หยางหนิงแบกผู้าุโมู่เดินผ่านป่าลึกผู้าุโลุกดันตัวชะเง้อออกมาจากแผ่นหลังของหยางหนิงขณะชี้มือบอกทางอยู่บ่อยครั้งและทุกเส้นทางที่ชี้นิ้วไปนั้นกลับล้วนแต่เป็ทางที่มืดมิดยากจะก้าวเดินได้สะดวกหยางหนิงรู้ว่าชายชราทำเช่นนี้เพื่อหลบพวกคนที่มาตามล่าล้างแค้นถึงได้ตั้งใจชี้ไปในถนนหนทางที่ทั้งมืดมิดและซับซ้อนหลายครั้งที่เขาอยากจะสะบัดชายแก่นี้ลงจากหลังทว่าเมื่อคิดได้ว่าคนผู้นี้คนเดียวก็สามารถสังหารบุรุษจากวังห้าพิษได้สิบกว่าคนแล้วใจเขาก็รู้สึกหวาดกลัว ไม่กล้าลงมือทำอะไรโดยพลการ
แม้ว่าชายชราจะไม่หนัก ทว่าพอผ่านไป่หนึ่งทีไรเขาก็มักจะไอกระแฮ่มออกมาและทุกครั้งที่ไอก็ล้วนแต่มีกลิ่นเหม็นคาวของเืลอยเข้ามาใส่จมูกทำให้หยางหนิงรู้สึกย่ำแย่ยิ่งนัก
เส้นทางบนูเานั้นคับแคบและโค้งซับซ้อนไปมา อีกทั้งยิ่งเดินก็ยิ่งสูงเดินไปเดินมาก็ล่วงเลยเวลาไปถึงสองชั่วยามแล้วหยางหนิงรู้สึกเหนื่อยจนยากจะหายใจสะดวกเวลานี้พวกเขาได้เข้ามาถึงส่วนลึกของูเาแล้วและในขณะที่หยางหนิงคิดอยากจะหยุดพักผ่อนเพียงครู่หนึ่งนั้น อยู่ๆผู้าุโก็เอ่ยขึ้นว่า “ทางนั้นมีถ้ำอยู่ใช่หรือไม่?” พลางยกมือขึ้นชี้ไปยังตำแหน่งที่ไม่ค่อยไกลนัก
หยางหนิงชะเง้อไปมองก่อนจะเห็นเพียงว่าด้านหน้านั้นมีเถาวัลย์หนามเกี่ยวพันกันไปมาอยู่กองหนึ่งและบริเวณนั้นก็เหมือนจะมีถ้ำที่มืดสนิทอยู่ถ้ำหนึ่งจริงๆเมื่อขยับเข้าไปใกล้ ผู้าุโมู่ก็เอ่ยว่า “พักกันตรงนี้สักหน่อยก็แล้วกัน”
หยางหนิงรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเป็อย่างมากจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นแหวกเถาวัลย์และมองเห็นปากถ้ำที่ค่อนข้างมีขนาดกว้างอยู่ด้านหลังเมื่อก้าวเดินเข้าไปด้านในก็เห็นว่ามันมืดสนิท เหมือนจะไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เขาจึงวางผู้าุโมู่ลงก่อน ก่อนที่ตนจะนั่งลงตามไป
ผู้าุโมู่เอ่ยต่อว่า “เ้าไปเฝ้าที่ปากถ้ำเอาไว้หากเห็นความเคลื่อนไหวอะไรก็รีบมาบอกข้าทันที”
หยางหนิงลอบยิ้มเย็นอยู่ในใจ ‘ข้าแบกท่านมาถึงตรงนี้ก็เหนื่อยแทบจะขาดใจแล้วตอนนี้ยังให้ข้าไปเฝ้าทางเข้าอีก? รออาการของท่านกำเริบเมื่อไหร่คอยดูว่าข้าจะจัดการกับท่านอย่างไร’ ทว่าเขาก็ยังคงขยับไปนั่งหน้าปากถ้ำเวลานี้หยางหนิงรู้สึกคอแห้งมาก ทว่าก็อับจนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ผ่านไปสักระยะหนึ่ง เขาก็พียงแต่ได้ยินลมหายใจที่แ่บางของผู้าุโมู่จึงหันกลับไปเอ่ยถามเสียงเบา “ผู้าุโตอนนี้ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง? าแไม่เป็อันใดมากใช่หรือไม่?”
ผู้าุโมู่กลับไม่ได้เอ่ยตอบ ราวกับว่าตัวเขาได้หลับไปแล้ว
หยางหนิงเอ่ยเรียกอีกครั้ง ทว่าผู้าุโมู่ก็ยังคงไม่ส่งเสียงตอบรับตอนนี้หยางหนิงถึงค่อยยิ้มเย็นออกมาเวลานี้ก็มีแสงที่ค่อนข้างมืดสลัวส่องผ่านมาพอดีจึงทำให้เห็นว่าผู้าุโมู่กำลังขดตัวอยู่ด้านในถ้ำหยางหนิงจึงลุกขึ้นยืนและค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้มือของเขากำเป็หมัดแน่นก่อนจะลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ได้แต่ส่ายศีรษะเบาๆและลอบคิดว่าชายชราผู้นี้ได้รับาเ็สาหัสแล้วแม้ว่าตัวเขาจะเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยแต่อย่างไรเสียชายชราผู้นี้ก็ไม่ได้ลงมือทำร้ายเขาอย่างจริงๆ จังๆเพราะฉะนั้นเขาก็ไม่จำเป็ต้องถือเอาโอกาสที่คนได้รับาเ็นี้ทำการลงมือซ้ำเติม
ทว่าชายชราที่ดูชั่วร้ายผู้นี้ก็ทำให้คนมีความรู้สึกรังเกียจชิงชังจริงๆมีแต่ผีเท่านั้นแหละที่จะเชื่อว่าเขาสามารถพาตนออกไปจากป่าเขาแห่งนี้ได้ในทางกลับกัน หากชายชราผู้นี้พักฟื้นจนแข็งแรงดังเดิมแล้ว คงจะต้องหาทางลงมือกับเขาเป็แน่แน่นอนว่าหยางหนิงไม่อยากถูกชายชราผู้นี้ขู่บังคับเมื่อเห็นว่าเขานอนหลับไม่ขยับตัว จึงคิดว่านี่ถือเป็โอกาสดีที่จะหลบหนีได้
เทือกเขาหัววัวนั้นมีสภาพพื้นดินสูงต่ำไล่เรียงกันอย่างต่อเนื่องอีกทั้งผู้าุโมู่ก็ยังได้รับาเ็อยู่ หากเขาจากไปตอนนี้ผู้าุโมู่จะต้องตามหาเขาไม่พบอีกเป็แน่
อีกทั้งในใจของหยางหนิงก็ยังคอยคิดถึงความปลอดภัยของเสี่ยวเตี๋ยอยู่แน่นอนว่าเขาไม่อาจเสียเวลาต่อไปได้อีก
เขาหมุนตัวและย่องเดินออกจากถ้ำไป ทว่าเมื่อย่างเท้าออกจากปากถ้ำนั้นกลับรู้สึกเหมือนมีสิ่งของบางอย่างฟาดลงบนข้อพับของเข่าเขาอย่างแรงทำให้ขาทั้งข้างของเขารู้สึกเหน็บชา ชั่วขณะได้แต่ยืนข้างอยู่กับที่ไม่อาจขยับตัวไปไหนได้
เขาเกิดอาการตกตะลึงเป็อย่างมากก่อนจะได้ยินเสียงเข้มทุ้มดังมาจากทางด้านหลังของตน “เ้าคิดอยากจะไป?”
“ผู้าุโมู่ ท่านเข้าใจผิดแล้ว” หยางหนิงมีไหวพริบดีมากเมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ดีจึงรีบยิ้มและเอ่ยต่อว่า “ข้าเห็นท่านได้รับาเ็เลยคิดอยากจะไปหาน้ำมาให้ท่านดื่มอีกทั้งยังไปดูด้วยว่ามีผลไม้ป่าอะไรให้เด็ดกินได้หรือไม่จะได้ช่วยเพิ่มธัญญาหารให้กับตัวท่านตอนนี้ท่านเป็คนเจ็บ ไม่มีธัญญาหารบำรุงร่างกายนั้นถือเป็เื่ที่ไม่สมควรยิ่ง”
ชายชรานี้เมื่อครู่เห็นได้ชัดว่าแกล้งนอนหลับเป้าหมายก็เพื่อที่จะทดสอบดูว่าตัวเขาจะทิ้งตนไปโดยไม่สนใจหรือไม่ชั่วขณะหนึ่งหยางหนิงก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในจิตใจเมื่อครู่หากตนถือโอกาสลงมือจริงๆ แล้ว เกรงว่าคงต้องตอบแทนด้วยชีวิตน้อยๆนี้เสียแล้ว
แม้ว่าผู้าุโมู่จะได้รับาเ็ทว่าดูจากวรยุทธ์เมื่อครู่ที่เก่งกาจของเขาแล้วการจะเอาชีวิตหยางหนิงนั้นถือเป็เื่ที่ง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ
“ที่แท้เ้าก็กำลังเป็ห่วงข้า?” ผู้าุโมู่หัวเราะออกมาพร้อมเอ่ยต่อว่า “เ้าหนูอย่างเ้าก็ถือว่ากตัญญูไม่น้อยนี่ข้าคิดว่าเ้าจะทิ้งข้าไปโดยไม่สนใจและถือโอกาสหลบหนีไปเสียอีก”
หยางหนิงยิ้มเอ่ยตอบ “ข้าและท่านผู้าุโได้มีโอกาสมาพบกันในที่กันดารเช่นนี้ถือว่ามีบุญวาสนาต่อกันตอนนี้ท่านกำลังได้รับาเ็ หากข้าทิ้งท่านไปก็ถือว่าเป็คนไร้คุณธรรมยิ่งแล้วผู้าุโ ท่านคิดกับข้าในแง่ร้ายเกินไปแล้ว”
ผู้าุโมู่ยิ้มพร้อมเอ่ยว่า “ดูเหมือนเ้าหนูอย่างเ้ามีคุณธรรมไม่เบาเลย?” แขนของเขายกขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะมีวัตถุสิ่งหนึ่งฟาดลงบนข้อพับเข่าของหยางหนิงอีกครั้งความรู้สึกเกร็งแข็งที่ขาของหยางหนิงก็ได้สลายหายไปทันทีขาขวาที่แต่เดิมไม่อาจขยับได้ก็สามารถขยับได้ตามปกติแล้วในขณะที่ผู้าุโมู่ก็ได้พูดต่อว่า “เ้ามานี่!”
เวลานี้หยางหนิงอยากจะเอาก้อนหินปาใส่ชายชราผู้นี้เสียจริงๆทว่าต่อหน้าเขาก็ยังคงยิ้มอย่างเริงร่าพร้อมเอ่ยว่า “ผู้าุโมู่วรยุทธ์ของท่านช่างเก่งกาจเสียจริงๆ ผู้น้อยรู้สึกนับถือท่านยิ่งนัก” ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่หน้าผู้าุโมู่และย่อตัวลงนั่งพร้อมเอ่ยถามว่า “ผู้าุโมู่มีอะไรจะสั่งหรือ?”
ดวงตาของผู้าุโมู่จ้องตรงไปทางหยางหนิงในขณะที่หยางหนิงเดิมเป็คนที่มีความกล้าหาญมากนั้นเมื่อประสานสายตาเข้ากับดวงตาที่มองมาคู่นั้นเขาก็รู้สึกอึดอัดไม่สบายเนื้อสบายตัวไปทั่วร่างกายแม้แต่แผ่นหลังยังรู้สึกหนาวสั่นอยู่เล็กน้อย
“ข้าเห็นว่าเ้าหนูอย่างเ้ามีคุณธรรมถึงเพียงนี้จึงคิดอยากจะบอกกับเ้าตามจริงก่อนหน้านี้ข้าถูกเข็มห้าพิษของเ้าพวกนั้นทำร้ายร่างกายตอนนี้ร่างกายก็ได้ถูกพิษเข้าเสียแล้ว” ผู้าุโมู่ค่อยๆเอ่ยต่อ “ทว่าพิษปริมาณเพียงแค่นี้ไม่สามารถทำอันตรายอะไรต่อข้าได้ข้าเพียงใช้เวลาไม่ถึงสามวันก็จะสามารถขับพิษในร่างกายนี้ไปได้จนหมด”
ที่แท้ชายชราผู้นี้ก็ถูกพิษมิน่าเืที่กระอักออกมาถึงได้มีกลิ่นเหม็นคาวด้วย
‘ทำไมไม่ใส่พิษให้ท่านตายไปเสียเลย?’ หยางหนิงสาปแช่งในใจทว่าชายชราผู้นี้พูดจาคุยโวโอ้อวดได้หน้านิ่งเสียจริงๆถึงกับพูดว่าพิษนี้ไม่อาจทำอันตรายเขาได้อีกทั้งยังบอกว่าใช้เวลาเพียงแค่สามวันก็จะขจัดพิษออกได้หมดเห็นได้ชัดว่าคำพูดหน้าหลังนั้นมีความขัดแย้งกันในตัวคงมีก็แต่คนที่หน้าหนาเช่นนี้เท่านั้นถึงจะกล้าเอ่ยเช่นนี้ออกมาได้
เพียงแต่ชายชราบอกว่าตัวเขาสามวันก็จะขจัดพิษได้เช่นนั้นตนไม่ใช่ว่าต้องรอเขาอยู่ที่นี่ถึงสามวันเลยหรือ? หากเสียเวลาบนเขานี้ไปสามวันแล้ว การจะตามขบวนคุ้มกันให้ทันนั้นคงเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้แล้ว
หยางหนิงรู้สึกร้อนใจยิ่งนักทว่าสีหน้าของเขาก็ยังคงเป็เช่นเดิมไม่เปลี่ยน
“เ้ากล่าวได้ไม่เลว การที่ข้าได้พบกับเ้านั้นถือเป็วาสนาจริงๆ” ผู้าุโมู่ยกมือขึ้นตบบ่าของหยางหนิงเบาๆก่อนจะเผยรอยยิ้มที่แสนประหลาดออกมา “เ้าเป็คนที่มีคุณธรรมมากเพราะฉะนั้นข้าคงต้องรบกวนเ้าให้ช่วยข้าเฝ้าปากถ้ำใน่หลายวันนี้หน่อยนอกจากนี้ก็ช่วยข้าหาน้ำหาอาหารมาที เมื่อสามวันผ่านพ้น ข้าจะพาเ้าออกจากเขาเอง”
หยางหนิงรู้สึกหนักอึ้งในใจขึ้นทันทีสีหน้าของเขาเองก็มีความหนักใจปรากฏขึ้นจางๆ ก่อนจะเอ่ยตอบว่า “ผู้าุโมู่ อย่าพูดว่าไม่กี่วันนี้เลยต่อให้เป็หลายปีผู้น้อยก็ยินยอมที่จะอยู่ข้างกายและทำการเรียนรู้จากท่านเพียงแต่ข้านั้นยังมีธุระต้องจัดการเกรงว่าจะไม่อาจอยู่ข้างกายฟังคำสั่งสอนของท่านได้ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่พรุ่งนี้ข้าจะไปหาน้ำและอาหารมาให้ท่านโดยให้มีจำนวนเพียงพอที่จะกินได้ประมาณสามถึงห้าวันจากนั้นข้าก็จะไปตามหาสหายของข้าต่อ ท่านเขียนที่อยู่ทิ้งไว้ให้กับข้าหากเมื่อใดที่ข้าคิดถึงท่าน ข้าก็จะไปหาท่าน ท่านว่าดีหรือไม่?”
ผู้าุโมู่ส่งเสียงหัวเราะอย่างแปลกประหลาดออกมาทันทีเสียงหัวเราะนี้ทำให้หยางหนิงรู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่างกาย
เขาดึงมือออกจากไหล่ของหยางหนิงก่อนที่แววตาจะมองไปที่แขนขวาของตนเหมือนกับกำลังชื่นชมศิลปวัตถุอย่างหนึ่งแล้วจึงเอ่ยถามออกมาอย่างช้าๆ ว่า “จริงสิเ้ามีนามว่าอะไร?”
“ข้าเป็เพียงคนเร่ร่อน ผู้อื่นจึงเรียกข้าว่าเสี่ยวป๋ายทู่” หยางหนิงเอ่ยออกมาด้วยท่าทีจริงจัง
ผู้าุโมู่ยังคงมองไปที่มือของตัวเองก่อนจะเอ่ยว่า “เสี่ยวป๋ายทู่ เช่นนั้นเ้ารู้หรือไม่ว่ามือข้างนี้ของข้ามีชื่อว่าอะไร?”
หยางหนิงบังเกิดโทสะขึ้นในจิตใจ พลางลอบคิดว่าเ้าคนสติฟั่นเฟืองผู้นี้กำลังหยอกล้อเขาเล่นหรืออย่างไรข้าไม่เคยจะได้ยินว่ามือข้างหนึ่งจะมีชื่อด้วย จึงเอ่ยออกไปอย่างอดไม่ได้ว่า “หรือว่าจะชื่อแม่นางห้า?”
“อะไรนะ?” ชั่วขณะหนึ่งผู้าุโมู่ก็ได้ยินได้ไม่ชัดเจนนัก
หยางหนิงจึงยิ้มออกมาอย่างฝืนๆ พร้อมเอ่ยว่า “ผู้น้อยไม่รู้ขอเชิญผู้าุโมู่ชี้แนะด้วย”
ผู้าุโมู่ยิ้มออกมาจางๆ “หลายคนเรียกมือข้างนี้ว่ามือไม้เปื่อยตาย”
“มือไม้เปื่อยตาย?”
“มือไม้ลากผ่าน สรรพสิ่งเปื่อยตาย” ผู้าุโมู่เอ่ยออกมาอย่างเชื่องช้า “ก็เหมือนกับที่เมื่อครู่ข้าตบมือนี้ลงบนไหล่เ้าไม่กี่ครั้งเส้นชีพจรหลายจุดของเ้าก็ได้รับาเ็แล้ว นับั้แ่นี้เป็ต้นไปเส้นชีพจรเ่าั้ก็จะค่อยๆ หดตัวและเปื่อยเน่าไปผ่านไปไม่กี่วันก็จะเปื่อยตายไปในที่สุด เสี่ยวป๋ายทู่เ้ารู้หรือไม่ว่าเมื่อเส้นชีพจรของคนเปื่อยตายไปแล้วจะเป็อย่างไร?”
เวลานี้สีหน้าของหยางหนิงได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว เขาคิดไม่ถึงจริงๆว่าการที่ผู้าุโมู่ตบมือลงบนไหล่ตนไม่กี่ครั้งนั้นจะถือเป็การลงมือกับเขาแล้วเขาอยากที่จะพุ่งตัวไปบีบคอชายแก่นี้เสียจริงๆทว่าความจริงแล้วก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างขมขื่นและเอ่ยว่า “ผู้าุโมู่ ท่านทำอะไรลงไป? ผู้น้อยมีอันใดที่ล่วงเกินท่านไปงั้นหรือ?”
“ชีพจรเน่าเปื่อยนั้นหากเป็เพียงแค่ชีพจรทั่วไปก็จะแค่นอนพิการไม่อาจขยับตัวได้เท่านั้นทว่าชีพจรที่ข้าแตะต้องนั้นเป็เส้นที่ทะลวงไปทั่วร่างกายของเ้าเมื่อใดที่มันเริ่มเปื่อย...!” ก่อนที่ผู้าุโมู่จะส่งเสียงหัวเราะออกมาและไม่ได้เอ่ยอะไรต่ออีก
ชีพจรทะลวงทั่วร่าง แค่ชื่อก็ฟังดูเหนือชั้นแล้วหยางหนิงถอนหายใจออกมายืดยาวก่อนจะเอ่ยว่า “ผู้าุโมู่ท่าน...ท่านมันกินบนเรือนขี้บนหลังคานี่” แม้เขาจะเอ่ยเช่นนี้ทว่าในใจก็ยังคงมีความสงสัยอยู่บ้าง พลางลอบคิดในใจว่าแค่ตบลงเบาๆแค่สองครั้งจะสามารถทำลายชีพจรของเขาได้จริงหรือชายชราผู้นี้มักจะขมขู่ผู้คนและพูดจาโอ้อวดจนเป็นิสัยแล้วไม่แน่ว่าอาจจะแค่ทำการข่มขู่ให้เกินจริงไปเฉยๆ
“เ้าวางใจเถิด ข้าเพียงอยากให้เ้ารู้ถึงความร้ายกาจของมือไม้เปื่อยตายของข้าเท่านั้น” ผู้าุโมู่ส่งเสียงไอออกมาอีกหลายครั้ง ก่อนจะเอ่ยต่อ “ข้าเห็นว่าเ้ามีพร์ไม่เลวเลยคิดว่าหลังจากที่หายดีแล้วจะสอนวรยุทธ์ล้ำเลิศให้กับเ้าฝึกให้เ้ากลายเป็ยอดฝีมือ ขอเพียงฝึกวรยุทธ์จนเป็ขั้นสุดยอดแล้ว ใต้หล้านี้ก็ไม่มีสิ่งใดที่เ้านำมาไม่ได้เสี่ยวป๋ายทู่ เ้ายินดีหรือไม่?”
วรยุทธ์ล้ำเลิศ?
หยางหนิงอยากจะพ่นน้ำลายใส่หน้าชายชราจอมลวงโลกผู้นี้เสียจริงๆหากเขามีวรยุทธ์ล้ำเลิศจริงๆ มีหรือจะถูกอาวุธลับของคนวังห้าพิษทำร้ายเอาได้?
“เื่นี้...แน่นอนว่ายินดี” หยางหนิงได้แต่เอ่ยเช่นนี้ “ทว่าชีพจรของข้า...!”
“อย่าได้กังวลไป สามวันนี้ข้าจะทำการกดจุดให้เ้าวันละครั้งสามวันต่อมาเ้าก็จะปลอดภัยไร้กังวลแล้ว” ผู้าุโมู่เอ่ยต่อ “ทว่าสามวันนี้หากเกิดเื่เหนือความคาดหมายอันใดขึ้น หรือว่าเ้าหลงทางในป่าหาข้าไม่พบแล้วล่ะก็เช่นนั้นก็อย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน” เมื่อเอ่ยจบร่างกายของผู้าุโมู่ก็สั่นสะท้านไปทั่ว ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นและเอ่ยต่อว่า “เ้า...เ้าไปเฝ้าปากถ้ำเอาไว้...!”
เวลานี้หยางหนิงก็รู้แล้วว่า พิษบนร่างของผู้าุโมู่ค่อยๆกำเริบเป็ระยะเมื่อครู่ดูเหมือนผู้าุโมู่จะปกติปลอดภัยดีก็ล้วนแต่เพราะพิษยังไม่กำเริบเวลานี้เห็นได้ชัดว่าพิษได้กำเริบแล้ว
ตอนนี้ผู้าุโมู่ก็ได้นั่งขัดสมาธิ ฝ่ามือทั้งสองข้างหงายขึ้นขณะที่ฝ่ามือทั้งสองข้างตั้งขนานกันอยู่หน้าทรวงอก ตอนนี้หยางหนิงได้กลับไปที่หน้าปากถ้ำแล้วเขาพิงตัวอยู่ข้างกำแพงของปากถ้ำ พลางเริ่มไล่ด่าั้แ่บรรพบุรุษของผู้าุโมู่ไปจนถึงลูกหลานเขาทั้งโคตรตระกูล
บางทีอาจเป็เพราะหลายวันมานี้ออกเดินทางไม่มีพักอีกทั้งยังต้องเหน็ดเหนื่อยตลอดค่ำคืนวันนี้ ทำให้หยางหนิงรู้สึกหมดเรี่ยวแรงเมื่อพิงตัวกับกำแพงหินไปได้ชั่วครู่ หยางหนิงก็เผลอหลับลงไปทันที
ในความฝันมีสาวน้อยวัยประมาณสิบสามสิบสี่ปีกำลังยืนอยู่ท่ามกลางพุ่มดอกไม้ขณะหันหน้ามายิ้มบางๆ ให้กับเขา ใบหน้าของนางจิ้มลิ้มน่ารักงดงามเสียยิ่งกว่าดอกไม้ แววตาใสกระจ่างสะท้อนแสงระยิบระยับดูงดงามราวกับดวงดาวในท้องฟ้ายามค่ำคืน