น หากไม่เป้นไปตามที่คิดก็ขายนางทีหลังก็ย่อมได้