บทที่ 13 พานพบในป่า
หลังออกเมืองพยัคฆ์เมฆาเวลาล่วงเลยมา 10 วันแล้วหยางอี้ยืนอยู่บนถนนดินสายหนึ่งเบื้องหน้าของเขาเป็ป่าทึบที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่เมื่อมองเข้าไปจะเห็นเพียงต้นไม้ใหญ่เรียงรายสลับกันไปเรื่อยจนมองไม่เห็นที่สิ้นสุดในความมืดแม้จะเป็ยามกลางวันด้วยจำนวนของต้นไม้ที่ขึ้นติดๆกันทำให้มันบดบังแสงแดดจนมองเห็นเพียงเส้นแสงที่ส่องทะลุผ่านใบไม้ลงมายังป่าอันมืดมิดมองแล้วช่างให้ความรู้สึกชวนขนลุก
ย้อนกับไปเมื่อหยางอี้ออกจากเมืองเขาเดินทางผ่านถนนหลักที่มุ่งหน้าไปยังเมืองเว่ยและเดินอยู่บนถนนหลัก5 วัน หยางอี้ก็พบกับทางแยก ทางแรกคือทางที่มุ่งหน้าไปยังเมืองเว่ยส่วนเส้นทางที่หยางอี้เลือกนั้นคือทางที่สองซึ่งมันจะมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงโดยตรงแต่จะต้องเดินทางตัดผ่านป่าดับดารา
“ นี่คือป่าดับดาราสินะ ฝั่งตรงข้ามของป่านี้คือเมืองหลวง ข้ามีเวลา 6เดือนก่อนการทดสอบจะเริ่มขึ้นในการเดินทางตัดป่านี้“ หยางอี้คิดว่าเวลา 6 เดือนนั้นเพียงพอแล้วที่จะเดินทางผ่านไป
ความจริงหากคำนวณจากระยะทางเพียง 1 เดือนก็สามารถผ่านไปได้แล้วแต่นั่นหมายถึงกรณีที่มีถนนตัดผ่านป่าให้เดินทางอย่างสบายไม่นานหยางอี้ก็ก้าวเข้าสู่ป่าดับดาราภายในชายป่าเมื่อเข้ามาหยางอี้เดินไปข้างหน้าอย่างระวังตัวด้วยความไม่ประมาทดาบพยัคฆ์เมฆาถูกหยิบออกมาถือไว้
โดยรอบชายป่าเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาเพียงเล็กน้อยหากเป็ยามกลางคืนนอกจากแสงจันทร์ที่ผ่านลอดช่องของใบไม้มาล้วนมองไม่เห็นแม้ดาวสักดวงแน่นอนสมกับชื่อดับดาราเสียจริงเดินไปไม่นานหยางอี้ก็ได้ยินเสียงบางอย่างแกร่กแกร่กเขารีบเข้าหลบหลังต้นไม้ทันที
ชายหนุ่มซุ่มหมอบอยู่สักพักก็เห็นเป็สัตว์อสูรระดับก่อตั้งจิตรขั้นกลางเดินออกมาตัวหนึ่งรูปร่างมันคล้ายหมูป่าแต่ตัวมันใหญ่กว่า 2 เมตรแม้หยางอี้จะไม่กลัวมันก็จริงแต่ชายหนุ่มก็หลีกเลี่ยงการปะทะกับมันเป็เพราะการเข้ามายังที่แห่งนี้เขา้าสำรวจพื้นที่โดยรอบให้รู้จุดภูมิศาสตร์เสียก่อนหากผลีผลามปะทะกับสัตว์อสูร ด้วยเสียงและกลิ่นคาวเือาจจะล่อให้พวกระดับสูงๆออกมานั่นจะเป็ปัญหามิใช่น้อย
หยางอี้ค่อยๆเดินอ้อมไปให้พ้นระยะของมัน สิ่งแรกที่หยางอี้้าคือที่พักการจะใช้ชีวิตอยู่ในป่าดับดาราที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรนั้นที่พักที่ดีถือเป็สิ่งสำคัญที่สุดเขาวางแผนว่าภายใน5 วันจะต้องสร้างที่พักให้ได้จากนั้นก็ออกสำรวจพื้นที่โดยรอบให้ลึกเข้าไปเรื่อยๆขยับไปทีละนิดด้วยระยะเวลา 6 เดือน หยางอี้ย่อมได้รับประโยชน์ในป่าแห่งนี้ไม่มากก็น้อยและสิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัย
เพราะหากตายทุกอย่างก็จบ!หลังจากหาอยู่ 3 วันหยางอี้ก็เจอสถานที่เหมาะสมที่แห่งนี้เป็บริเวณลำธาร้าเป็หน้าผามีถ้ำเล็กๆอยู่ด้วยหยางอี้ออกสำรวจพื้นที่โดยรอบกว่า 5 กิโลเมตรมีเพียงสัตว์อสูรระดับปราณตั้งจิตเท่านั้นหลังจากได้ที่พักหยางอี้เริ่มออกล่าสัตว์อสูรทันทีเมื่อแน่ใจแล้วว่าบริเวณนี้ปลอดภัยการไล่ล่าสังหารก็เกิดขึ้น
พอตกกลางคืนหยางอี้ใช้ก้อนหินขนาดใหญ่มาปิดหน้าถ้ำและเข้าสู้มิติพิเศษเพื่อบ่มเพาะพลังด้วยดวงจิตอสูรระดับก่อตั้งจิตทำให้ความเร็วของหยางอี้ในการบ่มเพาะรวดเร็วอย่างน่ากลัวผ่านไป15 วันหยางอี้ก็มาถึงระดับ 9 ลมปราณก่อกำเนิดแล้วอีกเพียงนิดเดียวจะทะลวงผ่านไประดับก่อตั้งจิตได้
“ ข้าเข้ามาในป่าดับดาราได้ 20 วันแล้วก่อนจะครบหนึ่งเดือนข้าต้องขยับเข้าไปให้ลึกขึ้น ”
ทุกวันหยางอี้จะออกสำรวจพื้นที่ส่วนลึกของป่าเข้าไปเรื่อยๆ จนเมื่อวานนี้หยางอี้พบเจอกับสัตว์อสูรระดับปฐีขั้นต่ำตัวหนึ่งเพียงจับััพลังปราณที่แผ่ออกมาจากมันได้โดยไม่รอช้าชายหนุ่มรีบหลบหนีทันทีเขาจะมั่นใจในการปะทะกับสัตว์อสูรระดับปฐีเมื่อมันก้าวไปอยู่ในระดับปราณก่อตั้งจิตขั้นกลางเป็อย่างน้อย
ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือการหลบเลี่ยงสัตว์อสูรระดับสูงและออกสำรวจพื้นที่โดยรอบด้วยความระมัดระวัง
3 เดือนผ่านไปหยางอี้นั่งบ่มเพาะพลังอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งภายในป่าดับดาราปัง!เสียงสัญญาณการทะลวงระดับดังก้องภายในตันเถียนของเขา ตอนนี้ชายหนุ่มมาถึงระจุดสูงสุดของระดับก่อตั้งจิตขั้นต้นแล้วด้วยดวงจิตสัตว์อสูรระดับก่อตั้งจิตที่ได้มาจากการล่าสัตว์อสูรบริเวณรอบทำให้การบ่มเพาะพลังเป็ไปอย่างรวดเร็วอย่างมาก
“ ตอนนี้ข้าควรจะเข้ามาได้ครึ่งทางแล้ว...เหลืออีกเวลา 3 เดือนคงจะทันเฉียดฉิวพอดี! ”หยางอี้ลุกออกจากถ้ำ ภาพเบื้องหน้าตอนนี้เต็มไปด้วยูเาน้อยใหญ่มากมายเมื่อหนึ่งเดือนก่อนหลังจากออกสำรวจลึกเข้ามาเรื่อยๆหยางอี้ก็พบว่าป่าที่มืดมิดนั้นเป็เพียงพื้นที่โดยรอบของป่าดับดาราเท่านั้นพอหลุดออกจากป่าทึบปรากฏว่าภายในเป็พื้นที่ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อีกทั้งพลังปราณธรรมชาติยังหนาแน่นกว่าเดิมมาก
วันนี้หยางอี้ตั้งใจจะย้ายที่พักเข้าไปให้ลึกกว่าเดิมจากที่สำรวจมาภายในส่วนลึกของป่านั้นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับสูงต่ำสุดคือระดับก่อตั้งจิตขั้นสูง หยางอี้เลือกยอดเขาลูกหนึ่งเป็ที่พักแห่งใหม่
หลังจากวิ่งมากว่า 3 ชั่วยามก็มาถึงยอดเขาลูกหนึ่ง เขาใช้เวลาเดินสำรวจโดยรอบเพื่อความแน่ใจอีกครั้งโดยมีที่พักเป็จุดศูนย์กลางกว้างออกไปกว่า3 กิโลเมตร หลังจากเดินมาสักพักก็มีบางอย่างผิดปกติด้วยประสาทััที่ถูกขัดเกลามาจากการใช้ชีวิตในป่าแห่งนี้มากว่า3 เดือน หยางอี้ััได้ถึงอันตรายถึงชีวิตก่อนจะหันไปมองทางทิศที่ััถึงอันตราย
พลันมีแรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมากลิ่นอายอันหนักหน่วงแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ
“ ระดับ์ บัดซบ ! ”หยางอี้ไม่รอช้าเขาใช้ออกด้วยย่างก้าวมายา์ด้วยความเร็วสูงสุดหนีทันที
โฮก !เสียงคำรามอันหน้าเกรงขามดังก้องไปทั่วทั้งป่าจนเหล่าสัตว์อสูรระดับต่ำต่างวิ่งหนีกันกระจัดกระจายแรงกดดันแผ่กระจายไปทั่วูเาทั้งลูก
พลึ่บ !ปัง !เพียงมันขยับตัวเล็กน้อยก็ไล่ตามหยางอี้ทันได้อย่างง่ายดายชายหนุ่มใช้ดาบพยัคฆ์เมฆาต้านรับกรงเล็บของมันจนกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้หักไปกว่า3 ต้นก่อนจะหยุดลง
หยางอี้ลุกขึ้นมากระอักเืคำโตเขามองไปยังเบื้องหน้าปรากฏเป็เสือตัวสีดำสนิทขนาดใหญ่กว่า 3 เมตรอยู่เบื้องหน้า มันจ้องมองมายังหยางอี้ราวกับมดตัวหนึ่งและเพียงแค่การจ้องมองก็ทำให้หยางอี้ถึงกับตัวสั่นแรงกดดันอันมากล้นแผ่ออกมาจนบรรยากาศอึดอัดจนหายใจได้ไม่สะดวก
มันค่อยๆเดินเข้ามาหาหยางอี้อย่างช้าๆ ส่วนหยางอี้นั้นโคจรลมปราณทั้งหมดใช้ออกด้วยหัตถ์หลอมนภาหลอมรวมกับดาบพยัคฆ์เมฆาเพื่อเตรียมรับการโจมตี
แกร่บแกร่บมันเดินเข้ามาเรื่อยๆจนเข้าสู่ระยะโจมตีของหยางอี้มันมองดูมนุษย์ตัวจ้อยเบื้องหน้าที่คิดจะต่อกรกับมัน ก่อนที่มันค่อยๆยกขาหน้าขึ้นหนึ่งข้างก่อนจะขยับเล็กน้อยคล้ายการโบกมือหยางอี้มองไปยังการกระทำของมันอย่างมึนงงก่อนจะเหลือกตาโตรีบยกดาบพยัคฆ์เมฆาขึ้นมาป้องกัน
ปัง !หยางอี้กระเด็นไปอีกครั้ง ร่างของเขากระแทกเข้ากับต้นไม้ข้างหลังอย่างแรงจนกระอักเืออกมากองโตสัตว์อสูรตัวนี้แข็งแกร่งเกินไป เพียงการสะบัดเท้าเล็กน้อยกลับสร้างพลังปราณเป็คมดาบออกมาอย่างรวดเร็วหากหยางอี้ไม่มีััอันเฉียบคมร่างของมันคงจะขาดออกเป็สองท่อนไปแล้ว!
หยางอี้มองไปยังเสือตัวสีดำขนาดใหญ่เบื้องหน้าด้วยสายตาพล่ามัว มันค่อยๆเดินเข้ามาทีละก้าวๆจนสุดท้ายสติของหยางอี้พลันก็ดับวูบไป
เวลาผ่านไปหยางอี้ค่อยๆลืมตาขึ้นมาเบื้องหน้าคือภาพอันมืดมิด ไกลออกไปมีลูกไฟสีเขียวมรกตส่องสว่างอยู่ภาพนี้ช่างดูคุ้นเคยเสียจริงเขามองออกไปอย่างงุนงงก่อนจะมีเสียงก้องกังวานอันคุ้นเคยดังออกมา
“ เจอกันอีกแล้วนะ เ้าหนู เ้าชั่งรบกวนเวลานอนข้าเสียจริง “
“ ท่าน...นี่ข้ายังมิตาย ? ”
“ ฮ่าๆ เ้าหนู...เ้าเป็ถึงผู้สมบัติ์จะมาสาตายเพราะเ้าแมวน้อยเช่นนั้นเรอะ?“
“ ท่านหมายความว่ายังไง?“
“ ฮึ่ม...เอาเถอะ!ตอนนี้ถึงเวลาที่ข้าจะบอกเ้าถึงคุณสมบัติที่สองของมุกมิติราชันแล้ว“
เมื่อสิ้นเสียงลำแสงสีขาวก็พุ่งตรงเข้าสู่กลางหน้าผากของหยางอี้ด้านนอกนั้นเสือดำระดับ์ยังคงเดินเข้ามาเหยื่อของมันอย่างแช่มช้าว่าเมื่อเข้ามาใกล้เรื่อยๆ มันพลันหยุดเท้าลงและจ้องมองไปยังร่างไร้สติของหยางอี้อย่างสับสน
จากนั้นมันพลันก้าวถอยออกไปอย่างรวดเร็วเพราะร่างที่ชโลมเืของเด็กหนุ่มที่นอนหมดสติอยู่นั้นค่อยๆลอยขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อยก่อนที่บรรยากาศโดยรอบชายหนุ่มเริ่มสั่นะเือย่างรุนแรง หยางอี้ค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆก่อนจะกล่าวออกมาอย่างแ่เบา
“ตราประทับราชันย์ !”
บึ้ม !เสียงลมปราณมหาศาละเิออกจากร่างของหยางอี้ส่งให้สั่นะเืไปทั่วูเาเ้าเสือดำระดับ์เองก็ใมิใช่น้อย มนุษย์ตัวจ้อยเบื้องหน้ามันที่ใกล้จะตกตายอยู่แล้วเหตุใดอยู่ดีๆจึงมีพลังปราณมหาศาลแผ่ออกมาได้
“ ยอดเยี่ยมยิ่งนัก! ความรู้สึกของชนชั้น์ชั่งสุดยอดอย่างแท้จริง! ”
กลิ่นอายอันทรงพลังแผ่กระจายออกมาจากร่างของหยางอี้ไม่หยุดหย่อน เ้าเสือดำด้านหน้าเมื่อััได้มันใมิใช่น้อยแต่ด้วยศักดิ์ศรีจะให้มันถอยได้อย่างไร?
“ ข้ามีเวลาครึ่งชั่วยาม...ต้องรีบแล้ว!”ด้วยเวลาจำกัดหยางอี้ไม่รอช้ามันพุ่งเข้าหาเ้าเสือดำทันที
ตอนนี้ความเร็วของเขามิได้เป็รองอีกต่อไปคมดาบเมฆาพยัคฆ์ที่อัดแน่นไปด้วยลมปราณระดับ์ฟาดฟันไปยังเสือดำอย่างรวดเร็วแต่ไหนเลยเสือดำเองก็มิใช่สัตว์อสูรกระจอก มันเป็ถึงเ้าผู้ปกครองพื้นที่แถบนี้ด้วยความเร็วและพลังอันมหาศาลมันเคลื่อนตัวหลบคมดาบก่อนจะปล่อยคมมีดวายุพุ่งเข้าหาหยางอี้
หยางอี้มองไปยังคมมีดอย่างเ็าชายหนุ่มยกดาบพยัคฆ์เมฆาขึ้นมาแล้วสะบัดออกไปก่อนจะเกิดเป็คลื่นจันทร์เสี้ยวสีฟ้าครามพุ่งออกไปปะทะกับคมดาบวายุทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกันอีกครั้งปัง ปัง ปังตูม ตูม ตูมเสียงสั่นะเืดังไปทั่วบริเวณต้นไม้หักโค่นไปเป็แถบๆทั้งสองต่อสู้กันอย่างสูสีแต่ดูเหมือนความเร็วของหยางอี้ในขณะใช้ย่างก้าวมายา์จะเหนือกว่าเ้าเสือดำ
จังหวะที่เสือดำทะยานร่างพุ่งเข้ามายังช่องว่างของหยางอี้มันอ้าปากเผยให้เห็นคมเขี้ยวอันแหลมคมเตรียมจะฉีกกระชากศัตรูเบื้องหน้า ทว่าเมื่อเข้ามาได้ระยะหยางอี้กลับเผยยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอี้ยวตัวหลบ
ฉับ !โฮก!เืสีแดงฉานพุ่งกระฉูดขึ้นท้องนภา ่ลำตัวของเสือดำถูกฟันด้วยดาบเมฆาพยัคฆ์เป็รอยยาวจาก่ไหล่ไปถึงกลางหลังมันะโถอยหลังไปอย่างโซเซแต่มีหรือหยางอี้จะปล่อยโอกาสเช่นนี้ไปชายหนุ่มใช้ออกด้วยความเร็วสูงสุดพุ่งเข้าหามัน
แม้จะาเ็แต่เสือดำยังคงตะกุยขาของมันเพื่อหวังจะปัดป้องศัตรูที่พุ่งเข้ามาหยางอี้หักข้อเข้าทิ้งภาพมายาไว้เบื้อหน้าให้ปะทะกับกรงเล็บของเ้าเสือดำก่อนที่ร่างชายหนุ่มจะไปปรากฏด้านข้างของมันแล้วใช้คมดาบพยัคฆ์เมฆาฟาดผ่านลำคอของเสือดำอย่างไม่ปราณี
ฉัวะ !กึกกึกกึก
เสียงการต่อสู้เงียบลงทันทีเหลือเพียงเสียงของวัตถุบางอย่างกลิ้งอยู่ที่พื้นหยาดโลหิตของเสื้อดำหลั่งไหลออกจากคอที่ถูกตัดราวกับลำธารหยางอี้ไม่รอช้าเมื่อจัดการสังหารเสือดำเสร็จเขาใช้ดาบพยัคฆ์เมฆาผ่าร่างของเสือดำออกเป็2 ส่วนก่อนจะยัดเข้าแหวนมิติและเร่งมุ่งหน้าไปยังที่พักของเขาทันที
ภายในที่พักหยางอี้นั่งโคจรพลังปราณในร่างเพื่อรักษาอาการาเ็ทั่วทั้งร่างของชายหนุ่มเริ่มสั่นสะท้านความเ็ปอันมหาศาลจากการบอบช้ำของเส้นลมปราณและร่างกายที่ฝืนรองรับพลังปราณระดับ์ราวกับเข็มนับแสนกำลังทิ่มแทงร่างของเขาอยู่หยางอี้ยังคงนั่งกดฟันทนมิปริปากร้องออกมาแม้จะเ็ปมากเพียงไรใบหน้าขาวซีดที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อยังคงนิ่งเฉย
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ภายในมิติพิเศษ
“คุณสมบัติที่สอง?” หยางอี้อุทานออกมา
“เ้าหนู เ้าคิดว่าหากมีดีแค่นี้จะได้ชื่อว่าสมบัติ์งั้นเรอะ?”หลังจากนั้นลำแสงก็พุ่งเข้าสู้หน้าผากหยางอี้ข้อความมากมายเกี่ยวกับความสามารถนี้ค่อยๆไหลเข้าสู่ความทรงจำของชายหนุ่ม
ร่างประทับราชันย์!ความสามารถที่ 2 ของมุกมิติราชันย์มี7 ระดับ
ระดับ 1 เพิ่มระดับพลังปราณ 1 ระดับ
ระดับ 2 เพิ่มระดับพลังปราณ 3 ระดับ
ระดับ 3 เพิ่มระดับพลังปราณ 5 ระดับ
ระดับ 4 เพิ่มระดับพลังปราณ 7 ระดับ
ระดับ 5 เพิ่มระดับพลังปราณ 9 ระดับ
ระดับ 6 เพิ่มระดับพลังปราณ 1 ่ชั้น
ระดับ 7 เพิ่มระดับพลังปราณ 2 ่ชั้น
โดยแต่ละ่ชั้นใช้เวลา 1 เดือนในการสะสมปราณธรรมชาติของมุกมิติราชันย์หลังจากมุกมิติราชันย์ตื่นขึ้นครั้งแรกนี่ก็ผ่านมากว่า8 เดือนแล้วทำให้หยางอี้สามารถเปิดใช้งานตราประทับราชันย์ระดับ 7ได้แต่หากจะใช้อีกครั้งต้องรอไปอีก 7 เดือนและนั่นเป็สาเหตุให้หยางอี้ที่เดิมอยู่ในระดับปราณก่อตั้งจิตก้าวข้ามไปยังขีดจำกัดของระดับ์ได้
เมื่อรับรู้ถึงความสามารถนี้ทำให้หยางอี้ตกตะลึงเป็อย่างมากเพราะว่าความสามารถนี้หากมีใครรู้เข้าคงกระอักเืตายเป็แน่ บางคนใช้เวลากว่า 10 ปียังไม่อาจทะลวงระดับชั้นได้ และยิ่งระดับสูงขึ้นไปยิ่งยากแก่การทะลวงชั้นแต่ความสามารถนี้แม้จะเป็เพียงระยะเวลาครึ่งชั่วยามแต่นั้นก็เพียงพอแล้วในการสังหารศัตรู!
ขณะที่หยางอี้นั่งอดทนกับความเ็ปซึ่งเป็ผลข้างเคียงของการใช้ร่างประทับราชันย์อยู่นั้นไกลออกไปหลาย10 กิโลเมตร บนยอดเขาลูกหนึ่ง ปรากฏร่างชายชราสวมชุดสีเขียวยืนอยู่มันมีรูปร่างอ้วนท้วมผมและเคราล้วนเป็สีขาว ใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนได้เจอเื่สนุก
“ ฮี่ๆ เ้าหนูนั่นถือว่าใช้ได้ทีเดียว แม้ข้าจะไม่รู้ว่าเหตใดจู่ๆมันจึงมีพลังเพิ่มขึ้นแต่ก็หน้าสนใจมิใช่น้อย...่นี้ข้าว่างเสียด้วยกำลังเบื่อๆเลยแวะไปเล่นกับเ้าหนูนั่นหน่อยดีกว่า ”เมื่อสิ้นคำบ่นกับตัวเองร่างท้วมๆของชายชราชุดเขียวจู่ๆก็อันตรธานหายวับไปทันที
ภายในถ้ำที่พักของหยางอี้ ชายหนุ่มกำลังนั่งกัดฟันทนความเ็ปหลังจากการใช้ร่างประทับราชันย์ผ่านมากว่า1 ชั่วยามแล้วความเ็ปยังคงมิลดลงแม้แต่น้อยภายนอกของถ้ำชายชราร่างท้วมยังคงเฝ้ามองอยู่ั้แ่หยางอี้เริ่มเข้าไปได้ไม่นานจนถึงบัดนี้
ดูเหมือนชายชราจะรู้จากประสบการณ์อันยาวนานว่าการะเิพลังปราณที่มหาศาลเกินขีดจำกัดร่างกายย่อมต้องมีผลกระทบและเมื่อรวมกับที่หยางอี้นั้นเร่งรีบกลับเข้าไปในที่พักพร้อมกับปิดทางเข้าออกนั่นทำให้เดาได้ไม่ยาก
ชายชราชุดเขียวยังคงเฝ้ารออย่างใจเย็นโดยมิได้รบกวนหยางอี้แต่อย่างใดส่วนหยางอี้นั้นมิได้รู้เลยว่าด้านนอกมีผู้มาใหม่กำลังเฝ้ามองอยู่จนเวลาผ่านไป 3 ชั่วยามหยางอี้จึงลืมตาขึ้นจากใบหน้าที่ซีดขาวเริ่มมีเืฝาดขึ้นมาบ้างแล้วความเ็ปเริ่มจางหายไป
ครืน ครืน
เสียงหินก้อนใหญ่ที่ปิดหน้าถ้ำอยู่ค่อยขยับเลื่อนออกจนเผยให้เห็นภายในถ้ำหยางอี้เดินออกมานอกถ้ำก่อนจะขมวดคิ้วและมองไปยังก้อนหินเบื้องหน้าที่ปรากฏร่างชายชราชุดเขียวกำลังนั่งอยู่
“ ออกมาซะทีนะเ้าหนู ข้ารอจนรากจะงอกอยู่แล้ว! ”ชายชรากล่าวออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ ท่านเป็ใคร? แล้วเหตุใดจึงมารอข้า? ”หยางอี้กล่าวออกมาอย่างระมัดระวังพร้อมกับสำรวจชายชราตรงหน้า
“ ฮี่ๆ ข้าเป็ใครนั้นหาใช่สิ่งสำคัญ ว่าแต่เ้านั้นก็ใช่ย่อยเ้าเด็กน้อยที่สามารถต่อกรกับจ้าวถิ่นของที่นี่ได้น่าสนใจๆ ” ชายชราเอ่ยออกมาก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้ามาหาหยางอี้
“เป็เพราะความโชคดีของข้า ว่าแต่ท่านาุโมีธุระอะไรกับข้าหรือ ?” หยางอี้เอ่ยออกมาอย่างระมัดระวังพร้อมกับลอบสำรวจท่าทีของชายชราเบื้องหน้า
“ ฮี่ๆ ไม่ต้องกังวลไปชายแก่ผู้นี้เพียงแค่เหงาเล็กน้อยที่อยู่ในป่านี้คนเดียวมานานเมื่อได้พบเจอสหายน้อยจึงอยากมาทำความรู้จักแค่นั้นแหละ”ชายชราเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี
“ เป็เช่นนั้น...ผู้เยาว์มีนามว่าหยางอี้แล้วท่านผู้าุโมาทำอะไรที่นี่ขอรับ ”
“หยางอี้...เป็ชื่อที่ดี! แต่ยังดีน้อยกว่าข้านิดหนึ่ง ฮ่าๆ นามของข้าคือกู่เทียนชาง! ” กู่เทียนชางกล่าวออกมาอย่างภูมิใจส่วนหยางอี้นั้นได้แต่ตกตะลึงตาเฒ่านี่กระทั้งชมชื่อตัวเอง?
“ ฮ่าๆ เ้าหนูหยางอี้ ข้าเข้ามาในป่าแห่งนี้ั้แ่ 3 ปีที่แล้วเพื่อเก็บวัตถุดิบบางอย่างเพียงแต่เวลาไม่เหมาะสมข้าจึงต้องรอมาถึงตอนนี้และอีกไม่นานข้าจะสามารถเก็บมันได้” กู่เทียนชางเอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจและเมื่อได้ยินเช่นนั้นหยางอี้ถามออกไปด้วยความสงสัย
“ ท่านเป็นักปรุงยา ? ”
“ นักปรุงยางั้นหรือ? ไม่เลยเด็กน้อย! ทว่าผู้คนต่างยกย่องข้าว่าเป็เซียนโอสถฮ่าๆๆๆ แม้เขาจะเป็คำที่ดูโอ้อวดแต่ข้าคิดว่ามันก็มิได้เกินจริงแม้แต่น้อยล่ะนะ“กู่เทียนชางเอ่ยออกมาอย่างไม่อายปากแล้วเริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“…”เมื่อมองไปยังกู่เทียนชาง หยางอี้ถึงกับพูดไม่ออกตาเฒ่าผู้นี้หลงตัวเองถึงขนาดไหนกัน?
“ นับเป็วาสนาของผู้น้อยที่ได้พบท่านผู้าุโ ”หยางอี้กล่าวออกไปอย่างสุภาพแต่ในใจนึกวางแผนการไว้บางอย่าง
“ ฮ่าๆ เ้าหนูไม่ต้องมากพิธี มาๆ ข้ามีสุราดีแถมยังไม่ได้ดื่มกับคนอื่นมานานแล้ว” เมื่อพูดจบกู่เทียนชางหยิบไหเหล้าออกมาหนึ่งใบจากแหวนมิติก่อนจะสะบัดมือหนึ่งครั้งหินก้อนใหญ่ที่เคยใช้นั่งรอหยางอี้พลันกลายเป็ขาดครึ่งทั้งรอยตัดยังเรียบเนียนราวกับเต้าหู้ที่ถูกตัดด้วยมีดอันคมกริบ
หยางอี้มองไปอย่างตกตะลึกตาเฒ่านี้ไม่ใช่เล่นๆเลยต้องมีฝีมือระดับไหนกันถึงจะทำเช่นนี้ได้พลังปราณอันคมกริบและเงียบสงบที่ไม่แม้จะััถึงมันได้หากตาเฒ่านี่้าสังหารใครสักคน มันผู้นั้นต้องตกตายโดยมิอาจรับรู้ถึงสาเหตุเลยด้วยซ้ำ!
“ ฝีมือของท่านาุโช่างล้ำลึก ”หยางอี้กล่าวออกอย่างชื่นชมก่อนจะรู้สึกเสียใจในภายหลังที่กล่าวชมตาเฒ่าเบื้องหน้าผู้นี้เพราะหลังจากนั้นการสนทนากลับกลายเป็การยกยอตนเองของกู่เทียนชาง
จาก 1 คืนเป็ 1 วัน จากหนึ่ง 1 วันเป็ 1 เดือน
หยางอี้ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับกู่เทียนชางจากการอยู่ร่วมกันกู่เทียนชางที่ไม่ได้พบผู้คนมากว่า 3 ปีนั้นเมื่อเจอกับหยางอี้นั้นทำให้ชายชราไม่รู้สึกเบื่ออีกต่อไปรวมกับหยางอี้ที่ค่อนข้างกล่าวประจบประแจงนั้นทำให้กู่เทียนชางกลายเป็ชมชอบหยางอี้อย่างมาก
หยางอี้ใช้เวลายามกลางคืนในการบ่มเพาะพลังปราณในมิติพิเศษตอนนี้ไม่จำเป็ต้องออกล่าสัตว์อสูรแล้วเพราะกู่เทียนชางมอบดวงจิตอสูรจำนวนมากให้กับหยางอี้ซึ่งมีแม้กระทั้งระดับ์ซึ่งเมื่อรวมกับของเ้าเสือดำนั้นหยางอี้มีอยู่ถึง 2 ชิ้นแต่ด้วยระดับของหยางอี้ตอนนี้ยังไม่อาจดูดซับมันได้
ส่วนศพของมันนั้นหยางอี้ตั้งใจเก็บไว้ก่อนเพื่อรอนำชิ้นส่วนของเสือดำไปขายในเมืองสัตว์ระดับ์นั้นไม่ใช่ง่ายที่จะพบเจอ และมีคนไม่มากที่จะจัดการมันได้ศาสตราวุธนั้นไม่ว่าจะเป็อาวุธหรือชุดเกราะล้วนถูกหลอมจากแร่และชิ้นส่วนของสัตว์อสูรระดับสูงดาบพยัคฆ์เมฆาของหยางอี้เองก็เช่นกัน!และมันทำให้ชิ้นส่วนต่างๆของร่างกายสัตว์อสูรระดับสูงนั้นมีค่าเป็อย่างมาก
หยางอี้ค่อยๆลืมตาขึ้นหลังจากออกจากมิติพิเศษ ตอนนี้ผ่านมา 5 เดือนแล้วนับจากเข้ามาในป่าดับดาราเหลือเวลาอีก 1 เดือนเท่านั้นจะถึงการทดสอบหยางอี้เดินออกไปหน้าถ้ำตอนนี้เป็เวลาเย็นดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้าเขามองไปยังเบื้องที่มีกู่เทียนชางกำลังนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะหินที่เกิดจากฝีมือของกู่เทียนชางในวันแรกที่เขาพบกัน
“ ฮี่ๆ เ้าหนูวันนี้ข้ามีกับแกล้มชั้นยอดมาด้วย ” เมื่อเห็นหยางอี้กู่เทียนชางหัวเราะขึ้นก่อนหยิบกระต่ายป่าสองตัวขึ้นมาโบกไปมาให้หยางอี้ดู
ชายหนุ่มยิ้มส่ายหัวก่อนจะเดินไปยังโต๊ะหินทั้งสองนั่งสนทนากันพร้อมทั้งดื่มสุราและกับแกล้มแสนอร่อย บรรยากาศข้างกองไฟยามค่ำคืนภายในป่าอันเงียบสงบคงมีแต่เด็กหนุ่มและชายชราเท่านั้นที่ส่งเสียงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
“ นี่ท่านกู่ ข้านั้นสนใจในการปรุงยาท่าพอจะแนะนำข้าได้บ้างหรือไม่? ”หยางอี้กล่าวถามออกมาแม้จะไม่รู้ว่าชายชรานั้นอยู่ในระดับไหน แต่ว่าในสายตาของหยางอี้กู่เทียนชางนั้นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนถึงแม้จะมีนิสัยโอ้อวดมากไปหน่อยก็เถอะด้านกู่เทียนชางเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หันมามองหยางอี้ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
“เ้าหนู นักปรุงยาโดยทั่วไปนั้นนับเป็เื่ยากที่จะรับศิษย์หรือสั่งสอนใครแม้ข้ากับเ้าจะเป็สหายร่วมดื่มกันมาและข้าก็รู้สึกยินดีที่มีสหายน้อยเช่นเ้าแต่นั่นก็ยังไม่มากพอที่จะให้ข้าเผยแพร่วิชาปรุงยาของข้า! ”หยางอี้มองอย่างประหลาดใจนี่เป็ครั้งแรกที่ตาเฒ่านี่แสดงท่าทีจริงจังแบบนี้
“ข้าต้องขอโทษท่านด้วยที่กล่าวออกไปเช่นนั้น...ข้าเพียงคิดว่าท่านเทพเซียนโอสถผู้ยิ่งใหญ่ที่ใจกว้างดั่งมหาสมุทรเช่นท่านจะสามารถชี้แนะข้าสักเล็กน้อยจึงได้กล่าววาจาหน้าไม่อายเช่นนั้นออกไป...”หยางอี้กล่าวออกมาอย่างรู้สึกผิดแต่ก็ไม่ลืมที่จะยกยอกู่เทียนชาง
เมื่อได้ยินคำของหยางอี้กู่เทียงชางนั้นขมวดคิ้วก่อนจะจ้องมองหยางอี้อย่างจริงจัง
‘ เ้าหนูนี่ด้วยความสามารถนับว่ายอดเยี่ยมแถมยังมีความลับที่ทำให้ระดับพลังปราณเพิ่มขึ้นอีกแม้จะชอบยกยอข้าแต่จากเวลาที่ผ่านมานิสัยของมันนับว่าไม่เลวนัก...เราเองก็อยู่มาหลายร้อยปียังไม่เคยรับศิษย์สักคนหากพูดให้ถูกยังไม่มีผู้ใดคู่ควรมากกว่า...’
กู่เทียนชางนั้นไม่ใช่คนโง่แม้จะชอบโอ้อวดแต่เขาก็ยังรู้จักแยกแยะเสมอการจะหาผลประโยชน์จากเขานั้นหากเขามิยินยอมย่อมไม่มีใครสามารถทำได้หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งกู่เทียนชางก็กล่าวออกมา
“ ฮึ่ม! เ้าหนูข้านั้นไม่เคยรับศิษย์และข้าจะไม่สั่งสอนวิชาของข้าให้กับใครนอกจากศิษย์ของข้า!ทักษะการปรุงยาของข้านั้นมีค่ามากมายมหาศาลนัก ผู้คนมากมายล้วนต่อสู้เพื่อแย่งชิงมันและข้าไม่้าให้มันหลุดรอดออกไปยังผู้อื่น”
“ เ้านั้นนับว่าไม่เลวมีคุณสมบัติพอที่จะเป็ศิษย์ของข้าแต่เ้าต้องสาบานว่าจะเชื่อฟังคำของข้าและไม่เผยแพร่มันให้ผู้ใด! หากตกลงก็จงกราบข้าเป็อาจารย์ซะ! ”
คำกล่าวอันก้องกังวานพร้อมแรงกดดันอันมหาศาลที่กู่เทียงชางปล่อยออกมาทำให้หยางอี้ตัวสั่นเทิ้มหยางอี้รับรู้เพียงว่าเป็แรงกดดันอันมากมายมหาศาลนี้ไม่อาจััถึงจุดสิ้นสุดของมันได้!กระทั้งต้นไม้ยังสั่นไหว ูเายังสั่นะเื สัตว์อสูรภายในป่ากลายเป็หวาดกลัวพวกมันล้วนตัวสั่นไม่กล้าแม้แต่จะขยับร่างกาย
“ นี่ ..... ” หยางอี้กลายเป็พูดไม่ออก
ตัวเขาแม้คาดว่ากู่เทียนชางจะอยู่ในระดับสูงแต่ก็คิดว่าไม่น่าจะเกินระดับ์ขั้นปลายทว่าบัดนี้เขารู้แล้วว่าตัวตนของชายชราที่วันๆเอาแต่ยกยอตัวเองนั้น...เขามิได้กล่าวเกินเลยไปแม้แต่น้อย!
การที่คนหนึ่งคนจะปลดปล่อยแรงกดดันมากเพียงนี้ได้ ต้องมีพลังระดับไหนกัน?นี่ไม่ใช่เื่เล็กๆ ตัวตนของกู่เทียนชางนั้นเกินเลยจินตนาการของหยางอี้ไปไกลโข!หลังจากได้สติหยางอี้จ้องมองไปยังตัวตนอันยิ่งใหญ่เบื้องหน้าด้วยความจริงจังก่อนจะตัดสินใจคุกเข่าลงกับพื้นในที่สุด!
“ ข้าหยางอี้ ขอกราบท่านผู้าุโกู่เทียนชางเป็อาจารย์ในวันนี้...เป็อาจารย์หนึ่งวันเปรียบเป็บิดาตลอดชีวิต!ศิษย์จะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง!“หยางอี้กล่าวทุกคำออกมาจากใจจริง
แม้จะไม่รู้ถึงความหมายของสิ่งที่กู่เทียนชางพูดแต่ด้วยตัวเขานั้นอยากรู้วิชาโอสถและระดับพลังอันสูงส่งของกู่เทียนชางนั้นก็ทำให้หยางอี้ตัดสินใจเช่นนี้แต่สำคัญที่สุดคือการที่อยู่ร่วมกันมานับเดือนทำให้หยางอี้พอจะรู้ถึงนิสัยของชายชราเบื้องหน้าแม้กู่เทียนชางนั้นจะเป็คนชอบโอ้อวดแต่เื่นิสัยใจคอนั้นเปรียบดังคุณปู่ใจดีคนหนึ่งก็ว่าได้
กู่เทียนชางมองไปยังหยางอี้ที่คุกเข่าก้มกราบตัวเขาสามครั้งอย่างพอใจใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอันปิติ สิ่งที่หน้าภาคภูมิที่สุดของการเป็อาจารย์นั้นคือการมีศิษย์ที่ดีและตัวเขาเองมั่นใจอย่างแน่นอนว่าตัวเองนั้นมองเด็กหนุ่มเบื้องหน้ามิผิดไป!
“ ดีมาก ฮ่าๆ เ้าหนูต่อแต่นี้ไปข้าจะถ่ายทอดทุกอย่างให้เ้า!ขึ้นอยู่กับตัวเ้าเองแล้วว่าจะสามารถรับมันได้มากแค่ไหน สักวันเ้าจะเป็ตัวแทนของข้าในการตอกหน้าพวกเ้าแก่ปากมากพวกนั้นฮ่าๆ ”
กู่เทียนชางนั้นมีความสุขอย่างมากแม้เขาจะไม่รู้ถึงความสามารถทั้งหมดของหยางอี้แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถสังหารสัตว์อสูรระดับ์ได้ั้แ่อายุ15 ปี อีกทั้งด้วยระดับพลังและอายุของมันก็นับว่าไม่เลว หากมีมันเป็ผู้ฝึกฝนอีกไม่นานคงจะตามพวกอัจฉริยะของ5 อาณาจักรได้ทันแม้อาจจะไม่สามารถเหนือกว่าได้แต่ก็ต้องเปรียบได้อย่างทัดเทียม!
หลังจากนั้นกู่เทียนชางก็สลายแรงกดดันทำให้บรรยากาศในป่าอันร่มรื่นกลับมาอีกครั้งกู่เทียนชางเดินเข้าไปพยุงหยางอี้ขึ้นมา
“ อ่า...ศิษย์ข้า มาๆ วันนี้เป็วันดีข้าจะดื่มกับเ้าจนถึงเช้าเลย!”หยางอี้ลุกขึ้นก่อนจะรินเหล้าให้กู่เทียนชาง
“ สุราจอกนี้ศิษย์ขอดื่มเพื่อคาราวะอาจารย์ ”หลังจากนั้นทั้งสองก็พูดคุยกันจนเกือบรุ่งสางก่อนที่กู่เทียนชางจะแยกกลับไปยังที่พักของตนที่อยู่ในูเาอีกลูกหนึ่ง
ในวันต่อมากู่เทียนชางได้มาหาหยางอี้ซึ่งหยางอี้นั้นก็ได้เล่าให้ฟังว่าอีกหนึ่งเดือนหลังจากนี้ต้องไปยังสำนักวิหาร์ตามที่ตั้งใจไว้แต่แรกแต่ตอนนี้มันไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ที่สำนักวิหาร์แล้วเพราะตั้งใจจะติดตามกู่เทียนชางแต่ด้วยมันนั้น้าทักษะ9 วิถีพยัคฆ์และส่งข่าวให้ท่านพ่อได้รับรู้ด้วย
กู่เทียนชางนั้นมิได้ว่าอะไรเพราะเดิมตอนนี้เป็่เวลาที่เขาใกล้จะเก็บวัตถุดิบที่เฝ้ารอมานาน3 ปีเต็มแล้วตามจริงวันนี้เขาตั้งใจจะมาบอกหยางอี้ว่าเขานั้นจะไม่มาหาหยางอี้สักระยะเพื่อเตรียมความพร้อมในการเก็บวัตถุดิบ
เมื่อทั้งสองตกลงกันเรียบร้อยกู่เทียนชางก็บอกว่าในอีก 5 เดือนข้างหน้านั้นเขาจะมารอที่นี่และเดินทางไปยังจักรวรรดินภา์เมื่อหยางอี้ได้ยินชื่อจักรวรรดินภา์นั้นก็ทำให้หัวใจเขาพลันตื่นเต้นนี่มิใช่เื่ดีหรอกหรือเพราะหนึ่งในเป้าหมายของเขาก็คือที่นั่นอยู่แล้ว
ก่อนจะจากไปกูเทียนชางได้มอบตำราเล่มหนึ่งให้กับหยางอี้พร้อมกับป้ายหยกสื่อสารโดยบอกว่าหยกชิ้นนี้หากถ่ายพลังปราณลงไปมันจะทำให้ข้ารับรู้ถึงตำแหน่งของเ้าได้...ส่วนทักษะในนั้นนั้นเป็วิชาที่กู่เทียนชางคิดค้นขึ้นมาเองหากเปรียบเทียบคงจะเป็ระดับปฐีขั้นสูงแต่ประโยชน์ของมันนั้นมากมายยิ่งนัก!
กู่เทียนชางกำชับกับหยางอี้ให้ฝึกให้ถึงขั้นที่หนึ่งก่อนจะเข้าไปยังเมืองหลวงเมื่อเปิดดูหยางอี้ก็ตื่นเต้นกับวิชาใหม่ที่ได้รับจากกู่เทียนชางเป็อย่างมากด้วยวิชานี้จะทำให้เขาสามารถทำอะไรหลายอย่างได้ง่ายขึ้นสมแล้วที่กู่เทียนชางบอกว่ามันเป็วิชาที่มีประโยชน์
หลังจากที่กูเทียนชางกลับไปแล้วหยางอี้มิได้เข้าสู่ที่พักทันทีชายหนุ่มหาสถานที่สงบแห่งหนึ่งในูเา มันเป็แง่งผาแห่งหนึ่งซึ่งด้านล่างเป็ลำธารและป่าไม้จากจุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของป่าแห่งนี้ได้อย่างชัดเจนสิ่งแรกที่หยางอี้ต้องทำคือการจดจำทุกสิ่งทุกอย่างภายในตำราทักษะหากเป็คนอื่นอาจจะเริ่มทำความเข้าใจและเริ่มฝึกฝนไปทีละน้อยแต่หยางอี้นั้นมีมิติพิเศษอยู่แม้จะไม่สามารถนำตาราเข้าไปได้แต่หากเขาจดจำได้ทั้งหมดนั่นเท่ากับว่าเขามีเวลาในการฝึกฝนมากกว่าผู้อื่นถึงสิบเท่าเมื่อได้สถานที่ตาม้าแล้วหยางอี้เริ่มเปิดตำราเพื่อจดจำข้อมูลทันที
ทักษะซ่อนจันทร์ดับดารา
ทักษะนี้มีทั้งหมด 2 ขั้นด้วยกัน โดยแบ่งเป็ ขั้นที่ 1 ซ่อนจันทร์และขั้นที่ 2 ดับดารา
ทักษะนี้เน้นการควบคุมลมปราณเป็หลัก เมื่อหยางอี้อ่านรายละเอียดไปซักพักถึงกับอดทึ่งในตัวอาจารย์ของเขาไม่ได้ที่สามารถคิดค้นทักษะอันลึกซึ้งและละเอียดอ่อนเช่นนี้ออกมาได้
ขั้นที่ 1 ซ่อนจันทร์
เป็การควบคุมลมปราณภายในร่างรวมถึงจิตสังหารและแรงกดดันให้อยู่ในระดับที่บางเบาจนถึงขีดสุดและหลอมรวมให้เป็หนึ่งเดียวกับปราณธรรมชาติเมื่อฝึกสำเร็จผู้ใช้จะสามารถอำพลางระดับลมปราณรวมถึงตัวตนของตนเองกับผู้อื่นได้
หยางอี้เข้าใจขึ้นมาทันทีว่าทำไมเขาจึงไม่อาจััตัวตนและพลังลมปราณของกู่เทียนชางได้เลยเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมากู่เทียนชางอยู่ดีๆก็โผล่มานึกจะไปก็หายไปทันทีหยางอี้เลือกที่จะจดจำเพียงรายละเอียดของขั้นที่หนึ่งก่อนเพราะเวลาเหลืออีกไม่มากนักที่จะต้องเดินเข้ารับการทดสอบ
หลังจากแน่ใจว่าจดจำทุกรายละเอียดของซ่อนจันทร์ได้อย่างถูกต้องแล้วหยางอี้ก็มุ่งหน้ากลับถ้ำของตนก่อนจะเข้าสู่มิติพิเศษเพื่อเริ่มฝึกฝนทันทีภายในมิติพิเศษหยางอี้นั่งลงเริ่มโคจรลมปราณในร่างอย่างช้าๆตามแนวทางของทักษะซ่อนจันท์ดับดาราลมปราณในร่างเริ่มพวยพุ่งออกมาไม่หยุดพลังปราณอันพลั่งพลูแผ่พุ่งออกมาเรื่อยๆจากร่างของหยางอี้ก่อนจะค่อยๆหมุนวนอย่างเป็ธรรมชาติกระแสลมปราณเริ่มหมุนวนไปในทิศทางเดียวกับลมปราณภายนอก และความกลมกลืนก็เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างช้าๆ
10 วันผ่านไป
หยางอี้เดินออกมาจากถ้ำ ตอนนี้ลมปราณของเขาสงบเยือกเย็นเป็อย่างมากหากไม่ใช่ผู้มีการตรวจจับลมปราณระดับสูงย่อมไม่สามารถตรวจจับหยางอี้ได้หากเขาไม่ได้ปรากฏตัวให้เห็น
“ ตอนนี้ด้วยทักษะซ่อนจันท์ทำให้ข้าสามารถเดินทางโดยหลีกเลี่ยงสัตว์อสูรในป่าแห่งนี้ได้อย่างง่ายดายคงจะใช้เวลาไม่เกิน 10 วันในการออกจากป่าดับดาราเมื่อถึงตอนนั้นคงจะใกล้ถึงวันเริ่มทดสอบพอดี”
ชายหนุ่มยืนพึมพำออกมาพร้อมกับมองไปยังูเาลูกหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตรเมื่อตัดสินใจเรียบร้อย หยางอี้ก็ออกเดินทางทันที
‘ข้าจะต้องเข้าร่วมสำนักวิหาร์ก่อนเป็อันดับแรก!’