บทที่ 40 ศาสตราจารย์เซี่ยปกป้องภรรยา
จางฉือมองเซี่ยอวิ้นหนิงและถามอย่างไม่เข้าใจ “จิ่วอันท้องก็เป็นเรื่องน่ายินดีไม่ใช่เหรอ ทำไมนายต้องปิดบังด้วยล่ะ?”
“จางฉือเธอจะตำหนิช่างเซี่ยก็ไม่ถูกนะ เพราะอาจารย์เผยสั่งมาเขาถึงไม่ได้ป่าวประกาศให้ใครรู้ยังไงล่ะ”
คุณป้าเพื่อนบ้านก็ดีใจกับลู่จิ่วอันด้วยเช่นกัน ตอนนี้เธอท้องก็หมายความว่าความสัมพันธ์ของเธอและเซี่ยอวิ้นหนิงก็จะได้ก้าวไปอีกขั้น
“ทำไมล่ะ?” จางฉือไม่เข้าใจ
คุณป้าเพื่อนบ้านยิ้มบาง ๆ “ธรรมเนียมของพวกเราที่นี่คือต้องเก็บช่วงตั้งครรภ์สามเดือนแรกไว้เป็นความลับ”
“มีธรรมเนียมแบบนี้ด้วยเหรอ?”
บ้านเกิดของจางฉือไม่มีธรรมเนียมแบบนี้
หากว่ามีใครในหมู่พวกเขาตั้งครรภ์ก็จะเปิดโถงกราบไหว้บรรพบุรุษเพื่อแจ้งให้ทราบว่าครอบครัวมีข่าวดี และบอกให้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่อยู่ในสวรรค์คุ้มครองให้เด็กปลอดภัยและมีสุขภาพที่แข็งแรง
จางฉือคิดว่าสิ่งนี้คงเป็นเรื่องของความแตกต่างทางวัฒนธรรม
“ก็มีน่ะสิ”
คุณป้าเพื่อนบ้านรีบพุ่งตัวเข้าไปหยิบไข่ไก่หลายฟองในบ้านใส่ลงในกระบวยที่ทำจากน้ำเต้าแล้วรีบนำมาส่งให้เซี่ยอวิ้นหนิง
“ของขวัญอวยพรจ้ะ เธอต้องดูแลจิ่วอันให้ดีนะ”
สิ่งที่ทำให้เผยเสวี่ยซงไม่คาดคิดก็คือในเช้าวันต่อมา ข่าวการตั้งครรภ์ของลู่จิ่วอันก็แพร่ไปทั่วทั้งศูนย์อนุรักษ์
แน่นอนว่าผู้ที่มีส่วนช่วยเป็นอย่างมากจะขาดคุณป้าเพื่อนบ้านไปไม่ได้ แม้แต่สะใภ้อ้วนก็มาหาลู่จิ่วอันทันทีที่รู้ว่าเธอตั้งท้องเพื่อบอกข้อควรระวังให้รู้
“จิ่วอัน แม่เลี้ยงของเธอจะต้องไม่เคยสอนเธอแน่ ๆ”
สะใภ้อ้วนจับมือลู่จิ่วอันและพูดอย่างหนักแน่นว่า “เวลาผู้หญิงตั้งท้อง สิ่งสำคัญที่สุดคือช่วงสามเดือนแรกกับสามเดือนสุดท้าย ต่อให้ผู้ชายจะตื๊อแค่ไหน เธอก็ห้ามให้เขาสมปรารถนาเด็ดขาด เข้าใจไหม?”
ลู่จิ่วอันมองสะใภ้อ้วนด้วยความซึ้งใจ จากนั้นก็ถามอย่างนอบน้อมว่า “พี่สะใภ้ มีอีกหรือเปล่าคะ?”
“มี”
สะใภ้อ้วนพูดจ้อต่อไป “เธอห้ามทำงานหนักเกินไป อย่าฝืนตัวเอง ผู้หญิงพอท้องแล้วก็ให้ทำตัวเป็นฮองเฮา เธออยากกินอะไรก็สั่งให้เซี่ยอวิ้นหนิงทำให้กิน ถ้าเริ่มมีอาการแพ้ท้องก็ไม่ต้องตกใจ บางคนแพ้ท้องเป็นเดือน ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็กินบ๊วยแก้แพ้ท้อง”
ลู่จิ่วอันจดจำคำพูดของสะใภ้อ้วนไว้อย่างขึ้นใจ
สะใภ้อ้วนเป็นคนดี ทั้งยังมีน้ำใจ จึงไม่แปลกที่ผู้คนในศูนย์อนุรักษ์จะชอบเธอ
แน่นอนว่าข่าวการตั้งครรภ์ของลู่จิ่วอันย่อมรู้ไปถึงหูกู้เจียวเจียว
ตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งย้ายกู้เจียวเจียว เธอจึงทำได้เพียงทำงานในศูนย์อนุรักษ์ต่อไป เมื่อได้ยินว่าลู่จิ่วอันตั้งท้อง ก็มีแต่จะเพิ่มพูนความเกลียด เธอพูดจิกกัดลู่จิ่วอันว่า “เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นานก็ท้องแล้ว จะใช่ลูกของเซี่ยอวิ้นหนิงหรือเปล่าเถอะ?”
เมื่อคนอื่น ๆ ได้ยินกู้เจียวเจียวพูดแบบนั้นก็พากันปกป้องลู่จิ่วอันยกใหญ่ “กู้เจียวเจียว ถึงเธอจะชอบเซี่ยอวิ้นหนิงแค่ไหน ก็ไม่ควรใส่ร้ายลู่จิ่วอันสิ!”
“ลู่จิ่วอันไม่เคยทำอะไรให้เธอเสียหน่อย เธอไปใส่ร้ายเขาแบบนั้นมันใช้ได้เหรอ?”
“นั่นสิ พวกเขาอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน จะท้องก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน หน้าตาตอนเธออิจฉาอัปลักษณ์ชะมัด!”
กู้เจียวเจียวแค่นหัวเราะและพูดอย่างไม่ยอมแพ้ “พวกเธอจะไปรู้อะไร? ผู้หญิงบ้านนอกคนนั้นหน้าด้านจะตายไป หล่อนน่ะชอบออกไปพลอดรักกับผู้ชายตอนกลางดึกอยู่บ่อย ๆ”
“กู้เจียวเจียว!”
เพราะว่าลู่จิ่วอันตั้งท้อง เซี่ยอวิ้นหนิงจึงตั้งใจออกมาซื้อวัตถุดิบกลับไปตุ๋นซุปกระดูกหมูให้เธอกิน
แต่ทันทีที่มาถึงถนนสายนี้ก็ดันได้ยินคำพูดให้ร้ายสกปรกของกู้เจียวเจียว
คุณครูสาวไม่คิดว่าจะถูกเซี่ยอวิ้นหนิงจับได้คาหนังคาเขาที่ตนเองพูดว่าร้ายลู่จิ่วอัน เธอคิดเพียงว่าคำขอย้ายของตนถูกส่งออกไปแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องสนใจชื่อเสียงในศูนย์อนุรักษ์ของตัวเองอีกต่อไป ดังนั้นสิ่งที่เธอพูดมีแต่จะเจ็บแสบมากยิ่งขึ้น
“เซี่ยอวิ้นหนิง ฉันพูดก็เพราะหวังดีกับคุณนะ คุณอย่าเลี้ยงลูกของคนอื่นเลย อีกอย่าง…”
เซี่ยอวิ้นหนิงเป็นผู้ชาย เขาไม่เคยถือสาคำพูดของผู้หญิง แต่เมื่อกู้เจียวเจียวพูดจาให้ร้ายคนรักต่อหน้าเขาเช่นนี้ ชายหนุ่มก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเงื้อมมือขึ้นแล้วตบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรง
เสียงตบหน้าที่ดังฟังชัดทำให้ทุกคนตกตะลึง
กู้เจียวเจียวคาดไม่ถึงยิ่งกว่าว่าเซี่ยอวิ้นหนิงผู้สุภาพอ่อนโยนมาโดยตลอดจะตบเธอเช่นนี้
เธอกุมใบหน้าด้วยความตกใจและพูดไม่ออก “เซี่ยอวิ้นหนิง ฉันทำเพื่อคุณอยู่นะ…”
“กู้เจียวเจียว เธอเป็นผู้หญิงก็ควรจะรู้ว่าชื่อเสียงสำคัญกับผู้หญิงมากแค่ไหน ตอนที่เธอปล่อยข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ เคยคิดบ้างไหมว่าคำพูดของเธออาจจะทำร้ายคนอื่นอยู่?”
“ลู่จิ่วอันมันเป็นนังแพศยา!”
เซี่ยอวิ้นหนิงลากตัวกู้เจียวเจียวมาหากู้เจี้ยนเช่อ
“ผู้อำนวยการ”
กู้เจี้ยนเช่อเห็นใบหน้าเซี่ยอวิ้นหนิงที่เปี่ยมไปด้วยโทสะและนึกถึงตัวตนของชายหนุ่ม จึงรีบเอ่ยถามต้นสายปลายเหตุ “เซี่ยอวิ้นหนิง พวกเธอมีเรื่องอะไรกันงั้นเหรอ?”
“ผู้อำนวยการ คุณช่วยดูแลหลานสาวของคุณได้หรือเปล่า? ถ้าคุณไม่ดูแล อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ…”
กู้เจี้ยนเช่อขมวดคิ้วและถามด้วยใบหน้าโกรธจัด “กู้เจียวเจียว แกพูดอะไรอีกแล้วล่ะ?”
“หนูแค่บอกว่าเด็กในท้องลู่จิ่วอันไม่ใช่ลูกของเซี่ยอวิ้นหนิง…”
ก่อนที่กู้เจียวเจียวจะทันได้พูดจบ กู้เจี้ยนเช่อก็ตบไปที่ใบหน้าอีกข้างของเธอ
“กู้เจียวเจียว ขอโทษเดี๋ยวนี้!”
“คุณลุง!” กู้เจียวเจียวพูดอย่างอวดดี “หนูไม่ได้พูดผิดสักหน่อย! ลู่จิ่วอันท้องเร็วแบบนี้ ใครจะไปรู้ล่ะ เธออาจจะอุ้มท้องลูกของสวะคนไหนก็ได้?”
กู้เจี้ยนเช่ออยากผูกสัมพันธ์กับเซี่ยอวิ้นหนิงมาตลอด เผื่อว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งโดยอาศัยความสัมพันธ์กับตระกูลเซี่ย
แต่ผลสุดท้ายหลานสาวงี่เง่าของเขากลับมาทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้
“กู้เจียวเจียว เธอเขียนจดหมายขอโทษเดี๋ยวนี้ แล้วใช้วิทยุกระจายเสียงของศูนย์อนุรักษ์ขอโทษเซี่ยอวิ้นหนิงกับภรรยา ถ้าแกไม่เขียน ฉันจะถอนคำร้องโอนย้ายตำแหน่งของแก แล้วส่งแกกลับไปที่บ้านเกิด!”
เมื่อกู้เจียวเจียวได้ยินว่าจะถูกส่งกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดก็กลัวขึ้นมาทันที
เธอไม่อยากกลับไปอยู่บ้านเกิด
พวกผู้หญิงที่บ้านเกิดที่อายุเท่าเธอต่างก็แต่งงานมีลูกไปกันหมดแล้ว
เธอไม่อยากเป็นชาวนาหรอกนะ
เธอจะต้องเป็นสาวในเมืองที่ได้กินข้าวหลวง และได้แต่งงานกับผู้ชายดี ๆ ที่ผู้คนต่างพากันอิจฉา
“คุณลุง!”
กู้เจี้ยนเช่อโกรธจัดและชี้ไปที่จมูกของหลานสาวตน “ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าลุง แกรีบไปออกอากาศขอโทษเดี๋ยวนี้! ถ้าฉันไม่ได้ยินคำขอโทษจากปากแกก่อนเที่ยง ก็ไสหัวกลับบ้านเกิดไปเลย”
กู้เจียวเจียวเอามือปิดหน้าแล้ววิ่งหนีไป
กู้เจี้ยนเช่อบีบขมับที่ปวดตุบ ๆ และพูดด้วยใบหน้าประจบประแจง “เซี่ยอวิ้นหนิง เธอไม่ต้องกังวลนะ ฉันจะต้องให้ความยุติธรรมกับเธอและภรรยาแน่นอน”
เซี่ยอวิ้นหนิงตอบรับอย่างเย็นชาพร้อมกับพูดเสียงเข้มว่า “ผู้อำนวยการ ผมหวังว่าจะไม่มีครั้งต่อไปอีก ถ้าผมได้ยินเธอพูดถึงภรรยาผมเสีย ๆ หาย ๆ อีกครั้งเดียว ผมจะแจ้งตำรวจ”
“ถ้าเธอกล้าพูดจาเหลวไหลอีก ฉันนี่แหละจะเป็นคนจับเธอเข้าคุกเอง!”
เวลาสิบสองโมงตรง กู้เจียวเจียวก็ขอโทษลู่จิ่วอันกับเซี่ยอวิ้นหนิงผ่านวิทยุกระจายเสียงของศูนย์อนุรักษ์
ในขณะเดียวกัน ลู่จิ่วหยางก็โดยสารรถบรรทุกของศูนย์อนุรักษ์มาถึงบ้านของลู่จิ่วอัน
“พี่ พี่ต้องช่วยฉันนะ!”
ทันทีที่ลู่จิ่วหยางวิ่งเข้ามาก็คุกเข่าลงหน้าบ้านของลู่จิ่วอันจนเกิดเสียงดัง ‘ตุบ’